โจและคนอื่นๆนั่งอยู่ในรถขนส่ง บนฟ้ามีเครื่องบินรบบินลาดตระเวนไปรอบๆเพื่อมองหาฐานทัพของศัตรู แต่ก็ไร้วี่แววแม้จะออกเดินทางมานานถึง 10 วันแล้วก็ตาม
เผ่าพันธุ์ที่เหลือรอดต่างกระจัดกระจายไปทั่วทุกมุมดาว คงจะมีเพียงบังเอิญเท่านั้นแหละที่จะพบอีกฝ่ายได้ไม่กี่วัน
โชคดีที่ยานพาหนะไม่จำเป็นต้องใช้พลังงานเหมือนของจริงไม่งั้นก็คงเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้พวกมันออกตามหาศัตรูไม่กี่เผ่าพันธุ์บนดาว
“อีกครึ่งชั่วโมงพวกเราจะพัก” โจกล่าวขณะมองออกไปด้านนอกเห็นความมืดกำลังกลืนกินแสงสว่าง
จากนั้นครึ่งชั่วโมงพวกเขาก็หยุดอยู่บนเนินเขาแห่งหนึ่งซึ่งเป็นจุดดีในการพักเพราะพวกเขาสามารถมองเห็นรอบๆได้อย่างง่ายดาย
พวกเขาไม่ได้สร้างแคมป์และหาที่พักผ่อนกันเอง คนที่มีพลังธาตุไม้ได้สร้างเตียงง่ายๆและคนที่มีพลังแปลกๆอย่างการสร้างเส้นใยผ้าก็สร้างเปลขึ้นมาแจกจ่าย เนื่องจากจำนวนคนค่อนข้างเยอะทำให้พวกเขาเหนื่อยหลังจากสร้างไม่นาน
โจนำเปลมาผูกติดกับต้นไม้แล้วนอนลงอย่างสบายใจเฉิบ
ผ่านไปไม่กี่ชั่วโมงท้องฟ้าก็เริ่มสว่างขึ้นอีกครั้ง โจและคนอื่นๆออกเดินทางกันต่อ
ตั้งแต่ที่พวกเขาทิ้งฐานทัพและออกเดินทางก็ยังไม่มีเสียงประกาศถึงชัยชนะของเผ่าพันธุ์อื่น คาดว่ายังไม่มีเผ่าพันธุ์ไหนหาอีกฝ่ายเจอหรือไม่ก็เก็บตัวเงียบและคอยเฝ้าระวัง
การเดินทางอันยาวนานค่อนข้างน่าเบื่อ
หลังจากผ่านไปอีกหลายวันขณะที่โจกำลังควบคุมโดรนสอดแนมเขาก็พบฐานทัพที่ยังมีคนอยู่ จากบนหน้าจอเห็นได้ชัดว่าฐานแห่งนั้นอยู่ไกลออกไปหลายกิโลเมตร
“หยุด และเริ่มตั้งค่ายขึ้นชั่วคราว” โจสั่งการทันที
ทุกคนได้รับรู้ว่าพบศัตรูก็ตื่นตัวและเริ่มทำหน้าที่ของตน ใครมีหน้าที่เฝ้าระวังก็เฝ้าระวังไป ส่วนคนอื่นก็ไปตัดไม้และสร้างแคมป์ ทุกคนทำหน้าที่ของตัวเองได้ไม่ขาดตกบกพร่อง
……
“พวกมนุษย์เจออีกฝ่ายแล้ว!!” เสียงใครบางคนตะโกนขึ้นดึงความสนใจไปยังหน้าจอที่แสดงถึงเผ่าพันธุ์มนุษย์ พวกเขาได้พบว่าพวกมนุษย์พบอีกฝ่ายแล้วและกำลังตั้งค่ายขึ้นชั่วคราว
“อีกฝ่ายเป็นใคร?” คนบางคนถามขึ้นด้วยความสงสัย
“อืม…หัวมีหนาม ผิวสีน้ำตาล มีตาสี่ดวง ลักษณะแบบนี้เป็นเผ่าพันธุ์โซลลิก” คนที่จดจำเผ่าพันธุ์นี้ได้กล่าวขึ้นมา
ทุกคนหันไปมองคนของเผ่าพันธุ์โซลลิก
ที่นั่งบนอัฒจันทร์บริเวณหนึ่งซึ่งมีคนของเผ่าพันธุ์โซลลิกประมาณ 5-6 คนกำลังจดจ้องไปที่หน้าจอ แม้ว่าสีหน้าของพวกเขาจะนิ่งเฉยแต่ในใจกำลังตึงเครียด เผ่าพันธฺุ์ของพวกเขาเป็นเผ่าพันธุ์แรกที่กำลังจะทำสงครามกับมนุษย์หลังเข้าช่วงสุดท้ายของสงครามเสมือน
หากพ่ายแพ้พวกเขายังได้ดาวทรัพยากรที่ด้อยที่สุด แต่ถ้าชนะพวกเขาจะได้ทรัพยากรที่ดีกว่า ถึงแม้ว่าแพ้ก็ยังได้ดาวทรัพยากรแต่ใครบ้างล่ะที่ไม่อยากได้สิ่งที่ดีกว่า?
