ผู้คนที่มาร่วมงานแต่งงาน เมื่อมองฉากนองเลือดต่างส่ายหัวและถอนหายใจครอบครัวใหญ่ถูกทำลายลงอย่างง่ายดายด้วยคน ๆ เดียวตระกูลหลู่นั้นถูกลบออกอย่างสมบูรณ์จากอาณาจักร อุตสาหกรรมของครอบครัวหลู่ในเมืองนั้นไม่สามารถอยู่ได้หากปราศจากผู้ช่วยชาญไม่นานก็คงต้องถูกกลืนไปกับตระกูลอื่นๆ
สิ่งที่จางเฉินทำในวันนี้ทำให้ผู้คนรู้สึกหายใจลำบากส่วนใหญ่มองจางเฉินว่าเด็กเกินไปและทำอะไรไม่คิดเด็กคนนี้จะไม่สามารถผสมปนเปในเมืองได้อีกต่อไป คงต้องหนีต่ายไปไกลเนื่องมีเรื่องผิดใจกับตระกูลเล้ง
จางเฉินนั้นขอคำแนะนำจากโสมแดงเกี่ยวกับพื้นที่โกดังแล้วก็พุ่งไปปล้นทรัพย์สินทั้งหมดแล้วให้หงเอ๋อใช้เวทย์ไฟขนาดใหญ่เผาอาคารขนาดใหญ่ของตึกตระกูลหลู่แล้วเดินทางกลับชมชนแออัดกับถังชิ่วอิง
“จางเฉินพวกเราต้องรีบหนีออกจากเมืองโดยเร็วที่สุด”ถังชิ่วอิงกล่าวขณะเดินทาง
“ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นเราค่อยหาทางแก้” จางเฉินที่ยืนอยู่บนหลังหงเอ๋อที่บินอย่างรวดเร็วนั้นมองหน้าถังชิ่วอิงแล้วตอบอย่างไม่แยแสเรื่องครั้งนี้มากนัก
“ไม่ เรื่องนี้ใหญ่มากตระกูลเล้งนั้นเป็นตระกูลอันดับหนึ่ง เขาจะไม่ปล่อยพวกเราอย่างแน่นอน”
ถังชิ่วอิงนั้นอยู่ในเมืองหลวงมาระยะหนึ่ง ทราบถึงกำลังสำคัญต่างๆในอาณาจักรนี้ที่สุด ตระกุลเล้งนั้นเป็นตระกูลยักใหญ่มีราชาปราญจำนวนไม่น้อย เขาคิดว่าจางเฉินจะไม่สามารถรับมือได้อย่างแน่นอน
“ข้าคิดว่าถ้าพวกเขาจะไล่ล่าเรานั้นเป็นเรื่องง่ายเราไม่สามารถหนีได้อย่างแน่นอนแต่หลังจากเรื่องนี้พวกเขาจะต้องสืบเกี่ยวกับพวกเราก่อนที่จะทำอะไรเราเดี๋ยวเราค่อยแก้ปัญหาเฉพาะหน้ากัน”
จางเฉินนั้นคิดว่าจะมีความช่วยเหลือจากสมาคมปรุงยาและสมาคมช่างตีเหล็ก หนุนหลังเขา ตระกูลเล้งไม่น่าจะเคลื่อนไหวอย่างง่ายหลังจากที่กลับถึงบ้านในชุมชนแออัดจางเฉินก็นั่งพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆในเมืองกับทุกคน แล้วก็ปล่อยให้ทุกคนพักผ่อน เมื่อรู้โครงสร้างพื้นฐานต่างๆของกองกำลังในเมืองแล้ว จางเฉินก็กลับเข้าห้องตัวเองแล้วเขามิติเพื่อฝึกฝน
ในตอนเช้าจางเฉินจัดให้ฉินเป่าเอ๋อ และคนอื่นๆ ซื้อบ้านที่อยู่รอบๆ ทั้งหมดการซื้อนั้นค่อนข้างง่ายเนื่องจากปัญหาการต่อสู้ที่ผ่านมาทำให้ผุ้คนต่างหวาดกลัวและพร้อมที่จะย้ายออกอยู่แล้วเมื่อได้รับเงินก็ออกจากพื้นที่กันอย่างรวดเร็ว
จางเฉินจัดวางการก่อตัวอาเรย์ป้องกัน และอาเรย์สะท้อนกลับไว้รอบ ๆ บ้านมีเพียงคนที่มีป้ายหยกเท่านั้นที่จะเข้าสู่พื้นที่การก่อตัวได้เพื่อป้องกันการลอบโจมตี หรือถ้ามีการโจมตีจริงๆ ก็จะป้องกันได้ระดับหนึ่ง สมบัติจากตระกูลหลี่นั้นมีจำนวนมากจางเฉินจึงค่อนข้างสบาย
