ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    บทที่36 ถูกไล่ฆ่า


    ระหว่างทางกลับที่พักเขาเจอกับเยว่ฉาน ที่มาดูอาการบาดเจ็บของเขา

    เยว่ฉานเตือนอี้เฉินอย่างจริงจัง"ให้ระวังตัว"


    "ข้าไม่เป็นไรท่านอย่าคิดมาก ท่านอาจารย์"


    "เยว่ฉานยิ้ม ข้าจะรอเจ้าที่ดินแดนร้อยแคว้น"


    "จบการประลองพรุ่งนี้ พวกดินแดนร้อยแคว้นคงจากไป"


    "เจ้าต้องเป็นขั้นวีรชนก่อนถึงจะฝ่าป่าไร้สิ้นสุดไปได้ เจ้าเข้าใจที่ข้าพูดหรือไม่"

    "มันอาจจะใช้เวลาเป็น10ปีแต่เจ้าจะฝ่าป่าไร้สิ้นสุดมาได้สบาย"


    "มาให้อาจารย์กอดหน่อย"


    "ท่านๆ กอดข้าจริงๆ งั้นหรือ"


    "เจ้าหน้าแดงทำไม" นางยิ้มเจ้าเล่ห์

    ทั้งสองแนบชิดเป็นหนึ่ง อี้เฉินยังรับรู้กลิ่นกายความหอมของนาง


    แม้แต่ส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างกายยังรู้สึกได้

    อี้เฉินอยากจะสัมผัสผมของนางแต่เขาก็ไม่กล้ายืนนิ่งอยู่แบบนั้น


    อี้เฉินไม่รู้มันเป็นความรู้สึกแบบไหนในใจของเขาตอนนี้

    "ข้าให้สัญญาข้าจะไปหาท่านที่ดินแดนร้อยแคว้น"


    "งั้นข้าขอตัวกลับไปพักฟื้นร่างกายก่อน"


    อี้เฉินกลับไปที่พักของลานประลองจัดไว้ให้

    ทันใดที่อี้เฉินก้าวเท้าเข้าไปภายในห้องเขาก็ถูกค่ายกลเคลื่อนย้ายออกมาไกลเท่าไร่ไม่รู้

    มาอยู่เขาสูงมีน้ำตกหลายสายร่วงหล่นลงมา


    อี้เฉินมั่นใจต้องเป็นเขตรอบนอกเมืองสายธารอย่างแน่นอนแถวๆ นี้ส่วนใหญ่จะเป็นชะง่อนผา มีน้ำตกกัดเซาะไหลผ่าน

    อี้เฉินรู้สึกได้ถึงจอมยุทธหลายคน เขาพยายามมองรอบๆ


    กลุ่มคนหลาย10คนเป็นจอมยุทธขั้นก่อกำเนิดปิดล้อมตัวของเขาไว้ พวกนี้หน้าจะเป็นคนของดินแดนร้อยแคว้น

    มีเสียงหนึ่งพูดขึ้นมาว่าเจ้ายังจำนายน้อยตระกูลชิงได้หรือไม่ ชายชราจึงเผยตัวออกมา


    ผู้อาวุโสผู้นำตระกูลชิง คนที่อี้เฉินเคยพนันต่อสู้แลกกับโอสถ

    พวกเขาบาดหมางกันที่มิติสุสานดาบ


    อี้เฉินถึงกับหน้าดำทะมึนด้วยโทสะ"เจ้ากล้ารวมหัวกับคนดินแดนร้อยแคว้น ล้อมฆ่า"


    "ข้าเลยงั้นหรือดจ้าไม่กลัวคนภายนอกรับรู้งั้นหรือ"


    "ตัวเจ้าก็เป็นถึง ผู้อาวุโส ขั้นนภา กลับมาฆ่าอนุชนคนรุ่นหลังเจ้าช่างหนายิ่งหนัก ไม่กลัวฟ้าดินลงทัณฑ์งั้นหรือ"


    "ฮ่าๆ เจ้าเริ่มกลัวแล้วสินะ ความโอหังของเจ้าหายไปไหนหมด"


    จอมยุทธ์ขั้นก่อกำเนิดนับสิบพุ่งเข้าใส่อี้เฉิน หมายมั่นจะจับตัวเขา เสียมากกว่า

    พวกเขาเข้าปะทะอย่างบ้าคลั่ง อี้เฉินที่บาดเจ็บเป็นทุนเดิมอยู่แล้วไร้ทางต่อต้านพวกเขาได้


