ฉับพลันที่บรรพบุรุษชรา ซู่หยาง สบถด่า ออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา วิถีธรรมที่ก่อร่าง นักรบโคงกระดูกโบราณ ฉายทอดยาวลงมาจากท้องฟ้า ชักดาบเพลิงมรณะออกจากฝัก หวดฟาด ดาบเพลิงดำมรณะ เข้าใส่อี้เฉิน หมายมั่นจะฆ่าสังหาร ไม่มีรีรออีกต่อไป
อายสังหารซัดสาด โพยพุ่งขึ้นสวรรค์ชั้นฟ้า พร้อมแค่นเสียงฆ่า!! คำรามออกมาดังกู่ก้อง
ภาพฉาย ร่างนักรบโครงกระดูกโบราณขนาดใหญ่ ส่งดาบเพลิงดำ เข้าสังหาร ปรากฏต่อหน้า ครรลองสายตาอี้เฉิน ราวดาบนั้น จะตัดผ่าสวรรค์และโลกออกจากกัน เต๋าแห่งความตาย แพร่ออกมา กระจัดกระจายอย่างบ้าคลั่ง จนรอบบริเวณมืดครึ้ม อี้เฉินบัดนี้เขาได้แต่มอง มันเท่านั้น ไร้เรี่ยวแรงที่จะต่อต้าน เมื่อความตายดำมืด ปกคลุมไปทั่วอาณา จนอี้เฉินไม่เห็นแสงความหวัง ที่จะรอดพ้นอีกต่อไป
จู่ๆ สวรรค์สุราลัยก็เปิดแหวกท้องฟ้าออกกว้าง พร้อมแสงสีทองศักดิ์สิทธิ์พร่างพราว สาดทอลงมาจากผืนฟ้า ปัดเป่าความตาย สิ่งชั่วร้ายจนแตกกระจัดกระจาย ออกในพริบตา เมื่อหญิงสาวสวมอาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ ค่อยๆ ลอยต่ำลงมาจากผืนฟ้า ส่งให้อาภรณ์ นางพัดไหวไปกับสายลมเย็น ราวกับเป็นเซียนหญิง ดูไร้คาวโลกีย์ของโลกหล้า ลงมาโปรดอี้เฉิน ดั่งมีบทเพลงที่ฉุดรั้ง ตัวอี้เฉินขึ้นจากความตาย เมื่อแสงศักดิ์สิทธิ์สาดทอลงมา ทุกอย่างก็พลันแข็งค้าง แม้แต่ บรรพบุรุษชรา ซู่หยาง ยังไม่อยากเชื่อสายตา
อี้เฉินที่พยายามจะเงยหน้ามองนางชัดๆ ทว่าแสงที่พร่างพราว ทำให้เห็นใบหน้าของนางไม่ถนัดตา ก่อนร่างอี้เฉินจะถูกเสาแสงศักดิ์สิทธิ์ สาดทอลงมาจากผืนฟ้าค่อยๆ ดึงร่างอี้เฉินขึ้นมาเหนือพื้นดิน
บรรพบุรุษชรา ซู่หยาง เขาสบถด่าออกมา ด้วยความเดือดดาล บ้าคลั่ง ครั้นรับรู้ใครที่ไหนไม่รู้ คิดจะมาช่วยเหลือ ตัวของอี้เฉินไว้ “บัดซบ! บัดซบ! เจ้าคิดจะช่วยเหลือมันเช่นนั้นหรือ? มันเป็นเหยื่ออันโอชะ ของข้า อ๊าก!!”
อี้เฉินที่บาดเจ็บหนัก ประสานฝ่ามือคำนับหญิงสาว ที่เขายากจะมองเห็นด้วย ความยากลำบาก “ขอบคุณ พี่นางฟ้า ที่ช่วยเหลือข้า”
ทว่า จู่ๆ แสงวาบ พร้อมร่างสตรีนางหนึ่ง สวมใส่อาภรณ์สีขาวบริสุทธิ์ พุ่งปราดเข้ามาใกล้อี้เฉินในทันใด ทำให้อี้เฉินต้องขมวดคิ้วเข้าติดกันเป็นปม ก้มใบหน้าลงต่ำ ด้วยความร้อนรน เมื่ออยู่ต่อหน้าผู้ยิ่งใหญ่ ‘หรือข้าจะพูดอะไรผิดไป’
ทันใดที่สตรีสวมใส่อาภรณ์สีขาว สืบฝีเท้าเข้ามาใกล้อี้เฉิน เสียงดีดนิ้ว เพี๊ยะ!! ดังออกมาก้องไม่น้อย ส่งให้หน้าผากอี้เฉินเจ็บ แปล๊บๆ หน้าผากแดงขึ้นมาทันที
แม้แต่บรรพบุรุษชรา ซู่หยาง ยังไม่อยากเชื่อสายตาครั้นเขาเห็น องค์หญิงอี้ฟางหรง ภายในครรลองสายตา แต่บัดนี้นางเป็นจักรพรรดิอย่างแท้จริงแล้ว ‘เวลาพึ่งจะผ่านไป ไม่ถึง30ปีเสียด้วยซ้ำ ไม่คิดว่านางจะผ่านการทดสอบ สิ่งสืบทอดโลงศพ ร้อยเคราะห์กรรมได้สำเร็จ’
น้ำเสียง “ไม่! ไม่! เป็นไปไม่ได้” ของบรรพบุรุษชรา ซู่หยางคำรามออกมาก้อง ด้วยความไม่อยากเชื่อ กับสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า แม้แต่เหล่าผู้พิทักษ์ชราทั้ง4 ที่ตามมาสมทบกับอี้เฉิน เหล่าชายชรายังก้มศีรษะลงต่ำ ไม่กล้าเงยหน้ามอง องค์หญิงอี้ฟางหรงบัดนี้ตรงๆ อีกต่อไป
อี้เฉินทำปากมุ่ยพองลม เมื่อเห็นท่านพี่อี้ฟางหรง บัดนี้นางดูเปลี่ยนไปไม่น้อย ก่อนอี้เฉินจะเดินสำรวจ รอบๆ ตัวนาง ไต่ถามตัวนางออกมา “ท่านพี่อี้ฟางหรง ปู่ดวงเฮง ไม่มากับท่านเช่นนั้นหรือ?”
