ปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ

    ตอนที่ 95 เมืองฟีนิกซ์

    "ครืนน!!" ตอนนี้เองพื้นดินสั่นสะเทือน ราวกับเสียงคำรามมาจากระยะไกล แล้วมันก็ดังขึ้น ดังขึ้นเรื่อยๆ
    "กำลังเสริมมาแล้ว!" ดวงตาตู๋ฉีเจิดจ้าเป็นประกาย อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาดังๆ
    "พวกเราถอย!"ตรงข้ามตู๋ฉีชายชุดดำคนหนึ่งได้สติ เขาจ้องไปที่ถังฮวนอย่างโกรธแค้น สบถเบา ๆ แล้วรีบวิ่งเข้าริมชายป่าไป
    "หยุดเดี๋ยวนี้! เจ้าหนีไปไม่พ้นหรอก!"ตู๋ฉีตะโกนออกไปเมื่อเห็นพวกมันล่าถอย แต่ก็ไม่อาจหยุดพวกมันไว้ได้ ผู้ชายชุดดำที่เหลือหันกลับมาและเคลื่อนไหวแทบพร้อมกัน คนเหล่านี้ไม่สนใจศพของพรรคพวก ไม่กี่อึดใจต่อมาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เมื่อชายชุดดำพวกนั้นจากไป ผู้คุ้มกันที่ยังรอดชีวิตอยู่ต่างทรุดลงนั่งกับพื้น แม้ว่าสินค้าบนรถม้าจะไม่สูญหายไป แต่จากการต่อสู้ที่ดุเดือดทำให้พื้นที่นี้มีศพเพิ่มจำนวนมาก ไม่ต้องพูดถึงชายชุดดำหกคน ยังมีผู้ฝึกยุทธ์อีกหลายสิบคน เจ็ดถึงแปดคนถูกสังหารและอีกกว่ายี่สิบชีวิตยังมีชีวิตอยู่ ส่วนที่เหลือหนีไปแล้ว ถังฮวนเหลือบมองตรวจตราว่าปลอดภัยแน่แล้ว จึงดึงแถบผ้าออกมาพันรอบหอกอัคคีไว้ เพียงแค่มองไปที่ดวงตาของชายในชุดดำก่อนที่จะหนีไป ถังฮวนก็รู้ว่าตนถูกหมายหัวหนี้แค้นนี้ไว้แล้ว ถึงกระนั้นเขาก็ไม่สนใจหรอก เพราะตอนนี้เขาสวมหน้ากากอยู่ หลังจากถอดมันออกกแล้ว หากเขาเปลี่ยนเสื้อผ้าซะใหม่ แล้วระมัดระวังไม่เปิดเผยอาวุธออกมา ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะจำเขาได้ "น้องชาย ข้าขอโทษที่เข้าใจเจ้าผิด ถ้าไม่ใช่เพราะเจ้าพวกเราคงไม่อาจรอดได้แม้แต่คนเดียว"ถังฮวนย่อมได้ยินเสียงนั้น ตู๋ฉีเดินโซซัดโซเซมาด้านข้างถังฮวน ใบหน้าเต็มไปด้วยความอับอายและเสียใจ ข้างๆ เขายังมีชายหนุ่มในวัยยี่สิบใบหน้าหล่อเหลา รูปร่างผอมเพรียว ผมบนหัวยาวปลิวไสว ถือปืนยาวสีดำไว้ในมือ มีบาดแผลฉกรรจ์ยาวจากไหล่ซ้ายไปถึงซี่โครงขวา หน้าอกและหน้าท้อง บาดแผลเต็มไปด้วยเลือดแดงฉาน ชายคนนี้คือหยินเฟย ผู้ฝึกยุทธระดับห้าคนที่สองในขบวน
    "น้องเย่ หลายวันมานี้ข้าต้องขอโทษเจ้าด้วย ข้าคิดว่าเจ้ามีอุบายทั้งยังดูหมิ่นเจ้า ข้าต้องขอโทษด้วย" หยินเฟยยกมือคำนับขอโทษ "ไม่เป็นไรหรอกข้าก็แค่ทำตามหน้าที่"ถังอวนที่ได้ยินคำพูดนั้นก็ได้แต่ยิ้ม ตอนที่เขาสมัครเข้าร่วมเป็นผู้คุ้มกันของขบวน เขาปกปิดชื่อจริงไว้ โดยใช้ชื่อปลอมว่า "เย่ซี" ซึ่งเป็นชื่อตอนเป็นนักศึกษาวิทยาลัยในชาติที่แล้ว เมื่อได้ยินคำพูดของถังฮวน ทั้งตู๋ฉีและหยินเฟยก็ยิ่งรู้สึกละอายใจ นักรบหลายคนที่อยู่รอบตัวเขาอดไม่ได้ที่จะก้มหัวลงด้วยความอับอายระหว่างทางแม้ว่าถังฮวนยังตามขบวนรถไป แต่เขาก็ถูกทุกคนทิ้งให้โดดเดี่ยวแล้วแม้กระทั่งช่วงเวลาที่กลุ่มชายในชุดดำปรากฏตัว