“เอาล่ะๆ..ที่แม่ให้มารวมกันวันนี้เพราะมีเรื่องจะพูดให้รับรู้กันทั้งสองบ้านในวันข้างหน้าหากแม่ตายไปจะได้ไม่มีอะไรคาใจกัน เรื่องของเสี่ยวเกินก็เรื่องหนึ่ง เรื่องของบ้านรองก็เรื่องหนึ่งในที่นี้ต่อไปจะไม่มีการบังคับหรือกดดันกันด้วยวิธีใดๆก็ตาม”
นางซ่งเอ่ยถึงตรงนี้ก็ใช้สายตาฟาดไปที่สะใภ้หนึ่งรอบ สะใภ้ใหญ่ยังไม่รู้ว่าตนเองทำอะไรผิดเพราะคิดไม่ได้ แต่สำหรับสายตาที่แม่สามีมองมานั้นย่อมดูออกว่าเป็นสายตาที่ประสงค์ร้ายแน่นอน ถึงกระนั้นหล่อนก็หลบวูบด้วยสัญชาตญาณ
ฮึ…เปลี่ยนไปมากขนาดนี้แล้วบอกไม่ใช่ผีเข้าต่อให้ เหยียนหลัวหวาง(ยมบาล)จากนรกมาพูดเองหล่อนก็ไม่เชื่อหรอก หรือว่าแม่สามีเห็นครอบครัวรองกำลังได้ดิบได้ดีกินอิ่ม มีชามข้าวเหล็กถือแล้วคิดจะเปลี่ยนขั้ว หนอย..ยายแก่คนนี้ช่างไร้มโนธรรมเหลือเกิน
แค่สายตาเพียงแว๊บเดียวของย่าซ่ง ก็ทำให้สะใภ้ใหญ่สามารถคาดเดาและคิดอะไรต่อมิอะไรได้ล้านแปดตลบแม้ส่วนใหญ่จะไม่ใช่เรื่องดีสักเรื่องก็เถอะ
“ต้าฉางคุณเป็นพี่ชายคนโตที่ผ่านมาเป็นเพราะแม่ที่ผิดเอง ตลอดเวลาที่ผ่านมาเกือบครึ่งชีวิตเป็นแม่ที่ยัดเยียดความเห็นแก่ตัวและเหตุผลที่ไม่เข้าท่าให้คุณเอาเปรียบน้องชายของคุณมาตั้งแต่เด็ก พอมีลูกมีเมียก็เป็นแม่อีกนั่นแหละที่ปลูกฝังเรื่องผู้นำตระกูลให้กับหลานชายแล้ว..มาข่มเหงหลานสาว”
หญิงชราพูดไปไม่ถึงครึ่งทางเสียงก็เริ่มเครือน้ำตาที่ไหลผ่านแก้มเหี่ยวๆของเธอถ้าไม่ใช่ว่าเห็นกับตาก็คงคิดว่าท่อปะปาแตก ซ่งอันหลินพยายามมองหาข้อจับผิดว่านี่คือการแสดงงิ้วโรงหนึ่งหรือไม่…ก็ยังมองไม่เห็นพิรุธ
ไอ่โหย่ว….ซูสีไทเฮากลับใจหรือนี่..ประเทศถูกแบ่งไปเป็นสองแล้วตอนนี้พระนางคงกำลังเลือกข้างสินะ..ซ่งอันหลินมองบทโศกตรงหน้าด้วยสายตาซับซ้อน ดูต่อไปว่าหญิงชราคนนี้จะทำอะไรต่อ
..มันยากที่จะทำให้คนนอกอย่างซ่งอันหลินเชื่อแม้ย่าซ่งจะคิดกลับใจแล้วจริงๆ แต่ความไร้เหตุผลของย่าซ่งที่ผ่านมาทำให้ซ่งอันหลินไม่กล้าเชื่อจนหมดใจ
ก็มีแต่ซ่งเอ้อเฉินคนเดียวเท่านั้นที่ตาแดงก่ำเพราะสะเทือนใจที่แม่ของตนพูดแทงใจดำที่ค้างเป็นจุดบอดในใจมาเนิ่นนาน
ที่แท้…ที่แท้ตอนนี้แม่ของเขากลับใจได้แล้วจริงๆ ฮือๆๆ..เสียงร้องดังและเต็มไปด้วยน้ำหูน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม ซ่งเอ้อเฉินไม่สนใจจะรักษาภาพลักษณ์ต่อหน้าครอบครัวอีกต่อไป ความอัดอั้นตันใจที่มีถูกคำพูดสารภาพผิดครึ่งๆกลางๆของแม่ตนเองกระแทกเข้ากลางใจ ชายวัย38ปีแบบเขาถึงกับร้องไห้โฮ…
ซ่งอันหลินเห็นพ่อตัวเองเป็นแบบนี้ก็อดกรอกตาใส่ไม่ได้ เห้อ….โชคชะตาแบบไหนกันนะที่ส่งเธอมาให้มีพ่อแบบนี้แต่..ก็ช่างเถอะก็ยังดีกว่าเจอพ่อที่ตบตีและชอบใช้กำลังกับครอบครัว ถึงแม้พ่อคนนี้ของเธอจะหัวอ่อนซื่อๆจนถูกเอาเปรียบมานานทำครอบครัวเดือดร้อน จริงๆแล้วเขาเองก็ไม่เคยรุนแรงและข่มเหงลูกเมียมาก่อน ใครมันเลือกเกิดได้ล่ะคิดซะว่าสมองของพ่อเธออาจจะขาดปลามากไปหน่อย
