บทที่ 20 อย่าดื่มน้ำฝน (รีไรต์)
ยายเจียงตัวสั่นเทาใบหน้าซีดเผือด สายตาหวาดกลัวจนส่ายหน้าไปมาไม่หยุด หลานชายตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็ร้องไห้จ้าด้วยความใ
"ฉันผิดไปแล้ว ฉันผิดไปแล้วจริง ๆ ฉันจะไม่ทำอีกแล้ว เธออย่าฆ่าฉันเลย ถ้าไม่มีฉัน หลานชายของฉันคงอยู่ไม่ได้แน่ ๆ " ยายเจียงร้องไห้คร่ำครวญ
ลั่วฉิงเทียนมองยายเจียงด้วยสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาเ็าไร้ซึ่งความรู้สึก บานประตูบ้านที่ถูกเธอพังเสียหาย ปล่อยให้อากาศร้อนภายนอกแผดเผาเข้ามา อีกไม่กี่วันก็จะเกิดภัยพิบัติครั้งใหม่ลั่วฉิงเทียนมั่นใจว่ายายเจียงคงไม่อาจอยู่รอดได้ภายใต้สภาพอากาศเช่นนี้
เธอไม่สนยายเจียงอีกต่อไปและเดินจากไปอย่างไร้เยื่อใย
“จำไว้ให้ดี ถ้ามีครั้งหน้า ฉันจะลงมาตัดหัวแกเอง!”
พูดจบลั่วฉิงเทียนก็เดินกลับไป ระหว่างทางผ่านชั้นสามสิบสามเธอก็เห็นเสิ่นอวิ๋นหรานยังคงถูพื้นอยู่ตรงนั้น
ลั่วฉิงเทียนไม่แม้แต่จะมองเธอ ก่อนจะเดินกลับห้องทันที พอกลับถึงห้อง โทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น
ลั่วฉิงเทียนมองดู ก็พบว่าเป็หมายเลขแปลก ๆ เธอจึงเปิดลำโพง
“ฮัลโหล ใครน่ะ”
เสียงของหานซั่วดังมาจากปลายสาย
“ฉิงเทียน โชคดีจัง เธอยังมีชีวิตอยู่! เธออยู่ที่ไหนเนี่ย ฉันไปหาเธอดีไหม ตอนนี้น่ะพวกซอมบี้ระบาดไปทั่ว ฉันเป็ห่วงเธอจริง ๆ นะ อยู่คนเดียวแบบนี้มันอันตราย” ตอนนี้แค่ได้ยินเสียงของหานซั่ว ลั่วฉิงเทียนก็รู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันที
เธอพูดด้วยน้ำเสียงเ็าว่า
“ไสหัวไป”
แล้วเธอก็กดบล็อกเบอร์นั้นทันที ในขณะที่ลั่วฉิงเทียนกำลังจะถอดเสื้อกันฝนออกเพื่อไปอาบน้ำ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็หมายเลขแปลก ๆ ที่เธอไม่รู้จักเหมือนกัน
ลั่วฉิงเทียนกดวางสายทันที แล้วบล็อกเบอร์นั้นไปอีกเบอร์ ทันใดนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์ก็ดังขึ้น
[คือ... คุณไม่เป็ไรใช่ไหม พวกนั้นเหมือนจะไปกันหมดแล้ว เกิดอะไรขึ้นเหรอ]
ลั่วฉิงเทียนเห็นว่าข้อความนั้นถูกส่งมาจากผู้พักอาศัยอีกคนบนชั้นสามสิบสอง เธอจึงตอบกลับไปว่า
[ไม่มีอะไรหรอก ฉันจัดการพวกนั้นไปแล้ว พวกมันเลยไม่กล้าขึ้นมาอีก]
ฝั่งเหอเสี่ยวถึงกับสะดุ้งใเมื่อเห็นข้อความนั้น เขาจ้องโทรศัพท์ในมือพร้อมกับอุทานออกมาด้วยความตกตะลึง
“โอ้โห สมัยนี้มีนักสู้หญิงเยอะขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย? เจอที่วอลมาร์ทคนหนึ่ง ที่นี่ก็เจออีกคน! ไม่ธรรมดาจริง ๆ”
ทันใดนั้นเขาก็ตอบกลับไปว่า
[งั้นเธอก็ระวังตัวหน่อยนะ คุณยายคนนั้นน่ะ พูดถึงเธอในกลุ่มอีกแล้ว บอกว่าเธอน่ากลัวเกินไป มีฆาตกรอย่างเธออยู่ในที่พักแบบนี้ คนอื่นจะอยู่อย่างสงบได้ยังไง! แต่คราวนี้ไม่มีใครไปเข้าข้างแกหรอก]
ลั่วฉิงเทียนแสยะยิ้มเ็า แน่นอนว่าไม่มีใครกล้าเข้าข้างยายแก่นั่นหรอก เพราะเธอก็ฆ่าคนไปเยอะแล้วนี่ ครั้งนี้ต้องทำให้คนพวกนั้นหลาบจำไปเลย!
