ตอนที่ 23 น้ำแกงเป็ด
เมื่อโล่วชิเจี่ยตื่นขึ้น ก็เป็เวลาเช้าของอีกวัน ตอนนี้ข้างนอกอากาศแจ่มใส แดดจ้า ท้องฟ้าไร้เมฆ ดอกไม้ผลิบาน
โล่วชิเจี่ยรู้สึกมึนหัวเล็กน้อย นอกนั้นก็สบายดี!
เมื่อวานนางอยากเห็นเ่ิูทรมานจากยาปลุกกำหนัด แต่กลับโดนฤทธิ์ยาเล่นงานตัวเอง เกือบจะมีอะไรกับเ่ิู!
นางอยากมอบค่ำคืนที่น่าจดจำให้กับเ่ิู เพราะเชื่อมั่นในความสามารถของตัวเองว่าจะทำสำเร็จ แต่ผลที่ตามมาก็คือ เมื่อคืนนี้กลายเป็ฝันร้ายที่ไม่มีวันลืม ทุกครั้งที่นึกถึงตัวเองที่กำลังคลั่งรัก ซุกไซร้อยู่บนตัวของเ่ิู โล่วชิเจี่ยก็รู้สึกปวดขมับ อยากจะตายเสียให้ได้!
อย่างไรก็ตาม คนเราต้องมองไปข้างหน้า ลืมฝันร้าย และก้าวไปสู่อนาคตที่สดใส!
โล่วชิเจี่ยหยุดกวาดคอกม้า เงยหน้ามองท้องฟ้า แต่กลับรู้สึกว่าอนาคตของนางช่างมืดมน
หลังจากที่ตื่นขึ้น นางก็นอนอยู่บนฟางในคอกม้า เสื้อผ้าของนางยังเป็ชุดเดิม แต่ถูกจัดแจงให้เป็ระเบียบเรียบร้อย ไม่ยับยู่ยี่ อีกทั้งยังแห้งแล้ว
แม่บ้านมองนางด้วยรอยยิ้มล้อเลียน “คนเราตัดสินกันที่ภายนอกไม่ได้จริงๆ โล่วชิเจี่ย ข้านึกไม่ถึงเลยว่าผิวเ้าจะขาวเนียนขนาดนั้น ขาวยิ่งกว่าผู้หญิงเสียอีก!”
โล่วชิเจี่ยหน้าแดง “เ้าเห็นหมดแล้วรึ?”
“คนทั้งจวนอ๋องเห็นหมดแล้ว!” แม่บ้านพูดอย่างไม่ปรานี
โล่วชิเจี่ยแทบจะกระอักเืตาย “แล้วเ่ิูว่าไงบ้าง?”
แม่บ้านไม่พูดพร่ำทำเพลง โยนไม้กวาดให้นาง “ท่านอ๋องบอกว่า ั้แ่วันนี้เป็ต้นไป เ้าต้องรับผิดชอบทำความสะอาดคอกม้า นอกจากเวลากินข้าว ห้ามออกไปไหนเด็ดขาด!”
โล่วชิเจี่ยเซ เกือบล้ม รู้สึกวิงเวียน
หลังจากเที่ยง โล่วชิเจี่ยก็เหนื่อยจนหมดแรง แขนขาอ่อนล้า คนรับใช้ในจวนอ๋องที่ถูกไล่ออกไป ก็กลับมาแล้ว พวกเขามองโล่วชิเจี่ยด้วยความสะใจ ยินดีในความโชคร้ายของผู้อื่น แต่ก็มีความกังวลอยู่บ้าง เพราะใบสัญญาของพวกเขายังอยู่ในมือของโล่วชิเจี่ย
ประตูคอกม้าถูกเปิดออก เป็สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามา ถ้าโล่วชิเจี่ยจำไม่ผิด ก็น่าจะเป็คนที่นางเคยหลอกเอาใบสัญญาทาสไป น่าจะชื่อเสี่ยวชุย!
