เส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God)

    ตอนที่ 143 ถูกจับ 1

        ผู้คนที่มาร่วมงานแต่งงาน เมื่อมองฉากนองเลือดต่างส่ายหัวและถอนหายใจครอบครัวใหญ่ถูกทำลายลงอย่างง่ายดายด้วยคน ๆ เดียวตระกูลหลู่นั้นถูกลบออกอย่างสมบูรณ์จากอาณาจักร อุตสาหกรรมของครอบครัวหลู่ในเมืองนั้นไม่สามารถอยู่ได้หากปราศจากผู้ช่วยชาญไม่นานก็คงต้องถูกกลืนไปกับตระกูลอื่นๆ


        สิ่งที่จางเฉินทำในวันนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกหายใจลำบากส่วนใหญ่มองจางเฉินว่าเด็กเกินไปและทำอะไรไม่คิดเด็กคนนี้จะไม่สามารถผสมปนเปในเมืองได้อีกต่อไป คงต้องหนีต่ายไปไกลเนื่องมีเรื่องผิดใจกับตระกูลเล้ง


       จางเฉินนั้นขอคำแนะนำจากโสมแดงเกี่ยวกับพื้นที่โกดังแล้วก็พุ่งไปปล้นทรัพย์สินทั้งหมดแล้วให้หงเอ๋อใช้เวทย์ไฟขนาดใหญ่เผาอาคารขนาดใหญ่ของตึกตระกูลหลู่แล้วเดินทางกลับชมชนแออัดกับถังชิ่วอิง


        “จางเฉินพวกเราต้องรีบหนีออกจากเมืองโดยเร็วที่สุด”ถังชิ่วอิงกล่าวขณะเดินทาง


        “ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเราค่อยหาทางแก้” จางเฉินที่ยืนอยู่บนหลังหงเอ๋อที่บินอย่างรวดเร็วนั้นมองหน้าถังชิ่วอิงแล้วตอบอย่างไม่แยแสเรื่องครั้งนี้มากนัก


         “ไม่ เรื่องนี้ใหญ่มากตระกูลเล้งนั้นเป็นตระกูลอันดับหนึ่ง เขาจะไม่ปล่อยพวกเราอย่างแน่นอน”


        ถังชิ่วอิงนั้นอยู่ในเมืองหลวงมาระยะหนึ่ง ทราบถึงกำลังสำคัญต่างๆในอาณาจักรนี้ที่สุด ตระกุลเล้งนั้นเป็นตระกูลยักใหญ่มีราชาปราญจำนวนไม่น้อย เขาคิดว่าจางเฉินจะไม่สามารถรับมือได้อย่างแน่นอน


         “ข้าคิดว่าถ้าพวกเขาจะไล่ล่าเรานั้นเป็นเรื่องง่ายเราไม่สามารถหนีได้อย่างแน่นอนแต่หลังจากเรื่องนี้พวกเขาจะต้องสืบเกี่ยวกับพวกเราก่อนที่จะทำอะไรเราเดี๋ยวเราค่อยแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากัน”


        จางเฉินนั้นคิดว่าจะมีความช่วยเหลือจากสมาคมปรุงยาและสมาคมช่างตีเหล็ก หนุนหลังเขา ตระกูลเล้งไม่น่าจะเคลื่อนไหวอย่างง่ายหลังจากที่กลับถึงบ้านในชุมชนแออัดจางเฉินก็นั่งพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆในเมืองกับทุกคน แล้วก็ปล่อยให้ทุกคนพักผ่อน เมื่อรู้โครงสร้างพื้นฐานต่างๆของกองกำลังในเมืองแล้ว จางเฉินก็กลับเข้าห้องตัวเองแล้วเขามิติเพื่อฝึกฝน


       ในตอนเช้าจางเฉินจัดให้ฉินเป่าเอ๋อ และคนอื่นๆ ซื้อบ้านที่อยู่รอบๆ ทั้งหมดการซื้อนั้นค่อนข้างง่ายเนื่องจากปัญหาการต่อสู้ที่ผ่านมาทำให้ผุ้คนต่างหวาดกลัวและพร้อมที่จะย้ายออกอยู่แล้วเมื่อได้รับเงินก็ออกจากพื้นที่กันอย่างรวดเร็ว


       จางเฉินจัดวางการก่อตัวอาเรย์ป้องกัน และอาเรย์สะท้อนกลับไว้รอบ ๆ บ้านมีเพียงคนที่มีป้ายหยกเท่านั้นที่จะเข้าสู่พื้นที่การก่อตัวได้เพื่อป้องกันการลอบโจมตี หรือถ้ามีการโจมตีจริงๆ ก็จะป้องกันได้ระดับหนึ่ง  สมบัติจากตระกูลหลี่นั้นมีจำนวนมากจางเฉินจึงค่อนข้างสบาย


