Dead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย

    ตอนที่ 41 - ข่าวลือ

    ตอนที่ 41 – ข่าวลือ

     

                วันรุ่งขึ้น พันธกรก็ไปโรงเรียนในอาณาเขต เพราะอยากจะเจอพสุด้วย เนื่องจากไปที่บ้านของพสุคงไม่ได้อีกแล้ว เขาเดินเข้ามาในเขตโรงเรียน มีแต่เด็กนักเรียนมองหน้าเขาเต็มไปหมด ทำเอาเขาสงสัยว่าทำไมคนอื่นถึงมองเขา?

                แล้ววรรณสาก็เดินเข้ามาพอดี พันธกรเห็นเธอจึงทักทาย แล้วก็ถามออกไปว่า “สา หน้าพันมีอะไรติดอยู่เหรอ? คนอื่นถึงมองกันจัง?”

                “หน้าพันไม่มีอะไรติดอยู่หรอก” วรรณสาบอกแล้วก็ถอนหายใจ “เป็นเรื่องของนายบ๊อบน่ะ คนเขาลือกันไปทั่วว่าพันเป็นคนฆ่าบ๊อบด้วยมือตัวเอง ไม่จริงชัดๆ”

                พันธกรได้ยินดังนั้นก็ตกใจ แต่เขาก็สายตาอ่อนลง ก่อนจะบอก “ไม่หรอก มันเป็นเรื่องจริง”

                “นี่ พัน” วรรณสากล่าวออกมาอย่างเหนื่อยใจ “สาบอกไปกี่รอบแล้ว ไม่ฟัง พันไม่ใช่คนผิด สารู้ดี พันไม่ใช่คนที่จะฆ่าคนอื่นได้ หยุดบอกว่าตัวเองเป็นคนร้ายได้แล้ว”

                “แหม วันนี้ สาดุจังนะ” พันธกรพูดเสียงอ้อน วรรณสาที่ได้ยินดังนั้นก็เอามือกุมปากตัวเอง ในตอนนั้น พสุในชุดนักเรียนก็เดินเข้ามาในเขตประตูทางเข้าโรงเรียนพอดี

                “อ้าว? ไอ้พันกับสา” พสุพูดแล้วทำหน้าเจ้าเล่ห์ “มาเดทกันเหรอ?”

                “บ้า” พันธกรว่าพสุออกมา ขณะที่วรรณสาหลบตามองลงพื้นแล้วก็หน้าแดง แต่พันธกรไม่ได้สังเกตเห็น “มาโรงเรียนก็ต้องมาเรียนสิ มาเดทบ้าอะไรกัน?”

                แล้วก็มีเสียงซุบซิบนินทาจากคนรอบข้าง พูดถึงเรื่องบ๊อบที่ตายไปแล้วทั้งนั้น ทุกคนกำลังนินทาพันธกรว่าเป็นคนฆ่าบ๊อบ ทำเอาพสุถึงกับโมโห และจะไปหาเรื่องคนพวกนั้น แต่ถูกพันธกรดึงเสื้อไว้ทัน

                “ไม่เป็นไร ช่างมันเหอะ” พันธกรหยุดพสุเอาไว้ ทำเอาพสุต้องหันหน้ามาถาม

                “แกจะปล่อยให้คนเขาเข้าใจผิดไปแบบนี้น่ะเหรอ?”

                “ไม่หรอก ความจริงฉันก็มีส่วนในการฆ่าเขาเหมือนกัน” พันธกรยังไม่ยอมหยุดโทษตัวเอง ทำเอาวรรณสากับพสุถอนหายใจออกมา

                “มันจะฆ่านายนะเว้ย จำเอาไว้” พสุบอกออกมาเสียงจริงจัง “ฉันจะไปแก้ข่าวให้” พสุกำลังจะเดินออกไป วรรณสาก็เห็นดีด้วย แต่พันธกรกลับดึงแขนพสุเอาไว้

                “ไมต้องหรอก ปล่อยให้คนเขาเข้าใจไปอย่างงั้นแหละ ดีแล้ว” พันธกรบอกออกมา สร้างความสงสัยให้พสุอย่างมาก ว่าทำไมเขาถงยอมปล่อยให้ข่าวลือพาเขาเสียหาย แต่พสุก็ไม่กล้าขัดใจพันธกร เขาเลยบอกให้พันธกรกับวรรณสาไปร่วมกินข้าวเช้ากับเขาหน่อยที่โรงอาหาร

