หงสาสีนิล (จบ)

    เล่มที่ 3 บทที่ 77 ความลี้ลับของชีวิต (ยามหนึ่ง)

            แสงจันทร์กระจ่างสาดส่อง พาให้ทุกสรรพสิ่งพลันชัดเจน

            ในมือของเสี่ยวอู่ถืออาวุธจากแคว้นจิงที่เรียกว่าตะบองเหล็กอยู่ เขารู้สึกชอบมันยิ่งนัก

            หากว่าลูกเหล็กของเขาได้ใช้วัสดุเช่นนี้หลอมสร้างขึ้นมา ย่อมต้องมีประสิทธิภาพอย่างยิ่ง

            “พี่ลู่ หากว่าข้าทุบจนมีดของท่านพังจะทำอย่างไรเล่า” เสี่ยวอู่ยังคงถือตะบองนั้นไว้ในมือ แม้จะกระตือรือร้นอยากจะลองทุบสักครั้งนัก ทว่าก็อดกังวลใจขึ้นมาไม่ได้

            อาลู่ชอบมีดเล่มนี้มาก แม้ปกติเขาจะใช้มีดอีกเล่มหนึ่ง แต่มีดเล่มนี้เขาจะพกติดกายไว้เสมอ ทว่าเขาก็ไม่เคยนำมันออกมาใช้งานง่ายๆ ทุกครั้งที่ใช้จะต้องได้มีเลือดตกยางออกให้เห็น

            “ไม่เป็นไร” อาลู่ชอบมีดเล่มนี้เพราะเขาเจอมันพร้อมกับน้องสาว ทั้งมีดเล่มนี้ยังช่วยชีวิตเขาไว้อีกนับครั้งไม่ถ้วน แต่หากมันพ่ายให้กับอาวุธแคว้นจิง ก็ย่อมหมายความว่าเขาคงต้องเปลี่ยนใหม่เสียแล้ว ถึงอย่างไรชีวิตก็ย่อมสำคัญที่สุด เขาจำเป็นต้องมีชีวิตอยู่จึงจะสามารถดูแลน้องสาวได้

            นายท่านสามรู้ว่าอาลู่นั้นมีมีดที่เป็นดั่งสมบัติล้ำค่าอยู่เล่มหนึ่ง เขาเคยโน้มน้าวอาลู่อยู่เสียหลายครั้งว่าให้แลกมีดเล่มนั้นกับมีดเล่มอื่นของตน ทว่าก็ไม่เคยสำเร็จสักครั้ง

            แม่นางหลัวนั้นไม่สนใจเรื่องตรงหน้า กังวลเพียงแต่ว่าเด็กหญิงจะได้รับบาดเจ็บ

            ทว่านางก็ยังสังเกตเห็นท่าทีที่ผิดแปลกของท่านราชครู เหมือนว่าจะเริ่มตั้งแต่ที่อาลู่นำมีดเล่มนั้นออกมา สีหน้าของชายชราก็แปรเปลี่ยนไป

            ใต้แสงจันทร์ ใบหน้านั้นซีดขาวจนน่าเวทนา

            อาสวินที่ถูกเสี่ยวอู่ลากมาเป็นผู้ตัดสิน บัดนี้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่รอดูเรื่องสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น

            เฉินโย่วนั่งพิงอาสวิน เบิกตาโตรอชมเรื่องสนุกอยู่เช่นกัน

            ใต้แสงจันทร์ทั้งสองมือของเสี่ยวอู่นั้นทุ่มแรงทั้งหมดที่มีจนกล้ามเนื้อบนมือพลันปูดโปน ตะบองเหล็กในมือราวกับจะหลอมรวมกลายเป็นเนื้อเดียวกันกับเด็กหนุ่ม จากนั้นก็ออกแรงทุบลงไปบนมีดที่วางอยู่บนพื้น

            “แกร๊ง” สะเก็ดไฟพลันปะทุไปรอบด้าน ครั้งนี้สะเก็ดไฟปะทุแรงกว่าครั้งก่อน

            เฉินโย่วพลันเบิกตาโต อ้าปากค้าง ท่าทางของเด็กหญิงทำให้นางดูน่ารักไม่เบา

            หลัวอู๋เลี่ยงเมื่อเห็นว่านางไม่เป็นอะไรก็อดจะยิ้มออกมาไม่ได้ ในใจคิดว่าเด็กคนนี้ช่างไม่เกรงกลัวอันใดเสียเลย

