เสียงกริ่งพักเที่ยงดังขึ้นทั่วอาคารเรียน
เด็กนักเรียนชั้นประถมสอง ต่างพากันเก็บสมุด เก็บดินสอ เตรียมลงไปกินข้าวกลางวัน
มีเพียงต้นกล้าที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ ดวงตากลมโตที่เคยสดใสกลับดูปรือหนัก เ้าของแก้มยุ้ย ยกมือขึ้นกุมหน้าผาก รู้สึกเหมือนห้องเรียนหมุนไปหมด
"ต้นกล้าเป็อะไรลูก"
คุณครูประจำชั้นรีบเดินเข้ามาถาม เด็กน้อยส่ายหน้าเบา ๆ
"ต้นกล้าง่วงครับ"
น้ำเสียงเล็ก ๆ ฟังดูไม่มีเรี่ยวแรง ผิดจากเด็กที่ชอบพูดชอบคุยเป็ประจำ
คุณครูสาว ย่อตัวลงวางมือแตะที่หน้าผาก ก่อนชะงัก เมื่อนักเรียนตัวน้อย ตัวร้อนมากร้อน ผิดปกติ
"ไปห้องพยาบาลกันนะลูก"
ต้นกล้าพยักหน้า แต่ยังไม่ทันลุก ภาพตรงหน้ากลับพร่ามัวเสียงรอบตัวค่อย ๆ ห่างออกไปร่างเล็กเอน วูบลงจากเก้าอี้
"ต้นกล้า!"เสียงครูสาวร้องดังลั่นห้อง
ในเวลาเดียวกัน
ธามกำลังยกหม้อแกงใบใหญ่ ลงจากท้ายรถกระบะของป้าดา ไอร้อนจากอาหารลอยขึ้นปะทะใบหน้า เหงื่อเม็ดโตไหลซึมตามขมับ ชายหนุ่มวางหม้อลงบนรถเข็น ก่อนจะได้ยินเสียงไซเรนดังแว่ว มาจากด้านหน้าโรงเรียน
วี๊ดดดด...
รถพยาบาลของโรงพยาบาลอำเภอ แล่นเข้ามาจอดหน้าอาคารเรียน ครูหลายคนวิ่งตามออกมา เด็กนักเรียนจำนวนมากยืนมุงดู
ขณะที่ธามหันไปมองเพียงครู่เดียว ในใจคิดว่า คงมีเด็กเป็ลมเพราะอากาศร้อนอีกตามเคย ก่อนจะหันกลับมาช่วยป้าดาต่อ
โรงพยาบาลประจำอำเภอ
กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออบอวลอยู่ทั่วห้องฉุกเฉิน กั้งนั่งตัวแข็งอยู่หน้าเตียงคนไข้ สองมือเย็นเฉียบ จนแทบไม่มีความรู้สึก
เมื่อชั่วโมงก่อน เขายังยืนประชุมอยู่ในห้าง แต่ตอนนี้ โลกทั้งใบกลับเหมือนกำลังพังทลายลงตรงหน้า
"คุณเป็ญาติคนไข้ใช่ไหมครับ"
เสียงแพทย์เ้าของไข้ดังขึ้น
กั้งรีบลุกพรวด
"ครับ"
"ผลเืเบื้องต้นของน้องผิดปกติค่อนข้างมาก"
หัวใจของกั้งหล่นวูบ
"หมายความว่า..."
แพทย์นิ่งไปเล็กน้อย ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
"หมอสงสัยโรคทางระบบเืครับ"
"..."
"และมีความเป็ไปได้ว่าอาจเป็มะเร็งเม็ดเืขาว แต่ยังไงต้องรอผลตรวจอย่างละเอียด จากโรงพยาบาลจังหวัดอีกครั้งนะครับ"
ประโยคนั้น เหมือนฟ้าผ่าลงกลางอก กั้งไม่ได้ยินคำอธิบายหลังจากนั้นอีกเลย ไม่ได้ยินแม้กระทั่งเสียงของตัวเอง
เขารู้เพียงว่า โลกทั้งใบกำลังมืดลง และคนที่นอนอยู่บนเตียงคือเด็กคนเดียวที่เป็ทุกอย่างของชีวิต
ใน่เย็น
เปลือกตาของต้นกล้าค่อย ๆ เปิดขึ้น เด็กน้อยขยับตัวเล็กน้อย ก่อนมองไปรอบห้อง
"มาม้า..."
