……………………
เช้าวันต่อมา กล้ายังฝึกความแม่นยำเช่นเดิม แต่คราวนี้เล็งเป้าหมายที่เล็กลง นั่นก็คือใบไม้ ซึ่งให้ผลเป็นที่น่าพอใจ เพราะเขาแทบไม่พลาดเลย
“ โอ้โห….ก้าวหน้าอ่ะ นี่ขนาดเล็งเป้าเล็กจิ๋ว พี่เซย่ายังยิงถูกเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เลย ” กลุ่มเยาวชนในสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า พากันร้องว้าว เพราะได้เห็นพัฒนาการแบบก้าวกระโดดของเซนต์หนุ่ม
“ หึ หึ หึ ก็นิดหน่อยน่ะ ” กล้ายิ้มเขินๆ ในใจแอบขบคิด
“ เอ…หรือเราจะมีพรสวรรค์จริงๆนะ ”
แต่ก่อนที่กล้าจะตัวลอยไปถึงสวรรค์ เด็กอ้วนผู้เป็นหนึ่งในชาวแก๊งก็เสนอความคิด
“ ในเมื่อพี่เซย่ายิงพลังได้แม่นขนาดนี้ แล้วอีกสองวันที่เหลือ จะฝึกอะไรต่อดี ”
“ อืม….นั่นน่ะสิ ” กลุ่มกองเชียร์รุ่นเยาว์นับสิบ พากันกอดอกใช้ความคิด แม้กระทั่งกล้าเองก็เครียดหนักจนถึงขั้นคิ้วผูกโบว์ แต่ไม่นาน เด็กหนุ่มก็เก็ตไอเดีย
“ ชั้นนึกออกแล้ว สเต็ปต่อไปที่จะฝึกก็คือ…..การควบคุมความหนักเบาของพลัง ”
“ การควบคุมความหนักเบาของพลัง……..” เหล่าเด็กชายหญิงทวนคำ แต่เมื่อพิจารณาจากสีหน้าของพวกเขา บอกได้เลยว่าไม่มีใครเข้าใจเลยซักคน ร้อนถึงกล้าต้องอธิบาย
“ ไม่เห็นยากเลย ก็แค่ฝึกควบคุมความหนักเบาของกระแสคอสโมที่ปล่อยออกมา ”
“ ซึ่งนั่นก็หมายความว่า…ถ้าทำสำเร็จ พี่เซย่าจะทำให้พลังที่ออกมารุนแรงหรือบางเบาก็ได้ ” โยชิโร่ที่หัวไวสุด เป็นคนร้องโพล่ง ทำให้เยาวชนที่เหลือเริ่มเห็นภาพ
“ อ๋อ…อย่างนี้นี่เอง แล้วพี่เซย่าจะซ้อมยังไง ” เด็กแว่นอีกคนร้องถาม สีหน้าดูสงสัย กล้าเลยยิ้มให้เล็กน้อย ก่อนจะแจงให้เข้าใจ
“ ไม่ยาก แค่เล็งไปที่ใบไม้เหมือนเดิม แต่ให้คิดไว้ก่อนว่าจะทำให้มันหลุดจากต้นขั้ว หรือแค่เป่าให้สั่นเบาๆคล้ายต้องสายลม ”
“ โอ้ว…เยี่ยมไปเลย พี่เซย่าหัวดีชะมัด ” เหล่าเด็กสรรเสริญเยินยอ ทำเอากล้าเริ่มหน้าแดงเล็กน้อย ปากก็กล่าวถ่อมตัว
