บทที่ 35
เรื่องสำคัญ
หน้ากองไฟยามวิกาลกองไฟสว่างไสวขึ้นท่ามกลางค่ายที่มีผู้คนมากมายกำลังรายล้อม
ผู้คนภายในค่ายมารวมตัวกันอยู่บริเวณด้านหน้ากองเพลิงพวกเขากำลังรอฟังข่าวสำคัญที่คนที่เรียกรวมประชุมในคำสั่งนี้อย่างมาร์คกำลังจะแจ้ง
มาร์คที่เป็นคนที่เรียกรวมประชุมในครั้งนี้ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าดวงตาทั้งสองข้างของเขาเต็มไปด้วยความจริงจังก่อนที่จะพูดออกมา “ตัวของฉันมีเรื่องสำคัญจะแจ้งฉันจะเริ่มพูดเรื่องสำคัญแล้ว… ”
ผู้คนที่อยู่บริเวณรอบๆดวงตาทั้งสองข้างกำลังเต็มไปด้วยความจริงจังพวกเขาจ้องมองเรื่องที่จะถูกพูดออกมาในอีกไม่ช้า
เดย์เองหนึ่งในคนที่มารวมตัวกันบริเวณนี้ดวงตาทั้งสองข้างของเขากำลังจ้องมองอยู่บริเวณด้านหน้ามองเรื่องที่จะถูกพูดออกมา
มาร์คเริ่มทำการพูดเรื่องสำคัญอย่างรวดเร็ว “เรื่องที่ฉันจะพูดคือตอนนี้ทีมสำรวจของค่ายเราที่เดินทางไปยังทางทิศใต้ ”
“ กำลังมีการประสบปัญหาขนาดใหญ่ ”
“ พวกเขาหลุดเข้าไปภายในรังของมอนสเตอร์แล้วจำเป็นต้องการกำลังเสริม” มาร์คเริ่มพูดออกมาด้วยใบหน้าจริงจัง
“ เพราะแบบนั้นสิ่งที่ตัวของพวกเราต้องการก็คือต้องการจะให้คนที่มีความสามารถต่อสู้ภายในค่ายเดินทางไปด้วย ”
“ ทั้งคนที่มีสกิลสายต่อสู้และก็คนที่ไม่มีสกิลสายต่อสู้ต้องเดินทางไปทั้งหมดเพื่อช่วยพวกโทมัสออกมาจากสถานที่แห่งนั้น”
นี่คือจุดประสงค์และเรื่องสำคัญที่มันจะพูด
มาร์ครู้โดยการส่งจดหมายกลับมาภายในกลุ่มนั้นมีคนที่มีสกิลติดต่อสื่อสารโดยการส่งจดหมายผ่านกลับมาภายในค่ายได้
และพวกเขาเองก็ส่งจดหมายขอความช่วยเหลือกลับมาในตอนนี้จดหมายนั้นถูกส่งมาถึงมือของมาร์คมาร์คเลยจำเป็นต้องดำเนินการเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว
เดย์ที่กำลังนั่งอยู่บริเวณด้านหลังแล้วก็เอี้ยวหูฟังสิ่งที่เกิดขึ้นเขาพยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจ
ก่อนที่เดย์จะคิดภายในใจของตนเองอย่างจริงจัง “ เข้าใจแล้วในตอนแรกตัวของเราก็สงสัยว่าทำไมคุณคินถึงฟื้นตื่นขึ้นมาในตอนนี้ ”
“ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญการที่คุณคินฟื้นตื่นขึ้นมาในช่วงเวลานี้มันเป็นเพราะฝีมือของมาร์ค”
“ เพราะว่าตอนนี้ทางทีมสำรวจที่ไปสำรวจพื้นที่บริเวณด้านนอกได้รับอันตรายและกำลังต้องการกำลัง”
“ คนภายในค่ายตอนนี้ที่ถูกทิ้งเอาไว้คนที่มีทักษะการต่อสู้น่าจะมีอยู่สักประมาณห้าถึงหกคนนอกเหนือจากนั้นล้วนแล้วเป็นคนที่ไม่มีทักษะการต่อสู้ ”
“ แล้วถ้าจำเป็นจะต้องการกำลังเสริมจริงๆจำเป็นจะต้องทำให้คุณคินฟื้นขึ้นมา”
“ เกิดว่าไม่มีเรื่องนี้เกิดขึ้นสงสัยว่าพวกมันคงจะไม่ยอมปล่อยให้คุณคินฟื้นขึ้นมาอย่างแน่นอน”
