“ พื้นที่ประหลาดนั้นเป็นยังไงครับ ”
เฉินห่าวมองเจ้าหน้าที่หยางด้วยใบหน้าคาดหวัง เขาอยากไปเห็นพื้นที่ประหลาดๆของโลกใบนี้สักครั้งว่ามันจะต่างจากพื้นที่ในโลกเซียนหรือเปล่า แต่ถึงอย่างนั้นเขาคงออกไปไม่ได้เพราะไม่มีใครเล่นกับลูกสาว ยกเว้นว่าพื้นที่แห่งนั้นจะใช้เวลาสำรวจไม่นานจึงจะมีโอกาสได้เดินทางไป
“ ในพื้นที่ประหลาดแห่งนั้นเต็มไปด้วยหมอกหนา ฉันและสมาชิกหน่วยอีก 2 คนจึงค่อยๆเข้าไปอย่างระมัดระวัง เดินอยู่นานราว 1 วันได้ในที่สุดพวกเราก็เจอพื้นที่ที่หมอกจางจนมองเห็นรอบข้างได้ชัด สิ่งที่รอเราอยู่คือซากโบราณสถานดูเก่าแก่ เพียงแต่ว่าขนาดของมันเล็กผิดจนผิดตา ”
“ เล็กยังไงครับ ”
“ เอาเป็นว่าซากโบราณสถานส่วนใหญ่จะมีขนาดใหญ่เทียบเท่าหมู่บ้านขนาดกลาง ถ้าจะให้เปรียบเทียบกับเขต X ก็น่าจะมีขนาดเท่ากับครึ่งเมืองของเขตนี้ แต่ซากโบราณสถานที่เราเห็นมีขนาดเล็กเทียบเท่าหมู่บ้านเล็กๆในสมัยก่อนเลย ถ้าให้พูดชัดขึ้นน่าจะมีบ้านเรือนราว 200 หลัง ”
“ แล้วยังไงต่อครับ ” เฉินห่าวนำน้ำเย็นที่ให้เจ้าหน้าที่หยางขึ้นมาดื่มไปครึ่งแก้ว เขารู้สึกแห้งคอจึงขอกินน้ำในแก้วนี้ก่อน
เจ้าหน้าที่หยางเห็นว่าเฉินห่าวกินน้ำของแขกกลับไม่ได้คิดอะไรมาก เขาชินกับความขี้งกนี้แล้ว
“ ด้วยความอยากรู้ว่าซากโบราณสถานที่เล็กๆนี่มีอะไรอยู่ข้างใน เราก็เลยตรวจสอบพบว่ามันแผ่พลังเทียบเท่าเลเวล 80 ออกมา เรามั่นใจว่ารอดแน่ก็เลยเข้าไปดู ข้างในซากโบราณสถานคล้ายๆกับที่อื่น มันถูกสร้างจากหินทั้งชุด ตามทางเดินถูกปูด้วยหิน เพียงแต่ว่าซากโบราณสถานแห่งนี้กลับประหลาด มันไม่มีรูปแกะสลักหรือภาพวาดบนผนังเลย ราวกับว่าช่างนำหินมาเรียงต่อกันแล้วหนีไป ”
“ อะไรอยู่ข้างในซากโบราณสถานนี้เหรอครับ ”
“ กับดักที่ยังคงทำงานอยู่ ทางเดินสามารถเคลื่อนตัวได้เรื่อยๆจนทำให้พวกเราติดอยู่ข้างในนานถึง 10 วัน ซึ่งเราไม่ได้อะไรเลยในซากโบราณสถานแห่งนี้ ”
“ มอนสเตอร์ก็ไม่มีเหรอครับ ”
“ ไม่เลย เหมือนว่ามันถูกออกแบบมาให้เราอดตายในซากโบราณสถานหลังจากเดินหลงทาง ในตอนที่คิดว่าเราหาทางออกเจอแล้วมันกลับพาเราไปยังอีกฝั่ง จากภูมิประเทศรอบๆทำให้มั่นใจว่าไม่ใช่เขต X อย่างแน่นอน ”
“ หรือว่าซากโบราณสถานแห่งนี้จะเป็นทางเชื่อมไปยังพื้นที่อื่น ”
