บทที่ 34 จิ้งจอกพันหน้า
กลีบดอกของฮั่นตั้นหมุนวน ไข่อสูรสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นบนมือของจื่อเชียนเกอ บนเปลือกไข่ยังมีอักขระวิเศษที่ลึกลับสลักอยู่
ถึงแม้เธอจะไม่เคยเห็นไข่อสูรมาก่อน แต่จากภายนอกก็พอจะมองออกว่ามันไม่ธรรมดา จื่อเชียนเกอเดาอย่างมั่นใจว่า “ดูไม่เหมือนของธรรมดาเลย อสูรตัวนี้น่าจะมีระดับสูงไม่น้อย”
ฮั่นตั้นตอบด้วยความภาคภูมิใจ “แน่นอน สิ่งที่นายท่านคนเก่าทิ้งไว้ล้วนเป็นของชั้นยอด เอาอันไหนออกไปก็ทำให้ทั้งทวีปต้องตกตะลึง”
จื่อเชียนเกอลูบดอกไม้ตัวน้อยที่หยิ่งยโส มองดูมันคุยโวอย่างขบขัน เจ้านายแบบไหนก็มีวิญญาณอาวุธแบบนั้น ขี้โม้พอกัน
เธอยกคิ้วถามว่า “ข้าเป็นเจ้านายที่แหวนดอกบัวยอมรับแล้ว พลังจิตก็น่าจะผ่าน ตอนนี้แค่หยดเลือดทำพันธสัญญา ก็เรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่?”
“อืม ใช่แล้ว พี่หญิง รีบหยดเลือดทำพันธสัญญาเร็วๆ ข้าก็อยากเช่นกันว่าข้างในผนึกอสูรอะไรไว้” ฮั่นตั้นรอคอยอย่างตื่นเต้น
“ตกลง”
เธอมองดูอักขระวิเศษบนเปลือกไข่อสูรอีกครั้ง ก่อนจะกัดนิ้วตัวเองแล้วหยดเลือดสองสามหยดลงบนเปลือกไข่
หยดเลือดค่อยๆ ซึมเข้าไปในเปลือกไข่ อักขระวิเศษบนเปลือกไข่ก็ค่อยๆ หายไป จนกระทั่งมองไม่เห็น
“แคร็ก” เปลือกไข่ค่อยๆ แตกออก
ไม่กี่อึดใจต่อมา หัวของจิ้งจอกน้อยสีขาวฟูๆ ก็โผล่ออกมา ดวงตาสีม่วงกลมโตราวกับอัญมณีที่ส่องประกายระยิบระยับ หลังจากที่มึนงงไปชั่วขณะหนึ่ง ก็รู้สึกตัวขึ้นราวกับได้กลิ่นที่คุ้นเคย
มันจ้องมองหญิงสาวกับดอกไม้ตรงหน้า แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “ท่านท่านแม่ดอกไม้”
จื่อเชียนเกอ “…”
มุมปากของเธอกระตุก ฮั่นตั้นก็สั่นกลีบดอกอย่างรุนแรง ทั้งสองมองหน้ากันด้วยความอับอาย
ลูกจิ้งจอกน้อยไม่ได้สนใจสีหน้าของทั้งสอง มันกินเปลือกไข่จนหมดเกลี้ยง แลบลิ้นเลียริมฝีปากอย่างเอร็ดอร่อย
ท่าทางแบบนี้ทำให้จื่อเชียนเกอนึกถึงคำว่า "ตะกละ"
ดูท่าทางเธอจะต้องเลี้ยงลูกตะกละตัวหนึ่งแล้ว
จื่อเชียนเกออุ้มมันไว้ในอ้อมแขน พิจารณาอย่างละเอียด แล้วถามว่า
“เจ้าจิ้งจอกน้อย เจ้าพูดได้เช่นนั้นเจ้าเป็นอสูรระดับไหนหรือ?”