จางเฉินเปิดใช้งานการก่อตัวระดับเจ็ดที่แล้วเสร็จแล้วถอนหายใจด้วยความโล่งใจเขากังวลมากในคืนที่ผ่านมา ว่าจะมีการโจมตีแต่สิ่งนั้นไม่เกิดขึ้น
“โชคดีจริง ๆที่ตระกูลหลู่มีสมบัติจำนวนมาก”
หลังจากเสร็จงานแล้วจางเฉินก็ให้คนเอาจดหมายไปส่งที่สมาคมปรุงยาและสมาคมช่างตีเหล็กแล้วสอนวิธีการควบคุมการก่อตัวต่าง ๆ ให้กับถังชิ่วอิงและฉินเป่าเอ๋อหลังจากนั้นก็เอาโอสถจำนวนมากที่เขาผลิตในช่วงเดินทางให้กับทั้งสองคนเพื่อแจกจ่าย
“โอสถจำนวนมากขนาดนี้”
ฉินเป่าเอ๋อนั้นอ้าปากค้างนางดูแลสมาคมปรุงยามานานไม่เคยเห็นโอสถระดับสูงจำนวนมากแบบนี้มาก่อนแต่ละอย่างนั้นถ้านำไปขายหรือนำไปประมูลจะได้รับเงินมากมายมหาศาลอย่างแน่นอนถ้าผู้ฝึกตนทั่วไปรู้คงเข้าแถวกันมารุมเพื่อแย่งมัน
“คิดว่าแต่ละคนนั้นใช้โอสถช่วยก็น่าจะปรับปรุงการบ่มเพาะไปอีกขั้นระหว่างนี้พวกเจ้าต้องพยายามก้าวหน้ากันให้มาก”
วันนี้ข่าวเกี่ยวกับการฆ่าล้างตระกูลหลู่กระจายไปทั้งเมือง เหมือนไฟลามทุ่งแพร่กระจายไปราวสายลมสู่เมืองต่างๆ อาณาจักร
ตูมมม
คฤหาสสุดหรูแห่งหนึ่งในเมืองชั้นในชายวัยกลางคนนามเล้งหยูเฟิ่ง ตบโต๊ะจนเละมีร่องรอยความรุนแรงทะลุไปถึงพื้นห้องแววตาแดงกล่ำด้วยความโกรธเป็นอย่างมาก
“เจ้าว่ายังไงนะตระกูลหลู่ถูกทำลายล้าง เกิดอะไรขึ้น”
เล้งหยู่เฟิ่งมองทุกคนในโถงประชุม แต่ละคนนั้นรู้สึกหนาวสั่นคล้ายจะเป็นฤดูหนาวด้วยเจตนาฆ่าที่รุนแรงของเล้นหยู่เฟ่ง
“ท่านพ่อเรื่องราวเป็นเช่นนี้...” เล้งหยงพูดทุกอย่างที่เกิดเมื่อวานอย่างละเอียดเกี่ยวกับตระกูลหลู่ และจางเฉินที่โผล่เข้ามา
“นักรบปราณ ฆ่าราชาปราณได้ นี่มันเรื่องบ้าอะไร?” เล้งหยูเฟิ่งขมวดคิ้วด้วยคิดไตร่ตรอง จ้องมองเล้งหยงด้วยความไม่เชื่อ แต่เล้งหยงไม่ได้มีท่าทางว่าโกหกแต่อย่างใดและที่สำคัญเรื่องแบบนี้ไม่จำเป็นต้องโกหกด้วย
“ข้าว่าน่าจะเพราะหลู่เฟยหงนั้นบาดเจ็บจากการฝืนเข้าสู่ระดับเซียนให้ได้ทำให้พลังปราณไม่มั่นคง นักรบปราณนั้นไม่ควรสามารถต่อสู้กับราชาปราณระดับสูงได้แม้จะมีวิธีฝึกลมปราณ เคล็ดวิชาระดับสูง หรือจะเป็นอัจฉริยะขนาดไหน อย่างมากก็ควรจะสามารถต่อสู้ได้แค่นักรบปราณระดับต่ำเท่านั้น”
“เอาละข้าว่าเรื่องนี้ตระกูลเล้งเราเงียบไปก่อนดีกว่าแล้วทำการสืบสวนเกี่ยวกับตัวตนของบุคคลนี้ให้รอบคอบ”
“ท่านจะปล่อยเรื่องนี้ไว้เหรอ”เล้งหยงตะโกนเสียงดังเพราะมันไม่พอใจจางเฉินเป็นอย่างมาก มันไม่เคยถูกหักหน้ามาก่อนจางเฉินเป็นคนแรกมันจึงรู้สึกแค้นเป็นอย่างมาก