            เสี่ยวอู่ที่ยังคงถือตะบองเหล็กไว้พลันรู้สึกมือชาขึ้นมา ทว่าเสี่ยวอู่แต่ไหนแต่ไรมาก็เป็นคนใจกล้า จึงขยับมือเล็กน้อยแล้วยื่นหน้าออกไปดูว่าเกิดอันใดขึ้น เห็นเพียงอาลู่กำลังก้มลงไปเก็บมีดขึ้นมา พบว่ามีดเล่มนั้นไม่เป็นอะไรแม้แต่น้อย

            แม้เมื่อครู่จะมีประกายไฟที่ปะทุขึ้นมา ทว่ามีดเล่มนั้นกลับไม่มีกระทั่งรอยขีดข่วน

            “นับว่าเป็นมีดดีจริงๆ หรือมีดเล่มนี้ก็เป็นอาวุธจากแคว้นจิงเช่นกัน” เสี่ยวอู่ที่ยื่นหน้ามามองนั้นถามขึ้นด้วยความสงสัย

            อาสวินกล่าวแย้งขึ้น “ไม่ใช่อาวุธแคว้นจิงทั่วไป มีดเล่มนี้ดีกว่ามากนัก”

            เสี่ยวอู่ก็เห็นด้วยเช่นกัน เมื่ออาสวินกล่าวก็ย่อมต้องเป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน อีกทั้งตะบองเหล็กในมือเขาก็เนื้อหนา หากว่าเป็นวัสดุชนิดเดียวกัน มีดเล่มนี้ยามโดนแรงกระแทกจะต้องบิ่นอย่างแน่นอน ด้วยเพราะเขาเองก็ออกแรงอย่างไม่ออมมือ

            นายท่านสามเห็นเช่นนั้นก็รีบล้อมเข้ามาด้วยสีหน้าตื่นเต้น

            “เจ้าเด็กร้ายกาจ เจ้าไปเก็บมีดเล่มนี้มาจากที่ใดกัน ช่างเป็นสมบัติล้ำค่าโดยแท้”

            ราชครูที่นั่งมองอยู่ทำหน้าราวกับเพิ่งประสบเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจมา ทว่าความจริงแล้วก็นับว่าเขาเพิ่งจะพบเจอเรื่องสะเทือนขวัญมาจริงๆ

            เขามองนายท่านสามหยิบมีดเล่มนั้นขึ้นมา มันมิได้มีอันใดโดดเด่นแม้แต่น้อย

            มือทั้งสองของราชครูพลันสั่นเทา เขาพยายามฝืนทนความว้าวุ่นในใจและกล่าวขึ้นว่า “ขอข้าดูที”

            นายท่านสามได้ยินเช่นนั้นก็ส่งมีดให้ชายชรา ราชครูที่ยังตื่นตกใจพลันตื่นเต้น จากนั้นจึงรับมีดนั้นมา ในใจรู้สึกหนักอึ้ง

            มีดสองคมไร้ซึ่งลวดลาย มีดเล่มนี้ไม่ได้ใช้ในการสังหารมนุษย์ แต่ใช้ในการบูชายัญเพื่อสังหารวิญญาณ เขาเป็นคนใส่มันลงไปในหีบด้วยตนเอง จากนั้นจึงปล่อยให้หีบนั้นดำดิ่งสู่ก้นแม่น้ำ

            ไม่มีทางผิดพลาดแน่

            มีดเล่มนี้ก็เป็นเขาเองที่ทำมันขึ้นมา ด้วยบนใบมีดนั้นยังมีสัญลักษณ์เล็กๆ ปรากฏอยู่ สัญลักษณ์นี้มีเพียงตระกูลจ้งของเขาเท่านั้นที่ใช้ อีกทั้งมีเล่มนี้ยังถูกแช่ด้วยเลือดมนุษย์นานแรมปี กลิ่นอายแห่งความชั่วร้ายจึงอบอวล

            ความรู้สึกของเขาย่อมไม่มีทางผิดพลาด

            ยามที่มีดอยู่ในมือ เขาก็ไม่อาจระงับมือที่สั่นเทาของตนได้

            ใต้หล้านี้จะหามีดที่หน้าตาเหมือนกันถึงเพียงนี้ได้จากที่ใดอีก

            มิมีทางเป็นไปได้

            มีดเล่มนี้ย่อมเป็นมีดเล่มเดียวกันอย่างแน่นอน

            อาวุธจากแคว้นจิงนั้นไม่สามารถเทียบความล้ำค่าของมันได้ บรรพบุรุษของเขาสร้างมันขึ้นมาจากหินที่มาจากนอกโลก

