‘ฉับ!’
ศีรษะของขุนหลวงผู้เป็นใหญ่เหนือทุ่งข้าวสุดสายตา กระเด็นแยกออกจากร่าง กลิ้งตกลงไปหยุดอยู่เบื้องพระบาทของพญาพรหมเสก ที่ยืนตระหง่านอยู่เหนือเศียรของเจ้าเวียงทุ่งหลวง ลมหายใจหอบถี่ด้วยความโกรธแค้นยังคงคุกรุ่น บัดนี้…หนี้เลือดของเวียงสรวงแลเวียงทุ่งหลวงถูกชำระแล้วด้วยความตาย แลรอยด่างพร้อยนี้ ที่จะจารึกไปชั่วลูกชั่วหลานของเวียงทุ่งหลวง
ศีรษะไร้ร่างถูกมือหนาจิกดึงมวยผม ออกมายืนอยู่กลางลานหน้าพลับพลา พญาพรหมเสกชูหัวของเจ้าเวียงทุ่งหลวงขึ้นประกาศก้องให้ได้ยินโดยทั่วกัน
“กู…พญาพรหมเสก ท้าวพญาผู้ครองเวียงชัย แลเป็นอนุชาในเจ้ามหาชีวิตขุนหลวงอินทร์ถวาย แห่งสุวรรณโคมคำ กูผู้ได้รับพระบัญชา ให้มาปราบกบฏเวียงสรวง แลจัดการกับผู้สมคบคิดทุกผู้ทุกนาม ไม่เว้นแม้นจะเป็นท้าวขุนพญาเวียงใด แลบัดนี้…หัวของไอ้ขุนหลวงแห่งเวียงทุ่งหลวง ก็เป็นของกู ผู้ใดยอมศิโรราบให้นำตัวกลับไปยังสุวรรณโคมคำ รับการพิจารณาโทษจากพี่กูอินทร์ถวาย”
เหล่าเชลยที่ถูกจับมัดต่างก้มหน้าทั้งน้ำตา ยอมจำนนศิโรราบต่อโชคชะตา ยิ่งเห็นหัวผู้ที่เคยเป็นถึงเจ้าเหนือชีวิตแห่งตน ในมือของพญาพรหมเสก ยิ่งรู้ว่านับแต่นี้ชีวิตของพวกมัน จะเปลี่ยนไปตลอดกาล แม้จะยังมิได้รับการพิจารณาจากเจ้ามหาชีวิต ก็รู้ดีว่าชีวิตของพวกตนนั้นสุดท้ายแล้วจักไปสิ้นสุดยังที่ใด
สายน้ำไหลเชี่ยวพัดเอาสองร่างให้ไหลออกไปไกลจากหน้าผาสูง ขุนหลวงอินทร์ถวายนั้นต่อให้ร่างกายถูกน้ำพัดพาไปกระแทกเข้ากับสิ่งใด พระองค์ก็ไม่ยอมปล่อยร่างในอ้อมแขนให้หลุดมือ จนสองร่างถูกพัดเข้าหาขอบตลิ่ง ที่เบื้องล่างเต็มไปด้วยฝุ่นโคลนอ่อนนุ่ม ซากกิ่งไม้ลำซุงทับถ่มและโขดหินให้เหยียบยืน
เจ้าซอมพอที่ไม่เจนจัดสายน้ำ สำลักน้ำในท้องในคอจนหูตาแดงกล่ำ ขุนหลวงอินทร์ถวายเห็นเช่นนั้นก็ให้รู้สึกสงสารนางจับใจ ทรงลูบหน้าลูบหัวของนางจัดเก็บเส้นผมเรี่ยละใบหน้าให้ แล้วดึงเอาตัวนางเข้ามาโอบกอดปลอบโยน ลูบหลังเรียกขวัญหัวให้คืนตัว จะด้วยความวิปโยคใดก็ตาม ในยามยากเช่นนี้ ยังมีนางมาอยู่ข้างกาย ต่อให้ตายสิ้นทิ้งร่างนี้ไปก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว ที่ก่อนจะเดินทางไปถึงความตาย ได้ทำหน้าที่ปกป้องนาง
“เป็นเพราะพี่ เจ้าถึงต้องมาลำบากเช่นนี้ ซอมพอ…เจ้าไหวหรือไม่” ทรงช่วยลูบหลังให้นางเบา ๆ เพื่อให้นางอาเจียนเอาน้ำออกมาให้หมด
นางพยักหน้าทั้งที่ยังไอโครก ๆ นางยกมือขึ้นทุบอกตนเบา ๆ เหมือนต้องการกระตุ้นให้หายใจสะดวกไม่รู้สึกติดขัด จนขุนหลวงต้องโอบมือไปลูบหลังให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอยู่พักใหญ่ นางจึงอาเจียนเอาน้ำในท้องออกมาอีกครั้ง
“ข้าเจ้า…ว่ายน้ำบ่เป็น!” นางหอบเหนื่อยน้ำตาน้ำมูกไหลย้อยน่าสงสาร
สิ่งที่ได้ยินทำเอาองค์อินทร์ถวายใจหล่นลูบ “มิน่าเล่า…เจ้ากอดรัดมือเสียแน่น แล้วเหตุใดไม่บอกพี่!”
