เทียนติดต่อสอบถามเรื่องที่ให้ไปสืบเรื่องคนหายจากท่านซันเทีย แต่ได้รับคำตอบมาว่า ตอนนี้เขาได้รับคำสั่งให้หยุดทำคดีนี้แล้ว แต่ว่าเรื่องที่สืบมานั้น คนสูญหายในเมืองหลวงมีมานานแล้ว นับจำนวนต้องไม่ต่ำกว่าพันคน แต่ตอนนี้ต้องหยุดเพราะรัชทายาทสั่งให้หยุดสืบสวน แล้วมีข่าวว่ารัชทายาทไม่พอใจเทียน จึงบอกให้เทียนระวังตัวด้วย
ในเมื่อตอนนี้ไม่มีใครสืบต่อ คนร้ายยังคงลอยนวลต่อไป แม้แต่ตัวเราตอนนี้ก็ถูกเพ่งเล็งจากรัชทายาทอีก ไม่ทันคิดว่าจะทำอะไรต่อ มาคัส เดินถือจดหมายเข้ามา เทียนให้มาคัสอ่านให้ฟัง
“ ท่านมหาเทพธารินบอกให้ท่านรีบหนีไปให้เร็วที่สุด คืนนี้จะมีนักฆ่าจากราชวงศ์มาสังหารท่านราชันอุดรที่ปราสาท” มาคัสอ่านแล้วยังรู้สึกตกใจ
“ ให้มันมากันเถิด “ เทียนพูดโดยไม่ได้รู้สึกกลัวแม้แต่น้อย
ในเวลาต่อมาก็มีองค์ชายหนันเป่ยเข้ามาหาเทียนโดยมีข่าวด่วนมาบอก
“ ท่านหมอเทียน ท่านพ่อให้มาแจ้งข่าว เมื่อเช้าทางองค์มหาเทพจักรพรรดิได้มีคำสั่งมาว่าห้าม ราชันทั้ง 7 เข้าไปยุ่งกับความขัดแย้งของท่านกับคนของรัชทายาท ท่านพ่อ เกรงว่าท่านจะเกิดเรื่องจึงให้ข้ามาเตือนท่าน" องค์ชายหนันเป่ยกล่าวด้วยความเป็นห่วง
“ เรื่องนี้พวกท่านไม่ต้องกังวลไป พวกเขาทำอะไรข้าไม่ได้ง่ายๆ หรอก แต่ท่านราชันรู้บ้างไหม ว่าราชวงศ์นี้เข่นฆ่าผู้บริสุทธิ์ เพื่อดูดพลังชีวิต ไม่น้อยไปกว่าพวกปีศาจเลย แล้วยังฆ่าปิดปากผู้คนอีกมากมาย ท่านผบ.ซันเทีย ก็ถูกสั่งให้หยุดสืบสวนต่อ “ เทียนลองสอบถามดู
“ เรื่องนี้พวกเรารู้มาบ้าง แต่ไม่มีหลักฐานไปถึงพวกราชวงศ์ ทางราชันทั้งหลายก็เลยไม่ได้เคลื่อนไหว หรือว่าท่านหมอเทียนมีหลักฐาน?” องค์ชายหนันเป่ยรีบถามทันที
“ พวกมันคงคิดว่าข้ารู้เรื่องพวกมันแล้ว คืนนี้พวกมันจะส่งนักฆ่าจากราชวงศ์มาสังหารข้า” เทียนพูดความคิดออกมา
“ ฮ้า นี่มันชั่วร้ายเกินไปแล้ว ข้าต้องรีบส่งข่าวบอกราชันทุกคน หมอเทียนระวังตัวด้วย” องค์ชายหนันเป่ยรีบกลับไปรายงานทุกคนให้ทราบเรื่องนี้โดยด่วน
“ มาคัส บอกทุกคนให้ระวังตัว พวกมันมากันแล้ว น่าจะ สองร้อยคน บอกให้ผู้ที่ไม่มีพลังต่อสู้ให้เข้าไปในมิติที่ซ่อนตัวก่อน ส่วนทหารให้ประจำจุดค่ายกล แล้วเปิดประตูหน้า ล่อให้พวกมันเข้ามา ปล่อย หุ่นศิลาออกมาได้เลย ไปได้” เทียนสั่งเสร็จก็ขึ้นไปดูเหตุการณ์บนยอดปราสาท เทียนมองลงมาด้านล่างเห็นคนแต่งชุดดำพร้อมอาวุธครบมือ พุ่งเข้ามาในปราสาท ทั้งสี่ทิศ ด้านหน้าปราสาทมีชายชุดดำยืนนำหน้า 2 คน น่าจะเป็นผู้นำในการปฏิบัติการครั้งนี้ ด้านหลังมีกองกำลังถือธนูเหล็กอีกนับ 100 คนยืนรอคำสั่ง เทียนเห็นหุ่นศิลาเดินออกมา ทั้งสองตัว