“ ใช่ เรายืนยันว่ามันเป็นแบบนั้น ”
“ แล้วอีกฝั่งของซากโบราณสถานที่เจอพบอะไร ”
“ เพื่อไม่ให้งงฉันจะเรียกซากโบราณสถานนี้ว่าหมายเลข 1 ก็แล้วกัน ” เฉินห่าวพยักหน้ารับแล้วฟังต่อ
“ ฝั่งที่โผล่ไปเต็มไปด้วยมอนสเตอร์ประหลาดๆ ราวกับว่าพวกมันหลุดออกมาจากห้องทดลองอีก 500 หรืออาจจะเป็น 1,000 ปีข้างหน้า มอนสเตอร์แต่ละตัวยังคงใช้รูปลักษณ์ใกล้เคียงกับสัตว์ที่พบเห็นบนโลก เพียงแต่ว่าขนาดตัวของมันแตกต่าง สิ่งที่สะดุดตาที่สุดคือร่างกายของมันที่มีการติดตั้งเทคโนโลยีเข้าไปจนเหมือนหุ่นยนต์ไซบอร์ก ”
เฉินห่าวมองไปที่หน้าอกของเจ้าหน้าที่หยาง อีกฝ่ายเปิดเสื้อเผยให้เห็นภาพถ่ายที่เหน็บเอาไว้ในเสื้อจากนั้นจึงรีบปิดมันกลัวว่าคนอื่นจะมาเห็น
รูปภาพที่แสดงให้ดูทำเอาเฉินห่าวตื่นเต้น หมาป่าที่เจ้าหน้าที่หยางถ่ายรูปมีขาซ้ายเป็นขากลเหมือนไซบอร์ก ศีรษะฝั่งซ้ายเปิดออกเผยให้เห็นโลหะ ดวงตาสีแดงของมันน่าจะยิงเลเซอร์ออกมาได้
“ ทำไมพี่จึงทำลับๆล่อๆ มอนสเตอร์พวกนี้มีค่างั้นเหรอ ”
“ ใช่แล้วล่ะ เราลองล่าพวกมันดูปรากฎว่าไอเทมจากพวกมันดรอปง่ายกว่ามอนสเตอร์ที่เคยเจอมา ส่วนใหญ่ไอเทมที่ดรอปเป็นอวัยวะเทียมที่สามารถปรับตัวเข้ากับมนุษย์ได้ นายลองนึกดูสิ ถ้าหากฮันเตอร์เสียแขนแล้วมีไอเทมที่เข้ามาทำหน้าที่แทนแขนได้จะเกิดอะไรขึ้น ”
“ มันก็มีเทคโนโลยีแขนเทียมแล้วไม่ใช่เหรอพี่ ”
“ ไอเทมพวกนี้มันดีกว่าไง มันทำงานได้ไม่ต่างจากแขนเดิมเลยแล้วยังโจมตีได้อีก ไม่ใช่แค่แขนหรือขานะ เราพบว่ามันมีอวัยวะเทียมอย่างอื่นด้วยเช่น อวัยวะภายใน หัวใจ ดวงตา อะไรสำคัญๆหาได้จากตัวของพวกมัน อีกไม่นานคนจะแห่มาเขต X แน่นอนเพราะสิ่งนี้เป็นที่ต้องการของตลาด ”
“ นอกจากพี่มีคนเข้าไปเห็นพื้นที่ด้านหลังซากโบราณสถานนี้หรือยัง ”
“ ตอนออกมามีตระกูลซูและตระกูลเหยาสวนเข้าไป พวกเขาน่าจะเจอพื้นที่แห่งนี้แล้วเช่นกัน ไม่เกิน 1 อาทิตย์พวกเขาจะต้องออกมาพร้อมข่าวใหญ่แน่ ”
“ พี่ตั้งหมายเลขให้กับซากโบราณสถาน หมายความว่ามันไม่ได้มีเพียง 1 แห่งใช่ไหม ”
“ ถูกต้อง ซากโบราณสถานไม่ได้มีแค่ 1 แห่ง ในระหว่างที่เราตรวจสอบพื้นที่แห่งนั้น เราพบว่ามีซากโบราณสถานอีกแห่ง ตรวจสอบพลังไม่ได้เลย แต่พลังที่ปลดปล่อยออกมาหนักหน่วงมาก โอกาสตายมีสูงพอตัว ”
