
ตอนที่44 "ฮึ!? "
ทำให้ทุกคนต่างตะลึงหนักยิ่งกว่าเก่าครั้งแรกยังใช้ฮอสจอมทัพบีบจนองค์ชายเก้าพ่ายแพ้ แต่ครั้งนี้กับใช้เบี้ยทหารล่อหลอกให้องค์ชายเก้ากินสองตัวแล้วตลบหลังกิน สามทอด จบเกมส์กวาดทั้งกระดาน
จอมกษัตริย์ตะลึงงันกับวิธีการเล่นขององค์ชายสิบสี่ เขาช่างฉลาดเฉียบแหลมเหมือนกับเห็นชัยชนะอยู่ในฝ่ามือ มันเป็นการวางแผนที่ผิดพลาดขององค์จอมกษัตริย์และพระนางฮองเฮาฝ่ายซ้ายอย่างชัดเจน ยื่นของวิเศษให้กับลูกชังไปอย่างน่าเสียดาย
"องค์ชายสิบสี่เมื่อเจ้าชนะแล้วจงเลือกอาวุธวิเศษไปหนึ่งอย่าง เจ้าจะรับอาวุธดาบอสูรของท่านปู่ใหญ่ไป หรือจะเข้าไปในหอคลังศาสตราวุธของบรรพบุรุษ..."
เสียงจอมกษัตริย์พูดตัดสินขึ้นอย่างแผ่วเบา เขารู้สึกเสียดายอาวุธที่ท่านปู่มอบให้มันเป็นอาวุธดาบอสูรวิเศษที่สามารถปลุกวิญญาณขึ้นมาช่วยรบทำให้พระองค์รับชัยชนะมานับครั้งไม่ถ้วน
วันนี้ตั้งใจจะมอบให้องค์ชายเก้าไว้เป็นเครื่องป้องกันตัว เพราะเขาบาดเจ็บจากการต่อสู้มา องค์กษัตริย์ต้องการใช้อาวุธชิ้นนี้รักษาความปลอดภัยให้ลูกรักมากที่สุด แต่แผนการกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า ต้องส่งมอบอาวุธวิเศษให้กับกริชเพชร ชายหนุ่มขมวดคิ้วคิดในใจส่งกระแสจิตไปคุยกับหนิงหนิง
'หนิงหนิงเจ้าว่าเราจะเลือกเข้าไปในหอคลังอาวุธประจำตระกูลกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดดีหรือจะรับดาบอสูรเทพนั้น....'
ชายหนุ่มรีบถามหญิงสาวผู้ที่เขาไว้ใจมากที่สุด
'ข้าไม่รู้หรอกนายน้อย แต่ที่ข้าสังเกตดูแล้วอาวุธเทพ ดาบอสูรนั้นคงจะมีความเก่าแก่น้อยกว่าเกล็ดอาวุธอสูรเทพของนายน้อยที่ครอบครองข้ารู้สึกว่ามันเป็นสัตว์ใหญ่ขนาดยักษ์มากๆ แม้แต่คลื่นเสียงของมันยังทำลายล้างคาเคนระดับเจ็ดระดับแปดได้สบายและสามารถใช้ต่อสู้กับภูตหนอนเทพอสูรระดับห้าได้
ข้าเชื่อว่ามันมีพลังอำนาจมหาศาลกว่าอาวุธดาบอสูรนี้ ข้าว่ามันยังมีคุณค่าด้อยกว่าเยอะ นายน้อยเราเลือกเข้าไปในหอไม่ดีกว่าหรือ อาจจะมีอะไรที่ท่านชอบสักอย่างก็ได้ แม้ว่ามันไม่เทียบเท่ากับเกล็ดอาวุธของนายน้อย แต่มันก็เป็นอะไรที่น่าสนใจกว่าไม่ใช่รึ....'
เสียงหญิงสาวบอกชายหนุ่มนางช่างมีความคิดที่เฉียบแหลมจริงๆ
'ดีมากหนิงหนิงข้าก็คิดเช่นนั้นเหมือนกันเราเข้าไปช้อปปิ้ง ในคลังของจอมกษัตริย์อสูรวารีกันดีกว่า...'
กริชเพชรเห็นตรงกันกับความคิดของนาง
"ฝ่าพระบาทกระหม่อมอยากเข้าไปในคลังเก็บอาวุธของบรรพบุรุษอสูรวารีน้ำจืดดีกว่า ดาบนี้กระหม่อมไม่ขอรับดูเหมือนว่ามันจะไม่เหมาะกับกระหม่อมพระเจ้าค่ะ...."
