ลมหายใจที่เจือด้วยกลิ่นอับชื้นและคาวเืเป็สิ่งที่หลินเฟยคุ้นชินมาตลอดสิบแปดปีในพรรคมาร เขาคือศิษย์ปลายแถว ไร้วรยุทธ แม้แต่ปราณขั้นต่ำสุดก็มิอาจัั สองมือหยาบกร้านจากการงานแบกหาม มิใช่หมุนเวียนพลังยุทธ์ได้คล่องแคล่วดุจศิษย์คนอื่น เขามักถูกถากถางจากศิษย์ร่วมสำนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หวังฟง (王锋) ผู้ที่มักใช้กำลังเข้าข่มเหงเป็ประจำ แต่นั่นมิได้ทำให้แววตาของหลินเฟยหม่นหมองไปเสียทั้งหมด เพราะในห้วงลึกของใจ ยังมีภาพหนึ่งที่งดงามเกินกว่าสิ่งใดจะเทียบเคียง
ภาพของ ท่านหญิงอวิ๋นซี (云曦) บุตรีเพียงคนเดียวของเ้าสำนักเมฆาม่วง ผู้สูงศักดิ์ดุจเทพธิดา เขาได้พบกับนางครั้งแรกเมื่อหลายปีก่อน ที่สระบัวม่วงยามฤดูใบไม้ผลิบานสะพรั่ง นางในชุดผ้าไหมสีฟ้าอ่อน กำลังเด็ดบัวหลวงอย่างอ่อนโยน แสงแดดยามเช้าสาดส่องกระทบผิวนางขาวนวลผ่องใส ราวกับภาพวาดจากสรวง์
"หลินเฟย! แกมัวแต่ยืนเหม่ออะไรอีก!" เสียงตวาดห้าวของศิษย์พี่ในพรรคมารดึงเขากลับมาสู่ความเป็จริง "เร็วเข้า! เ้าสำนักให้ไปจัดเตรียมเสบียงสำหรับภารกิจล่าสัตว์ป่าคืนนี้! อย่าให้ชักช้า!"
หลินเฟยรีบก้มหน้า ย่อกายรับคำสั่ง ก่อนจะเร่งฝีเท้าไปยังโรงเก็บเสบียง หัวใจของเขาหนักอึ้ง เขาเป็เพียงศิษย์พรรคมารชั้นต่ำ จะมีสิ่งใดคู่ควรกับท่านหญิงผู้สูงส่งเช่นนั้นได้? แม้ในใจจะเปี่ยมด้วยความรู้สึกพิเศษที่มีต่อนาง แต่ช่องว่างระหว่างเขากับนางนั้นใหญ่หลวงเสียจนเขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็เพียงมดปลวกที่พยายามปีนป่ายภูผาสูงชัน
เขาเคยมีความฝันที่จะได้ฝึกวรยุทธ ได้เป็นักรบที่แข็งแกร่ง ปกป้องพรรค ปกป้องคนที่เขารัก แต่ความฝันนั้นพังทลายลงในวัยเยาว์ เมื่อเขามีอาการป่วยประหลาด ปราณในกายกลับฝ่อสลายไปหมดสิ้น ทำให้เขาไม่สามารถฝึกวิชาใดๆ ได้อีก ทุกการฝึกฝนกลายเป็ความทรมาน ทุกความพยายามจบลงด้วยความเ็ป สิ่งนี้ทำให้เขาถูกมองว่าเป็ตัวถ่วง เป็เพียงของไร้ค่าในพรรคมารที่บูชาวรยุทธเป็สิ่งสูงสุด
ในยามที่กำลังแบกถุงเสบียงหนักอึ้งผ่านทางเดินเดินแคบๆ เขาพลันได้ยินเสียงกระซิบกระซาบจากกลุ่มศิษย์รุ่นเดียวกัน
