ตอนที่ 11: ผู้ถอดรหัส
ผมผลักประตูไม้ของ ‘บ้านอักษรา คาเฟ่’ เข้าไป
กลิ่นกาแฟคั่วหอมกรุ่นปะทะเข้ากับใบหน้าพร้อมกับความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศ
มันคืออีกโลกหนึ่งที่แตกต่างจากความวุ่นวายเมื่อครู่อย่างสิ้นเชิง
ผมกวาดตามองไปรอบๆ... ในร้านมีลูกค้าบางตา มีเพียงโต๊ะเดียวริมหน้าต่างที่มีผู้หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่ตามลำพัง
ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ แล้วเดินตรงไปที่โต๊ะนั้น
"สวัสดีครับ... คุณศศิธรใช่ไหมครับ"
ผู้หญิงคนนั้นเงยหน้าขึ้นจากหนังสือ เธอมีอายุราวสามสิบกลางๆ สวมแว่นตากรอบบางรับกับใบหน้าที่ดูเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความฉลาดเฉลียว
"ค่ะ... คุณชาญใช่ไหมคะ เชิญนั่งก่อนค่ะ"
"ขอบคุณครับ" ผมนั่งลงฝั่งตรงข้าม "แล้วก็... ต้องขอบคุณอีกครั้งนะครับที่สละเวลามาเจอผม"
"ไม่เป็ไรค่ะ" เธอยิ้มบางๆ ที่มุมปาก ก่อนจะหยิบนามบัตรใบหนึ่งยื่นส่งให้ผม "อันที่จริง ต้องบอกว่าคุณโชคดีมากกว่า"
ผมรับนามบัตรมาอ่านด้วยความแปลกใจ
<center> ศศิธร ภักดีวัฒนา ภัณฑารักษ์ (Curator) ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) </center>
"ภัณฑารักษ์..." ผมพึมพำออกมาเบาๆ พร้อมคิ้วที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย
ศศิธรคงเห็นสีหน้าสงสัยของผม เธอจึงยิ้มอย่างเข้าใจ
"ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ก็... เหมือนเป็นักสืบผสมกับนักเล่านิทานน่ะค่ะ มีหน้าที่ดูแล วิจัยโบราณวัตถุต่างๆ เพื่อค้นหาเื่ราวที่ซ่อนอยู่ แล้วก็นำเื่ราวเ่าั้มาจัดแสดงให้คนทั่วไปได้ชมกัน"
คำอธิบายของเธอทำให้ผมทึ่ง "แล้วเื่โชคดีที่ว่า หมายความว่ายังไงเหรอครับ"
"เมื่อวานนี้เองค่ะ ดิฉันได้รับอีเมลแจ้งเตือนว่า 'พื้นที่เก็บข้อมูลบัญชีของคุณใกล้เต็ม' เลยต้องไล่เคลียร์อีเมลเก่าๆ ซึ่งปกติจะลบโฟลเดอร์อีเมลขยะทิ้งไปเลย แต่วันนั้นไม่รู้คิดอะไรถึงได้กดเข้าไปดู... แล้วก็เจออีเมลแจ้งเตือนจากเว็บบอร์ดที่คุณส่งข้อความมาพอดี"
เธอยกกาแฟขึ้นมาจิบ "แต่ถึงอย่างนั้น ดิฉันก็ไม่ได้ตอบกลับไปทันที... การจะนัดเจอคนแปลกหน้าจากอินเทอร์เน็ตมันค่อนข้างเสี่ยง"
"ดิฉันเลยลองนำชื่อจริงที่คุณให้ไว้ไปค้นหาดูก่อน... แล้วมันก็พาไปเจอโปรไฟล์ของคุณที่เว็บของบริษัทที่คุณทำงานอยู่ เลยวางใจได้ในระดับหนึ่ง บวกกับความอยากรู้อยากเห็นเื่ ‘ของเก่าแก่’ ที่คุณพูดถึงด้วย เลยตัดสินใจตอบกลับไปค่ะ"
คำอธิบายของเธอทำให้ผมทึ่ง ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันคือความบังเอิญที่ถูกร้อยเรียงขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ
หลังจากสั่งเครื่องดื่มเสร็จ ผมก็ล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงอย่างระมัดระวัง
ผมหยิบขุนหยกสีเืนกออกมาแล้วค่อยๆ วางลงบนโต๊ะเบื้องหน้าเธอ
ศศิธรมีสีหน้าตื่นเต้นขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
แววตาหลังกรอบแว่นของเธอเป็ประกาย เธอสวมถุงมือผ้าสีขาวที่พกติดตัวมาด้วย ก่อนจะหยิบขุนหยกขึ้นมาพิจารณาอย่างละเอียด
"หยกเหอเถียน... แต่สีแบบนี้... ไม่เคยเห็นของจริงมาก่อนเลยค่ะ" เธอพึมพำกับตัวเอง "น่าทึ่ง... ทั้งรูปแบบการแกะสลักและอายุของหยก..."