“ มะ,….ไม่ถึงขนาดนั้นหรอก ชั้นก็แค่ก๊อบปี้กระบวนการฝึกจากอนิเมะที่ฉายตามทีวีเท่านั้น ”
ทันทีที่พูดจบ กลุ่มเด็กก็พากันงงเป็นไก่ตาแตก กล้าซึ่งจับสังเกตได้ เลยลองเอ่ยถาม
“ ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะ พวกนายไม่เคยดูอนิเมะหรือไง เวลาพระเอกจะฝึก นอกจากความแม่นยำ ก็ต้อหัดควบคุมพลังในลำดับต่อมา มันเป็นสูตรสำเร็จของหลายเรื่องเลยนะ ”
แต่แทนที่เด็กๆจะหายงง พวกเขากลับมึนหนักกว่าเดิม คราวนี้ถึงกับนิ่งอึ้งจนพูดไม่ออก โยชิโร่จึงต้องทำหน้าที่เป็นผู้แทนหมู่บ้าน
“ เออ….พี่เซย่าพูดถึงอะไร อนิเมะที่ว่าฉายช่วงไหน พวกผมดูทีวีกันมาตั้งหลายปี ยังไม่เคยเจอซักเรื่องเลย ”
กล้ารู้สึกตัวว่าพลั้งปาก บางทีในโลกนี้อาจไม่มีอนิเมะให้ดู แล้วถ้าเป็นแบบนั้นจริง ก็เท่ากับว่าผู้คนที่นี่ค่อนข้างไร้ความเป็นศิลปะและจินตนาการ ด้วยทั้งสองปัจจัยที่ทำให้เกิดความบันเทิงแขนงนี้
“ ฮ้า…ช่างเป็นโลกที่น่าเบื่อจริงๆ ต้องรีบกลับบ้านให้ไวที่สุด ”
“ โลกไหนน่าเบื่อครับ แล้วตอนนี้พี่ไม่ได้อยู่ที่บ้านเกิดรึไง หรือพี่เซย่าจะไม่ใช่คนญี่ปุ่น ” เจ้าจอมแก่นถามต่อ เพราะกล้าดันเผลอหลุดปากออกมา เด็กหนุ่มจึงต้องรีบตัดบท
“ อ้า…ช่างมันเถอะ เหลือเวลาอีกแค่สองวัน รีบฝึกดีกว่า ชั้นจะได้พัฒนามากกว่านี้ ”
แม้กลุ่มเด็กๆจะไม่ค่อยพร้อมใจ เพราะอยากรู้ว่า..อนิเมะคืออะไร แต่สุดท้ายก็ต้องจำยอม ด้วยรู้ว่าหนุ่มรุ่นพี่มีงานใหญ่รออยู่ นั่นก็คือ….สัปยุทธ์กับเหล่าเซนต์ที่เป็นนักสู้เหนือมนุษย์
“ ลุยเลย พี่เซย่าสู้เขา ”
แม้เสียงเชียร์จะดังโหวกเหวกโวยวาย แต่กล้าก็สำรวมจิตจนตั้งสมาธิได้ไม่ยาก ดวงตาโฟกัสไปที่ใบไม้ที่ปลิวไสวยามกระทบสายลมอ่อน และพอมองเห็นกึ่งกลางใบ เด็กหนุ่มก็ปล่อยหมัดออกไป
“ ฟิ้ว…….”
ลำแสงสีฟ้าสายเล็กพุ่งออกจากปลายหมัด มันวิ่งตรงไปสู่เป้าหมาย ซึ่งห่างออกไปประมาณ 10 เมตร และพอกระทบถูก กิ่งไม้ท่อนเขื่องก็หักลงมาทั้งลำ
“ เฮ…ยิงพลังทีเดียว หักกิ่งไม้ได้เลย สุดยอดจริงๆ พี่เซย่า ”
“ แปะ แปะ แปะ….”