เดย์ทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและเหตุการณ์ทุกอย่างที่อยู่มันก็เกิดขึ้นมาอย่างรวดเร็วได้ในทันที
ในตอนนี้เขาสามารถทำความเข้าใจได้แล้วว่าเหตุใดคุณคินถึงฟื้นตื่นขึ้นมาในตอนนี้ทั้งที่ก่อนหน้านี้ก็หลับไปเป็นเวลานาน
“ เอาล่ะตัวของฉันจะขออาสาที่จะเดินทางไปกับพวกฉันมุ่งตรงไปช่วยเหลือทีมของโทมัส” มาร์คมาด้วยใบหน้าที่จริงจัง
ในขณะที่เมื่อได้ยินเกี่ยวกับคำขอร้องในครั้งนี้ทุกคนภายในค่ายต่างพากันแสดงใบหน้าลังเลแล้วก็หวาดกลัว
คนที่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้แน่นอนว่าพวกเขาย่อมเป็นแบบนี้อยู่แล้ว
พวกเขาทุกคนย่อมหวาดกลัวกับมอนสเตอร์ที่อยู่บริเวณด้านนอกพวกมันทั้งแข็งแกร่งและน่ากลัวพวกเขาที่ไม่มีความสามารถในการต่อสู้ไม่มีทางที่จะเอาชนะพวกมันได้อย่างแน่นอน
เดย์ยกมือของตนเอง
มาร์คมองไปที่เดย์ก่อนที่จะพยักหน้าตอบรับกลับไป
เขาไม่ถามเลยแม้แต่น้อยเป็นเพราะว่าเคยเห็นเดย์อยู่กับคิว
อีกอย่างในครั้งนี้มันเองก็ไม่ใช่ช่วงเวลาที่ตัวของมันจะเลือกด้วยอย่างน้อยถ้ามีตัวตายตัวแทนเดินทางไปกับมันสักคนหรือสองคนเพิ่มขึ้นก็ถือว่าดีมากขึ้น
หลังจากนั้นการเปิดรับสมาชิกที่จะเดินทางไปด้วยมันเองก็เปิดรับอยู่สักพักใหญ่
สุดท้ายแล้วหลังจากที่การเปิดรับนั้นจบลงมีคนที่เดินทางไปด้วยในครั้งนี้ประมาณสิบคน
โดยคนที่จะนำในการเดินทางก็คือคุณคินที่มีประสบการณ์ในการสำรวจพื้นที่บริเวณรอบๆมากที่สุด
กำหนดการออกเดินทางจะกำหนดเวลาอีกประมาณหนึ่งวันข้างหน้า
คุณคินที่ฟื้นตื่นขึ้นมาแต่ตอนนี้ก็สมบูรณ์พร้อมพักเพียงแค่หนึ่งวันก็น่าจะเพียงพอ
ใต้แสงไฟจากกองเพลิงเล็กๆบริเวณด้านหน้าที่พักเดย์เดย์กำลังนั่งอยู่บริเวณด้านหน้ากองเพลิง
เวนดี้เดินเข้ามาบริเวณด้านหลังก็พูดขึ้น “ในการเดินทางครั้งนี้นายมีเป้าหมายอะไรหรือเปล่า ”
เดย์ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากแล้วก็พูดอย่างรวดเร็ว “ มันก็เป็นการดีไม่ใช่หรอที่ในครั้งนี้จะเดินทางไป”
“ เบื่อหน่ายกับการล่าพวกหมาป่าที่อยู่บริเวณรอบๆอยู่พอดี”
…
หนึ่งวันถัดมา
ขบวนการเดินทางได้ถูกจัดขึ้นนำโดยคุณคินและก็มาร์คโดยสมาชิกที่เดินทางไปในครั้งนี้มีทั้งหมดประมาณสิบคน
พวกเขาออกเดินทางตั้งแต่ในช่วงตอนเช้ามุ่งตรงไปยังบริเวณทิศทางที่ทีมสำรวจนั้นเดินทางไป
เวนดี้เองก็เป็นหนึ่งคนที่เดินทางมาด้วยเธอเป็นคนที่วาดแผนที่ส่วนใหญ่ที่ผู้คนภายในค่ายกำลังใช้อยู่ในตอนนี้
เพราะแบบนั้นจำเป็นจะต้องมาเก็บข้อมูลทุกอย่างและก็เป็นคนนำทาง
พวกเขาเดินทางมาประมาณครึ่งวันหลังจากเดินทางมาครึ่งวันก็ได้หยุดพักตรงบริเวณแถบนี้ยังคงเป็นป่าใหญ่ที่พวกเขาไม่รู้ว่าเดินทางไปเมื่อไหร่กว่าจะหลุดออกจากปาก
