ณ ูเาหยุนอู่ บนยอดเขาสูงที่รายล้อมไปด้วยเมฆหมอกในเส้นทางคดเคี้ยวกลางป่า ท่ามกลางเนินเขาที่สูงชันและอันตรายมาก
ชายหนุ่มอายุประมาณสิบห้าถึงสิบหกปีกำลังเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วเขาสวมเสื้อคลุมหนังเสือ ด้านหลังแบกขวานขนาดใหญ่ที่หนักถึงห้าสิบกิโลกรัมเขากำลังวิ่งผ่านเส้นทางกลางป่า ขณะที่กำลังวิ่งอยู่นั้น จู่ๆเขาก็ยันมือขวาลงพื้น ออกแรงดีดให้ร่างกายตีลังกาข้ามผ่านเหวลึกทำให้หินที่อยู่รอบๆ สั่นะเืแล้วร่วงหล่นอย่างต่อเนื่อง
“อ๊าก!”
ชายหนุ่มชูขวานในมือขึ้นพลางยืดตัวตรง ทันใดนั้น แรงมหาศาลถูกส่งออกมาจาก่ท้องเพียงชั่วพริบตาขวานก็ถูกเหวี่ยงออกไปแล้ว
“ตูม!”
ขวานในมือพุ่งตรงไปข้างหน้า ลอยฝ่าอากาศออกไปอย่างรวดเร็ว โครมเมื่อลอยออกไปไกลหลายสิบเมตร มันก็ร่วงลงบนพื้นแม้เสือชีตาห์ตัวหนึ่งจะหนีไปได้ด้วยความโชคดี แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็สร้างความหวาดผวาแก่มันมากเช่นกันมันรีบเร่งความเร็วเพื่อหนีเอาชีวิตรอด แล้วพุ่งลงไปจากผาหินชัน
ชายหนุ่มหรี่ตาลงจนกลายเป็เส้นโค้งเล็กๆ ฟันที่แข็งแรงขบกัดแน่นใบหน้าที่เย็นะเืก็พลันเปลี่ยนเป็โมโห ขณะที่ชายหนุ่มกำลังจะะโตามลงไปจู่ๆ ก็มีมือใหญ่ของใครบางคนพุ่งมาคว้าร่างของเขาอย่างรีบเร่ง
“ท่านพ่อ รีบปล่อยข้าเร็ว” ชายหนุ่มเงยหน้ามองไปยังหลงอีผู้เป็บิดาซึ่งมีร่างใหญ่กำยำ เขามีคิ้วเข้มตาโต ใบหน้าเ็าเปี่ยมไปด้วยรังสีที่น่าเกรงขาม สายตาคู่นั้นช่างเยือกเย็น คมคิ้วแฝงไปความดุดันและบารมีที่ไม่ได้เกิดจากโทสะ
เขาก็คือหลงอี ผู้นำคนปัจจุบันของตระกูลหลงอู่มีพลังอยู่ในระดับชีพัขั้นที่แปด
“เหยียนเอ๋อ เ้าทำได้ไม่เลวแล้ว” หลังจากพูดจบแววตาของชายวัยกลางคนก็เปลี่ยนไป ฟิ้ว...หินก้อนหนึ่งลอยออกไปจากปลายนิ้วอย่างกะทันหัน
หินที่เต็มไปด้วยพลังปราณลอยออกไปไกลหลายร้อยเมตร ตูม...ก้อนหินลอยทะลุโขดหินที่ขวางไว้แล้วพุ่งเข้าไปที่กลางหน้าผากของเสือชีตาห์ด้วยความแม่นยำ
ไม่ว่าเสือชีตาห์ตัวนั้นจะวิ่งด้วยความเร็วเพียงใดท้ายที่สุดก็ยากจะหนีความตายพ้นอยู่ดี ร่างไร้ิญญาของมันกลิ้งหล่นลงไปในร่องที่ลึกกว่าร้อยเมตร
หลงอีมองไปยังบุตรชาย แล้วพูดด้วยเสียงทุ้ม “เหยียนเอ๋อมีพร์ดีมากแต่เหตุใดร่างกายเ้าถึงไม่สามารถรวบรวมพลังิญญาได้เลยแม้แต่น้อย? หรือว่า...” เขาไม่กล้าคิดต่อ