เสียงของกริชเพชรพยายามหาคำพูดที่อ่อนน้อมที่สุด ไม่ให้องค์มหากษัตริย์ขัดเคืองใจด้วยรู้สึกสีหน้าของพระบิดา ไม่ค่อยดีสักเท่าไหร่เหมือนเขาจะเสียดายอาวุธที่จะประทานให้กับตน
"อ้ารร!!? ..มันเป็นไปได้อย่างไง..องค์ชายไม่รับอาวุธเทพ...."ทุกคนต่างร้องฮือรู้สึกแปลกใจกับสิ่งที่ชายหนุ่มตัดสินใจพระมารดาหันมามองหน้าลูกชายอย่างนึกไม่ถึง ท่านตาของเขาก็เช่นเดียวกันไม่รู้ว่าหลานชายของตนเองโลภมากเกินไปหรือไม่
ในคลังอาวุธบรรพบุรุษของอสูรวารีน้ำจืดแม้ว่ามีของวิเศษมากมาย แต่ถ้าเทียบกับอาวุธดาบอสูรของจอมจักรพรรดิวารี ที่มอบให้กับหลานชาย
มันช่างต่างกันยิ่งกว่าฟ้าและดินเขาจะเข้าไปทำไม? ทุกคนต่างคิดไม่ถึงจริงๆ หรือเขาคาดคิดว่าด้านใน จะมีของวิเศษมากกว่าอาวุธดาบอสูรที่อยู่ในมือจอมกษัตริย์ตอนนี้
"พระสวามีเพคะในฐานะข้าเป็นมารดาของเขา ขอข้าปรึกษากับองค์ชายสิบสี่สักนิดหนึ่งได้ไหมเพคะ..."
เสียงของฮองเฮาฝ่ายขวาลุกขึ้นถวายบังคม กล่าวอย่างแผ่วเบา
"ไม่ได้เขาตัดสินใจไปแล้วข้ายึดเอาคำนี้แหละ พวกเจ้าอย่ามามากเรื่องกลับไปนั่งที่ของเจ้า...."เสียงจอมกษัตริย์ดังขึ้นอย่างหัวเสีย
เขาดีใจที่องค์ชายสิบสี่แสนจะโง่งม ไม่เห็นคุณค่าอาวุธวิเศษที่อยู่ในมือของเขา เลือกเข้าไปในคลังอาวุธบรรพบุรุษแทน ที่นั่นมีของวิเศษมากมาย แต่ถ้าเทียบกับอาวุธดาบอสูรนี้แล้ว แทบจะหยิบฉวยอะไรที่ยอดเยี่ยมออกมาไม่ได้เลย
เขาเคยเข้าไปแล้วแม้เสด็จพ่อของพระองค์จะเคยบอกไว้ว่าในนั้น มีของบรรพบุรุษอสูรวารีที่เก็บไว้สมัยก่อนปู่ทวดที่ทำสงครามเรียกว่าวิญญาณอาวุธศิลาอสูร ที่ตกทอดกันมาเป็นหินสีขาวก้อนมหึมา แต่ไม่มีใครเคยตัดหรือเอามันออกมาได้ มันไม่เคยขยับเขยื้อนไม่เคยให้อะไรกับลูกหลาน ตกทอดกันมาเลยนับเป็นหลายพันปี
ลูกหลานขององค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดได้แต่เหม่อมองดูมันเท่านั้น และในคลังอาวุธก็มีเพียงอาวุธเทพที่ต่ำค่ากว่า อาวุธดาบอสูรเล่มที่อยู่ในมือเขา
"ถ้าเจ้าไม่เอาแล้วข้าก็จะมอบดาบเล่มนี้ให้องค์ชายเก้าไปครอบครอง พร้อมกับไม้เท้าชะตาอสูรถือว่าเป็นการขออภัย จากเจ้าที่พลั้งมือทำให้พี่ชายบาดเจ็บ..."