เห็นเพียงเสี่ยวชุ่ยเดินเข้ามาหานางด้วยสีหน้าหยิ่งผยอง พูดกับโล่วชิเจี่ยว่า “คนแซ่โล่ว แม่บ้านให้ข้ามาบอกเ้า ถึงเวลากินข้าวแล้ว!” น้ำเสียงของนางเต็ม ไปด้วยความดูถูกดูแคลน
เมื่อได้ยินคำพูดของเสี่ยวชุ่ย โล่วชิเจี่ยที่กำลังซุกตัวอยู่ในฟาง ก็เหมือนมีชีวิตชีวาขึ้นมาทันที ลุกพรวด แล้ววิ่งไปที่ห้องครัวอย่างรวดเร็ว
เหมือนสายลมวูบหนึ่งพัดผ่านเสื้อผ้าของเสี่ยวชุ่ย นางใอ้าปากค้าง แต่ไม่นานก็ปรับอารมณ์ได้ ใช้แววตาของคนที่สาแก่ใจมองโล่วชิเจี่ยที่วิ่งออกไป
เมื่อโล่วชิเจี่ยไปถึงห้องครัว ก็รู้ว่าเสี่ยวชุ่ยแกล้งนาง แม่บ้านให้นางไปบอกโล่วชิเจี่ย แต่มันสายไปแล้ว นางจงใจมาสายไปหนึ่งเค่อ ทำให้พวกคนรับใช้ ถือโอกาสกินข้าวเที่ยงจนหมด
โล่วชิเจี่ยมองดูหม้อใบใหญ่ที่ว่างเปล่า สีหน้าของนางเปลี่ยนจากดำเป็เขียว แล้วจากเขียวเป็ดำ ดูแย่มาก ท้องของนางที่กำลังหิว ร้องดังขึ้นอย่างน่าอาย
สาวใช้ที่ชื่อเหลียนอีเห็นว่าโล่วชิเจี่ยน่าสงสาร จึงยกอาหารของตัวเองมา ยื่นให้โล่วชิเจี่ยอย่างระมัดระวัง พูดเบาๆ ว่า “อาหารถูกแบ่งไปหมดแล้ว มากินกับข้าเถิด?”
โล่วชิเจี่ยมองสาวน้อยหน้าตาน่ารักด้วยความซาบซึ้ง รู้สึกะเืใจ มองดูอาหารในจานของนางที่น้อยนิด นางส่ายหน้า หันไปมองรอบๆห้องครัว และเห็นโครงเป็ดที่เหลือจากการทำอาหารของพ่อครัวเหล่าหลิว วางอยู่บนเขียง
ยังพอทำน้ำแกงได้!
โล่วชิเจี่ยเดินตรงไปหยิบมีดโดยไม่สนใจสายตาคนรอบข้าง สับกระดูกเป็ดแข็งๆ ใส่ลงในหม้อใบใหญ่ ใส่เครื่องปรุงรสนิดๆหน่อย เติมน้ำ แล้วคนให้เข้ากัน
หม้อใบใหญ่ของจวนอ๋องเป็เตาแบบโบราณ โล่วชิเจี่ยใช้ความพยายามอย่างมาก แต่ก็ก่อไฟไม่ติด สุดท้ายเหลียนอีก็มาช่วยก่อไฟให้
น้ำแกงสีขาวค่อยเริ่มเดือดพล่าน ส่งกลิ่นหอมน่ารับประทาน
โล่วชิเจี่ยมองนางด้วยความขอบคุณอีกครั้ง จดจำเด็กสาวที่สะอาด งดงาม และใจดีคนนี้ไว้ในใจ!
ใครให้เกียรตินางหนึ่งฉื่อ นางก็จะให้เกียรติคนนั้นสิบฉื่อ!
ถ้าใครจงใจร้ายกับนาง นางจะเอาคืนร้อยเท่า!
ถ้าใครดีกับนาง นางจะตอบแทนบุญคุณนั้น!