หลงเหยียนอายุสิบหกปี เขาเกิดในเมืองั ที่นี่คือโลกที่บูชาพลังระดับพลังเป็ตัวแทนของทุกสิ่งผู้ที่ไร้ิญญายุทธ์จะไม่สามารถฝึกวิชาใดอื่นได้เลยเพราะต้องประสานิญญายุทธ์และพลังิญญาเข้าด้วยกันถึงจะบรรลุวิชาต่างๆและควบคุมพลังิญญาของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ ในตอนนั้นจึงจะรวบรวมพลังปราณและแสดงพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งที่สุดออกมาได้
หลงเหยียนอยู่ในวัยที่ต้องเข้ารับการทดสอบิญญายุทธ์แล้วซึ่งวันพรุ่งนี้จะเป็วันรวมตัวครั้งใหญ่ของตระกูลหลงอู่แม้แต่เด็กเพียงสี่หรือห้าขวบในตระกูลหลงอู่ก็เริ่มััพลังิญญาภายในร่างกายได้บ้างแล้วทว่าเขาที่มีอายุถึงสิบหกปี แต่กลับไม่สามารถััได้ถึงพลังิญญาใดๆหลายปีมานี้เขาถูกคนวัยเดียวกันในตระกูลมองว่าไม่เอาไหนมาโดยตลอด
พลังิญญาคือสิ่งหล่อเลี้ยงและเลื่อนระดับขั้นของิญญายุทธ์ผู้คนสามารถเลื่อนระดับิญญายุทธ์ของตัวเองโดยฝึกฝนพลังิญญา
รวมปราณ หลอมพลัง ถ่ายพลัง ผนึกพลัง ฝึกจิต บ่มพลัง บ่มกาย ควบคุมพลังและผสานพลัง ทั้งเก้าระดับนี้เป็ขั้นตอนการหลอมกายซึ่งเป็พื้นฐานของการฝึกร่างกาย ตอนนี้หลงเหยียนหยุดอยู่ที่ขั้นบ่มกายไม่อาจเลื่อนขึ้นไปถึงระดับควบคุมพลังและผสานพลังได้ ย่อมไม่มีทางก้าวขึ้นไปอยู่ในระดับพลังชีพัขั้นที่หนึ่งได้เป็ธรรมดา
“เชิญท่านพ่อกลับไปเถอะ ข้ายังอยากฝึกต่ออีกหน่อย”ภายใต้สีหน้าที่เยือกเย็น กลับเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวและสิ่งที่โดดเด่นที่สุดก็คือสายตาคู่นั้นของเขาที่เปล่งประกายและมีพลังเป็อย่างมาก
หลงเหยียนนั่งขัดสมาธิ วางมือทั้งสองข้างลงบนจุดรวมปราณ จากนั้นก็ค่อยๆปรับลมปราณ ทำให้ลมหายใจสม่ำเสมอ ขณะเดียวกันก็เริ่มหลอมพลังในร่างกายเขากำหมัดทั้งสองข้างแน่น และชกออกไปกลางอากาศอย่างกะทันหัน
“ผนึกพลัง ฝึกจิต บ่มพลัง”
เขาะเิเสียงคำราม จากนั้นก็ส่งหมัดออกไปด้วยความเร็วอย่างต่อเนื่องขณะนี้ร่างกายของเขาอยู่ในระดับบ่มกาย ซึ่งถือเป็ระดับที่แข็งแกร่งมาก
หลงเหยียนตั้งสมาธิเพื่อรับรู้ถึงพลังที่เกิดขึ้นภายในร่างกายแต่ภายในร่างกายกลับไม่มีพลังปราณเลยแม้แต่น้อย จึงไม่สามารถก้าวข้ามไปยังระดับควบคุมพลังและผสานพลังได้และไม่สามารถััได้ถึงพลังิญญาแม้เพียงเสี้ยวเดียว
“อ๊าก... เพราะอะไรข้าถึงได้ล้มเหลวอีกแล้ว!” หลงเหยียนแหงนหน้าคำราม
หลงเหยียนพยายามกี่ครั้งต่อกี่หน แต่ก็ยังล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าเขารู้สึกว้าวุ่นและหงุดหงิดใจมาก “หรือข้าจะไร้ิญญายุทธ์อย่างที่เขาว่ากันจริงๆเพราะอะไรข้าถึงฝึกไม่สำเร็จ! ข้าไม่อยากกลายเป็ตัวตลกของคนในตระกูล...”
