เมื่อพูดถึงตรงนี้ลั่วเซวียนเซวียนก็ยิ้มขื่นออกมาอีกครั้งในที่สุดเธอก็ยอมเผยความยากลำบากทั้งหมดออกมา
“และเมื่อขาดความช่วยเหลือจากร่างวิญญาณตัวฉันในตอนนี้ก็เป็นได้แค่ผู้ใช้อาชีพ ‘พราน’ ธรรมดาๆ คนหนึ่งหากบังเอิญไปเจอพวกผู้ใช้อาชีพจากประเทศศัตรูที่แข็งแกร่งเข้าฉันก็ไม่มีไพ่ตายอะไรที่จะเอาไว้รับมือกับพวกเขาได้เลยฉันถึงได้ตัดสินใจออกจากเขตสงครามทรายโลหิตชั่วคราวเพื่อไปหาแผนที่ที่ค่อนข้างปลอดภัยในการเก็บเลเวล และรีบสะสมร่างวิญญาณให้เร็วที่สุดถึงแม้ความเร็วในการเลื่อนขั้นพลังจะช้าลงหน่อย แต่ก็มั่นใจได้ว่าปลอดภัยไร้กังวล”
“ที่แท้ก็เป็นแบบนี้นี่เอง”
ลู่เซิ่งได้ฟังดังนั้นพลันเข้าใจกระจ่างแจ้งเขาหันไปถามสวี่ซาซาและเฉาอวี่ต่อว่า “แล้วพวกนายล่ะ?”
“พวกเราตั้งใจจะอยู่ที่เขตสงครามทรายโลหิตเพื่อเก็บเลเวลต่อจะพยายามเพิ่มเลเวลให้ถึง 200 ก่อนที่การสอบระดับชาติจะเริ่มขึ้น”เฉาอวี่ตอบตามความตั้งใจ
“โอ้? พวกนายก็วางแผนจะเข้าสอบระดับชาติด้วยเหรอ?”ลู่เซิ่งเลิกคิ้วขึ้นถามอย่างแปลกใจ
“แน่นอนอยู่แล้ว”
สวี่ซาซาพยักหน้าแล้วกล่าวว่า“การสอบระดับชาติเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของชีวิตที่ผู้ใช้อาชีพทุกคนในประเทศเสินเซี่ยจะต้องเผชิญหากพลาดไปคงจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต พวกเราต้องเข้าร่วมแน่นอนอยู่แล้ว”
“ดีเลย”
ลู่เซิ่งฉีกยิ้มกว้างทันทีที่ได้ยิน“ถ้าอย่างนั้น รอให้ฉันทำภารกิจเปลี่ยนอาชีพเสร็จก่อนสิแล้วจะกลับมาพาพวกนายไปเก็บเลเวลด้วยกัน”
“จริงเหรอ”
ทันทีที่เขาพูดเช่นนี้ออกมาเฉาอวี่และสวี่ซาซาก็ดีใจจนเนื้อเต้น
เพราะพลังการต่อสู้ของลู่เซิ่งนั้นน่าสยดสยองเพียงใดพวกเขาต่างก็ได้ประจักษ์มากับตาตัวเองแล้ว
ทั้งสองคนย่อมไม่มีทางปฏิเสธแน่นอน
“อืม ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้ว งั้นพวกเราก็แยกกันตรงนี้เถอะ”
หลังจากนัดแนะกันสั้นๆอีกไม่กี่ประโยค ในที่สุดลู่เซิ่งก็ไม่อาจเก็บกั้นความเร่งรีบในใจไว้ได้อีกเขาหยัดกายลุกขึ้นพร้อมกับประสานมือคารวะทุกคน “ทุกคนไว้พบกันใหม่”
ทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นเขาก็ทำท่าจะจากไปทันที
แต่แล้วในตอนนั้นเองสวี่ซาซาที่อยู่ข้างๆ กลับยื่นมือออกมาขวางเขาไว้
“เดี๋ยวก่อน!”
“หืม? ซาซา มีเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า?”
ลู่เซิ่งหันกลับมามองด้วยความไม่เข้าใจพลางเอ่ยถาม
“นี่คือไอเทมที่ได้มาจากหุบเขาสิ้นหวัง ของที่นายให้พวกเราช่วยเก็บตอนนี้ต้องคืนให้เจ้าของที่แท้จริงสิ” สวี่ซาซาพูดไปพลางหยิบอุปกรณ์ต่างๆจากช่องเก็บของติดตัวออกมากองมหึมา
ส่วนเฉาอวี่ที่อยู่ข้างๆก็ทำตามเช่นกัน เขาหยิบอุปกรณ์ออกมาอีกกองใหญ่จนลั่วเซวียนเซวียนที่ยืนมองอยู่ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง
“อะไรกัน? เยอะขนาดนี้เลยเหรอ? แถมยังมีแต่ระดับเงินขึ้นไปทั้งนั้นเลย?”