แต่เหล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ใกล้กับถังฮวนมากก็ยังคอยระวังตัว ป้องกันการลอบโจมตีของเขาด้วยเพราะหวาดระแวง แต่ไม่มีใครคิดว่าคนที่ดูไม่น่าไว้ใจผู้นี้ ท้ายที่สุดกลับกลายเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตทุกคน ดังที่ตู๋ฉีกล่าวไว้ หากไม่มีถังฮวนเกรงว่าทั้งขบวนนี้คงถูกสังหารหมดสิ้นแล้ว ถังฮวนสังหารผู้ฝึกยุทธระดับห้าสองคนได้อย่างรวดเร็ว แล้วยังดึงความสนใจชายชุดดำที่เป็นผู้ฝึกยุทธระดับสี่อีกสี่คนไปได้ กล่าวได้ว่าเขาขัดจังหวะการจู่โจมของพวกชายชุดดำที่รวดเร็วได้อย่างสมบูรณ์ มิฉะนั้นหากฝ่ายตรงข้ามหกคนรุมโจมตีปิดล้อมตู๋ฉีและหยินเฟย แล้วอีกหกคนมาไล่ล่าผู้ฝึกยุทธ์ที่เหลือก็สามารถยุติการต่อสู้ได้อย่างง่ายดาย เมื่อถึงเวลานั้น แม้ว่ากองกำลังเสริมจะมาถึง พวกเขาก็คงพบแต่เพียงซากศพบนพื้นดินเท่านั้น "น้องชายช่างใจกว้าง แต่มันทำให้ข้ารู้สึกละอายใจมากยิ่งขึ้น"ตู๋ฉีถอนหายใจด้วยความรู้สึกผิด เขามองไปรอบๆ พร้อมกับรอยยิ้มอันขมขื่น  “ถ้าข้าฟังคำเตือนของน้องชายแต่แรก คงจะไม่สูญเสียหนักขนาดนี้” ถังฮวนพาดหอกไว้เฉียงๆ ทางด้านหลังแล้วก็ได้แต่นิ่งงัน ภายในใจยังขบคิดคาดเดา การปล้นที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ค่อนข้างแปลกมาก ตู๋ฉีเป็นเพียงผู้ฝึกยุทธระดับห้า หากใครพยายามจะแก้แค้นเขา ไหนเลยจะดึงดูดผู้ฝึกยุทธระดับห้าถึงสิบสองคนมาได้ ถ้าถังฮวนเดาถูก อีกฝ่ายอาจมีเป้าหมายอยู่ที่สินค้าในขบวน เท่าที่ถังฮวนรู้รถม้าเหล่านี้ขน ‘แร่เหล็กแดง’ มา แต่ดูเหมือนว่า ‘แร่เหล็กแดง’ เหล่านี้อาจเป็นเพียงฉากหน้า และบางทีนี่อาจเป็นการขนส่งสินค้าที่มีค่ามากกว่านั้น ถ้าเป็นเพียง ‘แร่เหล็กแดง’ จริงๆ หากพวกโจรไม่โง่เง่าพอ คงไม่เลือกลงมือในจุดที่ใกล้กลับเมืองฟีนิกซ์เช่นนี้ เพราะถึงแม้จะมี ‘แร่เหล็กแดง’ จำนวนมาก แต่ก็เป็นไปไม่ได้ที่จะปล้นพวกมันไปในเวลาสั้นๆ  มันจะมีประโยชน์อะไรหากปล้นแล้วไม่ได้อะไรกลับไป? อย่างไรก็ตามแม้ว่าถังฮวนจะสงสัยยังไง แต่เขาก็ยังไม่พบคำตอบ การรู้มากเกินไปเกี่ยวกับเรื่องแบบนี้อาจก่อให้เกิดปัญหาอื่นได้ อย่างไรก็ตามเมืองฟีนิกซ์อยู่ข้างหน้าอีกไม่ไกล หลังจากเข้าเมืองแล้วพวกเขาก็จะแยกทางกัน ไม่ต้องไปสนใจสิ่งที่ตู๋ฉีกำลังขนอยู่หรอก “ครืนนน ... ” พื้นดินสั่นสะเทือนรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ หลังจากนั้นไม่นานร่างสีดำก็ปรากฏขึ้นที่ปลายถนนข้างหน้า มีคนอย่างน้อยหลายร้อยคนกำลังขี่ม้าตรงเข้ามา เหมือนก้อนเมฆล่องลอยมา เพียงครู่เดียวก็มาถึงหน้าขบวนสินค้าด้านหน้าเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำผิวสีเข้ม อย่างไรก็ตามเขาสวมเสื้อคลุมสีขาวทำให้เขาดูแปลกชอบกล
