แม้เฟยหมิงจะบอกว่าไม่ถือแต่ฉางเฟิงกลับไม่คิดแบบนั้นการที่ไปหลอกคู่แต่งงานของเผ่าทูตสวรรค์ก็แสดงว่าต้องกลายเป็นศัตรูกับอีกฝ่ายตัวฉางเฟิงที่พึ่งจะออกเดินทางยังไม่มีผู้หนุนหลังหรือสหายก็ต้องมามีศัตรูอีกแล้วเหรอ
“แล้วอีกฝ่ายเป็นใคร”ฉางเฟิงถอนหายใจ
“เป็นอัจฉริยะของเผ่าอัคคีจากวังสวรรค์”เฟยหมิงยิ้ม
“วังสวรรค์งั้นเหรอ”ฉางเฟิงขมวดคิ้ว
“ทำไมคนรู้จักงั้นเหรอ”
“ไม่เพียงแต่ช่วงนี้ข้าได้ยินข่าวลือของวังสวรรค์บ่อยๆเห็นว่าพวกเขาค่อนข้างจะยโสในช่วงนี้”ฉางเฟิงกล่าว
“ฮ่าฮ่าไม่ผิดช่วงเวลาหลายปีมานี้วังสวรรค์หยิ่งยโสขึ้นมาเห็นได้ชัดว่าคนในวังสวรรค์จะมีกลุ่มที่มีความทะเยอทะยานสูงมากและตอนนี้พวกนั้นกำลังวางแผนที่จะรวบรวมสายเลือดชั้นสูงจากทั่วจักรวาลผ่านการแต่งงงาน”
“หมายถึงเป้าหมายของพวกนั้นที่มาแต่งงานก็คือสายเลือด”
“ใช่ในตอนแรกวังสวรรค์ไม่กล้าทำอะไรที่ยโสขนาดนี้เพราะมีเผ่ากลืนกินอยู่เผ่ากลืนกินเรียกได้ว่าชั่วร้ายและจ้องคอยจะเล่นงานวังสวรรค์มานานทำให้วังสวรรค์ข่อนข้างที่จะเก็บตัวมาตลอดแต่เมื่อหลายปีก่อนเผ่ากลืนกินได้เก็บตังเงียบไปและไม่ปรากฎขึ้นมาอีกทำให้วังสวรรค์ได้ใจคิดว่าเผ่ากลืนกินกลัวพวกเขาจึงเริ่มหยิ่งยโสขึ้นมา”
“แล้วเผ่าอสูรและพวกเผ่ามารละพวกเขาไม่ลงมืองั้นเหรอ”
“วังสวรรค์ไม่ได้โง่พวกนั้นไม่คิดจะเข้าไปตอแยขุมอำนาจที่แข็งแกร่งหรอกพวกมันเลือกที่จะเล็งไปยังขุมอำนาจที่ไม่มีตัวตนระดับจ้าวจักรวาลเท่านั้น”
“วิถีของคนขี้ขลาดสินะ”
“ฮ่าฮ่า เจ้าหนู เจ้านี่มันสุดยอดมากที่กล้าว่าวังสวรรค์ขี้ขลาด”
“หรือมันไม่จริง????”
“แน่นอนว่าถูกต้องแล้วละพวกมันขี้ขลาดและเผ่าทูตสวรรค์ของข้าเองก็ไม่ได้กลัวพวกมันเลยเพียงแต่มันน่ารำคาญหลานสาวของข้าเลยต้องวางแผนนี้ขึ้นมา”
“แต่ถ้าเป็นแบบนั้นทำไมวังสวรรค์ถึงได้เล็งไปที่หลานสาวของท่านถ้าแค่ต้องการสายเลือดขอแค่แต่งงานกับใครในเผ่าก็ได้ไม่ใช่หรือ”
“เพราะหลานสาวของข้านั้นพิเศษและอาจจะทำให้พวกมันรู้สึกกดดันในอนาคต”หมิงเฟยเผยรอยยิ้มที่ลึกลับ
“ยังไง???”