            เรื่องนี้คือเรื่องที่เขาละอายใจที่สุดในชีวิต

            เขาเอาแต่ปลอบใจตัวเองมาตลอดว่าไม่เสียใจที่ได้ทำเพื่อแว่นแคว้น ในฐานะราชครูสิ่งแรกที่เขาต้องทำคือทำเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของแคว้น

            ทว่าในใจลึกๆ เขากลับรู้สึกผิดนัก

            ทุกวันนี้ที่เขาต้องมาตกอยู่ในสภาพนี้ ความจริงแล้วเขาก็ไม่ได้เศร้าโศกอันใด รู้สึกเพียงว่ามันคือกรรมที่เขาต้องชดใช้

            ทว่ามีดเล่มนี้ที่เดิมทีควรจะจมอยู่ใต้แม่น้ำศักดิ์สิทธิ์ บัดนี้กลับมาอยู่ตรงหน้าเขาได้

            “มีดเล่มนี้เจ้าได้มาจากที่ใด” ใบหน้าของราชครูบัดนี้ช่างซีดเซียว น้ำเสียงที่เอ่ยถามออกมาก็แสนจะแหบแห้งราวกับพยายามเค้นมันออกมาอย่างสุดความสามารถ

            อาลู่ไม่เคยเห็นท่านอาจารย์มีโทสะมาก่อน

            ปกติไม่ว่าน้องสาวจะทรมานเขาอย่างไร เขาก็ไม่เคยมีทีท่าว่าจะโกรธเคืองเลยสักครา

            ทว่าท่านอาจารย์บัดนี้กลับมีโทสะราวกับเพลิงที่ลุกโหม ทั้งยังดูกระวนกระวายนัก

            “ข้าเก็บมันมา” อาลู่กล่าวตอบอย่างมั่นใจ

            ราชครูเมื่อเห็นท่าทางประหลาดใจของทุกคน จึงเพิ่งได้สติว่าตนนั้นดูจะเสียอาการไปสักหน่อย

            เขาจึงกระแอมขึ้นสองสามครั้งเพื่อกลบเกลื่อนท่าทีของตน ทว่าว่ายิ่งกระแอมก็ยิ่งเสียงดังขึ้น

            “แค่กๆๆ...”

            ทันใดชายชราพลันยกมือขึ้นกุมหน้าอกของตนไว้ แล้วกระอักเลือดออกมา

            แสงจันทร์สาดลงบนเลือดสดๆ ที่ไหลออกมาจากปากชายชรา

            “เจ้าเก็บมันมาจากที่ใด นอกจากมีดแล้วเจ้ายังเก็บสิ่งใดได้อีก” ราชครูนั้นไม่ใส่ใจเรื่องที่ตนเพิ่งจะกระอักเลือดแม้แต่น้อย ดวงตาเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ ก่อนจะยื่นมือออกไปจับมืออาลู่ไว้แน่นแล้วเอ่ยถาม

            “ข้าเก็บมาจากทุ่งหญ้า เก็บมาได้เพียงแต่มีด” ใบหน้าที่ไม่แม้แต่จะเปลี่ยนสีของอาลู่มองดวงตาแดงก่ำของชายชรา ก่อนจะตอบคำถามนั้น

            ราชครูยังคงจ้องหน้าอาลู่ เขารู้ว่าเด็กหนุ่มกำลังโป้ปดตน ทว่าแสงจันทร์นั้นไม่อาจโกหกได้

            เขาเป็นคนตระกูลจ้ง เรื่องการจับพิรุธยามโกหกนับว่ามีความสามารถติดตัวมาโดยกำเนิด

    เช่นเดียวกันกับในอดีตที่เขามองแค่คราเดียวก็เห็นคำลวงขององค์หญิง และคำลวงของฮองเฮาจ้าว

            ราชครูกวาดสายตามองอาลู่ เสี่ยวอู่ และอาสวิน ข้างกายของอาสวินก็มีเจ้าเด็กปีศาจยืนอยู่

            เจ้าเด็กปีศาจเงยหน้าขึ้นมองตนราวกับกำลังนึกสงสัย บนศีรษะมีจุกผมชี้ๆ ราวกับดอกไม้สะพรั่ง ยามอยู่ใต้แสงจันทร์จึงเห็นเงาจุกผมของนางทอดยาว