                หลังจากเคารพธงชาติสวดมนต์เสร็จ อาจารย์ก็ขึ้นมาอบรมนักเรียนตามระเบียบและปล่อยเด็กขึ้นห้อง พันธกรเดินตามหลังพสุไป ท่ามกลางเสียงนินทาของเด็กนักเรียนชายหญิงคนอื่นๆ

                “ไอ้นั่นไง ฆาตกร”

                “อาวุธระเบิดไฟเป็นของพวกเด็กทหารม.ปลายนั่นใช่ไหม?”

                “อันตรายจัง คนแบบนี้ ไม่น่าคบหาสมาคมด้วยเลย”

                พสุกำหมัดแน่นและทำท่าหักมือตัวเอง เขาจะตรงเข้าไปหาเรื่องคนที่กล่าวหาพันธกร แต่พันธกรจับแขนเสื้อเขาไว้อีกครั้งหนึ่ง พสุถึงกับไม่เข้าใจว่าพันธกรยอมให้ตัวเองแปดเปื้อนทำไม?

                “ช่างมันเถอะ” พันธกรบอกอย่างปลง “เขาจะคิดอะไรก็เรื่องของเขา”

                “แต่นี่มันจะทำให้คนทั้งโรงเรียนเข้าใจผิดนายนะเว้ย” พสุเตือนเขา “ปล่อยไว้แบบนี้ นายจะโดนมองเป็นฆาตกรเลยนะเว้ย คิดดีๆ สิ”

                “ก็ฉันเป็นจริงๆ นี่ ฉันเป็นคนทำให้บ๊อบตาย” พันธกรยังไม่ยอมหยุดกล่าวหาตัวเอง “ถ้าฉันหยิบระเบิดไฟนั่นแล้วปาทิ้งไป เรื่องแบบนี้คงไม่เกิด”

                “ไม่หรอก ถ้ามันไม่ขโมยระเบิดไปจากพวกนาย เรื่องแบบนี้คงไม่เกิด” พสุแก้ความให้พันธกร “มันทำตัวมันเอง นายไม่ผิดหรอก”

                พันธกรถอนหายใจออกมาขณะเดินเข้าไปในห้องเรียน มีแต่เด็กมองเขาเต็มไปหมด แต่พันธกรไม่ได้สนใจแล้ว เขาเข้ามานั่งข้างๆ ที่ของพสุ และเตรียมหยิบหนังสือมาเปิดเรียน

                “เออ” พสุนึกอะไรขึ้นมาได้เลยถาม “แล้วไอ้ชัยเป็นไงมั่ง? มันดีขึ้นหรือยัง? เรื่องที่น้องธา...” เขาพูดไม่จบเพราะรู้ตัวว่าไม่สมควรพูดออกมา ฝ่ายพันธกรก็บอก

                “ยังแย่อยู่เลย สภาพ” พันธกรตอบคำถามพสุ “มันยังทำใจไม่ได้ แต่มันเพิ่งได้แผลสดๆ ใหม่ๆ การจะทำให้แผลหายเร็ว เป็นไปได้ยาก นอกจากจะใช้เวลาเยียวยาเท่านั้น”

                “อืม” พสุเองก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “หวังว่าไอ้ชัยมันจะทำใจได้เร็วๆ นะ”

                “อือ” พันธกรพยักหน้ารับ แล้วอาจารย์ประจำคาบแรกก็เข้ามาสอน ทั้งคู่จึงเงียบลงและตั้งใจฟังอาจารย์สอน

                ฝ่ายชัชชัย เขานั่งซึมอยู่กับบ้านของณปภา ภัทรที่วันนี้ไม่ได้ออกไปเล่นกับฟุตบอลกับพี่เบิ้มเพราะเป็นห่วงเพื่อน เขาก็ว่าขึ้นมา “ไอ้ชัย กินอะไรหน่อยเหอะ แกไม่ได้กินข้าวเช้าเลยนี่”