เหล่ากองเชียร์พากันโห่ร้องชมเชยสลับปรบมือ ทำเอากล้าพูดไม่ออกบอกไม่ถูก เพราะที่เขาตั้งใจจริงๆก็คือ…เป่าใบไม้ที่เป็นเป้าประสงค์ให้สั่นไหวเล็กน้อย แต่เพื่อไม่ให้เหล่าแฟนคลับผิดหวัง เขาจึงโบกมือรับคำชมไปตามน้ำ
“ แท็งก์หลายๆ ขอบใจมากนะ น้องๆ ”
พออวยจนหอมปากหอมคอ กล้าก็เริ่มฝึกใหม่ คราวนี้เขาเตือนตัวเองอยู่ตลอด เพื่อไม่ให้หนักมือแบบครั้งก่อน
“ ดอกนี้ไม่พลาดแน่ ต้องโจมตีแผ่วเบา ทำใจให้เหมือนขนนกที่ค่อยๆร่วงหล่นจากท้องฟ้า ”
และเมื่อทุกสิ่งพร้อมสรรพ ดวงตากลมโตของกล้าก็เปล่งประกาย ก่อนจะปล่อยหมัดตรงออกมา
“ ฟุบ…..”
ทว่าคราวนี้ดูเหมือนกล้าจะผ่อนแรงมากเกินไป ลำแสงสีฟ้าจึงพุ่งออกมาจากกำปั้นแวบนึง ก่อนจะเลือนหายไป ซึ่งไม่มีพลังมากพอจะส่งไปถึงจุดหมาย
“ โห่….อะไรกันเนี่ย หัวเทียนบอดรึไง พี่เซย่า ”
“ นั่นน่ะสิ ไร้น้ำยาชะมัด ”
“ อย่างกับพวกตาแก่ที่หมดกระสุน ยามเจอสาวสวย ”
“ ไวอาก้ามั้ย เพ่……”
สารพันคำด่าถูกพ่นออกมาจากไอ้พวกแก่แดดจนบางครั้ง กล้าก็คิดว่าเด็กกลุ่มนี้เป็นผีร้ายปากเปราะในคราบหนูน้อย จึงอยากแก้มือ
“ ชิ…เมื่อกี้ มันผิดพลาดทางเทคนิค ชั้นจะยิงใหม่ พวกนายดูให้ดี ”
“ ซูม…..”
“ เปรี้ยง……”
ลำแสงสีฟ้าเข้มพุ่งออกจากหมัดอีกวาระ กระแสของมันใหญ่กว่ากำปั้นของกล้าประมาณสองเท่า และพอกระทบถูก ก็ตัดให้กิ่งไม้ท่อนเขื่องหักนับสิบก้าน
“ โอ้….สุดยอดพลัง ต่อยทีเดียว กิ่งไม้หายไปค่อนต้น โคตรแรงเลย ” การโจมตีครั้งนี้เรียกเสียงฮือฮาได้อีกครั้ง แต่กล้ายอมรับว่าไม่ปลื้ม เพราะมันผิดวัตถุประสงค์หลักชนิดห่างไกลกันคนละโยชน์
“ เฮ้อ….มันไม่ใช่อย่างที่ชั้นตั้งใจไว้ซักหน่อย ”
…………………………….
หลังจากนั้น ถ้ากล้าไม่ยิงพลังแรงไป ก็เบาไป จวบจนผ่านไปสองชั่วโมง ความตื่นเต้นของเหล่าเยาวชนก็คลายตัวลงจนชาวแก๊งเริ่มแยกย้ายไปทีละคน สุดท้ายก็เหลือแค่สมาชิกตั้งต้น นั่นก็คือ..โยชิโร่ และสองลูกสมุนอ้วนผอม
“ อืม….คร่อก….” เด็กอ้วนผอมนั่งพิงกันเองใต้ร่มไม้ พร้อมหลับเป็นที่เรียบร้อย ส่วนโยชิโร่อยู่ในสภาพสัปหงก คอตกสลับเงยขึ้นมาตลอด ดวงตาหรี่ต่ำเป็นนิจ
ทว่าการที่กองเชียร์หายไป กลับเป็นคุณแก่กล้า ด้วยนั่นหมายถึงเด็กหนุ่มจะมีสมาธิมากขึ้น และตอนนี้เขาเริ่มจับเคล็ดได้นิดๆ
“ อืม…เริ่มเก็ตขึ้นมาหน่อยๆแล้ว การควบคุมความหนักเบาของพลังคอสโมที่ปล่อยออกไป น่าจะใช้หลักการเดียวกันกับการควบคุมทิศทาง นั่นก็คือ…ใช้จิตเป็นหลัก ดังนั้นเราต้องทำใจให้สงบ เพิ่มความมุ่งมั่นลงไปในหมัดให้มากกว่าเดิม ”
กล้าค่อยๆง้างหมัดไปข้างหลัง ดวงตาเพ่งมองใบไม้ใบนึงที่กำลังสั่นไหวจากกระแสลม ทันใดนั้นเอง เสียงทุกอย่างในหัวก็สงบ เหลือเพียงแค่เขากับเป้าหมาย
“ ฟิ้ว……..”