นักฆ่าชุดดำยิงธนูเหล็กเข้าใส่หุ่นศิลา ทั้งสอง ฟิ้ว ๆ ๆ ๆ ๆ หุ่นศิลาเดินหน้าเข้าใส่นักฆ่าชุดดำ ลูกธนูเหล็กยิงโดนหุ่นศิลา นับร้อยดอก หุ่นศิลาถึงกับแตกระเบิดเป็นชิ้นๆ แต่หุ่นศิลาก็กลับคืนร่างเดิมแล้วเดินเข้าใส่พลธนู จนบาดเจ็บล้มตายเกลื่อนหน้าปราสาท ส่วนรอบด้านที่นักฆ่าเข้ามา แต่ละคนก็โดนถูกต้นหนามแทงตายหมด ยังไม่เข้าโซนข้างในที่ยังมีด่าน ดิน น้ำ ลม ไฟ รออยู่อีก
หัวหน้า 2 คน ตกใจแทบสิ้นสติ ไม่คิดนักฆ่าที่ถูกฝึกมาเพื่อลอบสังหารกลับตายง่ายดายเช่นนี้ จึงรีบหนีออกไปทันที แต่ไม่ทันแล้ว เทียนแวบมาขวางข้างหน้าแล้วเหวี่ยงหมัดลอยไป กลายเป็นหมัดยักษ์ พุ่งไปอัด 2 หัวหน้า ตูม ! ล้มคว่ำ ไปกองกับพื้น เทียนพุ่งเข้าจับหัวของทั้งสองแล้วตรวจสอบจิตว่าใครส่งมา องค์รัชทายาท ส่งมา เห็นที พวกเราคงจะอยู่ด้วยกันดีๆ ไม่ได้รัชทายาท ....
เทียนสั่งเอาศพนักฆ่า มากองเรียงเอาไว้ที่หน้าปราสาท แล้วผู้ที่ยังไม่ตายก็จับมากองรวมกันที่หน้าปราสาท รุ่งเช้าเทียนรับรายงานว่ามีฝ่ายปราสาทอุดร ไม่มีใครเป็นอะไรเลย ส่วนนักฆ่าตายไป 120 คน บาดเจ็บยังไม่ตายอีก 80 คน ตอนนี้รอคำสั่งของเทียน อยู่ที่หน้าปราสาท เทียนออกไปดูเหตุการณ์ที่หน้าปราสาท ตอนนี้มีผู้คนมามุงดูกันหลายร้อยคน มีกองกำลังจากทหารองค์รักษ์ มาดูด้วย แต่ไม่เห็นหัวหน้าและรองหัวหน้า และมีแม่ทัพรักษาเมืองจาคอบควบม้ามาอย่างเร็ว มาขอเจรจากับเทียน
“ ท่านราชันอุดรข้าขอรับตัวนักฆ่าผู้นี้ไปสอบสวน จะได้รู้ว่าใครเป็นคนสั่งทำเรื่องนี้” ท่านจาคอบ แม่ทัพรักษาเมืองจะขอรับไปจัดการ ในตอนนี้ผบ.ซันเทีย และราชันทั้ง 7 ก็เข้ามายืนอยู่นี่เกิดเหตุกันทั้งหมด
“ ไม่ต้องแล้ว ข้าตรวจสอบแล้ว คนเหล่านี้เป็นรัชทายาทส่งมา ท่านคิดว่ามีปัญญาจัดการเขาได้หรือ” เทียนถามกลับไป
“ ฮ้า จริงหรือ “ พูดได้แค่นี้ก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน รวมถึงทุกคนที่ได้ยินเทียนพูดคำนี้ออกมา
“ ตัดหัวพวกมันให้หมด” เทียนหันไปสั่งมาคัส
ฉัวะ ฉัวะ ฉัวะ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ นักฆ่าทั้ง 80 คน หัวกระเด็นต่อหน้าชาวเมืองหลวงและ เหล่าคนมีอำนาจในบ้านเมืองมากมาย