"มันมีลักษณะเฉพาะของงานศิลปะยุคถังตอนต้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีร่องรอยบางอย่างที่ดูไม่เหมือนของที่ทำขึ้นเพื่อใช้ในราชสำนักโดยตรง"
เธอนิ่งไปครู่หนึ่งเหมือนกำลังประมวลผลข้อมูลมหาศาลในหัว
"คุณชาญคะ... จากลักษณะของหยกชิ้นนี้ มันทำให้ดิฉันนึกถึงวัตถุโบราณอีกกลุ่มหนึ่ง... คือวัตถุที่พวกชาวจีนแต้จิ๋วอพยพรุ่นแรกๆ นำติดตัวข้ามทะเลมายังประเทศไทยเมื่อหลายร้อยปีก่อน"
"หมายความว่ายังไงเหรอครับ" ผมถามด้วยความสนใจ
"ของพวกนั้นมักจะเป็ของมีค่าประจำตระกูล แต่จะถูกดัดแปลงเล็กน้อยเพื่อให้เหมาะกับการเดินทางหรือเพื่อหลีกเลี่ยงกฎบางอย่างในยุคนั้นค่ะ ซึ่งมันสอดคล้องกับร่องรอยแปลกๆ บนหยกชิ้นนี้..."
"ถ้าจะให้ตั้งสมมติฐาน... ความเป็ไปได้ว่าหยกชิ้นนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับ ชุมชนชาวจีนอพยพที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ"
ศศิธรวางขุนหยกลงบนโต๊ะอย่างแ่เบา
"มีสถานที่แห่งหนึ่งที่ดิฉันอยากแนะนำให้คุณลองไปดูนะคะ... ชุมชนที่เก่าแก่และสำคัญที่สุดที่ดิฉันนึกออกตอนนี้ ก็คือชุมชนรอบ ศาลเ้าพ่อกวนอูที่บ้านบ่อ จังหวัดสมุทรสาคร ค่ะ"
ผมพยักหน้ารับช้าๆ สมองพยายามประมวลผลข้อมูลที่ไม่คาดคิด ก่อนจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"ที่น่าแปลกคือ... นามสกุลของผมคือลีคุณานนท์ ซึ่งมาจากแซ่หลี่ (李) ตัวเดียวกับที่สลักอยู่บนหยกเลยครับ"
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของศศิธรก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจอย่างแท้จริง
เธอมองหน้าผมสลับกับขุนหยกบนโต๊ะ "อะไรนะคะ... แซ่หลี่เหรอคะ" เธอทวนคำ
"เหลือเชื่อ... คุณรู้ไหมคะว่าชุมชนรอบศาลเ้าที่บ้านบ่อ... คือชุมชนคนจีนแซ่หลี่ที่เก่าแก่และสืบทอดกันมาอย่างยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศเลยค่ะ"
ผมเงียบไป อึ้งกับความบังเอิญที่ดูจะจงใจเกินไป...