                “ฉันกินไม่ลง” ชัชชัยตอบเสียงเนือยๆ เหมือนคนไร้วิญญาณ ภัทรถอนหายใจออกมา ก่อนจะบอกกับชัชชัย

                “น้องธาไม่อยากเห็นแกตกอยู่ในสภาพนี้หรอก เขาคงอยากเห็นแกยิ้มตลอดไป” ภัทรบอกกับชัชชัย “แกเลิกเศร้าเถอะ แล้วกลับมาเป็นคนเดิมดีเถอะนะ”

                “ถ้ามันทำได้เร็วขนาดนั้นก็ดีสิ ไอ้ภัทร” จู่ๆ ชัชชัยก็น้ำตาไหลออกมาอีก ทำเอาภัทรตกใจไปเหมือนกัน เขาเข้ามาจับแขนเพื่อนเสียแน่น ก่อนจะปลอบ

                “น้องธาไม่อยากเห็นแกเสียใจแน่ รับรอง” เขาบอก “ให้เธอไปอย่างสงบดีกว่า ไม่ต้องห่วงอะไรแล้ว ยิ่งแกเป็นแบบนี้ น้องธาอาจจะยังเป็นห่วงก็ได้นะเว้ย”

                แต่ชัชชัยส่ายหน้าพลางเอามือกุมหน้าตัวเอง เขาร้องไห้ออกมาอีกครั้ง ภัทรที่ทำอะไรไม่ได้เลย เขาก็ได้แต่ลูบหลังชัชชัยแบบนั้น พอดี ณปภาขึ้นมายังห้องของพวกเขาพอดี และวางถาดใส่คุกกี้พร้อมกับกาแฟให้บนโต๊ะ

                “น้องชัย” ณปภาเอ่ยขึ้นมาเสียงเบา พลางเข้ามาหาเขา “กินอะไรสักหน่อยเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบายเอา”

                “ไม่สบายก็ดีครับ จะได้ตายตามน้องธาไปเลย” ชัชชัยถึงกับพูดออกมาแบบนั้น ทำเอาภัทรกับณปภามองหน้ากัน ก่อนที่ภัทรจะพูดออกมา

                “แกอย่าพูดแบบนั้นนะ” ภัทรกล่าวออกมา “อย่าคิดตามน้องเขาไปเด็ดขาด เป็นห่วงความรู้สึกคนอื่นบ้างสิ ถ้าแกตายไป ทุกคนจะทำยังไง?”

                “ยังไงก็ไม่มีใครชอบฉันอยู่แล้วนี่ ก็ฉันมันอารมณ์ร้อน” ชัชชัยกล่าวออกมาพร้อมกับสะอื้นไห้ “ตายไปเสียได้ก็ดี คนนิสัยพรรค์นี้ อยู่ไปก็รกโลกเปล่าๆ”

                ณปภาหันไปมองภัทรก่อนจะส่ายหน้าแล้วเดินออกไปจากห้อง ภัทรได้แต่จับบ่าของชัชชัยเอาไว้พร้อมกับบอก “ถ้าแกตายไป ฉันจะทำยังไง? ฉันจะทำยังไงถ้าต้องอยู่คนเดียว? แกเป็นเพื่อนสนิทฉันนะ”

                ชัชชัยยังเอามือกุมใบหน้าอยู่แล้วก็ส่ายหน้าออกมา ภัทรเตือนชัชชัยอย่างกำชับว่าอย่าคิดฆ่าตัวตายเด็ดขาด ชัชชัยได้ยินอย่างนั้น เขาก็บอก

                “แกสบายใจได้ ฉันไม่มีความกล้าพอที่จะฆ่าตัวตายหรอก” ชัชชัยบอกขึ้นมา “ฉันมันขี้ขลาด...”

                “ไม่เอาน่า หยุดต่อว่าตัวเองได้แล้ว” ภัทรบอกให้ชัชชัยสบายใจขึ้น “ไปเดินเล่นที่ตลาดกันไหม ฉันพอมีเงินนิดหน่อย ไปซื้ออะไรอร่อยๆ กินกันดีกว่า นะ”

                ชัชชัยเลิกเอามือกุมหน้า ก่อนจะยกนิ้วปาดน้ำตาออกไป แล้วหันมาพูดกับภัทร “ขอบคุณมากนะไอ้ภัทร ที่ช่วยทำให้ฉันสบายใจ แต่ฉันไปไม่ไหวจริงๆ มันทำให้นึกถึง...”