            เจ้าเด็กปีศาจนั้นหน้าตางดงามนัก บนภูเขาลูกนี้แม่นางหลัวก็งดงามเกินบรรยาย เด็กหนุ่มอาสวินก็หน้าตาหมดจด ส่วนอาลู่ก็รูปงามบาดตา กระทั่งเสี่ยวอู่ก็นับว่าหน้าตาไม่เลว คิ้วหนาตาโต ทว่าทั้งหมดนี้ก็ยังไม่อาจเทียบได้กับเจ้าเด็กปีศาจ

            รูปลักษณ์ของนางช่างน่ามองนัก

            แม้ใบหน้าที่ยังเป็นเด็กของนาง และแววตาไร้เดียงสา ช่างทำให้คนยากจะลืมเลือน ทั้งนิสัยยังแสนอันธพาล ด้วยลักษณะเช่นนี้นางจะเป็นบุตรของทาสได้อย่างไร

            ตั้งแต่ยามที่เขาเห็นเปลวเพลิงทำนายชีวิตว่าร่างกายนางอ่อนแอนัก เดิมทีก็น่าจะพอให้เขาคาดเดาได้แล้วว่านางคือองค์หญิงใหญ่

            องค์หญิงที่เขาปล่อยให้จมลงสู่ก้นแม่น้ำด้วยตนเอง

            นางไม่ได้มีนามว่าลู่เฉินโย่ว แต่เป็นหลี่เฉินโย่ว องค์หญิงองค์แรกของแคว้นเชิน

            เพียงพริบตาเรี่ยวแรงในร่างกายของราชครูก็พลันเหือดหายไปจนหมด มีดในมือก็พลันร่วงหล่นลง ทว่าอาลู่ยื่นมือมารับไว้ทัน จากนั้นจึงเสียบกลับเข้าไปในฝัก

            ราชครูเงยหน้ามองดวงจันทร์ที่ยังคงใสกระจ่าง

            แสงจันทร์นั้นราวกับจะส่องทะลุไปถึงดวงใจของเขา

            องค์หญิงใหญ่ยังมีชีวิต ทั้งอาศัยอยู่ในดินแดนที่ทวยเทพทอดทิ้ง ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่เคยสังเกตเห็นเลยสักครั้ง ทว่าสุดท้ายนางก็คงจะอยู่ได้อีกไม่นาน เว้นเสียแต่ว่านางจะกลับไปอยู่ในวังหลวง กลับไปอยู่ในสถานที่ที่มีเหล่าทวยเทพคุ้มครอง แย่งชิงชีวิตของตนเองกลับมา

            ราชครูมองเด็กหญิงพร้อมน้ำตาที่ไหลนอง

            ในปีนั้นเขาเคยลงมือทำร้ายร่างเล็กๆ ของนาง

            ต่อหน้าสายตาของคนทั้งห้องที่จับจ้องมา เฉินโย่วน้อยนั้นไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้น เหตุใดท่านอาจารย์อยู่ดีๆ ก็ร้องไห้ออกมา ทั้งยังดูปวดใจนัก

            สายตาที่มองนางก็เต็มไปด้วยความเจ็บปวด

            เด็กหญิงจึงเดินไปหาท่านอาจารย์ของตนแล้วจับมือเขาไว้ จากนั้นจึงกล่าวขึ้นมาอย่างอบอุ่น “ท่านอาจารย์ ท่านชอบมีดของพี่ชายมากเลยหรือ ให้ข้ายืมมีดจากพี่ชายมาให้ท่านเล่นสักครู่ดีหรือไม่ เพียงแต่คงไม่อาจยกให้ท่านได้ มีดเล่มนั้นปกป้องชีวิตของพี่ชายไว้หลายครั้ง เช่นนั้นจึงสำคัญกับพวกเรานัก”

            เจ้าของมือคู่ใหญ่ที่ถูกมือคู่น้อยกุมไว้ได้แต่ร้องไห้อย่างเงียบงัน จากนั้นจึงออกแรงส่ายหน้าเบาๆ

            เขามิได้ร้องไห้เพราะมีดเล่มนั้น

            น้ำตาของเขาไม่เกี่ยวอันใดกับมีดเลยสักนิด

    คล้ายกับเรื่องหงสาสีนิล (จบ) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592