หลงอีถอนหายใจพลางส่ายหน้าเบาๆ ฟิ้ว...อินทรีวายุตัวหนึ่งพุ่งผ่านท้องฟ้าไปอย่างรวดเร็วหลงอียื่นมือข้างหนึ่งไปจับหลงเหยียนแล้วทะยานขึ้นบนหลังอินทรีวายุเพื่อมุ่งหน้าไปยังเมืองัอินทรีวายุบินด้วยความเร็วไม่ต่างไปจากพายุที่พัดผ่านไปมีเพียงมหาอำนาจอย่างตระกูลหลงอู่เท่านั้นที่สามารถเลี้ยงมันได้
ในเมืองัมีสามมหาอำนาจ ได้แก่ ตระกูลหลง ตระกูลเซียวและกลุ่มที่รวมตัวกันแล้วตั้งตนว่าเป็สำนักบงกชมาร
ผู้าุโแห่งตระกูลหลงเดินทางมาจากต่างถิ่นอาศัยพร์ทางด้านวรยุทธ์ของตัวเอง บุกเบิกและก่อตั้งตระกูลหลงที่ยิ่งใหญ่ขึ้นต่อมามีการขยายกิ่งก้านแตกแขนงออกไป กลายเป็ตระกูลหลงในปัจจุบัน ดูจากภายนอกแล้วตระกูลหลงและตระกูลเซียวมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันแต่กลับแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นกันอย่างลับๆสุดท้ายแล้วทั้งสามมหาอำนาจต่างก็ถ่วงดุลอำนาจซึ่งกันและกัน
ณ อาคารที่โอ่อ่าและยิ่งใหญ่ ประตูที่สูงตระหง่านหอคอยที่ประการตาและทรงพลัง รวมไปถึงศาลาทรงแปดเหลี่ยมที่งดงามทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงความมั่งคั่งและทรงอำนาจของตระกูลหลงอู่อย่างชัดเจน
วันรุ่งขึ้นมาถึงอย่างรวดเร็ว หลงเหยียนและบิดาจับมือกันก้าวเข้าสู่ตำหนักหลงอู่รูปปั้นับินที่กำลังบินทะยานอย่างทรงพลังถูกตั้งไว้ในจุดต่างๆ ตามตำหนักแลดูยิ่งใหญ่และสมจริง
ชายชราผมขาวซึ่งมีแววตาดุดันนั่งอยู่กลางตำหนักกว้างความน่าเกรงขามของเขาทำให้ทุกคนที่อยู่ในตำหนักแห่งนี้ไม่มีใครกล้าสบตาเขาเลยสักคน
รังสีที่ดุดันและทรงอำนาจแผ่กระจายไปทั่วระดับพลังของเขาทั้งแข็งแกร่งและน่าหวาดผวาจนมิอาจพรรณนา
ผู้าุโแห่งตระกูลหลงลุกขึ้นยืน เขากวาดสายตามองลงไปด้านล่างจนหยุดลงบนตัวหลงเหยียน
“เหยียนเอ๋อ ขึ้นมานี่!” เสียงทรงพลังดังสนั่นไปทั่วตำหนัก
หลงเหยียนออกแรงส่งที่เท้า ฟิ้ว... เขาะโออกไปแล้วตีลังกากลางอากาศก่อนร่างที่มั่นคงจะปรากฏอยู่ตรงหน้าผู้าุโแห่งตระกูลหลงทิ้งไว้เพียงเส้นโค้งที่แสนว่องไวกลางตำหนัก แววตาไร้ซึ่งความหวาดกลัว
ผู้าุโแห่งตระกูลหลงยื่นมือไปจับตัวหลงเหยียน จากนั้นจึงยกเขาขึ้นเหนือหัวด้วยความรวดเร็วพลันมือทั้งสองข้างก็กระหน่ำโจมตีไปที่ร่างของหลงเหยียนบนฝ่ามือผู้าุโส่งพลังที่รุนแรงออกมาเป็ระลอก แล้วหลงเหยียนก็ถูกวางลง
“เหยียนเอ๋อ นี่เ้า...” ผู้าุโแห่งตระกูลหลงสะดุ้งเฮือก หน้าถอดสีทันที
หลงเหยียนมองไปยังผู้าุโแห่งตระกูลหลง คล้ายตื่นตระหนกเล็กน้อยเขากำมือแน่น เพราะออกแรงมากเกินไปทำให้ปลายเล็บแทงลึกลงกลางฝ่ามือกลายเป็แผลที่ทำให้หลงเหยียนรู้สึกเจ็บอยู่บ้าง
“ท่านปู่ ิญญายุทธ์ของข้า...?”