จอมกษัตริย์พูดขึ้นหน้าตาเฉยเขาหาเรื่องยกของให้ลูกรักจนได้
ฮองเฮาฝ่ายซ้ายยิ้มแก้มแทบฉีกที่เห็นสามีลำเอียงเข้าข้างนางอย่างจะๆ ชนิดว่าองค์ฮองเฮาฝ่ายขวาหน้าซีดขาวปากสั่นระริกน้ำคลอเต็มดวงตา ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้ง
ที่นางได้รับความลำเอียงจากสามีแม้ว่าลูกชายของนางจะเก่งกาจทั้งบุ๋นและบู๊ แต่กลับไม่ได้รับความสนใจ นางเข้าใจ ณ.บัดนี้แล้วว่าแม้นางจะมีบุตรอีกร้อยคน พันคนนางก็ไม่สามารถเอาชนะใจสามีของนางได้
หญิงสาวปลงอนิจจังก้มหน้าลงต่ำตั้งแต่นี้ไป นางคงจะเลิกเผยอตัวขึ้นเทียบชั้นกับเมียสุดที่รักของพระสวามีอีก สิ่งเดียวที่นางต้องการตอนนี้คือนำบุตรชายของนางถวายต่อเสด็จปู่ใหญ่
ให้เขาได้รับใช้และเรียนรู้กับจอมกษัตริย์อสูรวารีผู้เกรียงไกรดีกว่า จะดึงตัวเขาไว้ให้เป็นก้างขวางคอขวางหูขวางตาเสด็จพ่อของเขา ที่แสดงความลำเอียงออกมาจนเห็นได้ชัด พระนางจิงจงหมดความหวังกับพระสวามีที่ใจดำ ไม่มีความรักให้แก่พระนางและบุตรชาย
"เอาอย่างนี้เพื่อเป็นการแสดงน้ำใจแก่พระพี่นางองค์ฮองเฮาฝ่ายขวา ข้าก็มีจิตใจดีงามอยากจะเปิดโอกาสคืนอำนาจการปกครองฝ่ายในให้พระองค์ได้ดูแลครึ่งหนึ่ง แต่มีข้อแม้ว่าองค์ชายสิบสี่ต้องเอาชนะข้าในหมากแปดทิศให้ได้หนึ่งกระดาน
ในฐานะที่ข้าเป็นผู้ใหญ่กว่าจะต่อให้เขา ถ้าเขาสามารถชนะข้าหนึ่งในห้าตราได้ ข้าจะมอบอำนาจคืนให้กับพระมารดาขององค์ชายสิบสี่ดีไหมฝ่าพระบาท...."
พระนางเจ้าลีหงษ์ เอ่ยกล่าวกับจอมกษัตริย์ หัวใจหญิงสาวยังไม่ยอมพ่ายแพ้ ในสติปัญญาขององค์ชายสิบสี่
นางไม่เชื่อหรอกว่าเขาเพิ่งเกิดมาจะสามารถเอาชนะ เกมส์หมากแปดทิศกับนางได้นางจึงต่อให้เขาชนะหนึ่งในห้า โดยเอาราชอำนาจในการปกครองฝ่ายในครึ่งหนึ่งมาล่อหลอก หยิบยื่นข้อเสนอครั้งนี้ให้กับสองแม่ลูกเพื่อข่มองค์ชายสิบสี่
"เสด็จแม่ทำไม? ท่านต้องลดพระกายลงไปเล่นเกมส์กับองค์ชายสิบสี่เล่า ถ้าเสด็จแม่ไว้วางใจหม่อมฉันละก็ หม่อมฉันจะเล่นสนุกกับน้องชายต่างมารดาผู้นี้ ตามกติกาเดิมที่เสด็จแม่เสนอไว้ วางใจหม่อมฉันไหมเพคะ..." เสียงองค์หญิงที่นั่งอยู่หลังสุด นางเป็นองค์หญิงใหญ่ที่เป็นที่รักของจอมกษัตริย์และพระมารดา
ที่สำคัญนางได้รับการถ่ายทอดหมากแปดทิศจากท่านตามหาอำมาตย์มาโดยตรง ดังนั้นจึงมีความมั่นใจเก้าถึงสิบส่วน ว่าสามารถเอาชนะองค์ชายสิบสี่ได้อย่างสบาย และนางจะหยิบยื่นความอับอายขายหน้าให้กับเด็กผู้นี้อย่างแสนสาหัส นางตั้งใจว่าจะชนะเขาให้ได้ทีเดียวห้าตรารวด
ทุกคนต่างร้องฮือเพราะรู้เกียรติศักดิ์การวางแผนหมากแปดทิศ ของสองแม่ลูกว่าทั้งสองพระนางนี้มีความล้ำเลิศที่สุดในแผ่นดิน
"ฮ่าๆ ..สนุกดีข้าชอบ..ลูกหญิงของข้า เจ้าต้องการเล่นกับน้องชาย บิดาก็ไม่ว่าอะไรเปิดการแข่งขันเลยตามกติกาเดิมและของรางวัลคือราชอำนาจครึ่งหนึ่งในราชวัง ถ้าเจ้าแพ้เจ้าไม่สามารถเข้าไปใน คลังเก็บอาวุธของบรรพบุรุษอสูรวารีน้ำจืดได้ตกลงตามนี้...."