ลั่วฉิงเทียนไม่ได้ตอบกลับ วางโทรศัพท์ลงแล้วไปอาบน้ำ
น้ำไฟถูกตัดหมด ลั่วฉิงเทียนจึงใช้น้ำที่ตัวเองกักเก็บไว้ในถังเก็บน้ำ
หลังจากอาบน้ำเสร็จ ลั่วฉิงเทียนก็รู้สึกสดชื่นขึ้นมาทันที เธอเดินเข้าห้องฝึกซ้อมแล้วเริ่มต้นการฝึกของวันใหม่
ในตัวเมือง หานซั่วโทรหาลั่วฉิงเทียนไม่หยุด แต่สุดท้ายเบอร์ของเขาก็โดนบล็อก เขาโยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างหัวเสีย
“บ้าเอ๊ย! ยัยลั่วฉิงเทียน! มันกล้าไม่รับสาย แถมยังบล็อกเบอร์ฉันอีก!”
หลิวซือฉีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พยายามปลอบเขา
“พี่หานซั่ว ใจเย็น ๆ ก่อนเถอะ ฉันคิดว่าฉิงเทียนต้องเจออะไรบางอย่างเข้าแน่ เธอถึงขายบ้านทิ้งแบบนั้น เดี๋ยวเราก็ไปหาโหวจื่อก็ได้ เขารู้เื่คอมพิวเตอร์ดี พวกเราจะต้องหาตัวพบแน่”
หานซั่วพูดด้วยความโกรธ “อืม ถ้าฉันเจอตัวเธอ ฉันจะฆ่าเธอให้ตายคามือ!”
ฝั่งของลั่วฉิงเทียน เธอก็ฝึกฝนตัวเองตลอดทั้งวัน จนกระทั่งถึงเวลาเย็น เธอถึงได้ออกจากห้องฝึก เข้าไปในพื้นที่มิติของเธอเพื่อให้นมเ้าขาว จากนั้นก็ขึ้นไปบนูเาที่เพิ่งจะปรากฏขึ้นภายในพื้นที่มิติ
เธอพบว่าไก่ตัวน้อยที่เธอเลี้ยงไว้บนูเา ต่างก็เติบโตขึ้นมาก และในหลาย ๆ ที่บนูเาก็มีไข่ไก่สดใหม่วางอยู่มากมาย
ลั่วฉิงเทียนหยิบตะกร้าอย่างดีใจ เริ่มเก็บไข่ไก่ทั่วทั้งูเา
หลังจากเก็บไข่ไก่จนเต็มตะกร้า เธอก็พอใจแล้วจึงออกจากพื้นที่มิติ
มื้อเย็นนี้ ลั่วฉิงเทียนตั้งใจจะทำอาหารกินเอง เธอทำซุปมะเขือเทศไข่ กับหมูแดงตุ๋น และข้าวสวยร้อน ๆ
ลั่วฉิงเทียนกินอย่างเอร็ดอร่อย
ฝูงซอมบี้ด้านล่างมีมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะตึกสอง เพราะมีคนตายมากมาย ซอมบี้จำนวนมากเลยตามกลิ่นคาวเืมาวนเวียนอยู่แถวนั้น
เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งอาทิตย์ บริเวณตึกสองเงียบสงัดผิดปกติ อาจเป็เพราะผู้คนไม่มีไฟฟ้าใช้ โทรศัพท์มือถือก็ใช้ไม่ได้แล้ว กลุ่มแชทของที่พักเลยเงียบสนิท
ส่วนอุณหภูมิภายนอกนั้นสูงถึง 58 องศาเซลเซียสแล้ว
ลั่วฉิงเทียนเชื่อว่าคงมีคนรอดชีวิตในที่พักไม่มาก วันนี้อากาศภายนอกเองก็เริ่มมีฝนตก
ฝนตกหนักราวกับฟ้าลั่ว ท่ามกลางสายฝน อุณหภูมิที่สูงขึ้นก็ค่อย ๆ ลดลงอย่างช้า ๆ
สายฝนนี้ทำให้ผู้รอดชีวิตในที่พักต่างพากันดีใจ บางคนถึงกับเปิดหน้าต่างรองน้ำฝน ลั่วฉิงเทียนมองเห็นเหตุการณ์นี้ผ่านทางหน้าต่างก็ได้แต่ยิ้มเยาะ
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาส่งข้อความหาห้องทางทิศตะวันออก ชั้นสามสิบสองว่า
