“หลินหาน ในเมื่อเป็นแบบนี้ ก็อย่าหาว่าฉันไม่ให้โอกาสนายแล้วกัน!”
เกาชงชักมีดสั้นที่เอวออกมา ซึ่งเป็นอาวุธระดับทองแดง!
เมื่อเห็นเกาชงย่องเข้ามาใกล้ พร้อมตวัดมีดสั้นตรงมาที่ดวงตา หลินหานก็ย่อตัวย่นระยะ หลบการโจมตีของเกาชงได้แบบสบาย ๆ
เป็นไปได้ยังไง!?
เกาชงไม่อยากจะเชื่อ ตามหลักแล้ว หลินหานไม่มีทางอ่านการเคลื่อนไหวของเขาออกได้เลย!
ต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่ ๆ !
มันต้องบังเอิญแน่ ๆ !
“ไอ้หนู ถือว่านายโชคดีที่บังเอิญหลบการโจมตีของฉันได้ แต่ครั้งหน้า นายคงไม่มีโชคแบบนี้อีกแล้ว!”
หลินหานรู้สึกระอา พลางคิดในใจ ‘การเคลื่อนไหวของนายในสายตาฉันมันช้าจนเหมือนภาพสไลด์โชว์ ยังจะมาพูดจาอวดดีอยู่อีก’
ในอีกมุมหนึ่ง เขาเองก็รู้สึกสนุกกับสถานการณ์ตรงหน้าอยู่เหมือนกัน ไม่ว่าเกาชงจะพยายามทำท่าทางแปลก ๆ นานา เพราะนึกว่าเขาจะมองไม่เห็น แต่ในความเป็นจริง เกาชงไม่ต่างอะไรกับตัวตลกเลยสักนิด
ชายชราผมเหลืองเอ่ยขึ้นเรียบ ๆ “พวกคุณมองลูกหลบเมื่อครู่อย่างไรบ้าง”
ผู้ประเมินหญิงบอก “ฉันคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องบังเอิญนะคะ อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็นจอมโจรเงาคลาส 2 ตอนร่ายทักษะพรางตัว เขาก็ไม่น่ามองเห็นได้” พูดจบ เธอก็หยิบเอกสารข้อมูลของหลินหานขึ้นมาเปิดดู
ผู้ประเมินหนุ่มเอ่ย “ถึงได้บอกไงว่าพวกคุณน่ะมีแต่หน้าอกแต่ไม่มีสมอง มันจะเป็นเรื่องบังเอิญได้ยังไง รายละเอียดการเคลื่อนไหวของหลินหาน มันคือการตอบสนองฉุกเฉินจากการอ่านจังหวะของเกาชงออกต่างหาก เขามองทริกของเกาชงออกหมดแล้ว ตอนนี้ฉันเริ่มสงสัยด้วยซ้ำว่าหลินหานเห็นตัวเกาชงชัดเจนขนาดไหน”
ชายชราผมเหลืองพยักหน้ารับ “ถูกต้อง ตาแก่คนนี้ก็คิดแบบนั้น ลองสังเกตการกลอกตาของหลินหานดู แม้จะขยับเพียงเล็กน้อย ทิศทางกลับกวาดตามตำแหน่งของเกาชงอยู่ตลอดเวลา”
หลายคนลองสังเกตตามที่ชายชราบอก และผลลัพธ์ก็เป็นไปตามนั้นจริง ๆ
แม้หลินหานจะตบตาไว้บ้าง แต่ทิศทางสายตากลับโกหกไม่ได้ เขามองเห็นการเคลื่อนไหวของโจรขโมยคลาส 2 ได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
“หลินหาน นักเรียนดีเด่น อาชีพผู้สังเวยชีวิต” พอนึกถึงชื่ออาชีพผู้สังเวยชีวิต ผู้ประเมินหญิงก็ถอนหายใจอย่างเสียดาย “น่าเสียดายที่ไม่ใช่อาชีพสายต่อสู้หลัก ไม่อย่างนั้นด้วยศักยภาพของเด็กคนนี้ ต้องสร้างชื่อได้แน่นอน”
“แต่จะว่าไป ค่าสเตตัสของผู้สังเวยคนนี้มันสูงจนโอเวอร์ไปหน่อยไหม ยอดฝีมือสายนักรบยังทำไม่ได้ขนาดนี้เลยมั้ง”
ชายชราผมเหลืองบอก “อ่านประวัติแล้วก็น่าเสียดาย ทั้งที่มีพรสวรรค์สายนักรบแท้ ๆ แต่กลับถูกจัดอยู่ในกลุ่มอาชีพผู้สังเวยชีวิตที่แทบไร้อนาคตแบบนี้”
เกาชงที่เพิ่งพลาดท่าไป ตั้งสติแล้วพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง คราวนี้เป้าหมายของเขาคือลำคอ!
ทว่าในตอนที่เขานึกว่ากุมชัยชนะไว้ได้ หลินหานก็เหวี่ยงแขนซัดหมัดตรงออกไป เกาชงที่ไม่ทันตั้งตัวโดนหมัดกระแทกอัดซัดลอยกระเด็นไปชนกำแพงเสียงดังตึง!
“พละกำลังระดับนี้มันอะไรกัน!” ชายชราผมเหลืองตกตะลึง นี่ไม่ใช่แรงปะทะที่อาชีพสายฮีลจะทำได้เลย
“อาชีพของเด็กคนนี้ไม่ควรเรียกว่าผู้สังเวยชีวิตแล้วมั้ง แค่อานุภาพหมัดนี้ พลังหมัดของนักรบเลเวลเดียวกันหลายคนยังสู้ไม่ได้ด้วยซ้ำ”
“นี่มันผู้สังเวยคลั่งชัด ๆ !”