“ พวกพี่ทำยังไง ”
“ ด้วยความอยากรู้เราก็เลยเข้าไปตรวจสอบ ใช้เวลาไป 5 วันเต็ม สิ่งที่เราเจอคือภาพวาด รูปปั้นและภาพแกะสลักในทางเดิน พวกมันเอ่ยถึงอารยธรรมหนึ่งที่เคยเฟื่องฟูมาก ฉันกลับหาข้อมูลอะไรไม่ได้อีกเพราะการสำรวจ 5 วันไม่ไปไหนเลย กับดักและมอนสเตอร์ที่อยู่ข้างในโหดมาก เลเวลร้อยเดินกันเกลื่อนเราก็เลยออกมาขอกำลังเสริม ”
เฉินห่าวมองดูเจ้าหน้าที่หยางถอนหายใจ ดูเหมือนว่าจะเล่าทุกอย่างออกมาทั้งหมดแล้ว
“ พี่หยาง ผมมีอะไรอยากจะถาม เดือนที่ผ่านมานี้ผมหาซื้อมันในตลาดออนไลน์ไม่ได้เลย พี่พอจะรู้จักสิ่งนี้หรือเปล่า ”
เฉินห่าวแสดงภาพถ่ายคริสตัลสีแดงส้มราวกับบรรจุลาวาร้อนอยู่ข้างในให้เจ้าหน้าที่หยางดู มันคือชิ้นส่วนที่ติดอยู่กับผลึกมานา สิ่งนี้เกิดขึ้นจากการบีบอัดธาตุของพวกมันเข้าไปเก็บในกระดูกใกล้กับผลึกมานา
“ กระดูกธาตุเหรอ ส่วนใหญ่แล้วมันใช้ทำอาวุธ ไม่แปลกเลยที่มันจะหายาก เดี๋ยวฉันตรวจสอบก่อน ของนายเลเวลเท่าไหร่ ”
“ ผมต้องการ 50 หรือไม่ก็ 60 ”
เฉินห่าวนั่งรอเจ้าหน้าที่หยางหาข้อมูล ก่อนจะหันมาถอนหายใจให้เขาด้วยใบหน้าผิดหวัง
“ ขาดตลาดหนักเลยล่ะ หลายเขตเผชิญหน้ากับการบุกของมอนสเตอร์ก็เลยมีการจัดทำอาวุธมากมาย แต่ฉันก็พอรู้จุดล่าอยู่นะ ”
“ ที่ไหนเหรอครับ ” เฉินห่าวตื่นเต้น ถ้าเขาออกจากบ้านไปไม่ได้ แค่ส่งมังกรไปจัดการทุกอย่างคงง่ายขึ้น
“ รอบๆซากโบราณสถานหมายเลข 2 ไง มอนสเตอร์ไซบอร์กพวกนี้มีกระดูกธาตุอยู่ อัตราดรอปเยอะกว่ามอนสเตอร์ข้างนอกมากเลยนะ ถ้าให้ฉันเดาฆ่าสัก 100 ตัวก็ได้มาแล้ว 1 อัน ไม่แน่ 50 ตัวก็น่าจะได้สักอัน ถ้านายไม่รีบจ้างฮันเตอร์ไปล่ามอนสเตอร์เลเวล 50 ที่ใช้ธาตุก็ได้แล้ว แต่น่าจะดรอปยากหน่อย”
เฉินห่าวพยักหน้ารับ ดูท่าอุปกรณ์เลเวล 2 เขาจะสร้างได้เพียง 20 เครื่อง หากต้องการเพิ่มจำนวนเขาจะต้องตามหากระดูกธาตุด้วยตนเองเพราะขาดตลาด ตอนนี้ยังไม่มีฮันเตอร์คนไหนใช้งานอุปกรณ์เลเวล 2 เขาจึงไม่รีบร้อนเพราะทุกคนมุ่งเป้าไปที่การปรับแก้ไขทักษะและการปลุกพรสวรรค์ เขาจึงมีเวลาเติมอุปกรณ์เลเวล 2 มากพอสมควร
“ ฉันไปก่อนนะ ตอนนี้เหนื่อยมากคิดว่าจะนานสัก 5 - 6 วัน ”
เฉินห่าวยิ้มให้เจ้าหน้าที่หยางพลางนั่งคิดว่าจะทำเช่นไรต่อ อีกฝ่ายจึงบอกทางออกอีกทาง
