เซียนเทพแห่งยุคสมัยใหม่

    บทที่ 42 พ่อ

    หลังจากเหตุการณ์วุ่นวายผ่านไป ทุกคนก็ได้เข้านอนกันตามปกติส่วนตงหลิวฟานเทียนวันนี้เขาว่าจะไม่นอน


    เขานั่งรวมพลังปรานอยู่ในห้อง ขณะที่เขากำลังรวมปรานอยู่นั่นเองเขาก็เหมือนจะรู้สาเหตุอีกหนึ่งสาเหตุแล้วว่าทำไมคนในยุคนี้ถึงได้มีคนใช้ปรานได้ที่น้อยลง


    ปรานที่เขารวมมาได้มันต่างจากยุคของเขา บนโลกใบนี้มีพลังปรานที่มาจากธรรมชาติค่อนข้างที่จะน้อยกว่ายุคของเขาเป็นอย่างมาก แต่ก็ใช่ว่าจะไม่สามารถรวบรวมได้เลย


    เพียงแต่มันค่อนข้างน้อย แต่พลังปรานในโลกใบนี้สำหรับเขาแล้วมันก็ไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น เป็นเพราะว่าพลังปรานในตัวของเขานั้นมีเยอะมากๆ เพราะงั้นการรวบรวมปรานจึงไม่จำเป็น


    แต่เพราะการที่เขาได้ไปทำงานที่ร้านสะดวกซื้อ เขาเลยได้เรียนรู้ว่าบนโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่เขายังไม่รู้อีกมาก


    เพราะงั้นเขาจะใช้ชีวิตไปวันๆไม่ได้ เหมือนกับก่อนที่เขาจะหลับไหลเขาจะต้องเรียนรู้อะไรอีกเยอะ


    และอีกอย่างเขาเตรียมตัวที่จะไปโรงเรียนเซียนในวันพรุ่งนี้แล้ว เขาได้ลากับหัวหน้างานว่าพรุ่งนี้เขาจะไม่ได้ไปทำงาน


    หัวหน้างานก็ดูจะไม่ได้อะไรเพราะแค่เขามาทำงานแค่วันเดียวก็ทำให้ของที่เต็มร้านกลายเป็นหมดทั้งร้านได้


    หัวหน้างานเลยให้เขาหยุดงานได้ เพียงมีข้อแม้ว่าในหนึ่งอาทิตย์มาทำงานแค่สองวันพอ เจ้าของร้านให้เหตุผลว่าเตรียมของไม่ทันขาย


    เขานั้นอยากรู้เป็นอย่างมากว่าโรงเรียนเซียนนั้นเป็นอย่างไร แล้วใครเป็นคนสร้างโรงเรียนเซียนขึ้นมากันแน่ และผู้ตรวจการมีพลังที่เท่าเขารึป่าว


    ในหัวของเขาเต็มไปด้วยความสงสัยเต็มไปหมด วันพรุ่งนี้ก็จะเป็นวันที่เขาจะได้รู้เรื่องที่เขาสงสัยทั้งหมดแล้ว


    ‘ข้าอยากรู้เสียจริง ว่าผู้ตรวจการนั่นจะมีความแข็งแกร่งในระดับได’


    เขานั่งรวมพลังปรานทั้งคืนจนเช้า เขาได้เดินออกจากบ้านแต่เช้าไปที่ร้านสะดวกซื้อ เพราะเขานัดกับเยี่ยหยูไว้แล้วว่าจะเจอกันที่นั่น


    ขณะที่เขากำลังจะออกจากบ้านนั่นเอง ก็มีเสียงเรียกเขา


    “พี่ชายจะไปไหนหรอ?”


    เสียงที่เรียกเขาก็คือเยี่ยเยี่ยนั้นเอง เยี่ยเยี่ยถามเขาด้วยความสงสัยว่าตอนนี้ก็เป็นเวลาเช้ามืด


    เขาที่เห็นเยี่ยเยี่ยก็ได้ถามเยี่ยเยี่ยกลับไป


    “เยี่ยเยี่ยตื่นเช้าจัง ไม่รู้สึกง่วงงั้นหรอ?”


    เยี่ยเยี่ยพยักหน้าก่อนที่จะเดินมากอดเขาไว้ ก่อนที่จะร้องไห้ทำให้ตงหลิวฟานเทียนตกใจเป็นอย่างมาก ทำไมเยี่ยเยี่ยถึงได้ร้องไห้กัน เขาเลยถามเยี่ยเยี่ยว่าทำไมถึงได้ร้องไห้


    “ทำไมถึงได้ร้องไห้ละเยี่ยเยี่ย เป็นอะไรงั้นหรอ?”


    เขาถามเยี่ยเยี่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน เยี่ยเยี่ยเช็ดน้ำตาของตัวเองก่อนที่จะพูดตอบคำถามของเขา


    “พ่อของหนู…เคยออกจากบ้านเวลานี้ละเขาก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย…หนูไม่อยากให้พี่ชายต้องเป็นเหมือนพ่อของหนู…”


    ตงหลิวฟานเทียนที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับรู้สึกสลดใจ พ่อของเยี่ยเยี่ยคงจะเป็นผู้ใช้ปรานและออกไปต่อสู้เลยทำให้ไม่ได้กลับมา หรือไปก็กรณีที่เลวร้ายที่สุดก็คือพ่อของเยี่ยเยี่ยทิ้งเยี่ยเยี่ยไป


    เขาได้ยิ้มออกมาก่อนที่จะพูดกับเยี่ยเยี่ยพร้อมลูบหัว


    “ไม่ต้องห่วงหรอกนะ พี่ชายหน่ะจะกลับมาอย่างแน่นอนพี่ชายจะไม่มีทางหายไปพี่ชายจะค่อยอยู่ปกป้องเยี่ยเยี่ยเอง”


    เยี่ยเยี่ยที่ได้ยินอย่างนั้นก็ยิ้มออกมาได้ เธอพยักหน้าด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มก่อนที่จะเดินกลับไปที่ห้องของตนเอง


    ตงหลิวฟานเทียนนั้นถอนหายใจ เขาคิดว่าทำไมเด็กตัวเล็กๆแบบนี้ต้องมาเจอเรื่องอะไรแบบนี้กัน


    แต่เขาก็คิดชมเยี่ยเยี่ย ถึงเธอจะเด็กมากแต่กลับสามารถทนกับเรื่องอะไรแบบนี้ได้เป็นเวลานาน


    ‘เยี่ยเยี่ยดูโตกว่าอายุจริงๆอีกนะ’


    เขาคิดด้วยความภาคภูมิใจราวกับว่าเขาเป็นพ่อแท้ๆของเยี่ยเยี่ยเลยก็ว่าได้ แต่ตอนนี้เขาเองก็มีเรื่องที่สำคัญเช่นกัน


    เขาเป็นประตูออกเพื่อที่จะไปที่ร้านสะดวกซื้อ เขานั้นอยากจะไปดูเร็วๆแล้วว่าโรงเรียนเซียนนั้นเป็นอย่างไร




      

    คล้ายกับเรื่องเซียนเทพแห่งยุคสมัยใหม่ ที่คุณอ่าน