"เห็นไหมเ้าหลินเฟยตัวซวยนั่น วันๆ เอาแต่ทำงานแรงงาน ไม่มีประโยชน์อันใด" เสียงของหวังฟงดังขึ้นชัดเจน "ยังจะหน้าด้านไปยืนมองท่านหญิงอวิ๋นซีอีก หึ! หัวใจมันทำด้วยอะไรกันนะ"
เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังตามมา หลินเฟยกัดฟันแน่น กำมือที่แบกถุงเสบียงจนเส้นเืปูดโปน ความเ็ปทางกายเทียบไม่ได้กับความเ็ปในใจที่ถูกย่ำยีซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขารู้ดีว่าความรักของเขาคือสิ่งต้องห้าม เป็เพียงภาพฝันที่มิอาจเอื้อม แต่ภาพรอยยิ้มของท่านหญิงอวิ๋นซีเมื่อครั้งก่อน ยังคงเป็แสงสว่างเดียวในชีวิตที่มืดมิดของเขา
ในค่ำคืนนั้น เมื่อแสงจันทร์สาดส่องลงมายังพรรคมาร หลินเฟยได้รับคำสั่งให้ไปเก็บน้ำแข็งจากธารน้ำแข็งที่อยู่ห่างไกลออกไป ซึ่งเป็งานที่อันตรายและหนักหน่วงสำหรับคนไร้วรยุทธเช่นเขา ลึกเข้าไปในหุบเขา เสียงธารน้ำแข็งไหลกระทบโขดหินดังก้อง หลินเฟยทำงานเงียบๆ ภายใต้ความหนาวเหน็บที่กัดกินกระดูก เขาก้มหน้าก้มตา ใช้พลั่วขุดน้ำแข็งก้อนใหญ่
ขณะที่เขากำลังก้มลงยกก้อนน้ำแข็งขนาดมหึมา จู่ๆ ก็มีแรงผลักจากด้านหลังอย่างรุนแรง!
"ไสหัวไปซะ! เ้าคนไร้ประโยชน์!"
เสียงของหวังฟงดังก้องข้างหู พร้อมกับร่างของหลินเฟยที่เสียหลัก ลื่นไถลลงไปตามธารน้ำแข็งอันเชี่ยวกราก! ร่างของเขาจมดิ่งลงสู่กระแสน้ำเย็นจัด ความมืดมิดเข้าครอบงำ ััสุดท้ายคือความเย็นะเืที่กัดกินทุกอณู และภาพของสระบัวม่วงที่ผุดขึ้นมาในห้วงความคิด ก่อนที่ทุกสิ่งจะดับวูบลง...
ในอีกซีกโลกหนึ่ง ห่างไกลออกไปหลายพันปี...
เสียงสัญญาณเตือนภัยดังลั่นห้องปฏิบัติการลับใต้ดิน แสงไฟสีแดงกะพริบถี่ๆ บ่งบอกถึงภาวะวิกฤต ลู่ซาน (陆山) วิศวกรหนุ่มผู้ปราดเปรื่องกำลังจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ด้วยสีหน้าตื่นตระหนก การทดลองอาวุธพลังงานสูงที่เขาควบคุม กำลังเกิดข้อผิดพลาดร้ายแรง พลังงานมหาศาลปั่นป่วนเกินการควบคุม
"ไม่! นี่มันอะไรกัน!" ลู่ซานร้องลั่น เขาพยายามกดปุ่มฉุกเฉิน แต่สายเกินไป!
แสงสีขาวจ้าพวยพุ่งออกมาจากเครื่องปฏิกรณ์ คลื่นพลังงานมหาศาละเิออก ห้องปฏิบัติการสั่นะเืรุนแรงจนโครงสร้างแตกร้าว ลู่ซานถูกแรงกระแทกซัดกระเด็นไปกระแทกกับผนัง ความเ็ปรุนแรงแล่นไปทั่วร่าง ก่อนที่สติของเขาจะดับวูบไป พร้อมกับแสงสว่างที่กลืนกินทุกสิ่ง...