หยกมีคำว่า 'หลี่'... ตัวผมเองก็ 'แซ่หลี่'... และชุมชนชาวจีนอพยพที่เก่าแก่ที่สุดที่อาจเกี่ยวข้องกับหยกชิ้นนี้ ก็เป็ของคน 'แซ่หลี่' อีก...
ทุกอย่างมันจะเชื่อมโยงกันได้ขนาดนี้เชียวหรือ
ศศิธรพูดต่อ เหมือนอ่านใจผมออก "ฉันรู้ว่ามันอาจจะฟังดูบังเอิญเกินไป แต่มันคือการเชื่อมโยงที่ทรงพลังมากนะคะ"
"ถ้าจะมีความเกี่ยวข้องอะไรบางอย่างกับบรรพบุรุษของคุณ ที่นี่คือความเป็ไปได้ที่สูงที่สุดแล้วค่ะ... ชุมชนที่เข้มแข็งและมีประวัติศาสตร์ยาวนานขนาดนั้น อาจจะมีเบาะแสหรือข้อมูลอะไรบางอย่างที่คุณตามหาอยู่ก็ได้"
...ผมพยักหน้ารับช้าๆ สมองพยายามประมวลผลข้อมูล แต่แล้วคำถามหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจจนทำให้ผมต้องขมวดคิ้ว
...ศาลเ้าพ่อกวนอูที่บ้านบ่อ... สมุทรสาคร...
ผมลองค้นหาชื่อสถานที่แห่งนี้ในลิ้นชักความทรงจำของตัวเอง... พยายามนึกถึงบทสนทนาบนโต๊ะกินข้าว... เื่เล่าเก่าๆ ของอากง... หรือแม้แต่คำบ่นของอาม่า...
แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า
สถานที่ที่อาจจะสำคัญกับรากเหง้าของตระกูลขนาดนี้... ทำไมผมถึงไม่เคยได้ยินชื่อของมันเลยแม้แต่ครั้งเดียว?
คำพูดสุดท้ายของคุณศศิธรยังคงก้องอยู่ในหัวของผม... “ที่นั่นคือจุดเริ่มต้นที่ดีที่สุดที่คุณจะหาได้แล้วค่ะ”
ศาลเ้าพ่อกวนอูที่บ้านบ่อ... สมุทรสาคร
มันคือเบาะแสที่จับต้องได้จริงจังที่สุดนับั้แ่เื่ราวทั้งหมดนี้เริ่มต้นขึ้น
เป็เส้นด้ายบางๆ ที่อาจจะนำผมไปสู่คำตอบของทุกคำถาม
ความรู้สึกเหมือนคนหลงทางอยู่กลางทะเลทรายมานาน แล้วจู่ๆ ก็มองเห็นโอเอซิสอยู่ไกลๆ
ขณะที่ผมกำลังจมอยู่กับความคิดของตัวเอง คุณศศิธรก็ค่อยๆ ถอดถุงมือผ้าสีขาวออก สายตาของเธอยังคงจับจ้องอยู่ที่ขุนหยกสีเืนกบนโต๊ะ
"คุณชาญคะ..." เธอเอ่ยขึ้น "ดิฉันมีเื่อยากจะขอรบกวนหน่อยได้ไหมคะ"
"ครับ?" ผมดึงตัวเองกลับมาสู่ปัจจุบัน
"หยกชิ้นนี้... มีรายละเอียดที่น่าสนใจมากค่ะ" เธอมองหน้าผมตรงๆ "เพื่อที่จะระบุที่มาและอายุของมันให้แน่ชัดกว่านี้ จำเป็ต้องใช้เครื่องมือและห้องปฏิบัติการเฉพาะทาง..."