เสียงจอมกษัตริย์ดังสนั่นขึ้นหน้าตาขององค์ฮองเฮาฝ่ายขวา และผู้ตรวจการแผ่นดินหน้าถอดสีลงทันที เพราะมันเท่ากับตัดสิทธิ์หลานชายของเขาแบบไม่มีเยื่อใยเลย ช่างร้ายกาจและอำมหิตใจดำกับบุตรฝ่ายขวายิ่งนัก
"เสด็จพี่หม่อมฉันไม่เคยกล่าวอะไรให้ระคายเคือง แต่เรื่องนี้หม่อมฉันคิดว่าเสด็จพี่จะลำเอียงจนออกหน้าเกินไปหรือไม่...."เสียงของพระนางฝ่ายขวาลุกขึ้นกล่าวด้วยความเคียดแค้นอย่างไม่กลัวตาย หรือลบหลู่พระเกียรติองค์กษัตริย์อสูรวารีน้ำจืด
จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดหาได้โกรธเคืองไม่ เขาหัวเราะร่วนในลำคอเหมือนคนที่โกงคนอื่นหน้าตาใสๆ และสะใจที่ได้กระทำสำหรับผู้ที่ไม่มีหนทางสู้
"ฮ่าๆ ๆ ..น้องหญิงเจ้าก็พูดเกินไป..ลูกชายของเจ้าเก่งกาจสามารถจะตาย เจ้าก็เห็นอยู่เต็มตาทำไม? เจ้าถึงได้ดูถูกหน่อเนื้อเชื้อกษัตริย์ของข้า องค์ชายสิบสี่อย่างนี้ เท่ากับเจ้าดูถูกตัวเองผู้เป็นมารดาเจ้าว่าจริงหรือไม่...."
จอมกษัตริย์อสูรวารีน้ำจืดหัวเราะยกยิ้มเขาไม่ต้องการมอบอะไรให้กับลูกขององค์ฮองเฮาฝ่ายขวา ดังนั้นจึงกล่าวอย่างอารมณ์ดีหาได้โกรธเคืองนางไม่ ที่ลุกขึ้นต่อว่าพระองค์ต่อหน้าเสนาอำมาตย์
เพราะความรู้สึกนี้ของพระองค์ที่เคยอึดอัดใจจากท่านปู่ใหญ่ จอมจักรพรรดิอสูรวารีได้บีบบังคับให้แต่งกับพระนางเมื่อปีนั้น จนทำให้พระองค์เสียใจอย่างสุดซึ้ง ต้องถวายตำแหน่งสูงส่งให้กับพระนางฝ่ายขวาไป ไม่ได้แต่งงานครั้งยิ่งใหญ่กับหญิงคนรักจนสร้างความเสียใจให้กับคนทั้งสอง เกิดเป็นรักสามเส้าที่ขื่นขมจนถึงทุกวันนี้
"ท่านพี่ท่านช่างใจอำมหิตยิ่งนัก..."
เสียงพระนางเจ้าจิงจงเค้นคำพูดออกมาอย่างเหลืออด ใจของนางเหมือนมีเลือดไหลออกซิบๆ ด้วยความเจ็บปวดเหมือนดั่งพระสวามีใช้มีดคมกรีดลงบนหัวใจ จนเลือดไหลออกท่วม
มหาอำมาตย์เดินออกมาประกาศกติกาและกฎระเบียบ พร้อมกับให้รางวัลเสริมเข้าไปอีก เหมือนกับทับถมฝ่ายผู้ตรวจการอย่างสะใจ เขามั่นใจในตัวหลานสาวคนนี้ที่อำมาตย์เฒ่าฝึกฝนศาสตราการวางหมากแปดทิศมาด้วยตนเอง
กริชเพชรก็สัมผัสถึงเรื่องราวเหล่านี้ได้เขารู้สึกเจ็บแค้นแทนมารดาขึ้นมาอย่างสุดที่จะทน ตั้งใจชนะองค์หญิงที่อยู่ตรงหน้าให้สาสม ชายหนุ่มใช้หมากเจดีย์ทะลุฟ้าที่เขาได้ร่ำเรียนมาจากหัวหน้าวินมอเตอร์ไซค์เดินเบี้ยเป็นรูปสามเหลี่ยม ตรงกลางมีลักษณะแปลกตา จนทุกคนมองด้วยความตกตะลึง แม้เขาจะเป็นฝ่ายเดินหมากตามหลังหญิงสาวก็ตาม
องค์หญิงขมวดคิ้วมองดูแนวทางการเดินหมากของกริชเพชร นางรู้สึกว่ามันคลุมเครือยังไงบอกไม่ถูก ระยะเวลาที่นางได้เรียนรู้การเดินหมากมาตลอดชีวิต นางยังไม่เคยเห็นใครเดินหมากในลักษณะนี้มาก่อน
มันเหมือนจริงๆ เท็จๆ เหมือนอ่อนและก็เหมือนแข็งอยู่ในตัว คล้ายว่านางจะเดินผิดพลาดเพียงตาเดียว สามารถพ่ายแพ้ทั้งกระดาน หญิงสาวเงยหน้ามองกริชเพชรแบบพิจารณาอีกครั้ง
"ฮึ!? "
.........................................................................................................................