ซุปเปอร์คาร์ในสามก๊ก …กุบๆๆๆๆๆๆ-กูจะได้สาว ก็คราวนี้- ความรู้สึกของทั้งสองคงไม่ต่างกับการขับเฟอร์รารี่ (Ferrari) หรือ แลมบอร์กินี (Lamborghini) แม้เป็นการขับขี่ในช่วงสั้นๆ ก่อนไปต่อเรือ [เจ้าแดง] ที่ลกเอี๋ยง ..กลับทำให้ทั้งคู่ดูฟินนาเล่ อย่างไม่อาจปกปิด ! …กุบ ….กุบ …กุบสำหรับเสี่ยวชิง เมื่อได้ขึ้นขี่ [กิเลนลม] ที่สุดแสนจะรวดเร็วและนิ่มนวลนี้ ..ก็คล้ายดั่งล่องลอยไปในอากาศ ถ้าหากวันใดเธอใช้งานมันอย่างคล่องแคล่วและรู้ใจ ..มันย่อมสามารถพาเธอ ‘เหาะทะยาน’ ไปในอากาศได้อย่างแน่นอน !!! หนุ่มน้อยขงเบ้ง แม้นเป็นจอมเวทย์ที่ไม่ค่อยจะมีความจำเป็นในการใช้ม้า แต่เมื่อเห็นความสะดวกสบายของพี่สาวแล้ว ก็เกิดกิเลสเป็นอันมาก มาตรแม้นว่าเคยได้รับของขวัญที่สุดแสนจะล้ำค่าจากพี่เขยคนนี้.. [ไทแผงเยาสุด]แต่กระนั้นก็ยังคาดหวังพาหนะเจ๋งๆ ที่ช่วยทุ่นแรง และช่วยในการบ่มเพาะเช่นเดียวกัน “ท่านอ๋อง ..ยังมีเหลืออีกซักตนหรือไม่ขอรับ ?” ซึ่งแน่นอนว่าไม่มี แต่เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว ดำรงค์ผู้เป็นติ่ง FC (Fan club) คงคิดหาหนทาง เพื่อนำพาหนะที่เหมาะสมมาให้แก่ ‘ไอดอล’ ในดวงใจของเขาคนนี้อย่างแน่นอน !!! …..………………-----------------------ราชธานีฮูโต๋ ------------------------ หลังจากปล่อยให้พี่ใหญ่เล่าปี่ต้องเผชิญชะตากรรมเฉียดตายโดยลำพัง กวนอูและเตียวหุยซึ่งออกไปฝึกวรยุทธก็กลับมาถึงเรือนแล้ว ..แต่เมื่อเข้าบ้านพักไป กลับไม่เจอท่านเล่าปี่ และเมื่อสอบถามคนรับใช้จึงรู้ว่ามหาอุปราชโจโฉเชิญตัวไปที่เรือนหลวงฯ ซวยแล้วไง !!!สองพี่น้องเองก็รับทราบคร่าวๆเรื่องพระอักษรโลหิต จึงพอจะคาดเดาเหตุการณ์ต่างๆไปทางร้ายมากกว่าทางดีอย่างแน่นอนว่าแล้วจับเอาอาวุธคู่มือคือกระบี่วิเศษประจำตัว แล้วรีบตามเล่าปี่ไปที่เรือนโจโฉ .............. ------------------------เรือนหลวงมหาอุปราช------------------------ “มหาอุปราชมิได้สั่งอันใดไว้ ..จึงห้ามมิให้ใครเข้าไป”แต่ทั้งสองพี่น้องร้อนใจเป็นนักหนา จึงฝ่านายประตูเข้าไป โดยไม่กลัวโทษอาญา !!! เชี้ยงงงงง… รังสีกระบี่อันเยือกเย็นนี้ ช่วยให้งานง่ายขึ้นเยอะ เพราะไม่มีใครกล้าขัดขว้างพวกเขาเลย แม้แต่รายเดียว “เล่าปี่พี่ชายของข้า บัดนี้อยู่ที่ใด ?”ไหนๆก็บู๊กันมาตั้งขนาดนี้แล้ว มันคงไม่มีอะไรจะเสียหายมากไปกว่าที่เป็นอยู่อย่างแน่นอน !! “มหาอุปราช และพระเจ้าอาเล่าปี่ บัดนี้อยู่ที่สวนขอรับ”คนรับใช้ผู้หนึ่งรีบแจ้ง ก็ด้วยกลัวตาย.. -สวน ?-น่าแปลกไม่น้อยที่โจโฉลักพาพี่ใหญ่มาไว้ในสวน ? ว่าแล้วก็ถือกระบี่ตรงไปยังสวนอย่างอุกอาจเป็นอันมาก ..แต่แล้ว ภาพที่เห็นคือมหาอุปราชโจโฉ และพระเจ้าอาเล่าปี่ กำลังเสพย์สุราอย่างชื่นมื่น ? ..มันเป็นปาร์ตี้ที่น่าสนุกอย่างที่สุด !! “พวกเจ้าทั้งสองถือกระบี่เข้ามาทำไม ?”