“ ในอีก 1 อาทิตย์เขต X คงจะมีฮันเตอร์มามากมาย นายไม่ลองตั้งรับจากฮันเตอร์ดูล่ะ แล้วก็รีบๆจัดการพวกด้อมๆมองๆซะ ไม่งั้นชีวิตนายไม่ปกติแน่ ”
มีเพียงรอยยิ้มส่งให้เจ้าหน้าที่หยาง เขาไม่ตอบว่าจะทำหรือไม่ อีกฝ่ายเห็นรอยยิ้มกลับรู้ว่าเฉินห่าวคิดจะทำอะไรจึงไม่รบกวนอีกต่อไป
หลังจากมีเวลาอยู่คนเดียว เฉินห่าวจึงลูบคางเพื่อวางแผนบางอย่าง เป้าหมายหลักของเขาในตอนนี้คือหาสมาชิกร้านและเพิ่มอุปกรณ์เลเวล 2 ตามที่เจ้าหน้าที่หยางบอกอีก 1 อาทิตย์เขต X จะเต็มไปด้วยฮันเตอร์มากมายทั้งอิสระและมีสังกัด เขาจึงเป็นต้องคว้าโอกาสนี้เอาไว้ให้ได้
เมื่อมองไปทางฝั่งมังกรมันยังคงนอนแลบลิ้นให้เป่าเป้ยฉีดยา ทุกครั้งที่ฟื้นขึ้นมามันจะกระตุกแล้วก็แกล้งตายให้เด็กน้อยฉีดยาเรื่อยๆ
“ เป่าเป้ยช่วยมังกรได้ไหม ”
“ ยางม่ายได้เยยค่า มังกรย้อยป่วยหนักมากมากต้องฉีดยาหลายเขม ”
เฟยหลงพบว่าเจ้าของร้านนั่งลงข้างๆไม่ได้พูดอะไร เขาเอาแต่เฝ้ามองดูมันถูกฉีดยาต่อไป ถึงอย่างนั้นมันกลับรู้ชะตากรรมของตนเองเพราะพระอาทิตย์ใกล้จะตกดินแล้ว เด็กสาวตัวน้อยคงหยุดฉีดยาเพราะต้องเข้านอน
“ ป๊ะป๋าคิดว่าให้ลุงอ้ายเสินฉีดยารอไปก่อนนะ พรุ่งนี้เป่าเป้ยค่อยมาฉีดยาใหม่ได้เวลานอนของเราแล้ว ”
เป่าเป้ยมองมังกรแล้วใช้มือตบก้นมันแปะแปะ
“ ยอก่อนนะ หมอเป่าเป้ยไปพักก่อนไว้จามาฉีดยาให้ ”
เฉินห่าวพาเป่าเป้ยกินข้าวตามด้วยอาบน้ำก่อนจะส่งเข้านอนพร้อมกับเล่านิทานให้ฟัง จากนั้นเขาก็ลงมาด้านล่างเมื่อเห็นว่าลูกสาวหลับไปแล้ว
“ เอาล่ะได้เวลาคุยกันแล้ว แกหายหัวไปไหนมา ”
มังกรฉีกยิ้มกว้างเผยให้เห็นฟันสีขาวเรียงสวยภายในปาก
“ นายท่านข้าถูกพลังงานประหลาดๆดูดเข้าไปก็เลยไม่ได้กลับมาตามที่นายท่านบอก ”
“ โอ้ ถึงขนาดแต่งเรื่องรอเลยเหรอ ”
“ นายท่านข้าพูดจริงๆนะ ดูกลางหน้าอกของข้าสิ รอยแผลเป็นนี่ยืนยันได้ว่าข้าไปติดในที่ที่อันตรายมา ”
“ โอเค ฉันจะฟังก็แล้วกัน อย่าพลาดล่ะ ”
มังกรกระแอมไอแล้วเริ่มเล่าว่าตนเองไปเจออะไรมา
“ นายท่านหลังจากที่ข้าออกจากตึกโดยใช้หน้าต่าง ข้าก็บินตรงไปที่ทางตอนใต้ของเขต X เพราะสัมผัสพลังบางอย่างที่เข้มข้นได้ คิดว่าเป็นมอนสเตอร์เลเวลสูงไม่ต่างจากตัวของข้า เมื่อไปถึงข้าก็เห็นกลุ่มก้อนพลังงานบนฟ้า มนุษย์ไม่น่าจะมองเห็นมันเพราะพวกเขาเลือกที่จะเข้าไปในหมอกข้างล่างแทน ข้าก็เลยสำรวจกลุ่มแสงบนฟ้าแต่มันดันดูดข้าเข้าไปก่อน รู้ตัวอีกทีข้าก็อยู่ในซากโบราณสถานแห่งหนึ่ง ”