“เผ่าทูตสวรรค์ของข้าแต่เดิมเคยเป็นเผ่าที่ยิ่งใหญ่ที่มีตัวตนระดับจ้าวจักรวาลมาหลายรุ่นเพียงแต่เมื่อสองถึงสามรุ่นก่อนในเผ่าไม่มีใครไปถึงระดับจ้าวจักรวาลเลยเพราะไม่มีใครสามารถได้รับการยอมรับจากกระบี่พิพากษาซึ่งเป็นอาวุธปฐมบรรพบุรุษแม้แต่ข้าเองก็ไม่เว้น เพียงแต่หลานสาวของข้านั้นกลับได้รับการยอมรับนั่นหมายถึงในอนาคตนางมีสิทธิ์ไปถึงระดับจ้าวจักรวาลได้มากกว่าข้า”เฟยหมิงกล่าว
“และวังสวรรค์ก็ไม่ต้องการให้เกิดขึ้นสินะ”ฉางเฟิงขบคิด
“เอาละเรื่องนี้เจ้าค่อยรู้ทีหลังตอนนี้เรามาทำข้อตกลงกันต่อดีกว่าเอาเป็นว่า....”
“ท่านปู่สำเร็จแล้วหรือยัง”
ขณะที่เฟยหมิงกำลังอธิบายให้ฉางเฟิงฟังถึงข้อตกลงร่างหนึ่งก็บินทะลวงผ่านท้องฟ้ามายังเกาะลอยฟ้าของเฟยหมิงร่างนั้นมีปีกสีขาวบริสุทธิ์ 3 คู่ เส้นผมสีทองและดวงตาสีฟ้าของนางคือความงดงามของแสงสว่างของโลก
“หลานรักเจ้าทำไมใจร้อนแบบนี้”เฟยหมิงกล่าว
“เจ้าสวะนั่นกำลังจะมาถึงแล้วข้าต้องการจะที่เริ่มแผนให้เร็วที่สุด”หญิงสาวกล่าวและมองไปทางฉางเฟิง
“เป็นเขางั้นเหรอ”
“ใช่เพียงแต่ข้าขอตรวจสอบอะไรก่อน” เฟยหมิงกล่าวและยื่นมือไปจับข้อมือของฉางเฟิง
“ท่านกำลังจะทำอะไร”ฉางเฟิงตกใจและพยายามจะต่อต้านแต่ด้วยอีกฝ่ายเป็นพระเจ้าฉางเฟิงย่อมต่อต้านไม่ได้
ขณะที่เฟยหมิงตรวจสอบร่างกายของฉางเฟิงก็พบกับพลังสายเลือดที่แข็งแกร่งของฉางเฟิงทำให้เฟยหมิงต้องตกตะลึงอย่างมากจากนั้นเฟยหมิงจึงเกิดความรู้สึกอยากจะรู้ที่มาของฉางเฟิงจึงเตรียมจะเข้าไปตรวจสอบวิญญาณของฉางเฟิง
“สหายอย่าได้แม้แต่จะคิด”แต่พริบตานั้นเองเสียงที่เย็นชาดังขึ้น
ในส่วนลึกที่สุดของดวงจิตฉางเฟิงปรากฏร่างเงาของคน5 คนยืนอยู่แต่ละคนมีกลิ่นอายที่แข็งแกร่งกว่าเฟยหมิงเสียด้วยซ้ำ
“พระเจ้าสูงสุด5 องค์ ที่มาของเจ้าหนูนี่มันยังไงกันแน่” เฟยหมิงตกใจและไม่กล้าเข้าไปตรวจสอบและถอนพลังกลับมา
“ไม่ต้องแต่งมันแล้วปลอมจะแต่งทั้งทีก็ต้องแต่งมันจริงๆไปเลย” เฟยหมิงคำราม
“นี่ท่านหมายความว่ายังไง”ฉางเฟิงตกใจ
“ท่านพูดบ้าอะไรท่านปู่ข้าบอกแล้วว่าข้านั้นจะไม่แต่งงานจริงๆกับใครจนกว่าข้าจะกลายเป็นจ้าวจักรวาล”หญิงสาวโกรธมาก
“หยุดดื้อได้แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าจะได้เหมือนกับซีรั่วหยานงั้นเหรอที่นางทำได้เพราะนางมีพรสวรรค์สูงกว่าเจ้าและมีจิตใจที่เด็ดเดี่ยว ต่อให้เป็นจ้าวจักรวาลแล้วก็ไม่มีชายใดเข้าตานางเลย”เฟยหมิงคำราม
“ห๊ะ?????”