                ภัทรเริ่มรู้สึกผิดไปแล้วที่ดันไปตอกย้ำชัชชัยเรื่องตลาด เพราะชัชชัยเคยไปเดินตลาดกับสุคนธามาก่อนแล้ว เขาเลยบอก “งั้นฉันนั่งเป็นเพื่อนแกในห้องนี้ละกัน ไม่ต้องไปละ ตลาดอะไรนั่น”

                วาสุกรีกำลังหาหนังสือเตรียมสอบอ่านในห้องสมุด เขาค้นตามชั้นหนังสือไปเรื่อยๆ แล้วก็เอาหนังสือไปทำการยืมที่บรรณารักษ์ของห้องสมุด ฝ่ายบรรณารักษ์เป็นเด็กสาวชั้นม.ห้า สวมแว่นเหมือนกันและไว้ผมยาว เธอทำการยืมหนังสือให้แก่วาสุกรี แล้วหนังสือเตรียมสอบก็จะเป็นของวาสุกรีไปถึงหนึ่งสัปดาห์

                เขากำลังจะเดินออกไปจากห้องสมุด แต่จู่ๆ ฝ่ายบรรณารักษ์ก็เรียกเขาขึ้นมา “เอ่อ คุณเป็นหนึ่งในเด็กทหารม.ปลายใช่ไหมคะ?”

                วาสกุรีที่กำลังจะเดินออกไปหันหน้ากลับมา เขาขยับกรอบแว่นตาเล็กน้อย ก่อนจะตอบ “ใช่ครับ”

                “กล้าหาญดีนะคะ” ฝ่ายเด็กสาวที่สวมแว่นชื่นชมเขาออกมา วาสุกรีก็ยิ้มให้ ก่อนจะก้มศีรษะลงเล็กน้อยเป็นเชิงขอบคุณ แล้วจะเดินออกไป แต่ฝ่ายเด็กสาวสวมแว่นก็เรียกเขาอีกครั้ง

                “มีอะไรหรือครับ?” วาสุกรีถามอย่างสงสัย เด็กสาวที่สวมแว่นก็ทำท่าอึกอักออกมา ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างยากลำบาก

                “เอ่อ คือ” อีกฝ่ายเอ่ยกับเขาน้ำเสียงสะดุด “ตอนกลางวัน ไปทานข้าวด้วยกันไหมคะ? ฉันเห็นคุณนั่งทานข้าวคนเดียวบ่อยๆ คุณไม่มีเพื่อนหรือคะ?”

                “อ๋อ ผมไม่ค่อยได้สนิทกับใครเท่าไหร่หรอกครับ” วาสุกรีพูดความจริง “ว่าแต่...ทำไมคุณถึงชวนผมมานั่งกินข้าวด้วยกันล่ะครับ?”

                “เอ่อ คือ” อีกฝ่ายทำหน้าเหมือนพยายามหาเหตุผลมาตอบ “ก็...ฉันก็ไม่ค่อยมีเพื่อนเหมือนกัน ก็เลยอยากทำความรู้จัก ใช่ ใช่แล้ว แบบนั้นแหละ” เด็กสาวทำท่าโล่งใจออกมาได้ที่หาคำตอบได้เสียที วาสุกรีได้ยินดังนั้น เขาก็หัวเราะออกมาก่อนจะพยักหน้า

                “ได้สิครับ” เขาบอกออกมา ทำเอาฝ่ายเด็กสาวเขินจนหน้าแดง แต่วาสุกรีไม่ได้สังเกตเห็น ฝ่ายวาสุกรีเขาก็ถามขึ้นมา “แล้วพี่...หรือน้องชื่ออะไรครับ?”