“เราไม่เคลื่อนไหว แต่ไม่ได้แปลว่าเราจะปล่อยเรื่องนี้ให้ผ่านไปการต่อสู้ในเมืองชั้นในถือเป็นการละเมิดกฎของอาณาจักรต้าเหลียงพวกเจ้าไปที่หน่วยพิทักษ์เมืองทันที”
“ท่านหมายถึงให้หน่วยพิทักษ์เมืองออกหน้า?” เล้งหยกเข้าใจแผนการทันที
“ใช่แล้วด้วยหน่วยพิทักษ์เมืองเป็นผู้ดูแลถ้าหากพวกมันขัดขืนก็จะเกิดการต่อสู้ กองกำลังของเมืองก็จะออกมาซึ่งจะช่วยให้เราไม่ต้องออกแรงอะไรมาก แค่รอดูแล้วค่อยๆ สืบเพื่อไม่ให้เราโผล่เข้าไปเล่นกับไฟ หากมีอะไรไม่คาดฝัน”
“เอาละ พวกเจ้ารีบไปจัดการ”
บ้านในสลัมนั้นทุกคนต่างช่วยกันซ่อมแซมและปรับปรุงที่อยู่อาศัยบางส่วนเพื่อให้เหมาะกับการพักอาศัยมากยิ่งขึ้น ฉินเป่าเอ๋อนั้นวิ่งหาจางเฉินไปทั่วจนพบจางเฉินกำลังนั่งคุยอยู่กับถังชิ่วอิง
“จางเฉินแย่แล้ว”
จางเฉินเห็นฉินเป่าเอ๋อตะโกนมาแต่ไกล และมีลักษณะเหนื่อยหอบจึงขมวดคิ้วด้วยความสงสัย
“ตระกูลเล้งมาโจมตีเหรอ” จางเฉินลุกยืนขึ้นทันที
“ไม่ใช่ตระกูลเล้งเป็นฝ่ายป้องกันเมือง พวกเขาบอกว่าเจ้าละเมิดกฎหมายของอาณาจักรอย่างโจ่งแจ้งและสังหารตระกูลหลู่ จึงมาจับกุม”
“หน่วยพิทักษ์เมือง?”จางเฉินคิดอยู่พักหนึ่ง จึงพอสรุปได้ว่าเป็นการดำเนินการของตระกูลเล้งบางส่วนอย่างแน่นอนจางเฉินจึงเขียนจดหมายสองฉบับเพื่อให้ไปส่งให้กับสมาคมปรุงยาและสมาคมช่างตีเหล็กอีกครั้งแล้วส่งให้ฉินเป่าเอ๋อ หลังจากนั้นก็พุ่งตัวอย่างรวดเร็ว ไปที่หน้าบ้าน
หน้าบ้านนั้นเต็มไปด้วยหน่วยพิทักษ์เมือง เพื่อรอจับกุมจางเฉินแต่ละคนนั้นสวมชุดเกราะเต็มตัว และถือดาบที่มีมันวาว ผู้คนที่ผ่านไปมาบนถนนต่างก็รู้สึกกลัวกันเป็นอย่างมาก
เมื่อจางเฉินออกมาเข้าก็เดินเข้าหากลุ่มผู้พิทักษ์เมืองทันที
“คนไหนชื่อจางเฉิน”
“ข้าเอง”ผู้พิทักษ์เมืองเมื่อได้ยินจางเฉินตอบรับเช่นนั้นก็ล้อมรอบจางเฉินไว้ตรงกลางทันทีและจ้องมองกันและกัน
“ไม่ต้องกังวลข้าไม่คิดอยากหนี เจ้าชื่ออะไร” จางเฉินหันหน้าเข้าหาหัวหน้าของผู้พิทักษ์เมืองอย่างไม่เกรงกลัว
“ข้าอู่เหว่ย รองหัวหน้าหน่วยพิทักษ์เมือง เรามีหมายจับเนื่องจากเจ้าทำผิดกฎของอาณาจักร”หลังจากแจ้งชื่อแล้วอู๋เหว่ยก็ให้คนมัดจางเฉินทันทีแล้วนำตัวไปเรือนจำเพื่อรอการไต่สวน
“พวกเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ให้บอกฉินเป่าเอ๋อให้ส่งจดหมายทั้งสองฉบับโดยด่วนจะต้องส่งให้ถึงมือ” จางเฉินพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแล้วเดินตามหน่วยพิทักษ์เมือง