จากคัมภีร์โบราณที่เธอเคยอ่าน อสูรทั่วไปไม่สามารถพูดภาษาคนได้ อสูรระดับ 8 ขึ้นไปจึงจะมีสติปัญญาและพูดได้
อสูรที่พูดได้จัดอยู่ในระดับสัตว์เทพ แต่ในทวีปเซิ่งเทียนยุคปัจจุบันแทบจะไม่มีอสูรระดับ 9 แล้ว อสูรระดับเทพก็สูญพันธุ์ไปหลายพันปีแล้ว เธอไม่ค่อยเชื่อว่าตัวเองจะโชคดีขนาดนี้ ได้ทำสัญญากับอสูรระดับเทพ
“ท่านท่านแม่ดอกไม้ ข้าก็ไม่รู้เช่นกัน” ลูกจิ้งจอกน้อยเบิกตากลมโตใสซื่อ น่ารักน่าเอ็นดู
เห็นมันทำหน้ามึนงง จื่อเชียนเกอก็รู้ว่าถามไปก็เท่านั้น เธอลูบขนนุ่มๆ ของมันเบาๆ ก็รู้สึกว่านุ่มมากจริงๆ
ฮั่นตั้นบินวนรอบลูกจิ้งจอกน้อยสองสามรอบ ครุ่นคิดอะไรบางอย่าง แล้วกลีบดอกก็หมุนวน มีคัมภีร์โบราณเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นตรงหน้า
“พี่หญิง ลองดูคำอธิบายในตำราเล่มนี้สิ คงจะหาคำตอบได้”
จื่อเชียนเกอวางลูกจิ้งจอกน้อยไว้บนตัก แล้วเปิดตำราอ่านอย่างละเอียด พอเห็นคำอธิบายในหนังสือก็ดีใจ
“จิ้งจอกพันหน้า! ดูคำอธิบายและภาพประกอบในหนังสือ มันเหมือนกับลูกจิ้งจอกน้อยตัวนี้เลย ขนสีขาว ดวงตาสีม่วง หางยาว หน้ารูปสามเหลี่ยม…”
ยังไม่ทันพูดจบ ลูกจิ้งจอกน้อยก็ขัดจังหวะ ประท้วงเสียงดังว่า “ท่านแม่ดอกไม้ ข้าน่ารักขนาดนี้ หน้าแบบไหนเป็นรูปสามเหลี่ยม? ใครเป็นคนเขียนตำราเล่มนี้กัน เชื่อถือไม่ได้เลย”
จื่อเชียนเกออึ้งไปครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะเบาๆ “เอ่อ อีกหนึ่งคนที่หยิ่งยโสและขี้โม้ ที่แท้สติปัญญาของเจ้าก็สูงเหมือนกัน ทำไมถึงเปลี่ยนไปมาได้? เมื่อครู่ยังทำเป็นไม่รู้อะไรเลย”
ลูกจิ้งจอกน้อยทำท่าไม่พอใจ พูดว่า “ข้าฉลาดมาตั้งแต่เกิดแล้ว แค่ตอนออกมาใหม่ๆ ยังมึนงงอยู่ พวกเราเผ่าจิ้งจอกพันหน้ามีมรดกตกทอด ตอนนี้ข้านึกขึ้นได้บ้างแล้ว”
จื่อเชียนเกอเห็นสีหน้าไม่พอใจของมันก็อยากจะหัวเราะ เธอจึงเอื้อมมือไปลูบหัวมันเบาๆ แล้วพูดว่า
“เข้าใจแล้ว จิ้งจอกพันหน้าขึ้นชื่อเรื่องความฉลาดและเจ้าเล่ห์จริงๆ แถมเจ้าเองก็น่ารัก ขนฟูๆ นี้ข้าชอบมาก แต่เจ้าไม่เรียกข้าว่าท่านแม่ดอกไม้ได้หรือไม่? มันฟังดูแปลกๆ”
ดวงตากลมโตของลูกจิ้งจอกน้อยกลิ้งไปมา พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานว่า “ได้ เช่นนั้นท่านจะให้ข้าเรียกว่าอะไร?”
จื่อเชียนเกอไม่ได้ตอบ มือขวาลูบฮั่นตั้น มือซ้ายอุ้มลูกจิ้งจอกน้อย ยิ้มแล้วพูดว่า “มา เดี๋ยวแนะนำให้รู้จักก่อน นี่คือฮั่นตั้น ตอนนี้เราอยู่ในมิติของแหวนดอกบัว มันเป็นวิญญาณอาวุธของที่นี่
ทำความรู้จักกันไว้ต่อไปนี้เจ้าก็เรียกข้าว่าพี่หญิงเหมือนฮั่นตั้นนะ อ้อ เจ้าจิ้งจอกน้อย พ่อแม่ของเจ้าตั้งชื่อให้หรือเปล่า? จำได้หรือไม่?”