กั้งรีบลุกจากเก้าอี้ทันที"ครับ"
"ต้นกล้าอยู่โรงพยาบาลเหรอครับ"
ชายหนุ่มยิ้มทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ ก่อนลูบผมนุ่มเบา ๆ
"เป็ไข้นิดหน่อยนะลูก"
"เหมือนคราวก่อนเหรอครับ"ต้นกล้าเอ่ยถามเสียงเบา
"ครับ"
"อีกสองวันก็กลับบ้านได้ใช่ไหม?"
เด็กน้อยจำได้ดีว่า ครั้งก่อนตอนเขาไม่สบาย ไม่กี่วันหมอก็ให้กลับบ้านขณะที่กั้งเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ
"ใช่ครับ"
ต้นกล้ายิ้มบาง ๆ แต่แววตากลับหม่นลงอย่างแปลกประหลาด ราวกับเด็กรับรู้บางอย่าง
"มาม้าครับ"
"หืม"
"ช่วยไปตามลุงธามมาเล่นกับต้นกล้าหน่อยได้ไหมครับ"
"..."
"ต้นกล้าคิดถึงลุงธาม วันนี้เขาสัญญาจะสอนการบ้านและสอนเล่นบาสให้ต้นกล้า"
กั้งแน่นิ่ง "น้าว่าลุงเขาคงยุ่งนะ..ไว้ต้นกล้าหายดี แล้วกลับไปโรงเรียนก็จะเล่นกับลุงอยู่แล้วนี่ครับ"
"ครับ"
เสียงเล็ก ๆ อ้อนเบา ๆ ยิ่งทำให้น้ำตาที่ซุกซ่อนในหัวใจกั้งไหลหลั่ง จนต้องกลืนกินลงท้องเพราะกลัวหลานรับรู้
"ต้นกล้า..จะได้เล่นกับลุงธามใช่ไหม?"
เด็กน้อยยื่นนิ้วก้อยออกมา"สัญญานะครับ"
กั้งมองนิ้วก้อยเล็ก ๆ ตรงหน้าก่อนถอนหายใจยาว แต่สุดท้ายก็เกี่ยวก้อยตอบ
"ครับ...น้าสัญญา"
เย็นวันนั้น
ธามนั่งอยู่บนม้านั่งตัวเดิมข้างสนามบาส ลูกบาสในมือถูกโยนขึ้นลงอย่างไร้จุดหมาย สายตาคมมองไปยังประตูโรงเรียนเป็ระยะ เสียงเด็กนักเรียนทยอยกลับบ้านดังอยู่รอบตัว
แต่ไม่มีหัวกลม ๆ ของเด็กชายแก้มยุ้ย ที่วิ่งมาหาเขา พร้อมรอยยิ้มกว้าง
"วันนี้กลับเร็วเหรอ"
ชายหนุ่มพึมพำกับตัวเอง ก่อนลุกขึ้นช่วยบีเก็บร้านตามปกติ
วันต่อมา
ธามมองนาฬิกาอีกครั้ง สี่โมงครึ่ง สี่โมงสี่สิบ ห้าโมง เด็กนักเรียนทยอยกลับบ้าน จนเกือบหมด สนามบาสที่เคยคึกคักเริ่มเงียบลง ลมเย็นยามเย็นพัดพา ใบไม้แห้งปลิวผ่านหน้า แต่ต้นกล้ายังไม่มา
"พี่ธามมองหาใครหรือคะ"
ครูแพมที่กำลังเดินผ่านถามขึ้น
"เปล่าครับ"ชายหนุ่มตอบทันที เร็วเกินไปเสีย จนคนฟังยิ้มขำ
"แน่ใจนะคะ"
"ครับ"
"อ๋อค่ะ"ครูสาวลากเสียงยาวเขินอายเล็กน้อย เธออยากจะอยู่คุยนานกว่านี้แต่บังเอิญมีธุระ เธอจึงเดินจากไปพร้อมรอยยิ้มรู้ทัน จนธามต้องส่ายหน้าอย่างหงุดหงิด
...............................