“บอกแล้วอย่างไร คนจากสองเวียงล้อมเราไว้หมด ไม่หนีลงน้ำแล้วจักรอดฤา ข้ารู้…ว่าพี่ท่าน จักไม่มีทางทิ้งข้า”
คำพูดของนาง ทำให้เจ้ามหาชีวิตยิ่งรู้สึกรักนางนัก รักที่นางไว้เนื้อเชื่อใจในพระองค์ รักที่นางเอาชีวิตมาวางไว้ในมือตน
“พี่ไม่มีทางทิ้งเจ้าซอมพอ ไปกันเถิด จากตรงนี้หากคนพวกนั้นตามลงมา เราก็จักจนมุมอีกหน สภาพเราสองในยามนี้ ยากนักที่จะต่อสู้เอาชีวิตรอด คงมิวายถูกจับไปแน่แท้”
พระองค์ทรงหันไปมองดูบนยอดผา ณ จุดที่สายน้ำสองสายไหลตกลงมา คนพวกนั้นยังคงยืนมองหาร่างคนเคราะห์ร้ายด้วยมุ่งหมายเอาชีวิต โชคดีที่ตรงนี้มีใบบอนแลไม้น้ำอื่นขึ้นอยู่หนาทึบ พอให้สองร่างหลบรอดสายตาของพวกมันไปได้
ทั้งสองใช้ป่าบอนให้เป็นประโยชน์ คลานแทรกตัวหลบใต้ใบบอนหนาทึบ เข้าหาโขดหินใหญ่ริ่มตลิ่ง พอให้พ้นสายตาจากคนปองร้ายที่มองลงมาจากด้านบน
“พี่ท่าน เราจักเดินตามน้ำไปเช่นนี้ฤา”
“ไม่…หากเจ้าเป็นพวกมัน เจ้าคิดจักตามหาพี่ด้วยวิธีใด”
นางคิดเพียงครู่ ถูกต้องหากจะรอดก็คงต้องเดินตามน้ำ หมู่บ้านคนมักตั้งริมน้ำ หากจักคิดขอความช่วยเหลือ เดินตามน้ำถึงจะมีทางออก “นี่พระองค์คิดจะเดินออกห่างจากสายน้ำฤา”
“ก็แค่ช่วงแรกดอกเจ้า หากพวกมันตามรอยเท้าไม่เจอ อาจคิดว่าเราจมหายอยู่ในสายน้ำนั่น แต่หากตามรอยเท้าเราเจอ ก็คงคิดว่าเราต้องเดินเลียบเลาะไปเช่นนี้ มาเถิดเจ้าซอมพอ เราเดินขึ้นไปด้านโน้นกันเถิด”
เมื่อพระองค์เร่งฝีเท้าขึ้นมาจากป่าบอน ทำให้เจ้าซอมพอมองเห็นได้ชัดถนัดตา “พระบาทเจ้า…” น้ำเสียงของนางดูตกใจ จนขุนหลวงอินทร์ถวายต้องหยุดฝีเท้าลง
นางชี้นิ้วไปที่เนินอกด้านซ้าย เมื่อพระองค์ก้มลงมองถึงรู้ว่ามีลูกดอกสีดำปักคาอยู่ เลือดจากกายผสมน้ำที่ไหลซึมจนครึ่งร่างมีเลือดแลน้ำจาง ๆ ผสมกันอาบกาย จนไม่รู้ว่าความเปียกชุ่มนั้นมาจากสิ่งใด แผลรอยดาบที่แขนยังไม่ทันแห้ง ซ้ำต้องมามีลูกดอกปักคาร่างอีก จากที่ไม่รู้สึกรู้สา แต่เมื่อถูกทักแลเห็นด้วยตาตนเอง ความเจ็บก็แล่นเข้าสู่หัวใจ
“ข้าเจ้าเข้าใจมาตลอด ว่าพี่ท่านฟันแทงไม่เข้า แล้วไยเล่า ถึงตกอยู่ในสภาพเยี่ยงนี้ได้!”
ขุนหลวงอินทร์ถวาย ที่ทรุดตัวลงนั่งข้างโขดหินคิดย้อนกลับ “มนต์คัดพระเวทย์…” พระองค์พูดออกมาแผ่วเบา แต่กลับดังพอให้สตรีข้างกายได้ยิน
“อันใดฤา มนต์คัดพระเวทย์?”