ลั่วเซวียนเซวียนตกใจแทบสิ้นสติเพราะเธอไม่รู้เรื่องเลยว่าก่อนหน้านี้ลู่เซิ่งได้กวาดล้างทั้งหุบเขาสิ้นหวังด้วยตัวคนเดียวมาแล้ว
ส่วนลู่เซิ่งที่กำลังรีบเร่งจึงไม่ได้อธิบายอะไรให้ยืดเยื้อ เขาทำเพียงมองเฉาอวี่และสวี่ซาซาด้วยสีหน้าจนใจ“ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ? ในเมื่อทุกคนเป็นเพื่อนร่วมทีมกันของที่ได้มาก็ควรจะแบ่งกันให้เท่าๆ กันสิ”
“จะทำแบบนั้นได้ยังไง...”
เฉาอวี่ขมวดคิ้วทำท่าจะปฏิเสธแต่ลู่เซิ่งโบกมือขัดจังหวะเสียก่อน
“เอาละ ฉันบอกว่าแบ่งเท่าก็ต้องแบ่งเท่า”
ลู่เซิ่งสั่งอย่างเผด็จการก่อนจะเสริมพร้อมกับยิ้มเจื่อนๆ ว่า “อีกอย่างอุปกรณ์เยอะขนาดนี้ ลำพังช่องเก็บของติดตัวของฉันคนเดียวมันใส่ไม่หมดหรอก...”
“เอ่อ... งั้นก็ได้”
เมื่อได้ยินดังนั้นสวี่ซาซาและเฉาอวี่ถึงยอมรับความหวังดีของลู่เซิ่งอย่างเสียไม่ได้แล้วจัดการแบ่งอุปกรณ์ที่ยึดมาได้ออกเป็นสามส่วนเท่าๆ กัน
อย่างไรก็ตามทั้งสองคนยังคงคอยกำกับให้ลู่เซิ่งยัดของใส่จนช่องเก็บของเต็มแน่นและหลังจากยืนยันซ้ำอีกหลายรอบว่าไม่สามารถใส่อะไรลงไปได้อีกแม้แต่ชิ้นเดียวพวกเขาถึงยอมปล่อยตัวเขาไปอย่างพอใจ
...
หลังจากบอกลาพวกสวี่ซาซาแล้วลู่เซิ่งก็ไม่รั้งรออยู่ในเขตสงครามทรายโลหิตต่ออีก แต่ตรงไปยังวงเวทเคลื่อนย้ายเพื่อมุ่งหน้ากลับสู่เมืองตงหลินทันที
เมืองตงหลินยังคงคลาคล่ำไปด้วยผู้คนและรถยนต์ดูสงบสุขเรียบง่ายเหมือนเช่นเคย
ทว่าลู่เซิ่งไม่มีอารมณ์จะมาเชยชมความงามของเมืองเขาเร่งฝีเท้าตรงไปยังวิหารเปลี่ยนอาชีพที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองอย่างไม่หยุดพัก
‘วิหารเปลี่ยนอาชีพ’ ไม่เพียงแต่จะเป็นอาคารทรงหอคอยที่สูงนับร้อยเมตรเท่านั้นแต่ยังเป็นแลนด์มาร์กสำคัญของเมืองตงหลินที่สังเกตเห็นได้ง่ายมากลู่เซิ่งจึงหาตำแหน่งของมันเจอได้ไม่ยากเย็นนัก
“สวัสดีค่ะ มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?”