    “พี่ตู๋ ท่านไม่เป็นไรนะ” ก่อนที่ม้าจะหยุด ชายร่างกำยำในชุดคลุมสีขาวก็กระโจนลงจากอานม้า ข้ามผ่านอากาศหลายสิบเมตรและลงต่อหน้าตู๋ฉีทันที พร้อมกับพูดอย่างกระตือรือร้นว่า "ของเป็นอย่างไร มันยังอยู่ใช่หรือไม่?" ตู๋ฉีรีบตอบกลับว่า "ข้าไม่เป็นไร ทุกอย่างอยู่ที่นี่แล้ว! มีผู้ฝึกยุทธระดับห้าสิบสองคนมาที่นี่ แต่พวกมันหกคนเสียชีวิต อีกหกคนหนีไปทางนั้น!" 
    "ดีแล้ว!"ชายร่างกำยำในชุดคลุมสีขาวดูโล่งใจ จากนั้นจึงหัวเราะเยาะเย้ย 
    "พวกมันหนีไม่พ้นหรอก!" 
    ขณะที่พูดเขาก็หันกลับไปตะโกนสั่งการคนหลายร้อยคนที่เพิ่งควบม้ามาว่า "พวกเจ้า ไปค้นหาที่นั่น ห้ามปล่อยให้รอดไปแม้แต่คนเดียว ตรวจสอบศพของพวกมันด้วยว่ามีคนที่รอดหรือไม่!" 
    "ทราบแล้ว!"ท่ามกลางคนหลายร้อยที่ประสานเสียงตอบรับ และกระโดดลงมาที่พื้นพร้อมกัน บางพวกควบม้าไปตามทางที่ชายผู้นั้นชี้ไป ทันใดนั้นพวกเขาก็หายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย เหลือเพียงไม่กี่สิบคนในขบวนกำลังเสริมที่เพิ่งมาถึง ชายร่างกำยำในชุดคลุมสีขาวหันกลับมาอีกครั้งแล้วมองไปที่ตู๋ฉีด้วยรอยยิ้ม "พี่ตู๋ฝีมือไม่เลวเลยจริงๆ สามารถฆ่าผู้ฝึกยุทธระดับห้าถึงหกคนได้อย่างรวดเร็ว" "ไม่ใช่ฝีมือข้าหรอก แต่เป็นน้องชายเย่ซีที่สังหารทั้งหกคนนั่น" ตู๋ฉียิ้มอย่างขมขื่นพลางชี้ไปที่ถังฮวน "จริงรึนี่?" 
    "ใช่แล้ว" หลังจากนั้นไม่นานขบวนก็ออกเดินทางต่อไป คบเพลิงถูกเสียบเข้ากับแคร่รถแต่ละคัน เป็นแสงนำทางให้มองเห็นถนน ถังฮวนยังคงอยู่ที่ด้านหลังขบวนและยังคงมีคนลอบมองดูเป็นระยะ ๆ ทว่าสายตาที่มองเปลี่ยนไปไม่คล้ายก่อนหน้านี้ ที่ต่างจากเมื่อก่อนคือ ตอนนี้สายตาเหล่านั้นไม่ได้เคลือบแคลงและเย้ยหยันเขาอีก พวกเขากลับเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นและชื่นชม ชายชุดขาวผู้กำยำนามว่า ไป่เปา เขายังเดินขนาบข้างถังฮวน วนเวียนอยู่ไม่ห่าง ราวกับกำลังพยายามค้นหาตัวตนของถังฮวนไม่นานนัก ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่มืดสลัว เมืองที่มีแสงสว่างจ้าก็เข้าปรากฏแก่สายตาของถังฮวน 
    “เมืองฟีนิกซ์!”
     ถังฮวนกระพริบตาเล็กน้อย เมืองฟีนิกซ์ที่อยู่เบื้องหน้าไม่ได้ใหญ่โตนัก คาดว่ามีขนาดเพียงครึ่งหนึ่งของเมืองนู่ลั่งได้
    เมืองนี้ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขาสลับซับซ้อน ด้านหลังเมืองมีเทือกเขาขนาดใหญ่ลอยเด่นอยู่เหนือพื้นดินมันคือภูเขาเฟิ่งหวง ซึ่งกว้างใหญ่กว่าป่าที่สาบสูญมากมายนัก!

    -โปรดติดตามบทต่อไป-

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์นักหลอมอาวุธ ที่คุณอ่าน

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    หมื่นภพสยบใต้หล้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.21M 3107
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    [New Life] อิสระของชีวิต

    [New Life] อิสระของชีวิต

    นิยาย แฟนตาซี
    140K 171
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852