ลูกจิ้งจอกน้อยส่ายหน้า มันเพิ่งจะตื่นขึ้นมา จำได้แค่ความทรงจำบางส่วนของเผ่าจิ้งจอกพันหน้า เรื่องอื่นๆ จำไม่ได้เลย
จื่อเชียนเกออยากแกล้งเจ้าตัวน้อย จึงยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์แล้วพูดว่า “เจ้าเป็นจิ้งจอกพันหน้า ในชื่อของข้าก็มีคำว่า "เชียน" เจ้าชื่อว่า "เชียนสอง" ก็แล้วกัน”
ฮั่นตั้นหลุดขำออกมาทันที ถ้ามีน้ำลาย คงจะพ่นใส่หน้าจื่อเชียนเกอแน่ๆ มันสะบัดกลีบดอกไปมา ร้องอย่างอ่อนหวานว่า “เชียนสอง! เชียนสอง!…”
ลูกจิ้งจอกน้อยจ้องมองจื่อเชียนเกอด้วยสายตาไม่พอใจ ประท้วงชื่อแปลกๆ นี้
จื่อเชียนเกอไม่สนใจคำประท้วงของเจ้าตัวน้อย ยังคงพูดแซวต่อ “หึๆ ไม่ชอบชื่อเชียนสองหรือ? เช่นนั้นก็เสี่ยวเชียนแล้วกัน”
ลูกจิ้งจอกน้อยรู้สึกว่าชื่อนี้ก็ไม่เลว พยักหน้าทันที “เอาชื่อเสี่ยวเชียนก็แล้วกัน”
หลังจากตั้งชื่อเสร็จ ทุกคนก็คุ้นเคยกันแล้ว จื่อเชียนเกอให้ฮั่นตั้นพาเสี่ยวเชียนไปเดินเล่นในแหวนดอกบัว ให้มันคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมก่อน ส่วนเธอก็ถือคัมภีร์โบราณกลับไปที่ห้องพัก อ่านคำอธิบายต่อ
จิ้งจอกพันหน้า มีความสามารถตรงตามชื่อ สามารถแปลงร่างได้พันแบบ จัดอยู่ในระดับสัตว์เทพตามตำนาน
เกิดมาก็พูดภาษาคนได้ มีนิสัยเจ้าเล่ห์ ฉลาดแกมโกง เกิดมาก็มีความสามารถในการต่อสู้เทียบเท่าอสูรระดับ 4
จื่อเชียนเกอดีใจมาก เพราะได้ของวิเศษมาจริงๆ
หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จฟ้าก็สว่างแล้ว จื่อเชียนเกออุ้มเสี่ยวเชียน ออกไป พร้อมกับให้มันแปลงร่างเล็กน้อย บอกมันว่าข้างนอกห้ามพูด ใช้พลังจิตสื่อสารกันเท่านั้น
ตอนนี้พวกเขายังมีพลังไม่สูง ถ้าให้คนอื่นรู้ว่าเสี่ยวเชียนเป็นสัตว์เทพ จะต้องมีภัยมาถึงตัว
เสี่ยวเชียนฉลาดมาก มันมีสติปัญญาเทียบเท่ามนุษย์ มันเข้าใจว่าคำเตือนของจื่อเชียนเกอเป็นการหวังดี ถึงเจ้านายคนนี้จะตัวเล็ก ปากร้าย แต่มันก็ชอบเธอนะ
เธอรีบไปที่ห้องครัว ทำขนมชิ้นเล็กๆ กับนมสดขิงให้ท่านอาจารย์อย่างรวดเร็ว
แล้วก็เตรียมเนื้อไก่จานใหญ่ไว้ให้เสี่ยวเชียนตัวน้อยตะกละด้วย
มันเป็นตัวตะกละจริงๆ พอได้กลิ่นเนื้อไก่ ดวงตาสีม่วงก็เป็นประกาย ทันทีที่วางจานลง มันก็พุ่งเข้าใส่อย่างตะกละตะกลาม