อี้ฟางหรงนางเผยรอยยิ้ม ออกมาน้อยๆ ก่อนจะส่ายหัวออกมาหาอี้เฉิน ตัวนางเกือบจะตายตก จากการทดสอบ สิ่งสืบทอดโลงศพ ร้อยเคราะห์กรรมอยู่แล้วเชียว หากนางไม่รับรู้ ถึงสายเลือดตระกูล อี้ ที่ถูกกระตุ้น โพยพุ่งขึ้นสู่สวรรค์ชั้นฟ้า ออกไปกว้างไกลของอี้เฉิน เกรงว่านางคงจะหลับใหลอยู่ภายในภวังค์ แห่งความฝัน ล่องลอยไปตามชั้นบรรยากาศ อีกนานโข จนอาจไม่สามารถลืมตาตื่นก็เป็นได้ ครั้นอี้ฟางหรง นางคิดจะเขกหัว อี้เฉินอีกครา แต่เห็นใบหน้าของ อี้เฉินทำให้นางทำเด็กหนุ่ม ในกรอบสายตาไม่ลง
ก่อนอี้ฟางหรง นางจะกลับมาสีหน้าจริงจัง โบกฝ่ามือ เปิดแผ่นฟ้าออกกว้าง ครั้นรับรู้สายตาของผู้ยิ่งใหญ่ จากบนท้องฟ้าสูงที่จับจ้องลงมา ครั้นพวกเขารับรู้ จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ ภายในดินแดนเทพ บัดนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมาแล้ว
ภาพที่หมู่เมฆถูกปัดเป่า พร้อมดวงตาที่ฉายทอดยาวลงมา ของผู้ที่แอบอยู่ในเงามืด กวาดสายตาสำรวจดินแดนเทพ ทำให้อี้เฉินหัวใจสั่นสะท้านไม่น้อย ครั้นเห็นดวงตาบนท้องฟ้า หลายดวงกลอกกลิ้งไปมา น่าสะอิดสะเอียนไม่น้อย
“พวกเจ้า แอบดูพวกเรามาตลอดเลยสินะ ไอ้พวกผู้ยิ่งใหญ่ ภายในดินแดนจักรพรรดิ” คำพูดของอี้ฟางหรง ทำให้ดวงตาเหล่านั้น เผยความขุ่นเคืองออกมาน้อยๆ แม้ว่าจะฉายทอดยาวมาจากที่ ที่ห่างไกลเป็นอย่างมาก อี้เฉินก็ยังรับรู้ได้ว่าสายตาเหล่านั้น น่าคร้ามเกรงมากถึงเพียงใด
บรรพบุรุษชรา ซู่หยาง เขาแค่นเสียงเอ่ย พูดออกมาด้วยความรีบร้อน ครั้นเห็นสายตา องค์หญิงอี้ฟางหรง เผยแสงวาบปลด ปล่อย อายสังหารออกมา “ท่านผู้ยิ่งใหญ่ช่วยข้าด้วย!!”