“มนต์คัดพระเวทนี้ ถือเป็นวิชาที่อันตรายนัก หากจักนำไปใช้ในทางที่ผิด มันก็คืออำนาจถอดถอนทำลายความขลังความศักดิ์สิทธิ์ของฝ่ายตรงข้ามได้ ดุจการสูบเอาอำนาจวิชาออกจากตัวเขามาใส่ตัวเรา ให้คนผู้นั้นสิ้นฤทธิ์สิ้นเดช ไม่คิดเลยว่าไอ้คนต่ำช้าพวกนี้ จักมีวิชาเช่นนี้ติดกาย ดีนักที่พี่เฉลียวใจ จึงได้ตั้งวิชาธงเข้าข่มไว้ มิน่าเล่า ยามพี่ร่ายมนต์เปิดป่า ถึงมีอำนาจอยู่ได้เพียงอึดใจ หากมันไม่เล่นมนต์นี้ มีฤา…ที่พี่จักหลงป่า”
“ร้ายแรงถึงกับสูบวิชา…เช่นนี้พี่ท่านจักเป็นเช่นไร” นางถามด้วยความห่วงใย
“มิเป็นใดดอก พี่เองก็มีของดีคุ้มกาย มนต์วิชานี้มันทำอันตรายพี่ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้นดอกหนา ยามออกมาจากป่าดงดำ พี่ร่างกายอ่อนเพลียจิตเลยอ่อนตาม มันคงอาศัยจังหวะนี้เล่นงานพี่ เจ้าอย่างห่วงกังวลจนเกินไป”
“ข้าเคยคิด ว่าเราเป็นถึงเชื้อสายหน่อเนื้อเจ้าชีวิต จักอยู่ร่มเย็นเป็นสุขแลปลอดภัย แต่ดูยามนี้…ข้าคงคิดผิดมาโดยตลอด เราสองที่ควรจัดวางอยู่ในที่อันวิจิตร เหตุไฉนต้องมาหลบลี้ซ่อนกายอยู่กลางป่า”
“พี่ถูกลวงให้มาคล้องช้างเผือก อันเป็นเรื่องสมอ้างแต่งความของท้าวเสือฟ้าแห่งเวียงหนองแส พี่รู้แจ้งอยู่แก่อก แต่ก็ยังดันทุรังเดินตามทางที่เขาขีดเขียน คิดเอาว่าต้องจับผิดมันให้ได้คาหลักฐาน ไม่คิดว่าพี่กลับพลัดหลงในดงดำ จนหาทางออกมิเจอ กว่าจักหาทางเปิดมนต์ทำลายโขลงช้างผีได้ ก็รุ่งสางเข้าไปแล้ว แลทางออกของพี่ยังเป็นคนละทางกับขาเข้า จึงมีสภาพเช่นที่เจ้าเห็น แล้วเจ้าเล่าซอมพอ หากพี่เดามิผิด วันนี้มิใช่ฤากำหนดส่งตัว ดูจากผ้านุ่งเครื่องห่มเจ้าแล้ว พี่คาดกาลผิดไปเช่นนั้นฤา”
เจ้านางซอมพอที่กำลังดูบาดแผลจากลูกดอกหยุดชะงักมือลง “ข้าเจ้าถูกส่งตัวก่อนกำหนด แลมิใช่มีเพียงข้า อีเอื้องสายคู่หมายของพญาพรหมเสก แลอีฟั้น มันทั้งสองกลับถูกส่งตัวไปพร้อมข้า ในฐานะสนมบำเรอ ไม่คิดเลยว่าแม่เจ้าเกสรจักคิดการชั่วทำร้ายข้ายังมิพอ แม้แต่คนใกล้ชิดรักใคร่ดุจพี่น้อง นางก็ยังลงมือได้อย่างเลือดเย็น”
“ไอ้หาญมันติดตามเจ้าพรหมมา พี่ถึงรู้ว่าเวียงสรวงคิดไม่ซื่อต่อสุวรรณโคมคำ แลยามนี้พี่เองก็สั่งให้ไอ้หาญมันไปทำศึกต่อเวียงทุ่งหลวงเป็นการไถ่โทษ หากมันมีชัยชีวิตมันก็รอด แต่หากมันแพ้…”
เจ้านางซอมพอที่นั่งดูบาดแผลอยู่ด้านหลัง ยกมือขึ้นทุบหลังด้านขวาที่ไม่มีบาดแผลของขุนหลวงอินทร์ถวายด้วยความโกรธ
“โอ๊ย! เจ้าซอมพอ เจ้าทุบตีพี่ทำไม พี่เจ็บอยู่นะเจ้า…”
“นั่นมันน้องข้า! เหตุใดพระองค์ถึงทำเช่นนี้เล่า…พระองค์ก็รู้ ว่าน้องข้าอ่อนด้อยไร้สามารถ ทำเช่นนี้เท่ากับส่งมันไปตาย”
อ่านฟรีจนจบ 143 ตอน ปิดจบติดเหรียญถาวร
แบบอีบุ๊ค 3 เล่มจบ :
เล่ม 1. https://shorturl.asia/e8Lbh
เล่ม 2 https://shorturl.asia/BxnNW
เล่ม 3. https://shorturl.asia/hCcXH