"ไม่ทราบว่า... จะเป็ไปได้ไหมคะ ถ้าดิฉันจะขอยืมหยกชิ้นนี้ไปตรวจสอบที่ศูนย์ฯ สักวันสองวัน"
คำขอของเธอเหมือนค้อนที่ทุบลงมากลางความคิดของผม ความคิดสองสายแล่นสวนกันในหัวอย่างรวดเร็ว
สายหนึ่งะโก้องว่า ‘ไม่ได้เด็ดขาด!’ เกิดคุณศศิธรเจอเื่แปลก ๆ แบบเราละ
แต่อีกสายหนึ่งกลับแย้งขึ้นมาอย่างมีเหตุผล... คุณศศิธรคือผู้เชี่ยวชาญตัวจริง เธอคือความหวังเดียวของผมในตอนนี้ การปฏิเสธเธออาจหมายถึงการปิดประตูบานเดียวที่เปิดอยู่
ผมมองลึกเข้าไปในดวงตาที่จริงจังหลังกรอบแว่นของเธอ... ผมตัดสินใจ... ผมต้องเดิมพัน
"ผม... ผมให้ยืมได้ครับ" เสียงของผมแหบลงเล็กน้อย "แต่... มันสำคัญกับครอบครัวผมมากจริงๆ นะครับ รบกวนช่วยดูแลมันอย่างดีที่สุดได้ไหมครับ แล้ว... จะใช้เวลานานแค่ไหนครับ"
คุณศศิธรมีสีหน้าผ่อนคลายลง "ไม่ต้องห่วงเลยค่ะคุณชาญ ที่ศูนย์ฯ เรารับรองว่าจะปลอดภัยแน่นอนค่ะ" เธอยิ้มอย่างมั่นใจ "เื่เวลา อย่างเร็วที่สุดน่าจะภายในหนึ่งถึงสองวันทำการค่ะ ดิฉันจะติดต่อกลับไปทันทีที่ได้ผลเบื้องต้น"
ผมพยักหน้ารับอย่างโล่งอก ค่อยๆ เลื่อนขุนหยกบนโต๊ะส่งให้เธออย่างแ่เบา
"เอ่อ คุณศศิธรครับ... ไม่ทราบว่าผมจะขอ... แลกไลน์หรือเบอร์โทรศัพท์ไว้ได้ไหมครับ"
"ได้เลยค่ะ" เธอชี้ที่นามบัตรใบเดิม "เบอร์ในนามบัตรเป็เบอร์ตรงของดิฉันเอง หรือจะแอดไลน์จากเบอร์นี้ก็ได้ค่ะ"
หลังจากเราแลกช่องทางการติดต่อกันเรียบร้อย เธอก็เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ
"อุ๊ย จริงสิ ได้เวลาแล้ว ดิฉันต้องขอตัวก่อนนะคะ มีนัดประชุมต่อ"
"ครับๆ ได้เลยครับ" ผมลุกขึ้นยืน "ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกอย่างนะครับ"
"ด้วยความยินดีค่ะ แล้วจะรีบติดต่อนะคะ"
เรากล่าวอำลากันสั้นๆ แล้วเธอก็เดินออกจากร้านไป ทิ้งให้ผมยืนอยู่ตามลำพังกับความรู้สึกที่หลากหลาย
ทั้งโล่งใจที่ได้เบาะแส แต่ก็อดกังวลเื่ขุนหยกที่ไม่ได้อยู่กับตัวไม่ได้
ผมโบกแท็กซี่อีกครั้ง แต่การเดินทางขากลับนั้นแตกต่างจากขามาลิบลับ ไม่มีอีกแล้วความร้อนรนหรือการขับขี่ที่เฉียดตาย
ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา หยิบนามบัตรของคุณศศิธรออกมา เปิดแอปพลิเคชัน LINE แล้วกดเพิ่มเพื่อนจากเบอร์โทรศัพท์
ไม่นาน รูปโปรไฟล์ของผู้หญิงคนหนึ่งในชุดทำงานทะมัดทะแมงก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับชื่อ 'Sasithorn P.'