พลังของผู้าุโแห่งตระกูลหลงพุ่งเข้าสู่ร่างกายหลงเหยียนผ่านปลายนิ้วทว่าพลังระลอกนั้นก็สลายหายไปอย่างรวดเร็ว
ครั้งนี้ ผู้าุโแห่งตระกูลหลงมั่นใจแล้วว่าหลงเหยียนไม่มีิญญายุทธ์เมื่อไม่มีิญญายุทธ์ เขาก็ถูกกำหนดให้เป็ได้แค่คนไร้ประโยชน์คนหนึ่งทว่าผู้าุโกลับชื่นชอบผู้ที่มีพร์
ผู้าุโแห่งตระกูลหลงปัดมือไล่หลงเหยียน “เ้าลงไปเถอะ”น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไป แลดูเ็าลงมาก
คนวัยเดียวกันในตระกูลหลงมองมาที่หลงเหยียนด้วยความเ็าบ้างก็หัวเราะเยาะแล้วมองด้วยสายตาเหยียดหยาม ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้อยู่ภายใต้การคาดการณ์ของพวกเขาอยู่แล้ว
หลงอีถอนหายใจด้วยความเสียดาย หลงเหยียนยืนอึ้งอยู่กับที่คล้ายมีหอกเล่มหนึ่งกำลังทิ่มแทงหัวใจเช่นนั้น จึงทำให้การหายใจของเขาถี่ขึ้นเมื่อมั่นใจแล้วว่าตัวเองไม่มีิญญายุทธ์ หัวใจของเขาก็ดิ่งลงเหวทันที
“คนไร้ประโยชน์แบบนี้ยังควรอยู่ในตระกูลของเราต่ออีกหรือ? ถ้าใครเอาเื่นี้ไปพูด เขาต้องสร้างความอับอายให้แก่ตระกูลเราแน่เพื่อชื่อเสียงของวงศ์ตระกูล พวกเราควรขับไล่เขาออกไปจึงจะถูก”
“นั่นสิ เขาควรถูกขับไล่ออกไป”
“เราจะเก็บเขาไว้ในตระกูล เพียงเพราะบิดาเขาคือผู้นำตระกูลหลงไม่ได้”เสียงวิพากษ์วิจารณ์รอบด้านดังสนั่น
หลงเหยียนเงยหน้าขึ้น กวาดสายตาผ่านคนวัยเดียวกันในตระกูลที่หัวเราะเยาะตนแล้วสายตาก็มาหยุดลงบนใบหน้าของหลงเอ้า ซึ่งเป็บุตรชายของลุงสอง เมื่อครู่เขาเป็คนแรกที่เรียกร้องให้ขับไล่หลงเหยียนออกจากตระกูล
“มองข้าทำไม? คนไร้ค่าอย่างเ้ามีสิทธิ์อะไรมามองข้าข้าล่ะขายหน้าแทนพ่อเ้าจริงๆ”
หลงเอ้ามองหลงเหยียนอย่างเยาะเย้ย สีหน้าเต็มไปด้วยความเหยียดหยามหลงเอ้าอายุมากกว่าหลงเหยียนหนึ่งปี แต่กลับเปิดเส้นพลังในตัวได้ถึงสามเส้นแล้ว ทำให้เขามีระดับพลังอยู่ในขั้นพลังชีพัขั้นที่สามนับเป็อัจฉริยะหนุ่มในตระกูลเลยก็ว่าได้
“อย่ามองข้าด้วยสายตาขุ่นเคืองเลย คนไร้ค่าอย่างเ้า ถ้าไม่ออกไปจากตระกูลข้าคงเคลือบแคลงใจไม่หาย” ขณะที่พูดเขาก็เดินไปยืนตรงหน้าหลงเหยียนแล้วชกไปที่ท้องน้อยของหลงเหยียนอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย
หลงเหยียนส่งเสียงร้องด้วยความเ็ปแล้วล้มลงบนพื้น
“นี่เ้าทำอะไร?” หลงอีผู้เป็หัวหน้าแห่งตระกูลและยังเป็บิดาของหลงเหยียนอีกแต่เพื่อส่วนรวมจึงจำต้องฝืนทน ฝ่ามือขนาดใหญ่สั่นเทาเล็กน้อย แต่โชคยังดีที่มีแขนเสื้อบังไว้มิเช่นนั้นคนอื่นคงสังเกตเห็นแล้ว
เวลานี้ลุงสอง หลงจ้านก็เดินเข้ามาใกล้เขาชิงชังที่ตอนนั้นผู้าุโแห่งตระกูลหลงมอบตำแหน่งผู้ปกครองแห่งตระกูลให้หลงอีที่เป็น้องสามไม่ใช่เขา บัดนี้จึงนำความโกรธแค้นทั้งหมดมาลงบนตัวหลงเหยียน
“คนไร้ประโยชน์อย่างเ้ายังไม่รีบไสหัวไปอีกหรือ” หลงจ้านกัดฟันกรอดพลางเบิกตาด้วยความโมโห ก่อนจะตบหน้าหลงเหยียนแรงๆ แล้วจ้องเขม็งไปที่หลงเหยียนแรงตบเมื่อครู่รุนแรงจนแม้แต่ฝ่ามือของเขายังรู้สึกเจ็บไปด้วย
ใบหน้าหลงเหยียนถูกประทับด้วยรอยนิ้วมือทั้งห้า เขากัดฟันอดทนไม่โต้ตอบเช็ดเืที่มุมปาก แล้วใช้สายตาที่เกลียดแค้นจ้องไปยังหลงจ้านและบุตรชายสาเหตุที่หลงเหยียนไม่โต้ตอบเป็เพราะกลัวว่าเหตุการณ์ในวันนี้จะรุนแรงมากกว่าเดิมเช่นนั้นคงไม่เป็ผลดีต่อบิดาของตนเท่าไรนัก
วันนี้ พวกเขาไม่เพียงแค่อยากขับไล่หลงเหยียนออกจากตระกูลแต่ยังอยากหยามศักดิ์ศรีของหลงอีด้วย หลงอีมีพร์ล้ำเลิศ แถมยังเป็คนใจเย็นแต่มาวันนี้เขาแทบทนไม่ไหว เริ่มรวบรวมพลังปราณไว้ที่ฝ่ามืออย่างช้าๆ
“ท่านพ่อ ลูกเป็คนทำให้ท่านต้องเดือดร้อน ท่านอย่าตอบโต้พวกเขาเลย แค้นนี้อีกหน่อยข้าจะชำระกับพวกเขาด้วยตัวเอง เหยียนเอ๋อยินดีจะออกไปจากตระกูลหลง”
หลงเหยียนยื่นมือไปจับหลงอีไว้เพื่อห้ามปรามเขา
“ท่านลุง ไม่สิ นับั้แ่วันนี้เป็ต้นไป ข้าควรเรียกเ้าว่าหลงจ้านจงฟังให้ดี อย่าตัดสินคนด้วยเวลาอันสั้นสักวันข้าจะกลับมาและเหยียบเ้าไว้ใต้แทบเท้า”
หลังจากพูดจบ หลงเหยียนก็พุ่งออกไปพร้อมความโกรธทว่าลูกหลานในตระกูลหลงที่อยู่รอบๆ กลับแสดงความดีใจออกมาทางสีหน้าในที่สุดหลงเหยียนก็ถูกบีบให้ออกจากตระกูลหลงจนได้เกรงว่าอีกไม่นานตำแหน่งผู้นำของหลงอีก็คงต้องสั่นคลอนด้วยเช่นกัน
ผู้าุโแห่งตระกูลหลงเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดทว่ากลับแสดงออกเพียงความเฉยชา ไม่พูดไม่จาและไม่ได้ห้ามปรามใดๆทว่าเมื่อหันหลังกลับไป นิ้วมือที่ไม่มีใครเห็นกลับสั่นเทาเบาๆ