         จางเฉินเปิดใช้งานการก่อตัวระดับเจ็ดที่แล้วเสร็จแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งใจเขากังวลมากในคืนที่ผ่านมา ว่าจะมีการโจมตีแต่สิ่งนั้นไม่เกิดขึ้น


        “โชคดีจริง ๆที่ตระกูลหลู่มีสมบัติจำนวนมาก”


       หลังจากเสร็จงานแล้วจางเฉินก็ให้คนเอาจดหมายไปส่งที่สมาคมปรุงยาและสมาคมช่างตีเหล็กแล้วสอนวิธีการควบคุมการก่อตัวต่าง ๆ ให้กับถังชิ่วอิงและฉินเป่าเอ๋อหลังจากนั้นก็เอาโอสถจำนวนมากที่เขาผลิตในช่วงเดินทางให้กับทั้งสองคนเพื่อแจกจ่าย


        “โอสถจำนวนมากขนาดนี้”


        ฉินเป่าเอ๋อนั้นอ้าปากค้างนางดูแลสมาคมปรุงยามานานไม่เคยเห็นโอสถระดับสูงจำนวนมากแบบนี้มาก่อนแต่ละอย่างนั้นถ้านำไปขายหรือนำไปประมูลจะได้รับเงินมากมายมหาศาลอย่างแน่นอนถ้าผู้ฝึกตนทั่วไปรู้คงเข้าแถวกันมารุมเพื่อแย่งมัน


        “คิดว่าแต่ละคนนั้นใช้โอสถช่วยก็น่าจะปรับปรุงการบ่มเพาะไปอีกขั้นระหว่างนี้พวกเจ้าต้องพยายามก้าวหน้ากันให้มาก”


       วันนี้ข่าวเกี่ยวกับการฆ่าล้างตระกูลหลู่กระจายไปทั้งเมือง เหมือนไฟลามทุ่งแพร่กระจายไปราวสายลมสู่เมืองต่างๆ อาณาจักร


        ตูมมม


        คฤหาสสุดหรูแห่งหนึ่งในเมืองชั้นในชายวัยกลางคนนามเล้งหยูเฟิ่ง ตบโต๊ะจนเละมีร่องรอยความรุนแรงทะลุไปถึงพื้นห้องแววตาแดงกล่ำด้วยความโกรธเป็นอย่างมาก


        “เจ้าว่ายังไงนะตระกูลหลู่ถูกทำลายล้าง เกิดอะไรขึ้น”


       เล้งหยู่เฟิ่งมองทุกคนในโถงประชุม แต่ละคนนั้นรู้สึกหนาวสั่นคล้ายจะเป็นฤดูหนาวด้วยเจตนาฆ่าที่รุนแรงของเล้นหยู่เฟ่ง


         “ท่านพ่อเรื่องราวเป็นเช่นนี้...” เล้งหยงพูดทุกอย่างที่เกิดเมื่อวานอย่างละเอียดเกี่ยวกับตระกูลหลู่  และจางเฉินที่โผล่เข้ามา


        “นักรบปราณ ฆ่าราชาปราณได้ นี่มันเรื่องบ้าอะไร?” เล้งหยูเฟิ่งขมวดคิ้วด้วยคิดไตร่ตรอง จ้องมองเล้งหยงด้วยความไม่เชื่อ  แต่เล้งหยงไม่ได้มีท่าทางว่าโกหกแต่อย่างใดและที่สำคัญเรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องโกหกด้วย


        “ข้าว่าน่าจะเพราะหลู่เฟยหงนั้นบาดเจ็บจากการฝืนเข้าสู่ระดับเซียนให้ได้ทำให้พลังปราณไม่มั่นคง นักรบปราณนั้นไม่ควรสามารถต่อสู้กับราชาปราณระดับสูงได้แม้จะมีวิธีฝึกลมปราณ เคล็ดวิชาระดับสูง  หรือจะเป็นอัจฉริยะขนาดไหน อย่างมากก็ควรจะสามารถต่อสู้ได้แค่นักรบปราณระดับต่ำเท่านั้น”


        “เอาละข้าว่าเรื่องนี้ตระกูลเล้งเราเงียบไปก่อนดีกว่าแล้วทำการสืบสวนเกี่ยวกับตัวตนของบุคคลนี้ให้รอบคอบ”