ผมจ้องรูปนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งสติกเกอร์รูปตัวการ์ตูนโค้งคำนับไปให้ พร้อมกับพิมพ์ข้อความสั้นๆ ตามไป
‘สวัสดีครับคุณศศิธร ผมเพ้งนะครับ ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือวันนี้อีกครั้งครับ’
ไม่ถึงนาทีหลังจากนั้น ก็มีการแจ้งเตือนตอบกลับ เป็สติกเกอร์รูปตัวอักษรคำว่า ‘OK’ ที่เรียบง่าย
เมื่อได้รับการตอบกลับแล้ว ผมก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง... คราวนี้... เพื่อเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่
ปลายนิ้วของผมเลื่อนไปเปิดเว็บเบราว์เซอร์ พิมพ์คำค้นหาที่เพิ่งได้รับมาสดๆ ร้อนๆ ลงไป
‘ศาลเ้าพ่อกวนอู บ้านบ่อ สมุทรสาคร’
ข้อมูลมากมายปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ ทั้งประวัติความเป็มาที่ยาวนานย้อนไปถึงสมัยอยุธยา รูปภาพของศาลเ้าที่ดูขรึมขลัง และบทความหลายชิ้นที่กล่าวถึง "ชุมชนชาวจีนแต้จิ๋วแซ่หลี่" ที่ตั้งรกรากอยู่ ณ ที่แห่งนั้นมาหลายชั่วอายุคน
ผมเลื่อนอ่านข้อมูลอย่างละเอียด ตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง
รถติดบนถนนกรุงเทพฯ ที่เคยน่าเบื่อหน่าย บัดนี้กลับกลายเป็เวลาอันมีค่าสำหรับการเตรียมตัวของผม
แผนที่ดิจิทัลบนหน้าจอส่องสว่าง... ปลายทางของมันคือจุดเริ่มต้นที่จะนำทางผมไปสู่รากเหง้าที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน
พรุ่งนี้... ผมจะไปที่นั่น
รถแท็กซี่เคลื่อนตัวฝ่าการจราจรกลับสู่ตรอกหลังถนนเจริญกรุง เมื่อกลับถึงบ้าน ผมเห็นอาม่านั่งดูละครอยู่บนเก้าอี้หวายตัวโปรดของท่าน
"อาม่าครับ" ผมทรุดตัวลงนั่งข้างๆ ท่าน รอจนฉากในทีวีเปลี่ยนไป
"มีอะไรของลื้อ" อาม่าละสายตาจากจอมามองผม
"ผมมีเื่อยากจะถามหน่อย... อาม่าเคยได้ยินอากงพูดถึง 'บ้านบ่อ' ที่สมุทรสาครบ้างไหมครับ"
อาม่าขมวดคิ้ว ทวนคำช้าๆ "บ้านบ่อ... สมุทรสาคร..." แววตาของท่านเหม่อมองไปไกล เหมือนกำลังพยายามค้นหาอะไรบางอย่างในลิ้นชักความทรงจำที่เก่าแก่
"อืม... คุ้นๆ นะ... เหมือนอากงลื้อเคยพูดถึงอยู่ครั้งสองครั้ง"
หัวใจผมเต้นแรงขึ้น "แล้ว... เขาว่ายังไงบ้างครับอาม่า"
ท่านส่ายหน้าช้าๆ "นานมากแล้วเพ้ง... นานจนอั๊วก็จำไม่ได้แล้วว่าเขาพูดว่าอะไร... เหมือนจะพูดถึงญาติห่างๆ หรืออะไรสักอย่างนี่แหละ ตอนนั้นอั๊วก็ไม่ได้ใส่ใจฟังเท่าไหร่"
ท่านหันกลับมามองผมเต็มตา "แล้วนี่ลื้อไปรู้อะไรมา ถึงมาขุดเื่เก่าๆ ของอากงมาถาม"
ผมเลือกที่จะไม่เล่าเื่ทั้งหมดให้ท่านกังวล "พอดีมีเื่ต้องไปจัดการเกี่ยวกับงานเก่าน่ะครับ ที่สมุทรสาคร ไม่ไกลเท่าไหร่ เลยลองถามดูเผื่ออาม่าจะรู้จัก"
"เออๆ ไปก็ไปดีๆ ละกัน" อาม่าว่า พลางหันกลับไปสนใจละครในทีวีต่อ
แต่ผมสังเกตเห็นแววตาครุ่นคิดที่ยังหลงเหลืออยู่ของท่าน...