โจโฉถามออกไปตามที่ตาเห็น ..ฝ่ายกวนอู-เตียวหุย เมื่อเห็นดังนั้นจึงแก้สถานการณ์ไปว่า “ข้าพเจ้าแจ้งว่ามหาอุปราชเชิญเล่าปี่มากินโต๊ะ ข้าพเจ้าจะมารำกระบี่ให้ท่านชม”ถึงแม้จะเป็นน้ำขุ่นๆก็ดูใสแจ๋ว ..หากเทียบกับการแก้ตัวของทั้งคู่ !!! โจโฉจึงว่า พวกท่านมาทำดังนี้ เหมือนดังจดหมายเหตุ-พงศาวดาร ครั้ง ‘พระเจ้าฌ้อปาอ๋อง’ คิดร้ายแก่พระเจ้าเล่าปัง ครานั้นพระเจ้าฌ้อปาอ๋องเชิญพระเจ้าเล่าปังมาเสวยโต๊ะ แล้วคิดกลอุบายให้ ‘หันจวง’ ออกรำกระบี่จะทำร้ายพระเจ้าเล่าปัง ฝ่าย ‘ห้วนกุ๋ย’ เขยน้อยของพระเจ้าเล่าปัง เห็นหันจวงรำกระบี่ใกล้เข้ามาก็มิได้ไว้ใจ จึงแจ้งไปว่า‘อันเพลงกระบี่นั้นจะรำแต่ผู้เดียวดูไม่งาม เราจะออกรำด้วย’แล้วห้วนกุ๋ยก็ถอดกระบี่ออกลุกขึ้นรำไปด้วยกัน แลหันจวงเงื้อกระบี่ขึ้นจะฟันเอาพระเจ้าเล่าปัง ห้วนกุ๋ยก็รับกระบี่ไว้ พระเจ้าเล่าปังจึงไม่มีอันตราย ตัวเราบัดนี้จะได้คิดร้ายต่อเล่าปี่เหมือนครั้งพระเจ้าฌ้อปาอ๋องคิดจะให้ทำร้ายต่อพระเจ้าเล่าปังหามิได้ ซึ่งท่านทั้งสองจะมาทำดังนี้..ไม่ควร !! กวนอู-เตียวหุยได้ยินดังนั้นก็ละอายใจจึงว่าข้าพเจ้าจะคิดทำฉะนั้นหามิได้ แม้ท่านแคลงใจอยู่ ..ข้าพเจ้าก็จะไม่รำแล้ว โจโฉจิตใจกว้างขวาง เมื่อได้ยินดังนั้น จึงให้คนใช้รินสุราให้กวนอูเตียวหุยดื่มกิน ..พอดีกับที่ ‘หมันทอง’ ซึ่งโจโฉให้ไปสืบข่าวราชการของอ้วนเสี้ยวได้เข้ามารายงานว่า บัดนี้กองซุนจ้านแพ้อ้วนเสี้ยวแล้ว เล่าปี่ได้ฟังดังนั้นก็ตกใจ จึงถามไถ่จนจบความ ก็ทราบว่ากองซุนจ้านและครอบครัวบัดนี้ล้วนลาโลกไปจนหมดสิ้น “ช่างน่าสงสาร เพื่อนเก่าของเรา ..ครานั้นหากมิได้กองซุนจ้านทูลความชอบขึ้นไป เราคงมิได้เป็นเจ้าเมืองเพงงวนก๋วน แล้วบัดนี้ ‘จูล่ง’ จะเป็นหรือตายก็ยังไม่รู้แน่” หมันทองจึงแจ้งว่าอ้วนเสี้ยวเมื่อเสร็จศึกเมืองปักเป๋ง ก็มีใจกำเริบจึงแวะตี ‘เมืองเกียดเซก’ เพราะเป็นทางผ่าน แต่เมืองนั้นมีจอมยุทธบนหลังม้าขาวเข้าช่วยเหลือจึงได้ชัยชนะ -จูล่ง ต้องเป็นจูล่งอย่างแน่นอน-เล่าปี่ทั้งดีใจ และทั้งเสียใจบัดนี้หากจูล่งไปยังเมืองเกียดเซก ซึ่งปัจจุบันได้แปรเปลี่ยนเป็น ราชอาณาจักรของ ‘เฮยอ๋อง’ ย่อมกลับกลายเป็นศัตรูของฝ่ายเขาในอนาคตอย่างแน่นอน "แม้นเจอกันอีกครา ..ข้ากับจูล่ง ..ต่างฝ่ายคงต้องหันศัสตราวุธเข้าห้ำหั่นกันเสียแล้ว ..เฮ้อ" แต่หากท่านเล่าปี่ได้รู้ความจริงที่เกิดขึ้นก็ไม่ทราบว่าจะรู้สึกอย่างไร ? นั่นก็เพราะ ‘จูล่ง’ ไม่ขอทำงานให้ 'เฮยอ๋อง' ซึ่งมีอนาคตอันยาวไกล แต่กลับเลือกหนทางที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยความอดอยากและหิวโหย'จูล่ง' ได้ละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่าง แล้วเนรเทศตนเป็น ‘จอมยุทธพเนจร’ จนบัดนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรแล้ว..