ฉับพลันแสงวาบศักดิ์สิทธิ์จากฝ่ามืออี้ฟางหรง ขึงพืด ตรึงร่างบรรพบุรุษชรา ซู่หยาง ไว้ในทันใด พร้อมกับแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เข้มข้น กัดกร่อนเต๋าแห่งความตายภายในร่าง บรรพบุรุษชรา ซู่หยาง จนต้องดิ้นทุรนทุราย ด้วยความทุกข์ทรมาน อย่างน่าสังเวช คำพูดของ บรรพบุรุษชรา ทูจิ้ว แห่งตำหนักภูต ที่สาปแช่งตัวเขาไว้ ว่าเขาจะต้องไม่ตายดี กลับมาหลอกหลอนบรรพบุรุษชรา ซู่หยาง ในทันใด ครั้นเห็น วิญญาณภายในร่างถูกปัดเป่า โดยแสงศักดิ์สิทธิดวงวิญญาณที่สั่งสมมา กรีดร้องโหยหวน ออกมาอย่างหนัก
“เจ้า! เจ้า!” บรรพบุรุษชรา ซู่หยาง เขาคำรามสบถด่าออกมาดังลั่น เขาไม่คิดว่าเหตุการณ์นี้ จะเกิดขึ้นรวดเร็วถึงเพียงนี้ เขาเป็นถึงครึ่งก้าวจักรพรรดิ จะมายอมตาย ง่ายๆ เยี่ยงนี้ได้อย่างไร
ฉับพลันร่างปราณจิต บรรพบุรุษชรา ซู่หยาง หลุดลอยออกจากร่าง เดิมพันกับผู้ยิ่งใหญ่ ผู้นั้นในเสี้ยวพริบตา เขาไม่ยอมให้ปราณจิต ถูกแสงศักดิ์สิทธิ์ ที่เข้มข้นชำระล้าง
เขาหมายมั่นจะหนีออกไป แม้ว่าจะเหลือแค่ปราณจิต ก็ยังสามารถเกิดใหม่ได้อีกครา ลูกแก้วสีใสพุ่งปราด ขึ้นท้องฟ้าไปด้วยความเร็วอันน่าเหลือเชื่อ หลบเลี่ยงการฉายแสงไล่ล่า ขององค์หญิงอี้ฟางหรง ขึ้นไปบนท้องฟ้าสูง อย่างไม่คิดชีวิต ก่อนบานประตูสีดำ จะเปิดออกกว้าง คิดจะรับปราณจิตนั้นไป
ทว่าทันใดผู้คนโดยรอบ ต่างก็ไม่คาดคิด แม้แต่ผู้ยิ่งใหญ่เองก็ตาม เมื่อร่างอี้เฉินหายวับ สืบฝีเท้าไปพร้อมกับวิชาเคลื่อนที่ มังกรทะยานนภา คว้าหมับจับลูกแก้วปราณจิต ของบรรพบุรุษชรา ซู่หยาง เอาไว้ภายในฝ่ามือจนแน่น ก่อนเสียงบีบรัดฝ่ามือ เข้าหากันจะดังออกมาก้อง ราวกับแก้วที่แตกดัง โป๊ะ!!
เสียงที่ดังก้องกังวาน ส่งให้เกิดภาพสวรรค์ร่ำไห้ ร้องโหยหวน เศร้าโศกเสียใจกับขั้นครึ่งก้าวจักรพรรดิ ผู้หนึ่งตายตก สายตาทุกคู่ ล้วนจับจ้องมาที่อี้เฉินเป็นสายตาเดียว เมื่อเห็นเด็กหนุ่มฆ่าสังหาร ขั้นครึ่งก้าวจักรพรรดิ อย่างไม่กะพริบตา แววตาไม่มีความลังเล แม้แต่น้อย
เสียงแค่น ชิ!! ที่ดังเล็ดลอดออกมา จากประตูสีดำปิดสนิท หายจากไปในทันใด แม้แต่ดวงตาคู่อื่นๆ ของผู้ยิ่งใหญ่ ยังพลันสลาย แต่อดไม่ได้ที่จะชำเลืองมอง มาที่เด็กหนุ่มผมขาว ที่เต็มไปด้วยบาดแผลอยู่แวบหนึ่ง
อี้เฉินที่เห็นว่าพายุลูกใหญ่ ถูกพัดพาออกไป พร้อมกับความวุ่นวาย เขาลอบถอนหายใจออกมายาว “เฮ้อ!! ในที่สุดก็จบลงเสียที” ทว่าก็ไม่อาจเก็บซ่อน รอยยิ้มแห่งความยินดีของอี้เฉิน เอาไว้ได้
เหล่าผู้พิทักษ์ชราทั้ง4 ไม่ว่าจะเป็นบรรพบุรุษชรา มู่ไป๋ บรรพบุรุษชรา เทียนหมิง แห่งแดนพุทธ บรรพบุรุษชรา ยี่รั่วหยาง แห่งเผ่าสงคราม ผู้อาวุโสใหญ่ ตระกูลอี้ พวกเขาต่างก็ประสานฝ่ามือมารับหน้า องค์หญิงอี้ฟางหรง กันอย่างพร้อมเพรียง
ก่อนอี้ฟางหรง นางจะโบกฝ่ามือราวกับไม่ได้ใส่ใจ “พวกท่านคงจะลำบาก กันไม่น้อยสินะ เช่นนั้นรบกวนพวกท่าน ทำสิ่งที่เหลือให้เสร็จสิ้นด้วย”
ครั้นเหล่าชายชรา ประสานฝ่ามือรับคำองค์หญิงอี้ฟางหรง ก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้าง ออกมาให้อี้เฉิน ร่างพวกเขาพุ่งปราด ไปยังสำนักศาลาซากศพในทันใด