“พ่อๆหยุดร้องสักครู่เถอะ ฟังย่าพูดให้จบก่อน” ซ่งอันหลินใช้นิ้วจิ้มสะกิดชายโครงของพ่อตนเองเพื่อเตือนสติ
ส่วนนางหลิวหงส่งค้อนอันใหญ่ให้สามีตนเองนึกเจ็บใจที่ไม่สามารถหลอมเหล็กให้เป็นเหล็กกล้าได้
ซ่งเอ้อเฉินรีบเช็ดน้ำตาปรอยๆและเงียบเสียงตั้งใจฟังแม่ของตนต่อ ส่วนย่าซ่งเมื่อมีคนขัดกลางปล้องทำให้การบิ้วอารมณ์ที่อ่อนไหวถูกสะบั้นตรงกลางทาง น้ำตาที่ไหลเหมือนท่อประปาแตกก็กลับมาดีดังเดิม
ซ่งอันหลินเริ่มไม่แปลกใจว่าแม้พ่อของตนจะเป็นลูกชังของย่า แต่ดีเอ็นเอที่ติดมาจากย่ามันส่งผลชัดเจนเกินไปสองคนนี้สั่งน้ำตาได้ดังใจจริงๆ
ต่างกับลุงต้าฉางพี่ชายคนโตแม้จะฟังแม่ตนเองพูดได้ครึ่งๆกลางๆแต่ก็ทำให้เขาหน้าครึ่งดำครึ่งแดงได้ด้วยความโกรธ
..นะ..นี่เกิดอะไรขึ้นกับสมองแม่ของเขา ทำไมพูดจาเหลวไหลแบบนี้ใครๆเขาก็รู้กันทั่วว่าเขาเป็นหัวหน้าครอบครัวเป็นพี่คนโตแถมยังมีลูกชายให้ตระกูลตั้งสองคนอะไรที่เป็นการเอาเปรียบน้องชายตนเอง นี่ไม่ใช่หน้าที่ที่น้องชายต้องช่วยเขาเลี้ยงดูลูกชายเพื่อสืบทอดวงค์ตระกูลหรอกหรือ
ลูกสาวแบบเสี่ยวหลินและเสี่ยวหลันนั่นอีกไม่กี่ปีก็ต้องแต่งออกไปเป็นคนของตระกูลอื่น คนที่จะเลี้ยงดูแม่และครอบครัวต่อไปไม่ใช่ซ่งต้าเกินกับซ่งตงกั่วหรอกเหรอ หึ..แม่ของเขาคงจะถูกผีเข้าจริงๆแบบที่ภรรยาเขาพูดสินะไม่อย่างงั้นจะพูดจาเหลวไหลแบบนี้ได้ยังไง
"ก็เป็นอย่างที่แม่พูดแต่ต้น ในเมื่อตอนนี้ครอบครัวรองได้แยกบ้านไปแล้วก็ไม่เกี่ยวอะไรกับครอบครัวใหญ่แล้วการจะไปเอาเปรียบหรือหาเรื่องให้ครอบครัวรองลำบากใจแบบที่แม่เสี่ยวเกินทำก็อย่าได้ทำอีก..ส่วนครอบครัวรอง
เสี่ยวเฉินเอ้ย..ลูกอย่ากังวลไปเลยเรื่องกลัวไม่มีใครสืบสกุล ไม่สู้อีกหน่อยนังหนูเสี่ยวหลินแต่งสามีเข้าตระกูลก็ได้แล้ว เก่งๆแบบเสี่ยวหลินไม่ว่าใครก็อยากได้ไปเป็นเมียทั้งนั้นแค่นี้หลานที่เกิดมาก็ไม่ใช่แซ่ซ่งหรอกหรือ"
สิ้นเสียงพูดของย่าซ่ง..เอ้อเฉินก็เหมือนถูกจุดพลุใส่สมอง ประกายความสว่างในสมองของเขาวาบขึ้น..ใช่แล้ว ใช่แล้วทำไมเขาถึงคิดไม่ได้กันนะตอนนี้ลูกสาวเขาหาเงินเข้าบ้านได้มากมายอาหารการกินก็ไม่ขัดสนเทียบกับข้างนอกที่คนไม่กล้าคิดเรื่องกินเนื้อทุกอาทิตย์ด้วยซ้ำ
แต่เสี่ยวหลินหาเนื้อมาให้เขาและครอบครัวได้กินอิ่มทุกๆวัน แล้วแบบนี้ใครกันไม่อยากเชิญเทพแห่งโชคลาภแบบนี้มาแต่งเป็นภรรยาแม้จะแต่งเข้าตระกูลซ่งใครมันจะสนใจ บางตระกูลใช่จะขัดสนผู้ชายแต่ที่ขัดสนคืออาหารการกินต่างหาก
หน้าที่แดงก่ำของซ่งเอ้อเฉินสว่างวาบขึ้นมาทันที..ซ่งอันหลินเห็นแบบนั้นถึงกับจิ๊ปากในใจ จิ๊..จิ๊ แม้แต่เรื่องแบบนี้ย่าของเธอก็คิดออกมาได้ช่างไม่ธรรมดาจริงๆ แต่ก็ดีเหมือนกันตอนนี้เธอเริ่มคิดได้แล้วว่าจะใช้ใครมากดดันพ่อของเธอให้ย้ายเข้าในเมืองโดยสะดวก หึหึ…