[อย่าโดนน้ำฝนและห้ามดื่ม]
ไม่นานนัก อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาว่า
[อ๊ะ เข้าใจแล้ว ทำไมล่ะ]
ลั่วฉิงเทียนมองข้อความที่ตอบกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยความประหลาดใจ
[เพราะมีไวรัส]
หลังจากส่งข้อความไป อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาทันที
[ฮะ จริงเหรอ แล้วคนที่ดื่มน้ำฝนจะเป็ยังไง]
ลั่วฉิงเทียนตอบกลับไปอีกครั้ง
[50 เปอร์เซ็นต์จะกลายเป็ซอมบี้]
ทว่าข้อความนี้กลับส่งไปไม่ถึงเพราะสัญญาณโทรศัพท์มือถือหายไป ลั่วฉิงเทียนวางโทรศัพท์ลง ไม่ได้สนใจมันอีกต่อไป แต่เดินไปที่ห้องครัวเพื่อทำน้ำแข็งและต้มน้ำต่อ พร้อมกับทำอาหารไปด้วยสองสามอย่าง
ทางด้านเหอเสี่ยว หลังจากไม่ได้รับข้อความ ก็พบว่าการติดต่อขาดหายไปอย่างรวดเร็ว เขาถอนหายใจพลางมองดูเสบียงอาหารที่เหลือไม่ถึงสามวัน
“ดื่มน้ำฝนไม่ได้ แต่ไม่ได้บอกว่าออกไปตากฝนไม่ได้นี่”
เขาเปิดหน้าต่างออกไป อยากจะออกไปหาอาหาร แต่ฝนตกหนักเกินไป เขาจึงมองไม่ชัดว่าซอมบี้ข้างล่างเป็อย่างไร สุดท้ายทำได้เพียงเดินกลับไปที่ห้องและมองฝนที่ตกอยู่ข้างนอกด้วยอาการเหม่อลอย
ทันใดนั้น เหอเสี่ยวก็นึกขึ้นได้ว่าในห้องของเขามีวิทยุสื่อสารอยู่ เขาจึงรีบคว้ามันแล้ววิ่งออกไป เหอเสี่ยวเคาะประตูห้องของลั่วฉิงเทียนเพียงครั้งเดียว ก่อนจะวางวิทยุสื่อสารไว้แล้ววิ่งกลับห้องไป
ลั่วฉิงเทียนคิดว่าคงเป็ใครสักคนที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่มาเคาะประตูอีกแล้ว แต่พอได้ยินเสียงเคาะเพียงครั้งเดียว เธอจึงวางมือจากงานที่ทำอยู่ แล้วเดินไปดูที่หน้าห้อง
หน้าห้องไม่มีใครอยู่เลย มีเพียงวิทยุสื่อสารสีดำวางอยู่
ลั่วฉิงเทียนหยิบวิทยุสื่อสารขึ้นมาเปิด ไม่นานก็มีเสียงดังมาจากวิทยุ
“ฮัลโหล ๆ ได้ยินไหมครับ สวัสดีครับ ผมอยู่ชั้นสามสิบสองชื่อเหอเสี่ยวครับ!”
ทันทีที่ได้ยินชื่อนี้ ลั่วฉิงเทียนก็นึกถึงชายคนนั้นที่เธอเจอในวอลมาร์ท พอได้ยินเสียงแล้วจึงมั่นใจว่าเป็เขาจริง ๆ แต่ลั่วฉิงเทียนไม่คิดจะทักทายเหอเสี่ยว เธอจึงปิดวิทยุสื่อสารลงและไม่สนใจมันอีก
เธอหันหลังกลับเข้าครัวแล้วทำอาหารต่อไป
ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ดูเหมือนว่าฝนที่ตกลงมาอย่างหนักจะทำให้พวกซอมบี้ที่น่ากลัวหายไปจนหมดสิ้น ราวกับว่าพวกมันไม่เคยมีอยู่
บางคนฉวยโอกาสที่ฝนตกออกไปหาเสบียง
ระหว่างทางปลอดภัยมาก พวกเขาไม่เจอซอมบี้แม้แต่ตัวเดียว ดังนั้นทุกคนจึงนำเสบียงกลับมาได้มากมาย