ทันทีที่ก้าวเข้าไปในวิหารพนักงานหญิงหน้าตาสะสวยและมีบุคลิกโดดเด่นคนหนึ่งก็เดินเข้ามาทักทายพร้อมกับส่งยิ้มหวานให้ลู่เซิ่ง
“ขอโทษครับ ไม่ทราบว่าต้องไปเปลี่ยนอาชีพตรงไหน?” ลู่เซิ่งรีบถามทันที
“ทางนี้ค่ะ”
พนักงานหญิงผายมือไปทางด้านหลังก่อนจะเดินนำทางไปล่วงหน้า
ลู่เซิ่งเห็นดังนั้นก็รีบเดินตามไปติดๆ
ไม่นานนักทั้งสองก็มาหยุดอยู่ข้างแท่นพิธีเปลี่ยนอาชีพที่เต็มไปด้วยลวดลายอันลึกลับซับซ้อน
“กรุณายืนบนแท่นพิธีด้านหน้านะคะอีกสักครู่วิหารจะมอบภารกิจให้เก้าอย่างตามอาชีพปัจจุบัน พรสวรรค์การต่อสู้และศักยภาพโดยรวมของคุณ แบ่งเป็นภารกิจระดับหนึ่งดาวถึงเก้าดาวเนื้อหาของภารกิจจะปรากฏขึ้นหลังจากที่คุณเลือกรับแล้วเท่านั้นค่ะ” พนักงานหญิงอธิบายอย่างใจเย็น
“ระดับดาวของภารกิจพวกนี้มีความแตกต่างกันยังไงครับ?” ลู่เซิ่งถามขึ้นลอยๆ
“แตกต่างกันแน่นอนค่ะ”
พนักงานหญิงพยักหน้าและอธิบายอย่างจริงจัง“ยิ่งระดับดาวของภารกิจเปลี่ยนอาชีพสูงเท่าไหร่ความยากก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น แน่นอนว่ารางวัลที่จะได้รับก็จะดียิ่งขึ้นตามไปด้วย”
“แต่ฉันขอแนะนำว่า คุณอย่าโลภเพราะเห็นแก่รางวัลเลยค่ะเพราะภารกิจเปลี่ยนอาชีพนั้น คนหนึ่งรับได้เพียงครั้งเดียวในชีวิตและต้องทำด้วยตัวคนเดียวเท่านั้น ห้ามตั้งทีม หากภารกิจล้มเหลวคุณจะถูกจำกัดอยู่ที่ขั้นพลังเดิมไปตลอดกาลและไม่สามารถพัฒนาต่อไปได้อีก”
เมื่อพูดถึงตรงนี้เธอก็เผลอใช้ทักษะตรวจสอบใส่ลู่เซิ่งตามสัญชาตญาณ
[เป้าหมาย: ลู่เซิ่ง]
[อาชีพ: พาลาดิน]
[เลเวล: 100 (เปลี่ยนอาชีพครั้งที่หนึ่ง) ]
[ค่าพลังชีวิต: 2,230]
[ค่ามานา: 1,090]
[ระดับดาวพลังรบ: 225 ดาว]
...
“นี่คุณ... เลเวล 100 แต่ระดับดาวพลังรบมีแค่สองร้อยกว่าดาวเองเหรอคะ?”
เมื่อเห็นระดับดาวพลังรบที่เรียกได้ว่าน่าเวทนาของลู่เซิ่งพนักงานหญิงก็เกือบจะหลุดหัวเราะออกมาทันที
แต่เธอหารู้ไม่ว่าลู่เซิ่งในตอนนี้ต้องการทำให้ตัวเองดูต่ำต้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้เขาไม่เพียงแต่ไม่สวมใส่อุปกรณ์ใดๆ เลยแม้แต่ออสการ์เขาก็ยังปล่อยทิ้งไว้ที่ด้านนอกวิหารเปลี่ยนอาชีพนั่นจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ระดับดาวพลังรบของเขาดิ่งลงขนาดนี้
โชคดีที่จรรยาบรรณในอาชีพของพนักงานหญิงคนนี้ยังถือว่าดีเยี่ยมนอกจากเธอจะไม่เอ่ยปากถากถางแล้ว ยังใจดีช่วยเตือนลู่เซิ่งอีกประโยคหนึ่งว่า“ระดับความแข็งแกร่งของอาชีพคุณฉันแนะนำว่าให้รับภารกิจเปลี่ยนอาชีพ ระดับหนึ่งดาวที่ง่ายที่สุดจะดีกว่านะคะเผื่อว่าจะมีโอกาสทำสำเร็จอยู่บ้าง”
“ขอบคุณที่ชี้แนะนะครับ”
ลู่เซิ่งยิ้มรับโดยไม่ตอบรับหรือปฏิเสธก่อนจะก้าวเท้าเดินขึ้นไปยังแท่นพิธีด้านหน้าทันที
วึง...
วินาทีต่อมาแท่นพิธีทั้งแท่นก็พลันเปล่งแสงเจิดจรัส ห่อหุ้มร่างของเขาเอาไว้ภายใน
[ติ๊ง!]
[ตรวจพบผู้ใช้อาชีพเลเวลถึง 100 เริ่มดำเนินการ‘ภารกิจเปลี่ยนอาชีพ’!]
เสียงลึกลับดังขึ้นจากความว่างเปล่า
ฟุ่บฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ ฟุ่บ...
ทันใดนั้นม้วนคัมภีร์ 9 ม้วนที่ระบุสัญลักษณ์ระดับดาวที่แตกต่างกันก็ร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้าและลอยคว้างอยู่ตรงหน้าของลู่เซิ่งพอดี