        “ท่านจะปล่อยเรื่องนี้ไว้เหรอ”เล้งหยงตะโกนเสียงดังเพราะมันไม่พอใจจางเฉินเป็นอย่างมาก มันไม่เคยถูกหักหน้ามาก่อนจางเฉินเป็นคนแรกมันจึงรู้สึกแค้นเป็นอย่างมาก


       “เราไม่เคลื่อนไหว แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปการต่อสู้ในเมืองชั้นในถือเป็นการละเมิดกฎของอาณาจักรต้าเหลียงพวกเจ้าไปที่หน่วยพิทักษ์เมืองทันที”


        “ท่านหมายถึงให้หน่วยพิทักษ์เมืองออกหน้า?” เล้งหยกเข้าใจแผนการทันที


        “ใช่แล้วด้วยหน่วยพิทักษ์เมืองเป็นผู้ดูแลถ้าหากพวกมันขัดขืนก็จะเกิดการต่อสู้ กองกำลังของเมืองก็จะออกมาซึ่งจะช่วยให้เราไม่ต้องออกแรงอะไรมาก แค่รอดูแล้วค่อยๆ สืบเพื่อไม่ให้เราโผล่เข้าไปเล่นกับไฟ หากมีอะไรไม่คาดฝัน”


        “เอาละ พวกเจ้ารีบไปจัดการ”


        บ้านในสลัมนั้นทุกคนต่างช่วยกันซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัยบางส่วนเพื่อให้เหมาะกับการพักอาศัยมากยิ่งขึ้น ฉินเป่าเอ๋อนั้นวิ่งหาจางเฉินไปทั่วจนพบจางเฉินกำลังนั่งคุยอยู่กับถังชิ่วอิง


        “จางเฉินแย่แล้ว”


        จางเฉินเห็นฉินเป่าเอ๋อตะโกนมาแต่ไกล และมีลักษณะเหนื่อยหอบจึงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย


        “ตระกูลเล้งมาโจมตีเหรอ” จางเฉินลุกยืนขึ้นทันที


        “ไม่ใช่ตระกูลเล้งเป็นฝ่ายป้องกันเมือง พวกเขาบอกว่าเจ้าละเมิดกฎหมายของอาณาจักรอย่างโจ่งแจ้งและสังหารตระกูลหลู่ จึงมาจับกุม”


         “หน่วยพิทักษ์เมือง?”จางเฉินคิดอยู่พักหนึ่ง จึงพอสรุปได้ว่าเป็นการดำเนินการของตระกูลเล้งบางส่วนอย่างแน่นอนจางเฉินจึงเขียนจดหมายสองฉบับเพื่อให้ไปส่งให้กับสมาคมปรุงยาและสมาคมช่างตีเหล็กอีกครั้งแล้วส่งให้ฉินเป่าเอ๋อ หลังจากนั้นก็พุ่งตัวอย่างรวดเร็ว ไปที่หน้าบ้าน


         หน้าบ้านนั้นเต็มไปด้วยหน่วยพิทักษ์เมือง เพื่อรอจับกุมจางเฉินแต่ละคนนั้นสวมชุดเกราะเต็มตัว และถือดาบที่มีมันวาว ผู้คนที่ผ่านไปมาบนถนนต่างก็รู้สึกกลัวกันเป็นอย่างมาก


        เมื่อจางเฉินออกมาเข้าก็เดินเข้าหากลุ่มผู้พิทักษ์เมืองทันที


       “คนไหนชื่อจางเฉิน”


       “ข้าเอง”ผู้พิทักษ์เมืองเมื่อได้ยินจางเฉินตอบรับเช่นนั้นก็ล้อมรอบจางเฉินไว้ตรงกลางทันทีและจ้องมองกันและกัน


        “ไม่ต้องกังวลข้าไม่คิดอยากหนี เจ้าชื่ออะไร” จางเฉินหันหน้าเข้าหาหัวหน้าของผู้พิทักษ์เมืองอย่างไม่เกรงกลัว


        “ข้าอู่เหว่ย รองหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมือง เรามีหมายจับเนื่องจากเจ้าทำผิดกฎของอาณาจักร”หลังจากแจ้งชื่อแล้วอู๋เหว่ยก็ให้คนมัดจางเฉินทันทีแล้วนำตัวไปเรือนจำเพื่อรอการไต่สวน


        “พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ให้บอกฉินเป่าเอ๋อให้ส่งจดหมายทั้งสองฉบับโดยด่วนจะต้องส่งให้ถึงมือ” จางเฉินพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแล้วเดินตามหน่วยพิทักษ์เมือง

    คล้ายกับเรื่องเส้นทางเทพยุทธ์​ (Trail of God) ที่คุณอ่าน