                “ฉันอยู่ม.ห้าแล้วค่ะ อยู่ระดับเดียวกับคุณนั่นแหละ” ฝ่ายเด็กสาวสวมแว่นบอกออกมา “ฉันชื่อปัทมา อยู่ม.ห้าทับหนึ่งน่ะค่ะ”

                “โอ้โห อยู่ห้องหนึ่ง แสดงว่าต้องเรียนเก่งแน่ๆ เลย ผมยังอยู่แค่ห้องสามเอง” วาสุกรีกล่าวกับเธออย่างเป็นมิตร “ก็ได้ครับ ตอนกลางวันมากินข้าวด้วยกันก็ได้”

                “ค่ะ” เด็กสาวสวมแว่นชื่อปัทมาพยักหน้าอย่างดีใจ แล้วก็บอก “เรียกฉันว่าปัทเฉยๆ ก็ได้ค่ะ แล้วคุณชื่อวาสุกรีใช่ไหมคะ?”

                “ใช่ครับ” วาสุกรีตกใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายรู้จักเขา แต่ก็ไม่แปลก เรื่องของพวกเด็กทหารม.ปลายดังไปทั่วอาณาเขตแล้วตอนนี้ “คุณปัท เรียกแบบนี้ได้นะ?”

                “ได้สิคะ” ฝ่ายเด็กสาวสวมแว่นหรือปัทมาบอกออกมา “งั้น...ไว้เจอกันตอนเที่ยงนะคะ ฉันจะมารอที่หน้าบันได”

                วาสุกรีก็รับปากว่าจะมาหาเธอ แล้วเขาก็เดินออกจากห้องสมุดไปเลย ฝ่ายปัทมา เธอเอามือกุมหัวใจตัวเองที่เต้นตึกตักราวกับจะระเบิดออกจากอก ก่อนจะบอกกับตัวเอง

                “ทำได้ซะที ยัยปัท” เธอพูดกับตัวเอง “ในที่สุดก็หาทางเข้าใกล้เขาได้จนได้”

                พอตอนคาบพักกลางวันมาถึง พันธกรก็ลงมากินข้าวพร้อมกับพสุและวรรณสา พวกเขาสามคนเดินเข้ามาภายในโรงอาหารที่อากาศค่อนข้างร้อนนิดหน่อย ก่อนที่พันธกรจะสั่งข้าวราดแกงมากิน ส่วนวรรณสาอาสาไปซื้อน้ำให้ทั้งสองหนุ่ม พันธกรเอาสมุดวางบนโต๊ะเพื่อจองที่ ก่อนจะเดินไปซื้อข้าวมากิน

                “มาแล้วจ้า” วรรณสาเดินมาพร้อมกับน้ำสีดำสามแก้วในมือ เธอต้องประคองอย่างระวังไม่งั้นหกแน่ๆ “น้ำอะไรไม่รู้ล่ะ สีดำๆ น่ากลัวจัง แต่คนขายบอกว่าดื่มแล้วจะสดชื่น”

                “อ๋อ นั่นเขาเรียกว่าน้ำโค้ก” พสุบอกออกมา “ลองดื่มดูสิ จะสดชื่นขึ้นมาทันทีเลยล่ะ”

                “จริงเหรอ?” พันธกรที่ไม่ได้รู้จักน้ำอัดลมมาก่อน เขาก็เลยลองหยิบแก้วที่วางบนโต๊ะแล้วใช้หลอดดูดน้ำเข้าไป พอมันผ่านลำคอเขาเข้าไป เขาก็ถึงกับทำหน้าเบ้ เพราะน้ำอัดลมมาบาดคอเขา เขาถึงกับกล่าวออกมาว่านี่มันน้ำอะไรกัน?

                “ฮ่าๆๆๆ” พสุหัวเราะออกมาแล้วก็บอก “ตอนที่ฉันดื่มตอนแรกก็อาการเดียวกันกับแกนี่แหละ แต่ไม่เป็นไรหรอก พอแก้วที่สองเดี๋ยวก็จะชินไปเอง”

                “จริงเหรอ?” พันธกรไม่กล้าดื่มน้ำสีดำนั่นอีกแล้ว แล้วเขาก็ลงมือกินข้าวราดแกง วรรณสาก็ตักก๋วยเตี๋ยวกินเข้าไปด้วย ในตอนนั้นเอง เธอก็เห็นวาสุกรีเดินมากับเด็กผู้หญิงสวมแว่นคนหนึ่งและซื้อข้าวมานั่งกินที่โต๊ะเดียวกัน

                “นั่นมันพี่วานี่?” วรรณสาเอ่ยขึ้น ทำเอาพันธกรต้องเหลียวหลังไปมอง ฝ่ายพสุที่ไม่รู้จักวาสุกรี เขาก็มองด้วย

                “พี่วาจริงๆ ด้วย” พันธกรกล่าวออกมา “แล้วเขานั่งกับใคร? แฟนเหรอ?”