บรรดาผู้ประเมินเริ่มให้คะแนนในใจ “เสียอย่างเดียวที่เป็นอาชีพผู้สังเวย ช่างน่าเสียดายจริง ๆ ”
...
เกาชงยันกายลุกขึ้นจากพื้นด้วยสีหน้าตกตะลึง เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่าหลินหานมองเห็นเขาได้อย่างไร!
เขาลากร่างกายที่บอบช้ำพร้อมตะคอกด่าว่า “แกมีไอเทมวิเศษอะไรกันแน่ ถึงได้มองทะลุการพรางตัวของฉันได้!”
เกาชงโมโหจนแทบคลั่ง แต่ไม่ว่าจะอย่างไร นี่ก็ถือเป็นไอเทมที่ใช้ได้ตามกฎ เกาชงจึงทำอะไรไม่ได้ ตอนนี้บรรดาผู้ชมรอบสนามต่างโดนหมัดของหลินหานตกจนกลายเป็นแฟนคลับ
หมัดเดียวหมดจด ซัดจอมโจรเงาคลาส 2 จนลอยกระเด็น!
“เกาชง ทำไมไม่เห่าต่อล่ะวะ เมื่อก่อนนายต้องอยู่ใต้เงาของหลินหาน วันนี้และวันหน้า นายก็ยังต้องอยู่ใต้เงาของหลินหานเหมือนเดิมนั่นแหละ! ไม่มีวันดิ้นหลุดหรอกโว้ย!”
หวังเฉียงที่นั่งอยู่ฝั่งผู้เข้าชมตะโกนหัวเราะเยาะ หากถามว่าใครรู้จักพละกำลังของหลินหานดีที่สุด ย่อมไม่มีใครเกินเขา เขาคือคนที่เห็นกับตาว่าหลินหานซัดบอสมิโนทอร์กระเด็นลอยไปอย่างไร!
คนอื่นอาจไม่เชื่อว่าหลินหานจะชนะ แต่หวังเฉียงเชื่อมั่น 100%!
“หลินหาน นายช่วยสั่งให้หมาของนายหุบปากทีได้ไหมฮะ!”
เกาชงกวัดแกว่งมีดสั้นพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง คำพูดของหวังเฉียงทำเอาเขาเสียสติ ในหัวคิดเพียงแค่อยากกอบกู้หน้าคืนมา ตอนนี้เขาไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ได้!
ยิ่งแพ้ให้แก่อาชีพที่คนทั้งโลกมองว่าไร้อนาคตอย่างผู้สังเวย!
ที่สำคัญ เขาไม่มีวันยอมแพ้หลินหาน สมัยเรียนเขาโดนกดอยู่ใต้เงามาตลอด พอตอนนี้มีโอกาสเหยียบหลินหานลงใต้เท้า เขาไม่มีวันยอมให้สถานการณ์พลิกกลับไปแบบเดิมเด็ดขาด!
“ตายซะเถอะ!”
ออร่ารอบกายเกาชงพุ่งสูง พละกำลังระดับคลาส 2 ปะทุออกมาเต็มกำลัง ความเร็วสูงจนผู้ใช้อาชีพเลเวลต่ำรอบสนามมองเห็นเป็นเพียงภาพพร่ามัว
“ไร้สาระ”
หลินหานยังคงยืนดูการแสดงของเกาชงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ต่อให้ความเร็วของเกาชงจะสูงส่งเพียงใด สำหรับเขามันก็ยังช้าอืดอาดประหนึ่งหอยทากคลานอยู่ดี
เมื่อครู่ตามสัญชาตญาณ เขาเกือบจะเผลอปล่อยมหาเวทต้องห้ามกวาดล้างสนามไปแล้ว ถ้าตั้งสติไม่ทันว่านี่ไม่ใช่การลงดันเจี้ยน มีหวังคนรุ่นใหม่ของเมืองฮุยเยว่ได้ล้มตายเกลี้ยงสนามแน่
“ตายซะ!”
เกาชงโผล่มาตรงหน้าหลินหาน ปลายมีดสั้นเล็งตรงไปยังลำคอ ขอเพียงซัดเป้าหมายเข้า หลินหานจะต้องล้มลงและเสียชีวิตจากการตกเลือดแน่นอน
ตอนนี้เกาชงโดนความอยากเอาชนะบังตา จนไม่สนใจผลลัพธ์ที่จะตามมาอีกต่อไป กรรมการตัดสินคอยจ้องมองไม่คลาดสายตา หากหลินหานตกอยู่ในอันตราย เขาก็พร้อมจะพุ่งเข้าแทรกแซงทันที
“ฉันบอกแล้วไง ว่านายมันไร้เดียงสาเกินไป”
หลินหานพูดด้วยเสียงราบเรียบ พลางซัดหมัดออกไปอีกครั้ง ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของเกาชง หมัดกระแทกเข้าอัดหน้าของเกาชงเต็ม ๆ !
แรงปะทะมหาศาลส่งร่างของเกาชงลอยกระเด็นกลับไป และสิ่งที่ลอยกระเด็นออกมาพร้อมร่างของเกาชง ก็คือฟันเปื้อนเลือด 2 ซี่ ที่ร่วงหล่นลงเบื้องหน้าของเกาชงพอดี
“ฉันบอกนายแล้วเกาชง นายมันก็แค่ขยะที่คู่ควรกับการโดนฉันเหยียบย่ำอยู่ใต้เท้า นายไม่ใช่คู่มือของฉันหรอก จะเอาอีกสักรอบไหมล่ะ”