คืนนั้น ผมกลับขึ้นมาบนห้องเพื่อวางแผนการเดินทางอย่างละเอียด ผมตัดสินใจเลือกวิธีที่ง่ายที่สุด คือการนั่งรถตู้โดยสารจากสถานีขนส่งสายใต้ใหม่
ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตอนหกโมงเช้า ก่อนจะล้มตัวลงนอนด้วยความรู้สึกสงบ...
โดยไม่รู้เลยว่าในขณะเดียวกันนั้น ที่อีกฟากหนึ่งของกรุงเทพฯ เื่ราวของขุนหยกกำลังมีความคืบหน้าครั้งสำคัญ
ที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร...
ศศิธร และ ดร. เอก เพื่อนร่วมงานผู้เชี่ยวชาญ กำลังจ้องผลวิเคราะห์องค์ประกอบแร่บนจอคอมพิวเตอร์...
และผลลัพธ์ที่ได้ก็ทำให้ ดร. เอก ถึงกับต้องถอดแว่นออกมาเช็ด
"เป็ไปไม่ได้..." เขาพึมพำ "ผมทำงานกับหยกและแร่โบราณมาทั้งชีวิต... ไม่เคยเห็นโครงสร้างแร่แบบนี้มาก่อน"
"หมายความว่ายังไงคะ... หรือว่ามันคือของปลอม ของทำเลียนแบบ!" ศศิธรถามเสียงเครียด
"ไม่ใช่!" ดร. เอก สวนกลับทันที แววตาของเขาตื่นเต้นจนเกือบคลั่ง "ของปลอมจะพยายาม 'เลียนแบบ' ของที่มีอยู่... แต่นี่มัน..."
"หยกชิ้นนี้มีองค์ประกอบแร่ธาตุที่... มันไม่ควรจะอยู่บนโลก!"
ศศิธรหน้าซีดเผือด "นอกโลก... แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่ามันเป็ของโบราณ มันอาจจะเพิ่งถูกแกะสลักเมื่อวานนี้ก็ได้"
"นั่นแหละประเด็น!" ดร. เอก ชี้ไปที่หยกชิ้นนั้น "ถ้ามันทั้ง 'มาจากนอกโลก' และ 'เก่าแก่'... นี่ไม่ใช่แค่การค้นพบ นี่คือสิ่งที่ต้องเขียนประวัติศาสตร์ศิลปะใหม่ทั้งหมด!"
พูดจบ ดร. เอก ก็คว้าถาดตัวอย่างนั้นขึ้นมา
"ผมไม่รอแล้ว... ผมจะลัดคิวตรวจคาร์บอนมันคืนนี้ เดี๋ยวนี้เลย!"
--- จบตอนที่ 11 ---
จากใจนักเขียน:
เราได้ "เบาะแส" ใหม่แล้ว! คุณศศิธร (ภัณฑารักษ์ตัวจริง!) เชื่อมโยงขุนหยกเข้ากับ "ชุมชนชาวจีนแซ่หลี่" ที่ "ศาลเ้าพ่อกวนอู บ้านบ่อ" แถมอาม่ายังยืนยันว่าอากงเคยพูดถึงที่นั่นจริงๆ!
และในขณะเดียวกัน... ผลแล็บก็ออกมาแล้ว มันคือ "หยกอุกกาบาต" อายุ 1,380 ปี!
พรุ่งนี้... เพ้งจะไปที่บ้านบ่อ!
เจอกันพรุ่งนี้ครับ!
ตอนที่ 12 "เมื่อโชคชะตามาถึง" มาแน่ เวลา 2030 ครับ!
ฝากกดหัวใจ ❤️ และเพิ่มเข้าชั้น ???? ด้วยนะครับ! — เสวี่ยซื่อจื้อ / ธ.ปณิทัศน์