เผ่าพันธุ์โซลลิกมีจุดเด่นคือพวกเขามีหนามบนหัวหลายเส้น หนามพวกนั้นไม่ได้มีไว้เฉยๆแต่มันมีคุณสมบัติพิเศษคือสามารถปลดปล่อยหนามเหล่านั้นโจมตีออกไปได้ โดยหนามพวกนั้นไม่มีพลังทำลายมากนักเพียงแต่มันมีพิษที่ร้ายแรงจนถึงตาย ร่างกายของพวกโซลลิกประกอบไปด้วยพิษต่างๆที่ทำหน้าที่เป็นเลือดในการหล่อเลี้ยงร่างกาย
ผู้อาวุโสเผ่าพันธุ์โซลลิกที่มีใบหน้าเหี่ยวย่นเล็กน้อยในใจกำลังตื่นตระหนก เขาได้เห็นพลังของผู้นำมนุษย์ว่าร้ายกาจเพียงใด เขาได้แต่หวังว่าผู้นำเผ่าพันธุ์โซลลิกจะฉลาดพอที่ไม่ทำอะไรบุ่มบ่าม
……
ณ ฐานของเผ่าพันธุ์โซลลิก ชายที่มีร่างใหญ่และมีหนามบนหัวที่ดูใหญ่เป็นพิเศษกำลังวางแผนร่วมกับคนสำคัญคนอื่นๆ
ในขณะนั้นเองได้มีนายทหารคนหนึ่งเดินเข้ามา เมื่อผู้นำและคนอื่นเห็นก็หยุดวางแผนและหันไปมองนายทหารคนนั้น
นายทหารที่ถูกจ้องมองโดยคนระดับสูงรู้สึกเสียวสันหลังแต่ก็รีบกล่าวออกมาอย่างรวดเร็ว “มีศัตรูตั้งค่ายขึ้นอยู่ไม่ไกลจากฐานครับ!!"
“พวกนั้นเป็นใคร?” ผู้นำเผ่าพันธุ์ถามขึ้นอย่างใจเย็น
“รู้สึกว่าจะเป็นพวกมนุษย์ครับ” นายทหารรายงาน
“ออกไปก่อน” ผู้นำเผ่าพันธุ์ไล่นายทหารคนนั้นออกไป หลังจากนั้นก็เริ่มหารือกับคนระดับสูงคนอื่นๆว่าจะทำอย่างไรกับพวกมนุษย์ดี เพราะพวกนั้นได้มาเคาะถึงประตูหน้าบ้านพวกเขาแล้ว
ณ ค่ายชั่วคราวของมนุษย์ โจกำลังนอนเอนกายอยู่ใต้ต้นไม้
“หัวหน้าครับ ดูเหมือนพวกโซลลิกจะเพิ่มการป้องกันหนาแน่นกว่าเดิม พวกนั้นคงรู้แล้วว่าพวกเราอยู่ที่นี่” ชายคนหนึ่งเดินเข้ามารายงานให้โจฟัง
โจพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ เขารู้อยู่แล้วว่าพวกนั้นคงต้องสังเกตุเห็นพวกเขาแน่นอน เพราะที่ตั้งค่ายชั่วคราวอยู่ที่โล่งมันจึงไม่ยากที่จะมองเห็นจากบนกำแพงฐาน
นอกจากนี้ฐานของพวกโซลลิกอยู่ในที่โล่งไม่มีต้นไม้แม้แต่ต้นเดียวและหญ้าก็สูงแค่ข้อเท้า มันไม่มีทางเลยที่จะใช้วิธีครั้งก่อนลอบเข้าไปทำลายป้อมปืนใหญ่
ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดจะบุกโจมตีเพียงแต่ยังคิดหาวิธีไม่ได้ จึงได้แต่อยู่อย่างเอื่อยเฉื่อยจนถึงตอนนี้ และก็เป็นเหมือนครั้งก่อนที่เขาให้ทุกคนลองคิดแผนขึ้นมา
เวลาได้ผ่านไปหลายวันในโลกเสมือน แม้แต่พวกโซลลิกเองก็ตั้งรับคอยพวกมนุษย์บุกเข้ามา พวกเขาเชื่อว่าด้วยความแข็งแกร่งของฐานทัพและอาวุธประดิษฐ์พวกเขาสามารถเอาชนะได้ไม่ยาก ตอนนี้แค่ใจเย็นและรอ
……
ตอนนี้ทั้งสองฝ่ายเหมือนกำลังดูเชิงกันอยู่ในสายตาของคนอื่นในสหพันธ์
“คิดว่าพวกมนุษย์จะใช้วิธีการไหนบุกโจมตี?” ใครบางคนกล่าวขึ้นมาทำลายความเงียบ เพราะมันนานมากแล้วที่พวกเขาเฝ้ารอว่าทั้งสองฝ่ายเมื่อไรจะต่อสู้กันสักที
“ยาก!!…ผมเองก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไงเหมือนกันหากอยู่ในสถานการณ์เหมือนพวกมนุษย์ นอกจากเหมือนครั้งก่อนๆที่โจมตีแบบทุ่มสุดตัว”
“แต่พวกมนุษย์เองก็มีอาวุธครบมือและยังมียานพาหนะหุ้มเกราะติดอาวุธ หากคิดจะสู้แลกชีวิตก็มีโอกาสชนะอยู่เพียงแต่โอกาสนั้นน้อยนิด”
“ทุกคนอย่าลืมว่าผู้นำมนุษย์แข็งแกร่งผิดปกติ ไม่แน่ว่าพวกเขาอาจเอาชนะได้จริงๆก็ได้”
คำกล่าวนี้ทำให้คนจากเผ่าพันธุ์โซลลิกรู้สึกเกร็ง แม้พวกเขาไม่อยากยอมรับแต่ก็ต้องยอมรับเนื่องจากได้เห็นพลังของผู้นำมนุษย์ที่แข็งแกร่งผิดปกติ