เฉินห่าวลูบคาง หมอกสีขาวที่เฟยหลงเอ่ยถึงดูคล้ายกับหมอกกลุ่มเดียวกันกับเจ้าหน้าที่หยางเล่าให้ฟัง เขาจึงรอดูว่าซากโบราณสถานจะเหมือนกันหรือเปล่า
“ ข้าไม่รู้เลยว่าตัวเองอยู่ไหน ท้องฟ้าก็มองไม่เห็น ไม่รู้เหนือ ไม่รู้ใต้ ข้าก็เลยใช้สัญชาตญาณในการเดินทาง ในระหว่างที่ข้าเดินดุ่มๆข้าก็พบว่ามอนสเตอร์มีเหล็กติดตามตัว บางอย่างผสานอยู่ในร่างกายของพวกมัน ”
“ เหมือนพวกหุ่นยนต์หรือเปล่า ” เฉินห่าวเห็นสีหน้ามังกรดูจะไม่เข้าใจเขาจึงเข้าไปเปิดรูปภาพไซบอร์กในอินเทอร์เน็ตให้ดู แม้จะต่างจากมอนสเตอร์ แต่การที่สิ่งมีชีวิตติดตั้งอุปกรณ์เอาไว้ในเนื้อหนังน่าจะใช้อ้างอิงได้ดีที่สุด
“ นายท่านพวกมันส่วนใหญ่เป็นแบบนี้เลย ข้าฆ่ามันแล้วก็กินไปเรื่อยๆ บางตัวแข็งแกร่งมากจนข้าต้องหนี แต่สุดท้ายข้าก็กลับไปสังหารมัน แต่ก็มีตัวที่น่ากลัวอยู่ด้วย บาดแผลนี้ข้าก็ได้จากมัน ”
“ แกล่าที่นั่นกี่วัน ”
“ เท่าที่ข้าจำได้น่าจะ 9 - 10 วัน ก่อนจะเจอทางออก ข้าก็เลยบินขึ้นไปบนฟ้าเพื่อหากลุ่มแสงอีกครั้งมันกลับไม่มีอยู่ ข้าก็เลยบินต่อๆไปพบว่าไม่มีทางออกอื่น ข้าเห็นว่ามีซากโบราณสถานอีกแห่งก็เลยเข้าไป สุดท้ายข้าก็โผล่ที่พื้นที่ล่าทางตอนใต้เขต X เหมือนเดิม ”
เฉินห่าวมั่นใจแล้วว่ามังกรไปที่ไหนมา ตลอด 9 วันมันล่าอยู่ในซากโบราณสถานหมายเลข 2
“ นี่ แกได้เก็บอะไรมาบ้างไหม ”
“ ข้ากินหมดเลย ไม่ได้เก็บไว้สักอย่าง ” เฉินห่าวกุมหน้าผาก เขาว่าจะขูดรีดมันสักหน่อย
“ แล้วถ้าฉันส่งแกกลับไปล่ะ แกจะว่ายังไง ”
“ ไม่เอาด้วยหรอก ข้าไม่อยากหลงทาง ”
“ แล้วสรุปแกสำรวจซากโบราณสถานครบหมดหรือยัง ”
“ ไม่นะ ข้าคิดว่ามันยังมีอีก แต่ข้าก็เจอทางออกก่อน ”
“ ดีเลย แกช่วยวาดแผนที่ให้หน่อย ขอเท่าที่จำได้ วาดตั้งแต่ตอนที่แกโผล่ไปเลย”
มังกรพยักหน้าหงึกหงักแล้วรับปากกากับกระดาษ มันไม่รู้ว่าจะวาดแผนที่ยังไงดีจึงหลับตาขีดเส้นตามความรู้สึกตนเองว่าเดินไปทางไหนบ้าง ในระหว่างลากเส้นมันไม่ลืมเล่ารายละเอียดว่าตัวเองเจออะไรและต่อสู้กับอะไรให้เจ้าของร้านฟัง