    อี้เฉินสำแดงวิชามังกรทะยานนภาเคลื่อนที่หนีออกไปไกล แต่ก็ไม่สามารถหนี

    ผู้อาวุโสตระกูลชิง ขั้น นภาไปได้


    พลังขั้น นภานั้นรวดเร็วเป็นอย่างมาก เหมือนเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน เหาะเหิน ทะยานฟ้าได้

    ปราณพลังของอี้เฉินที่สำแดงวิชามังกรทะยานนภาต่อเนื่อง


    ทำให้ปราณพลังของเขาลงลดลงอย่างมากจนแทบหมดสิ้น

    ขั้น นภานั้นสามารถทะยานบนท้องฟ้าได้ เป็นขั้นพลังเป็นหนึ่งกับฟ้าดิน ฤทธิรณจึงห่างชั้นกับขั้นก่อกำเนิดอย่างมาก

    อี้เฉินแทบไร้ทางหลบหนี ขั้นนภา ไปได้



    อี้เฉินสำแดงวิชา โซ่สวรรค์พันธนาการ เข้าใส่ ผู้อาวุโสตระกูลชิง

    โซ่สีทองพุ่งเข้าใส่หมายตรึงร่างผู้อาวุโส


    แต่ทันทีที่เข้าใกล้โซ่นั้น กลับแตกสลายจากปราณพลัง นี่นะหรือความห่างชั้นของ ขั้นพลัง

    อี้เฉินไม่ยอมแพ้ สร้างโซ่ออกไปใหม่ พร้อมแผดเผา


    เลือดบริสุทธิ์ของเขาทิ้งเพื่อเพิ่มพลังโจมตี

    โซ่ของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง โซ่เปรียบเหมือนโซ่เลือดพุ่งทะลวงเข้าใส่


    ผู้อาวุโสตระกูลชิง แล้วตรึงร่างเขาไว้ เขาสร้างโซ่อีกหลายเส้นสายหมายคิดฆ่าผู้อาวุโสตระกูลชิง

    อาวุโสตระกูลชิงที่ถูกขั้นก่อกำเนิดโจมตี ก็เดือดดาลคำรามลั่น หมายจะทำลายโซ่ตรวนให้หลุด


    "เจ้าช่างอาจหาญจริงๆ กล้า ข้าหรือ"


    แต่โซ่ตรวนสีเลือดนั้นแข็งแกร่งเกินไป เขาคำรามอย่างบ้าคลั่ง

    อี้เฉิน ยิ้มอย่างมีความหวังว่าจะรอด


    "ตายซะไอ้หมาแก่"


    ทันใดที่โซ่สีเลือดไปถึงก็แหลกสะบั้นทั้งหมด ข้างหลังมีเงาชายหนุ่มเดินออกมา ตงหยาง

    อี้เฉินเห็นถึงกับหน้าชา แววตากังวลสุดขีด ตงหยาง เป็นถึงชั้น วีรชน เขาไม่อาจต่อต้านได้แม้แต่กระบวนท่าเดียว


    "แค่จับคนเพียงคนเดียว พวกเจ้ายังใช้เวลาถึงเพียงนี้เลยหรือ กับแค่ขั้นพลังก่อกำเนิดเพียงคนเดียว"


    ผู้อาวุโสตระกูลชิง หน้าเขียวคล้ำ "ข้าขออภัยท่านตงหยาง ที่ต้องทำให้ท่านลงมือได้ด้วยตนเอง"


    จอมยุทธคนอื่นๆ เองก็หน้าบูดบึ้ง เมื่อได้ยิน ตงหยาง ถากถาง

    อี้เฉินคิดสำแดงวิชามังกรทะยานนภาฝ่าออกไปเขากลับสำแดงไม่ได้


    อากาศรอบๆ ตัวอี้เฉินแข็งค้างเหมือนเขาถูกตัดขาดจากฟ้าดิน

    เพียงแค่ตงหยาง ตะโกนเอ่ยประโยคหนึ่ง"พันธนาการ" อี้เฉินก็จบสิ้นไร้ทางหนีปราณพลังทั้งหมดถูกปิดกั้น พื้นที่รอบอี้เฉินหนักอึ้ง