“ ท่านทำเช่นนี้เท่ากับเป็นศัตรูกับรัชทายาทอย่างเปิดเผย” ท่านจาคอบกล่าวด้วยความเป็นห่วง
“ ใช่แล้วอีกไม่กี่วัน รัชทายาทจะได้ขึ้นครองตำแหน่ง องค์มหาเทพจักรพรรดิแล้วท่านลำบากแน่” ผบ.เทียซันก็ห่วงเทียนเช่นกัน
“ คิดหรือว่า รัชทายาทจะได้ขึ้นครองตำแหน่ง” เทียนย้อนใส่ แต่ละคนได้ยินถึงกับสะดุ้ง ตกใจกันทั้งหมด
“ ท่านพูดเช่นนี้หมายความว่าอย่างไร “ ท่านผบ.เทียซันเอ่ยถามด้วยความตื่นตนก
“ วันนี้ข้าจะเข้าวัง ท้าสู้กับรัชทายาท ฮึ่ม ส่งคนมาลอบสังหารฆ่าตัวข้า เห็นชีวิตผู้คนไม่มีความหมาย อย่างนั้นเขาก็ไม่ควรมีชีวิตอยู่เพื่อสร้างเวรสร้างกรรมกับใครได้อีก “ คำพูดนี้ยิ่งแตกตื่น หนักเข้าไปอีก นี่เขาคิดจะเข้าวังไปสังหารรัชทายาทเลยหรือ แม่ทัพรักษาเมือง ขนลุกชัน ขอตัวไปรายงานองค์ชายรองก่อน
ราชันทั้งหลายก็ไม่ยอมกลับ ยังไงการต่อสู้ครั้งนี้ พวกเขาต้องตามไปดูด้วยแน่
ท่านผบ.ซันเทีย หน้าซีดใจสั่น ยืนไม่มั่นคงทันทีที่ฟังจบ
ณ วังหลวง องค์รัชทายาท ตบไปที่โต๊ะที่อยู่ใกล้มือจนแหลกละเอียดเป็นผุยผง
หลังจากฟังรายงานจากหัวหน้าองครักษ์พาคินที่แขนงอกกลับมาทั้งสองข้างแล้ว ว่า เมื่อคืนไม่สามารถฆ่าราชันอุดรได้ แต่ยังไม่รู้ว่าวันนี้เทียนจะมาท้าสู้กับรัชทายาท
“ ทีแรกข้าไม่คิดจะฆ่ามัน แต่ตอนนี้ปล่อยมันไว้ไม่ได้เสียแล้ว เจ้าเตรียมกำลังทหารองครักษ์ทั้งหมด แล้วนำคำสั่งของข้าไปจับตัวมันมาให้ได้ คอยดูซิว่ามันจะกล้าขัดคำสั่งข้าหรือไม่”
ยังไม่ทันได้ทำอะไรต่อ ก็มีเสียงจากองครักษ์แจ้งว่า " ราชันอุดร ไม่เห็นด้วยให้รัชทายาทขึ้นครองตำแหน่ง เลยขอท้าสู้ตามกฏของการขึ้นครองตำแหน่งมหาเทพจักรพรรดิ "
รัชทายาทหันไปมองด้านข้าง เพื่อจะทำลายโต๊ะด้วยความโกรธอีกครั้ง แต่มันถูกทุบพังไปแล้ว เลยลุกขึ้นแล้วฟาดฝ่ามือทำลายเก้าอี้ที่ตัวเองนั่ง ระบายความโกรธไปอีกรอบหนึ่ง
“ มาเลย ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าพลังมหาเทพระดับสูงอย่างแก จะมาเปรียบอะไรกับพลังเทพเจ้าเริ่มต้นอย่างข้าได้” รัชทายาทยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียม
หลังแจ้งความประสงค่ว่าจะท้าสู้กับ องค์รัชทายาท ข่าวก็แพร่กระจายไปทั่ววังหลวง เหล่าองค์ชายทั้งหลายที่หมดหวังไปแล้ว ก็กลับมีความหวังขึ้นมาอีก เหล่าแม่ทัพ นายกอง องครักษ์ ต่างก็มาเฝ้าที่ลานต่อสู้กันเป็นจำนวนมาก
แต่ในส่วนที่ประทับขององค์มหาเทพจักรพรรดิ ได้ฟังเรื่องราวแล้วก็ส่ายหัว