“เหยียนเอ๋อ เหยียนเอ๋อ” หลงอีมองหลงเหยียนที่เดินจากไปอย่างเงียบๆพลันไฟโทสะก็ลุกโชน ฟิ้ว! เขาพุ่งไปหยุดอยู่ตรงหน้าหลงจ้านดวงตาจ้องเขม็งไปที่อีกฝ่ายอย่างเคียดแค้นรวบรวมพลังปราณที่ฝ่ามือแล้วเพิ่มพลังขึ้นอย่างรวดเร็ว
“พอได้แล้ว!” ผู้าุโแห่งตระกูลหลงแผ่รังสีอำนาจออกไปพร้อมคำรามเสียงดังทันใดนั้น ห้วงอากาศก็สั่นะเือย่างรุนแรงเขาทะยานไปยืนคั่นกลางระหว่างพวกเขาทั้งสองคนรังสีที่น่าเกรงขามและทรงพลังผลักให้คนทั้งสองถอยห่างจากกัน
“ล้วนเป็สายเืเดียวกัน เหตุใดต้องเข่นฆ่ากันเองด้วยเื่นี้จบลงเพียงเท่านี้ ตามข้ากลับไปทดสอบิญญายุทธ์กันต่อ”รังสีอันทรงพลังที่น่าเกรงขามทำให้ทุกคนในที่แห่งนี้สะดุ้งใไปตามๆ กัน
กลางดึก หลงอีมายืนอยู่ตรงหน้าผู้าุโแห่งตระกูลหลง
“ท่านพ่อ”
“อีเอ๋อ ข้าเห็นเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้หมดแล้ว ด้วยนิสัยของเหยียนเอ๋อเ้าคิดว่าถ้าเขารู้ว่าตัวเองไม่มีิญญายุทธ์ต้องกลายเป็คนไร้ประโยชน์ไปชั่วชีวิต เขาจะยังอยากอยู่ในตระกูลต่ออีกหรืออยู่เพื่อเป็ตัวตลกของคนอื่นหรืออย่างไร”
หลงอีส่ายหน้า
“เ้าก็เห็นอยู่แล้ว อยู่ในตระกูลหลงต่อไปก็มีแต่จะถูกรังแกการจากไปคือทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเขาแล้ว วางใจเถอะข้าส่งยอดฝีมือในตระกูลออกไปปกป้องเขาอย่างลับๆ แล้ว ด้วยนิสัยของเหยียนเอ๋อเขาอาจเหมาะกับการใช้ชีวิตอยู่ข้างนอกมากกว่าก็ได้”
“ที่แท้ท่านพ่อก็เตรียมการทั้งหมดไว้ั้แ่แรกแล้วงั้นหรือ”
ความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมพ่ายแพ้ให้กับใครของหลงเหยียนทำให้ผู้าุโแห่งตระกูลหลงชื่นชอบเป็อย่างมาก แต่ว่า...
ผู้าุโแห่งตระกูลหลงจ้องหลงอีด้วยสายตาดุดัน พลางพูดรำพึง“แต่วันนี้พวกเ้ากลับสู้กันในตำหนัก เ้าเป็ถึงผู้นำตระกูลหากขาดสติเพราะเหยียนเอ๋อแค่คนเดียว จะทำให้ตระกูลของเราถูกทำลายได้ง่ายๆเ้ารู้หรือไม่? มันอาจกลายเป็ช่องโหว่ที่ทำให้มหาอำนาจอีกสองกลุ่มฉวยโอกาสโจมตีตระกูลหลงก็ได้”
เวลานี้ หลงอีก้มหน้าลงด้วยความรู้สึกผิด มีหรือที่เขาจะไม่เข้าใจความหมายของผู้าุโ!
--------------------