    "เจ้า เจ้า" อี้เฉินร้องคำรามอย่างบ้าคลั่ง

    ปราณพลังของตงหยางบีบอัดกดดันมาที่อี้เฉิน กระอักเลือด


    ทรุดตัวลงกับพื้นไร้ทางดิ้นรนอีกต่อไป

    นี่หรือขั้น วีรชน พลานุภาพ สูงล้ำยากเกินหยั่งถึงขนาดควบคุม


    ท้องฟ้าทั่วบริเวณปิดกั้นทุกสรรพสิ่ง

    ตงหยางนำตัวอี้เฉินไปเพียงลำพังหมายมั่นสะสางความบาดหมาง


    ตงหยางนำอี้เฉินไปที่น้ำตกบนยอดเขาสูงตงหยางถามอี้เฉิน

    "เจ้ารู้หรือไม่เจ้าทำอะไรผิด"


    "เจ้าจะฆ่า ก็ฆ่าเถิด ข้าไม่มีอะไรจะพูดกับเจ้า"


    "เจ้าตายมันจะสบายไป"


    หงหยางหยิบมีดมาหนึ่งเล่ม แทงไปที่หัวไหล่

    "อ๊าก ๆ"


    โทษสำหรับฆ่าคนในตระกูลของฆ่า

    หงหยางหยิบมีดอีกเล่มขึ้นมา แล้วแสยะยิ้ม


    มีดเล่มที่2 แทงไปที่ฝ่ามือ อี้เฉินจนทะลุ

    "อ๊าก"

    โทษที่ฆ่าน้องชายข้า

    หงหยางหยิบมีดอีกเล่มขึ้น " เจ้าช่างใจกล้ามากที่มายุ่งกับคู่หมั้นของข้า"

    มีดเล่มที่3 แทงที่ต้นขา อี้เฉิน

    "อ๊ากกกกกก"


    อี้เฉินโกรธแค้นจนตากลายเป็นสีเลือดแดงฉาน แต่เขาก็ไม่ร้องขอชีวิตจาก หงหยาง

    อี้เฉิน ยิ้มเยาะ "นางชอบข้า เจ้าไม่รู้หรือ ว่างๆ เจ้าควรไปถามเยว่ฉานตรง ๆ ดูเผื่อนางจะบอกอะไรเจ้า"


    "เจ้ากล้าท้าทายข้างั้นหรือ" ตงหยางเป็นโทสะ อยากจะฆ่าอี้เฉินเสียเดี๋ยวนี้


    "เจ้าไม่ถามหรือว่าพวกเราไปถึงไหนกันแล้ว"


    "เจ้า เจ้า" ตงหยางที่ได้ยินต่างหน้ามืดทะมึน


    กลิ่นอายอำมหิต ลอยคลุ้ง

    อี้เฉินเลือดอาบนองกองใหญ่ บาดแผลเขาสาหัสแทบทุกจุด


    ไร้ทางต่อต้าน อี้เฉินปากดีไม่เลิก "เจ้าควรฆ่าข้าซะถ้าข้ารอดข้าสาบานจะไปฆ่าเจ้าแน่ๆ"

    ตงหยางหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง " งั้นมาวัดดวงกัน ว่าเจ้าจะมีโอกาส"


    "ว่าเจ้าจะกลับมาแก้แค้นข้าได้หรือไม่ แต่ข้าเดาว่าเจ้าตายด้วยสภาพเจ้าตอนนี้"

    เขาหยิบขาดหยกที่มีโอสถมาเม็ดหนึ่ง มันคือโอสถ สลายปราณพลัง "ถ้าเจ้ากินเข้าไปปราณพลังของเจ้าจะถูกทำลาย"


    "ถ้าเจ้าโชคดีจริงๆ เจ้าจะรอดแต่ไร้ปราณพลังเสียใจไปทั้งชีวิต"

    ตงหยางกรอกโอสถให้ใส่ปากอี้เฉิน แล้วหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่า ๆ"


    ปราณพลังอี้เฉินสลายหายไปอย่างฉับพลัน จุดตันเถียนเสียหายหนัก

    ตงหยางตะโกนลั่น "เรามาดูกันใครจะทายถูก"


    แล้วโยนอี้เฉิน ลงไปในเหวน้ำตกสูงเสียดฟ้า ร่างกายอี้เฉินตอนนี้ก็แทบหมดสติอยู่แล้ว เขาเสียเลือดไปมาก ดวงตาเริ่มเหม่อลอย

    จะรอดหรือไม่ขึ้นอยู่กับโชคชะตาฟ้าลิขิต ก่อนที่อี้เฉินจะหมดสติหลับใหลไป



    คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน