ศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ)

    ตอนที่ 55 ถูกท้าทาย

            เวลาผ่านไปบรรยากาศแห่งการทดสอบสำนักก็จบแล้ว บนลานกว้างแต่ละคนเมื่อเห็นว่าจะได้เข้าไปฝึกฝนยังสำนักจิตวิญญาณแล้ว


            ทุกคนก็เริ่มที่จะตื่นเต้นกันอย่างมาก ถึงพวกเขาจะไม่ได้รับรางวัลอะไรแต่ตราบใดที่ได้เข้าสู่สำนักสิ่งอื่นๆมันก็จะตามมาเอง โดยปกติแล้วภายในสำนักจิตวิญญาณนั้นจะมีทั้งหมดสามระดับ อันได้แต่ศิษย์ระดับหนึ่ง ศิษย์ระดับสองและศิษย์หลักของสำนัก เรียกได้ว่าการแข่งขันภายในนั้นไม่ธรรมดาเลยเชียวละ


            "เอาล่ะ หลังจากนี้พวกเจ้าจะถือว่าเป็นศิษย์ระดับหนึ่งของสำนักจิตวิญญาณแล้ว ทุกคนที่ผ่านการทดสอบทั้งหมดยี่สิบสี่คนเบื้องหน้าของข้านี้จะได้รับแต้มคะแนนคนละห้าสิบแต้ม ภายในสำนักนั้นโดยปกติแล้วจะใช้แต้มคะแนนของสำนักเรียกได้ว่ามันคือค่าเงินภายในนั้นเอง แต้มคะแนนนี้ยิ่งมีมากก็ยิ่งสามารถเอาไปทำสิ่งต่างๆได้ ไม่ว่าจะเป็นทักษะวิชาบ่มเพาะหรือวิชาการต่อสู้ ทรัพยากรในการฝึกฝนพลังยุทธเรียกได้ว่าแต้มคะแนนคือทุกสิ่ง รับนี้ไป"


            เจ้าสำนักโหวโบกมือแจกจ่ายป้ายสำนักให้กับทุกคน มันคือแผ่นป้ายที่ถูกสร้างขึ้นมาจากผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณอย่างเช่นเดิมแต่มันไม่เหมือนกับอันก่อนหน้าที่สามารถผสานเข้ากับร่างได้


            ทุกคนที่พอจะรับรู้ถึงวิธีการแล้วก็เริ่มใช้คลื่นพลังยุทธของตนส่งเข้าไปอย่างรวดเร็วแต่ละคนเมื่อได้ตรวจสอบภายในแผ่นป้ายแล้วก็เห็นว่ามีถึงห้าสิบแต้มคะแนนที่ถูกบันทึกเอาไว้


            "การจะได้รับแต้มคะแนนของสำนักมันก็มีหลายวิธี โดยปกติแล้วการเพิ่มคะแนนโดยส่วนใหญ่จะทำได้ง่ายเป็นอย่างมาก มีภารกิจมากมายหรือช่วยงานพวกผู้อาวุโส หรือการประลองเดิมพันกันก็ทำได้ทั้งนั้นและคะแนนภายในแผ่นป้ายจะถูกเคลื่อนย้ายได้ง่ายๆโดยคนที่มีคลื่นพลังยุทธเพียงเท่านั้น ซึ่งนั้นก็คือจะเป็นใครก็ได้นั้นเอง"


            "และหลังจากนี้ถ้าใครเกิดทำแผ่นป้ายไม้หายก็จะถือว่าหมดสิทธิ์ที่จะทำทุกสิ่งและจะถูกไล่ออกจากสำนักจิตวิญญาณในทันที ให้ระวังถึงข้อนี้้ไว้ด้วย..!!"


            เมื่อชายชราประกาศออกมาแล้วก็ทำให้หลายคนต้องตื่นตระหนักกันยกใหญ่ พวกเขาตอนนี้แทบจะมองคนรอบข้างเป็นศัตรูกันแล้ว เรียกได้เลยว่าแผ่นป้ายคะแนนนี้พวกเขาจะต้องเก็บติดตัวไว้ไม่ให้ห่างและห้ามไม่ให้ใครจับโดยเด็ดขาด

    แต่คำประกาศนี้เหมือนจะไม่มีผลกับหลินตงและเซินฮ่าวเพราะว่าพวกเขาตอนนี้กำลังยกยิ้มกันอยู่ยังไงละ บอกได้เลยว่าหลังจากนี้ภายในสำนักคงจะมีเรื่องที่สนุกๆให้ทำอีกเพียบ


            ขณะนั้นชายหนุ่มตระกูลเซินก็ดูเหมือนจะครุ่นคิดอะไรขึ้นได้เขาจึงได้เอ่ยถามออกมา


            "ท่านเจ้าสำนัก ในเมื่อการทดสอบเสร็จสิ้นหมดแล้ว ถ้าท่านไม่ว่าอะไรละก็ ข้าอยากจะประลองกับหลินตงผู้ที่ได้อันดับหนึ่งและอยากจะเห็นฝีมือของเขา..!!"


            สิ้นคำพูดของชายหนุ่มแต่ละคนก็หันขวับมามองอย่างรวดเร็วไม่เว้นแม้แต่ผู้อาวุโสคนอื่นๆที่ยืนดูอยู่เงียบๆ แต่ละคนมองไปยังเซินฮ่าวอย่างประหลาดใจว่าทำไมเขาถึงต้องทำเช่นนี้


            โหวฉางคงเมื่อได้ฟังก็นิ่งเฉยเป็นอย่างมาก เซินฮ่าวในตอนนี้เหมือนกับว่าอยากจะรู้พลังของหลินตงที่เป็นผู้เหนือกว่าตนเอง สำหรับเขาแล้วมันก็ไม่แปลกแม้แต่ตัวของชายชราเองก็ยังอยากจะเห็นพลังต่อสู้ซึ่งๆหน้าของเขา


            ชายหนุ่มที่อยู่ด้านข้างถึงกับยักคิ้วชำเลืองมองอย่างสนใจ นายน้อยตระกูลเซินอยากจะท้าประลองกับเขาหรอเนี่ย


            ชายชราเมื่อครุ่นคิดขึ้นก็ถอนหายใจออกมา ชายหนุ่มคนนี้อาจจะมีฝีมือเพียงผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรเท่านั้น


            ขณะที่โหวฉางกำลังจะเอ่ยตอบปฏิเสธออกไปก็มีเสียงๆนึงดังแทรกเข้ามาก่อน


            "ได้สิ แต่ข้าจะไม่รับการประลองฟรีๆหรอกนะ ถ้าอยากจะเห็นพลังของข้าก็ต้องมีการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียม..!!"


            เป็นหลินตงนั้นเอง เขาตอนนี้หันมามองทางเซินฮ่าวอย่างไม่เกรงกลัวพร้อมกับประกาศเงื่อนไขที่เขาต้องได้รับ ภายในใจของเขาถึงกับคิดว่านายน้อยตระกูลเซินคนนี้มีสถานนะที่ร่ำรวย การจะประลองเฉยๆมันก็จะยังไงๆอยู่


            เซินฮ่าวเมื่อได้ฟังก็ถึงกับอึ้ง นัยน์ตามองไปยังชายหนุ่มเส้นผมสีเงินด้วยท่าทางที่ประหลาด ชายหนุ่มคนนี้ขั้นพลังน้อยกว่าเขาถึงหนึ่งขั้นแต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทีหวาดหวั่นเลยซักนิด แสดงว่าเขาต้องมั่นใจในตัวเองเป็นอย่างมากถึงกล้าที่จะรับคำท้าประลองของเขา


            ชายหนุ่มยกมือลูบคางพลางครุ่นคิดอยู่แวบนึงก็พยักหน้ารับออกมาในทันที


            "แน่นอน ในเมื่อข้าเป็นผู้ท้าประลองกับเจ้า ข้าก็จะไม่เอาเปรียบเจ้าอยู่แล้ว เม็ดยาจิตวิญญาณสามเม็ดที่ข้าได้รับมาเมื่อกี้นี้เป็นยังไงละ..!!"


            ชายหนุ่มพูดจบก็เอาขวดเม็็ดยาของตนออกมาจากแหวนมิติและโยนให้กับหลินตงอย่างไม่สนใจ


            เมื่อทุกคนได้เห็นว่าเขาถึงกับโยนให้อย่างสบายๆเช่นนี้ก็ตกตะลึงกันยกใหญ่ เม็ดยานั้นเหมือนกับว่าในสายตาของนายน้อยตระกูลเซินจะไม่มีค่าอะไรเลย สถานะนายน้อยของตระกูลเซินเพียงเม็ดยาแค่สามเม็ดสำหรับเขานั้นอาจจะไม่ได้สนใจมันเลยด้วยซ้ำ


            "ก็ไม่เลว..!!"


            หลินตงเก็บมันเข้าไปภายในแหวนมิติสีดำของตนอย่างยินดี นัยน์ตาถึงกับจ้องมองไปยังเซินฮ่าวเสมือนกับเป็นตัวทำเงินให้เขา การประลองที่ถูกท้าทายสำหรับเขานะหรอ มันไม่มีปัญหาอะไรเลย ต่อให้ตระกูลเซินจะมีจิตยุทธระดับสูงยังไงแต่ทว่าตัวของเซินฮ่าวก็มีพลังเหนือกว่าเขาแค่ขั้นเดียวเท่านั้น


            ชายหนุ่มไม่เชื่อว่าวิชามังกรเซียนกับสายเลือดมังกรอมตะของตนจะไม่สามารถต่อกรกับมันได้


            "ได้ ในเมื่อพวกเจ้าตกลงกันเองแล้วก็ไม่มีปัญหา การต่อสู้จะถูกจัดขึ้นที่ลานกว้างแห่งนี้และเวลานี้..!!"


            เจ้าสำนักโหวฉางคงพูดขึ้นอย่างเคร่งขรึม ส่วนผู้อาวุโสคนอื่นๆเมื่อเห็นว่าจะมีการประลองระหว่างอันดับหนึ่งและสองก็เริ่มที่จะสนใจกันอยู่หน่อยๆ แต่ละคนกระจายตัวออกเป็นวงกลมขนาดใหญ่เพื่อที่จะทำเหมือนเป็นคนควบคุมการประลอง พวกเขาตอนนี้ก็อยากจะสัมผัสพลังถึงศิษย์ใหม่เช่นเดียวกัน


            ศิษย์ทั้งยี่สิบสองคนที่อยู่วงนอกตอนนี้จ้องมองไปยังใจกลางของลานกว้างอย่างตื่นเต้น เซินฮ่าวสำหรับพวกเขาแล้วไม่ใช่ปัญหาอะไร พวกเขาพอจะรู้ถึงพลังและจิตยุทธของเขาแล้ว ส่วนหลินตงนี่สิ เขาทำยังไงถึงได้แปดร้อยคะแนนหลังจากนี้พวกเขาคงจะได้้เห็นมันเต็มๆแล้วละ


            ภายในลานประลองที่ถูกจัดขึ้น หลินตงกับเซินฮ่าวตอนนี้ยืนประจันหน้ากันด้วยระยะที่ไม่ถึงสิบเมตร ชายหนุ่มผมสีเงินทำหน้าตาที่ดูสบายๆเสมือนกับว่ามีท่าทางที่ไม่ค่อยจะสนใจ


            ส่วนเซินฮ่าวไม่เป็นเช่นนั้น ใบหน้าเขาดูกังวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัด พริบตาที่เขาจ้องมองไปยังนัยน์ตาสีแดงเพลิงนั้นตัวของเขาก็รู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่าเขากำลังถูกสัตว์อสูรที่ทรงพลังยิ่งกว่าสิ่งใดจ้องมองมายังไงยังงั้น


            "ขั้นพลังน้อยของเขาน้อยกว่าเราถึงหนึ่งขั้นไม่มีอะไรที่ต้องกลัว"


            เซินฮ่าวคิดจบก็ค่อยๆระงับอารมณ์ของตนลงพร้อมกับปลดปล่อยจิตยุทธของตนออกมา


            "ปลดปล่อยหอกวายุศักดิ์สิทธิ์..!!"


            ร่างกายของเขาเริ่มส่องสว่างขึ้นอยู่นิดๆ คลื่นพลังยุทธเริ่มควบแน่นกันจนก่อเกิดเป็นหอกสีเขียวมรกตขนาดหนึ่งเมตรครึ่ง มันปรากฏออกมาความว่างเปล่าที่เบื้องหน้าของเขา


            บนตัวหอกมีสััญลักษณ์ลวดลวยสีทองพาดไปมาอย่างไม่ธรรมดาและที่ปลายหอกเป็นสีเงินคมกริบราวกับว่าสามารถเจาะทะลุได้ทุกสิ่ง มันสะท้อนเข้ากับแสงสว่างจากท้องฟ้าจนทำให้ปลายหอกเปล่งประกายอย่างถึงขีดสุด


            เซินฮ่าวจับมันทั้งสองมือหมุนควงไปมาพร้อมกับตั้งท่าขึ้น คลื่นพลังยุทธสีเขียวเริ่มทะลักออกมาจากตัวหอกจนทำให้เกิดสายลมรอบๆตัว ชายหนุ่มตอนนี้เตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้ว


            เขาชี้หอกวายุของตนไปยังหลินตงราวกับว่ากำลังท้าทายหลินตง


            ภายในลานกว้างศิษย์หน้าใหม่ทุกคนที่เห็นจิตยุทธหอกศักดิ์สิทธิ์นี้ก็อุทานออกมาอย่างตกใจ นี้คือจิตยุทธระดับสูงรูปลักษณ์อาวุธของตระกูลเซินยังงั้นเหรอ ไม่ธรรมดาจริงๆ พวกเขาสัมผัสได้เลยว่ากลิ่นอายของมันแข็งแกร่งยิ่งกว่าสิ่งอื่นใด มันงดงามและดูทรงพลังมากยิ่งกว่าจิตยุทธของพวกเขาซะอีก


            ขณะเดียวกันชายชราเจ้าสำนักกับผู้อาวุโสคนอื่นๆเมื่อเห็นลักษณะของหอกวายุนี้ก็ตกใจอยู่หน่อยๆ


            "หอกวายุตระกูลเซิน จิตยุทธระดับภูติศักดิ์สิทธิ์..!? เป็นไปได้ยังไง!!"


            หอกสีเขียวมรกตอันนี้ไม่ใช่ขั้นจิตยุทธระดับสูงแต่ทว่ามันมีลวยลาดสีทองพาดเอาไว้ด้วย แสดงว่าจิตยุทธของเขาพัฒนาและกลายพันธุ์นั้นเอง โดยปกติมันก็มีโอกาสที่จะเลื่อนระดับขั้นแต่มันก็ยากเย็นเป็นอย่างมาก


            ระหว่างนั้นเจ้าสำนักโหวฉางคงก็จ้องมองไปยังเซินฮ่าวอย่างจริงจัง ไม่คิดว่านายน้อยคนสุดท้องของตระกูลเซินจะกำเนิดมาพร้อมกับจิตยุทธระดับนี้ ขณะเดียวกันเขาก็มองไปยังหลินตงที่อยู่ฝั่งตรงข้ามพร้อมกับบ่นพึมพำออกมา


            "คู่ต่อสู้คือผู้ครอบครองจิตวิญญาณยุทธระดับภูติศักดิ์สิทธิ์ ไหนดูสิ นอกจากที่เจ้าจะเป็นผู้ฝึกฝนสัตว์อสูรแล้ว ฝีมือการต่อสู้จะเป็นยังไงกันนะ"


    คล้ายกับเรื่องศาสตร์จักรพรรดิมังกรครองพิภพ (จบ) ที่คุณอ่าน