ฉางเฟิงที่ฟังอยู่ถึงกับงุนงงกลายเป็นว่าหญิงสาวเผ่าทูตสวรรค์คนนี้เห็นซีรั่วหยานเป็นแบบอย่างและคิดจะทำตามซีรั่วหยานแต่ว่าพวกเขาไม่รู้ว่าแต่เดิมซีรั่วหยานไม่ได้คิดเหมือนกับที่พวกเขาคิดแค่ไม่มีชายใดกล้าเข้าหานางเท่านั้นเอง
“หลานรักเด็กคนนี้ไม่ธรรมดาเขาครอบครองสายเลือดภูติแท้โกลาหลและภูติแห่งชีวิต” เฟยหมิงกล่าว
“อะไรนะสายเลือดของท่านซีรั่วหยานงั้นเหรอ ไม่ใช่ว่าสายเลือดนั้นหายสาปสูญไปแล้วไม่ใช่เหรอ”หญิงสาวตกใจ
“เจ้าเลือกเอาจะแต่งกับคนของวังสวรรค์หรือกับเด็กคนนี้เลือกเอา”เฟยหมิงกล่าว
“นี่เจ้าหนะ มาทำข้อตกลงกันดีกว่า ระหว่างเราเป็นแต่การแสดงเท่านั้นตกลงหรือไม่”หญิงสาวมองฉางเฟิง
“ข้าปฏิเสธได้เหรอถ้าได้ข้าขอจากไปตอนนี้เลย” ฉางเฟิงกัดฟันกล่าว
“ไม่ได้เจ้ารู้ไหมว่าคันเบ็ดแห่งโชคชะตาจะได้แค่ครั้งเดียวในรอบหมื่นปีเพราะงั้นเราไม่สามารถหาใครมาแทนได้อีกแล้ว”เฟยหมิงแสดงสีหน้าเจ็บปวด
“ตกลงตามนั้นเจ้ามากับข้า”หญิงสาวกระชากแขนของฉางเฟิงและพาฉางเฟิงพุ่งออกไปทันทีหลังจากที่ทั้งสองหายไปใบหน้าของเฟยหมิงก็จริงจัง
“นอกจากทั้ง5 คนนั้นแล้วยังมีกลิ่นอายของเจ้าอยู่ หรือว่าเขาคือลูกของเจ้าจริงๆงั้นเหรอ เหอะใครๆก็คิดว่าเจ้าตายไปแล้วไม่คิดว่าเจ้าจะยังมีชีวิตอยู่สหายของข้า ข้าจะรอวันที่เจ้าปรากฎอีกครั้งและข้าอยากจะเห็นสีหน้าของพวกวังสวรรค์เหลือเกินเมื่อพวกมันรู้ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่”เฟยหมิงหัวเราะออกมา เฟยหมิงและซีรั่วหยานเป็นคนในยุคเดียวกันแต่เฟยหมิงนั้นไม่สามารถกลายเป็นจ้าวจักรวาลได้เหมือนกับซีรั่วหยานแต่ถึงแบบนั้นทั้งสองก็เป็นสหายที่ดีต่อกัน