“ รัชทายาทใจร้อนไปแล้ว ไม่ควรลดตัวไปยุ่งกับราชันผู้นี้เลย อีกไม่กี่วันก็ขึ้นครองตำแหน่ง องค์มหาเทพจักรพรรดิแล้ว”
“ ฝ่าบาทไม่ต้องกังวลใจไป ราชันผู้นี้มีพลังแค่มหาเทพขั้นสูง ไม่อาจเทียบกับพลังเทพเจ้าเริ่มต้นของรัชทายาทได้” เสียงขันทีคนสนิท กล่าวประมาทเทียน
“ เจ้าราชันคนนี้ใช่ไหม ที่ทำให้ข้าต้องไล่องค์ชายสิบ ไปที่ชายแดนเมืองร้าง”
“ ใช่แล้ว”
“ แสดงว่ามันต้องมีความมั่นใจบางอย่าง ไม่เช่นนั้นมันจะกล้าท้าสู้กลับรัชทายาทได้อย่างไร “ ท่านจักรพรรดิ เริ่มเอะใจ
“ ก็อาจเป็นไปได้ เพราะว่าครั้งแรกที่หม่อมฉันเจอมันครั้งแรก ก็รู้สึกดวงตามันไม่กลัวเกรงใครเลย “ ขันทีเพิ่งคิดได้
“ ไม่ได้การพวกเราไปดูกันเถอะ หากรัชทายาทพลาดพลั้งไป จะยิ่งบานปลายไปกันใหญ่” องค์มหาเทพจักรพรรดิ รีบไปดูด้วยความเป็นห่วงรัชทายาท
ในสนามประลองภายในวังหลวง เทียนมายืนรออยู่แล้ว แต่ว่ารัชทายาทยังไม่มา
ผู้คนเริ่มเข้ามาชมกันหนาแน่น ตอนนี้ องค์ชายทุกคนต่างก็มารอดูการต่อสู้ครั้งนี้กันหมดทุกคน ทั้งราชันทั้ง 7 เหล่าแม่ทัพทุกท่าน แล้วยังมีผบ.ซันเทีย และสี่มือปราบคู่ใจ แล้วก็เสียงตะโกนว่า องค์มหาจักพรรดิ เสด็จ ทุกคนทำความเคารพกันตัวเกร็งไปหมด ไม่รู้ว่าองค์จักรพรรดิจะคิดอย่างไร รัชทายาทพอรู้ว่า องค์จักรพรรดิมาชมด้วยจึงรีบออกไปทันที ไม่ดึงเวลาอีกต่อไป
“ การต่อสู้ชิงตำแหน่ง องค์มหาเทพจักรพรรดิ ครั้งนี้ไม่มีข้อจำกัดในการต่อสู้ใดใดทั้งสิ้น พวกท่านทั้งสองมีสิทธิจะใช้ของวิเศษอะไรก็ได้ เพียงกล่าวยอมแพ้ก็เป็นอันจบ เชิญพวกท่านเริ่มต่อสู้ได้” กรรมการบนเวทีประลองประการเริ่มได้
ตูม ! หมัดแรกของรัชทายาทปล่อยไป เทียนยกสองแขนต้านไว้ยังต้องถอยไปเกือบสิบก้าว นี่คงเป็นพลังมหาเทพเจ้าขั้นต้นละซิ ถึงว่าไม่กลัวเกรงใครเลย
เทียนหยิบดาบดามัสกัสออกมา แล้ว ปล่อยดาบสัตตะโลหะออกมาอีก 2 เล่ม
แล้วก็ดึงพลังลมพายุรอบๆ กลายเป็นพายุหมุนหลายลูก และ เรียกสายฟ้าให้มาอีกหลายเส้น ดังแปล๊บ ๆ ไปทั่ว และ เรียกฝนให้ตกลงมาอีกต่างหาก
ยังไม่พอ ยังทำให้แผ่นดินนั้นสั่งกระเพื่อม ขึ้น แล้วเรียกเศษดิน ลอยขึ้นจากดินแล้วมันก็เข้าไปหลอมรวมกับ น้ำ พายุ และ สายฟ้า รวมเป็นหนึ่งเดียว
แล้วเทียน ก็บังคับฟาดไปที่ รัชทายาททันที ตูม ! รัชทายาทใช้เกราะสีเงินป้องกันไว้ได้แต่ก็เซถลาไปหลายก้าวเช่นกัน แล้วเกราะสีเงินที่ใช้ก็กลายเป็นปลอกแขนสีเงินเหมือนเดิม ‘ของวิเศษจริงๆ กลายร่างได้ด้วย’ เทียนอึ้งไป