                “พี่วามีแฟนแล้วเหรอ?” วรรณสากล่าวออกมาอย่างเหลือเชื่อ “ไม่คิดว่าคนบ้าเรียนอย่างพี่วาจะยอมมีแฟนได้?”

                “คนนั้นเขาชื่อวาสุกรีใช่ไหม?” พสุถามพันธกร เขาพอจะรู้จักวาสุกรีมาแล้วจากการพูดคุยกันครั้งก่อน พันธกรก็ตอบว่าใช่ แล้วเขาก็มองเด็กสาวที่สวมแว่นคนนั้น

                “แหม พี่วา ร้ายเหมือนกันนะ ไหนเคยประกาศไปไงว่าจะไม่มีแฟนจนกว่าจะเรียนจบ” พันธกรพูดขึ้นมาแล้วก็ขำออกมา “พี่วาทำลายสัญญาของตัวเองซะแล้ว”

                “ไม่หรอกมั้ง?” วรรณสาหันหน้ากลับมาหาพันธกรกับพสุ “อาจจะเป็นแค่เพื่อนกันก็ได้”

                “ผู้ชายกับผู้หญิงสองต่อสองแบบนี้ มันไม่ใช่เพื่อนแล้ว” พสุกล่าวออกมา “พวกเขาต้องเป็นแฟนกันแน่นอน”

                ฝ่ายวาสุกรีที่กำลังกินข้าวมันไก่จากร้านอาหารอยู่ เขาก็ชวนปัทมาคุย “ที่บ้านคุณปัท ทำอาชีพอะไรไหมครับ?”

                “ไม่ต้องเรียก ‘คุณ’ ก็ได้ค่ะ” ปัทมาแก้ให้เขา “ส่วนเรื่องอาชีพ บ้านฉันปลูกผักขายค่ะ”

                “แล้วน้าภา.... หมายถึงคุณณปภาไปซื้อผักที่ร้านคุณ เอ่อ ขอโทษ ปัทหรือเปล่า?” วาสุกรีว่าขึ้นอย่างไม่ค่อยชินเท่าไหร่นัก ฝ่ายปัทมาก็ตอบออกมา

                “ค่ะ มาซื้อแทบจะทุกวันเลย” ปัทมาบอกออกมา พลางใช้ช้อนตักข้าว “ได้ข่าวว่าคุณณปภาทำอาหารเก่งมากเลยนี่คะ อร่อยมากเลย เธอน่าจะเปิดร้านขายอาหารนะ”

                “นั่นสิครับ” วาสุกรีชวนปัทมาคุยไปด้วยอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ฝั่งปัทมาคิด เธอตื่นเต้นมากที่ได้คุยกับวาสุกรี จนตัวเธอเองก็รู้สึกว่าเริ่มทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน เธอกินข้าวไม่หมด แล้วก็ขอตัวเอาจานไปเก็บ ก่อนจะบอกว่าจะขึ้นห้องสมุด

                “อ๋อ ปัทเป็นคนทำหน้าที่ยืมคืนหนังสือนี่เนาะ” วาสุกรีบอกขึ้นมา “ขึ้นไปทำงานเถอะครับ ผมกินข้าวคนเดียวก็ได้”

                “หรือคะ?” ปัทมาหน้าแดงใหญ่แล้ว เธอเลยรีบวิ่งออกไปจากโรงอาหารทันทีด้วยความอายสุดๆ แต่ฝ่ายวาสุกรีไม่ได้รู้อะไรเลย เธอวิ่งเข้ามาในห้องน้ำหญิง ก่อนจะเอามือกุมหัวใจที่เต้นตึกตักภายในอก

                “ฮ้า!” ปัทมาถอนหายใจออกมา “ยัยปัทนะ จะหนีเขาทำไม ก็อยากอยู่ใกล้เขาไม่ใช่เหรอ?”