เมื่อน้ำแกงเป็ดเสร็จ ก็ส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลาย โล่วชิเจี่ยไม่สนใจสายตาของคนอื่น ตักน้ำแกงให้เหลียนอีเต็มชาม จากนั้นนางก็นึกขึ้นได้ว่า ในห้องของนางยังมีมันเทศแห้งที่ขโมยมาจากแม่บ้านเมื่อไม่กี่วันก่อน ตอนนี้ได้เวลาใช้ประโยชน์จากมันแล้ว จึงวิ่งกลับไปที่ห้อง
โล่วชิเจี่ยเพิ่งออกไป ลั่วจิ่วก็มาถึง เขาได้รับคำสั่งจากเ่ิู ให้มาเอาน้ำแกงที่ห้องครัว พอเห็นน้ำแกงกระดูกเป็ดสีขาว ในชามกระเบื้องสีเขียววางอยู่บนเตา ที่ส่งกลิ่นหอมน่ารับประทาน เขาก็คิดว่านี่คือน้ำแกงที่เ่ิูบอก จึงยกชามน้ำแกงออกไป
เมื่อโล่วชิเจี่ยกลับมาพร้อมกับของในมือ ก็พบว่าน้ำแกงที่นางทำหายไป นางโกรธมาก!
เหลียนอีบอกนางเบาๆ ว่าท่านอ๋องสั่งให้คนเอาไป!
“ไอ้สารเลว!” โล่วชิเจี่ยสบถอย่างโกรธเคือง โยนมันเทศแห้งในมือทิ้ง แล้วสาวเท้ายาวๆตามลั่วจิ่วไปอย่างรวดเร็ว
เหลียนอีมองดูโล่วชิเจี่ยที่เดินออกไปอย่างโมโห เผลอกลืนน้ำลายโดยไม่รู้ตัว
ในห้องหนังสือ เ่ิูเพิ่งกินข้าวเที่ยงเสร็จ เขารู้สึกไม่พอใจกับอาหารมื้อนี้ รสชาติอาหารจากห้องครัวซ้ำซากจำเจ ทำให้เขารู้สึกเบื่อหน่าย
ลั่วจิ่วยกน้ำแกงโครงเป็ดมาวางอย่างช้าๆ น้ำแกงสีขาวลอยอยู่ในชามกระเบื้องสีเขียว ตกแต่งด้วยผักเล็กน้อย ดูเรียบง่าย แต่น่ารับประทาน
สาวใช้ข้างๆ เห็นเ่ิูสนใจ จึงรีบยื่นมือไปจัดน้ำแกงไว้ตรงหน้าเ่ิู
กลิ่นน้ำแกงเป็ดช่างหอมน่ากิน!
เ่ิูตักน้ำแกงขึ้นมาชิม เขาพบว่าแม้น้ำแกงนี้ไม่ได้ใช้ทักษะการปรุงอันเลิศล้ำ แต่กลับอร่อยอย่างไม่น่าเชื่อ
กลิ่นหอมของกระดูกเป็ดอบอวลอยู่ในปาก เ่ิูถึงกับเอ่ยปากชม “พวกคนในห้องครัว ฝีมือทำอาหารไม่พัฒนา แต่ฝีมือทำน้ำแกงกลับดีขึ้น”
ลั่วจิ่วหัวเราะ แต่ไม่ได้พูดอะไร จริงๆ แล้วเขาก็ไม่รู้ว่าน้ำแกงชามนี้มาจากห้องครัวหรือเปล่า แค่เห็นก็ยกมา แต่อย่างน้อยท่านอ๋องก็ชอบ! ซึ่งนั่นเพียงพอแล้ว!
คราวนี้เ่ิูอยากอาหารอย่างเห็นได้ชัด หยิบช้อนขึ้นมาเตรียมจะกินต่อ ก็ได้ยินเสียงเอะอะดังขึ้น
“ท่านอ๋องกำลังเสวย เ้าเข้าไปไม่ได้!”
“ไปตายซะ! ข้าจะเข้าไป เ้าจะทำไม” โล่วชิเจี่ยผลักสาวใช้ออก เดินเข้าไปในห้องของเ่ิูอย่างโมโห!
สายตาของนางเหลือบไปเห็นเ่ิูที่กำลังกินน้ำแกง ก็ยิ่งโกรธมากขึ้น พยายามจะแย่งชามน้ำแกงจากเ่ิู
“นั่นข้าเป็คนทำ คืนมาให้ข้าเดี๋ยวนี้!”
เ่ิูสกัดขาโล่วชิเจี่ยล้มลงไปกองกับพื้น โต๊ะอาหารสั่นเลยทำให้น้ำแกงหก
เ่ิูขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ ผุดลุกขึ้น พูดกับโล่วชิเจี่ยด้วยน้ำเสียงเ็า “เ้าหมายความว่าอย่างไร?”