นั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ทานอาหารที่เตรียมมาเตรียมจะเดินทางต่อในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า
เดย์ที่กำลังนั่งพักอยู่คุณคินเดินตรงเข้ามาโยนขวดน้ำให้หนึ่งขวด“ รับไป!! ”
เดย์รับมันเอาไว้และก็ยกยิ้มขึ้นที่มุมปากเขาถามคุณคินอย่างรวดเร็ว “ ร่างกายหายดีแล้วอย่างนั้นหรอครับ? ”
“ ดีขึ้นแล้วตอนนี้มองดูจากร่างกายก็น่าจะพร้อมในระดับหนึ่งถึงแม้ว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่ค่อนข้างติดขัดอยู่บ้างก็เถอะแต่ก็ไม่ใช่ปัญหา ”
“ ว่าแต่นายเถอะฉันเจ็บไปเพียงแค่ไม่กี่สิบวันตื่นขึ้นมาอีกทีนายก็แข็งแกร่งขนาดนี้แล้วอย่างนั้นเหรอ?” คินภามอย่างประหลาดใจ
หลังจากในตอนนั้นที่ได้รับบาดเจ็บจนหนึ่งในตอนนี้เดย์แข็งแกร่งขึ้นเป็นอย่างมากลาวกับว่าเป็นคนละคน
“ ผมแค่คุ้นชินกับโลกใบนี้เท่านั้นครับพอเริ่มคุ้นชินมากขึ้นและหลายๆอย่างก็ดูเปลี่ยนไปเป็นธรรมดา ”
คินยิ้ม “ เอาเถอะนั่งพักกันเดี๋ยวพวกเราจะเดินทางต่อแล้ว ”
หลังจากนั้นพวกเขาเองก็ได้เริ่มทำการเดินทางต่อ
จากที่คาดการณ์เอาไว้การเดินเท้าไปเรื่อยๆพวกเขาใช้เวลาประมาณหนึ่งวันเต็มๆก็จะสามารถเดินทางไปถึงเป้าหมายของตนเองได้
ทีมสำรวจในตอนนี้ได้เดินทางไปสำรวจที่ห่างไกลออกไปจากเป็นอย่างมากพวกเขาเดินทางสำรวจเข้าไปเรื่อยๆจนสุดท้ายก็ไปพบเข้ากับรังของมอสเตอร์หลุดเข้าไปภายในนั้นเเล้วก็ไม่สามารถออกมาได้
พวกเขาใช้เวลาในการเดินทางประมาณหนึ่งวันเต็ม
ในที่สุดก็สามารถเดินทางมาถึงจุดที่เป็นเป้าหมายของพวกเขาได้แล้ว
บริเวณนี้ยังอยู่ภายในเขตของป่าใหญ่ทั้งที่เดินทางมุ่งตรงผ่านมาเป็นระยะทางประมาณเกือบร้อยกิโลเมตรแต่ก็ยังไม่หลุดป่าแห่งนี้
ในตอนนี้พวกเขาไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าป่าแห่งนี้มีความยาวขนาดไหนกันแน่
ทีมช่วยเหลือได้เดินทางมาถึงบริเวณนี้แล้วดวงตาทั้งสองข้างของพวกเขากวาดไปมองบริเวณรอบๆ
เมื่อได้เดินทางมาถึงกลับพบเจอสิ่งที่มันแปลกประหลาด มันมีแต่เพียงแค่ความว่างเปล่าเท่านั้น
“ บริเวณนี้ไม่เห็นมีอะไรเลย ”หนึ่งในทีมที่เดินทางมาด้วยพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าสงสัย
มาร์คที่กำลังยืนอยู่บริเวณด้านหน้าขมวดคิ้วด้วยความจริงจังแล้วก็พูดขึ้น“ เวนดี้ไม่ผิดแน่นะ? ”
“ ไม่ผิดแน่นอนต้องบริเวณนี้เป็นบริเวณที่พวกนั้นบอกเอาไว้” เวนดี้พูดไปแล้วก็ดูแผนที่ภายในมือของตนเองไปด้วย
ตามสิ่งที่พวกนั้นส่งจดหมายกลับมาบอกว่าบริเวณนี้เป็นจุดที่พวกเขากำลังตกอยู่ในรังของมอนสเตอร์
ในขณะที่กำลังยืนคุยกันอยู่นั้นเองบางอย่างมันดังขึ้นมันเป็นเสียงการเคลื่อนไหวบางอย่างที่ทำให้พวกเขาต้องหันไป “ นี่มัน… ”
จบบท