                พอเลิกเรียน พสุก็ชวนพันธกรกับวรรณสาไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าอร่อยที่สุดในอาณาเขต ที่พันธกรสัญญาว่าจะพาวรรณสาไปกินด้วย พสุมองไปที่ทั้งสองคนก่อนจะพูดออกมา “แหม ฉันไม่น่าเข้ามาแทรกเลย น่าจะอยู่ด้วยกันสองคน”

                “ไอ้ดิน” พันธกรยืนเท้าเอว “หมายความว่าไงวะ?”

                “อ้าว? ก็...” พสุจะบอกอะไรบางอย่างออกมา แต่วรรณสาขัดขึ้นมาก่อนอย่างรวดเร็ว

                “ไปกินกันดีกว่า” วรรณสาบอก “สาหิวแล้ว รีบไปกันเถอะค่ะ”

                แล้วทั้งสามก็มานั่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือกัน หน้าร้านมีการตกแต่งด้ย เอาเรือจริงๆ มาตั้งเลย วรรณสาเห็นดังนั้นก็หัวเราะขึ้นมา เธอเคยได้ยินประวัติของก๋วยเตี๋ยวเรือมาเหมือนกันจากการเรียนประวัติศาสตร์ในโรงเรียน แล้วทั้งสามก็เข้าไปนั่งในร้าน พสุสั่งน้ำอัดลมมาสองขวด พร้อมกับแก้วใส่น้ำแข็งสามแก้ว

                “อย่าบอกนะว่าเป็นไอ้น้ำดำๆ นั่นอีก?” พันธกรถามพสุอย่างไม่ไว้ใจ “ไม่เอาแล้วนะ น้ำอะไรก็ไม่รู้ กินแล้วบาดคอชะมัดเลย”

                “เออ เดี๋ยวแกก็ชินไปเองแหละ คอยดู” แล้วก๋วยเตี๋ยวสามชามก็มาเสิร์ฟ พันธกรลองซดน้ำซุปเข้าไปดู แล้วเขาก็บอกว่าอร่อยมาก ทำเอาวรรณสาอยากลองชิมบ้าง

                “จริงเหรอ?” วรรณสาเลยลองซดน้ำซุปดู ก็พบว่ามันอร่ยจริงๆ หวานน้ำกระดูก “หือ อร่อยจริงๆ ด้วย ทำไมที่อาณาเขตสาไม่เป็นแบบนี้นะ?”

                “อาณาเขตแปดที่พวกสาอยู่ก็มีร้านก๋วยเตี๋ยวเรือเหมือนกันเหรอ?” พสุถามขึ้นมา วรรณสาก็ตอบว่าใช่ แต่รสชาติไม่ได้อร่อยขนาดนี้เลย

                “อาณาเขตนี้สมบูรณ์นะ” พันธกรพูดออกมา “ใหญ่แล้วก็สวยงาม คนที่นี่ก็น่ารัก ที่นี่ไม่สมควรโดนพวกเอไอทำลายเลย เออ จริงสิ เป็นเพราะอาณาเขตแปดแท้ๆ ที่ตัดสินใจต่อต้านพวกมัน”

                “โอ๊ย อย่าพูดเรื่องน่าเบื่อแบบนั้นเลย” พสุทำท่าโบกไม้โบกมือไปมา ก่อนจะตักเส้นบะหมี่เข้าปาก “มากินให้อร่อยกันดีกว่า”

                ฝ่ายปัทมา เธอก็มายืนรอหน้าโรงเรียน พอเห็นวาสุกรีเดินถือกระเป๋าสะพายออกมา เธอก็ทำท่าเหมือนว่าบังเอิญเจอวาสุกรี “อ้าว? วา มาพอดีเลย ไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือกันไหม?”

                “เอ่อ” วาสุกรีต้องกลับไปกินข้าวที่บ้านณปภา เขาจะปฏิเสธแต่ก็เกรงใจปัทมา เขาเลยบอกออกไป “คือวาต้องกลับไปกินข้าว...แต่ไม่เป็นไร ไปกินกับปัทก็ได้ แต่กินได้แค่ชามเดียวนะ”

                นั่นก็เพียงพอแล้วสำหรับปัทมา เธอพยักหน้าอย่างยินดี แล้ววาสุกรีก็เดินจูงมือเธอออกไป ปัทมาถึงกับตกใจที่จู่ๆ วาสุกรีก็จับมือเธอ แต่เธอก็ดีใจ ปัทมานำวาสุกรีมาที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือที่พวกพันธกรก็นั่งกันอยู่พอดี พอพันธกรเห็นวาสุกรีเดินมากับปัทมาอีกแล้ว เขาก็บอกให้ทั้งสองหันไปดู

                “พี่วากับผู้หญิงคนนั้นอีกแล้ว” วรรณสาหันไปมอง “ตกลงเป็นแฟนจริงๆ เหรอ?”

                “ใช่แน่ แบบเนี้ย” พสุตัดสินใจฟันธงออกไปเลย “ต้องเป็นแฟนกันแน่ๆ”

                “แปลก พี่วาบอกเองนี่ว่าไม่อยากมีแฟนตอนนี้ เพราะเขากำลังเรียนอยู่” พันธกรว่าขึ้นมา “เขาเป็นคนบอกเองนะ พันจำได้ แปลกจริงๆ”

                “สาว่ารักข้างเดียวมากกว่า” วรรณสาลองวิเคราะห์ออกมาดู “ฝ่ายผู้หญิงน่าจะชอบพี่วา แต่พี่วาคงไม่รู้เรื่อง เหมือนกับ... เอ่อ” เธอลองหันไปมองพันธกร พันธกรก็มองตาเธอกลับ

                “เหมือนกับอะไรเหรอ?” พันธกรถามออกมาอย่างซื่อๆ พสุถึงกับเหลือบมองไปทางวรรณสา เธอถอนหายใจแล้วก็ส่ายหน้าออกมา

                “ช่างมันเหอะ” วรรณสาตักก๋วยเตี๋ยวกินต่อไป ทำเอาพันธกรงุนงง เพราะเหมือนวรรณสาจะไม่พอใจอะไรบางอย่าง พสุเห็นทั้งสองคน เขาก็ยิ้มออกมา

                ฝ่ายชัชชัยและภัทร ชัชชัยไม่ยอมกินข้าวเช้าแล้วก็ข้าวเที่ยงเลย เขายังตกอยู่ในความเศร้าหมองอยู่ ภัทรเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วถึงจะดึงเพื่อนกลับมาได้ เขาคะยั้นคะยอให้ชัชชัยไปทานข้าว แต่ชัชชัยก็บอกว่าทานไม่ลง

                “เฮ้อ เมื่อไหร่แกจะกลับมาเป็นคนเดิมซะทีวะ?” ภัทรบ่นออกมา ชัชชัยก็ทำได้แค่ส่ายหน้า แล้วก็บอกไม่รู้ ก่อนที่เขาจะเอนตัวนอนลงไปบนเตียงไปเลย ภัทรเห็นดังนั้น เขาก็ไม่อยากยุ่งกับชัชชัยแล้ว จึงปล่อยให้ชัชชัยนอนอยู่คนเดียวในห้อง

                “น้องธา...” ชัชชัยพึมพำออกมา หลังจากภัทรออกไปแล้ว “พี่ขอโทษนะ ที่เป็นสาเหตุให้น้องภาต้องตาย พี่สัญญาว่าจะล้างแค้นให้น้องภาให้ได้”

                แล้วน้ำตาเขาก็ไหลออกมาหยดหนึ่ง ชัชชัยรีบปัดน้ำตานั้นออกไป ก่อนจะลุกขึ้นมาใหม่ สายตาเขาดูแข็งแกร่งขึ้นแล้วเขาก็ตัดสินใจใหม่ ชัชชัยเดินตามภัทรลงไปด้านล่าง

    คล้ายกับเรื่องDead Area: ล่าข้ามเขตอันตราย ที่คุณอ่าน

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    เหนือพิภพ สยบสวรรค์ (ภาค 1 เหนือพิภพ)

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.45M 659
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.87M 2416
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810