วินาทีต่อมา กล้าก็ค่อยๆยืนฝ่ามือออกไป เพื่อปล่อยคอสโม กระแสพลังพุ่งตรงเป็นเส้นสาย แต่คราวนี้ดูบางเบาจนแทบมองไม่เห็น และก็ตรงไปปะทะใบไม้เจ้ากรรมอย่างแม่นยำ ที่สำคัญ ความรุนแรงของมันเพียงแค่พัดเป้าหมายให้สั่นไหวเบาๆ
“ โอ้…….” กล้าตกตะลึงจนตาค้าง ก่อนจะก้มลงมองฝ่ามือ เขาไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองจะทำได้ แถมยังใช้เวลาฝึกแค่สองสามชั่วโมงเท่านั้น นับว่ารุดหน้ากว่าที่คิดไว้มาก แต่ว่า……
“ ใช่แล้ว เราจะมัวได้ใจไม่ได้ เพราะทำสำเร็จแค่ครั้งเดียว อาจเรียกว่าฟลุ๊ก ดังนั้นต้องทำให้ได้หลายๆครั้ง ” เมื่อคิดได้แบบนี้ กล้าจึงตั้งท่าเตรียมยิงพลังคอสโมต่อ
……………………..
โยชิโร่เผลอหลับไปนานเท่าใดไม่ทราบได้ แต่พอรู้สึกตัวอีกที เขาก็พบว่าตัวเองนอนทอดกายอยู่ใกล้สองลูกสมุนที่กรนคร่อกๆ
“ เฮ้ย….ไหงเราถึงไปเฝ้าพระอินทร์ได้ฟะ (ไม่แน่ใจว่าประเทศญี่ปุ่นมีพระอินทร์มั้ย หรือจะเป็นเง๊กเซียนฮ่องเต้แบบชาวจีน)” เด็กน้อยสบถ พร้อมเงยหน้ามองท้องฟ้า จึงพบว่ามันแปรเปลี่ยนเป็นสีส้มแล้ว
“ ตายล่ะ ดูจากสภาพ น่ากลัวจะใกล้ห้าโมงเย็น แล้วพี่เซย่าล่ะ ” ถึงเด็กนี่จะแสบยังไง แต่ก็ดูจริงใจ เพราะสิ่งแรกที่คำนึงหาก็คือ….หนุ่มรุ่นพี่ที่นับถือ และเพียงวินาทีเดียว หนูน้อยก็พบกับบุคคลที่ต้องการ ซึ่งยืนห่างออกไปไม่ไกล และเขากำลังตั้งท่าต่อสู้
“ นั่นไง พะ…พี่เซ….” โยชิโร่ทำท่าจะร้องเรียก แต่ก็หยุดชะงัก เพราะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศเยือกเย็นที่แผ่จากกายของเด็กหนุ่ม
“ เอ๊ะ! นั่นพี่เซย่าจริงๆ ใช่มั้ย ”
และในวินาทีต่อมา เด็กหนุ่มร่างแกร่งเกร็งก็ยื่นฝ่ามือไปที่ต้นไม้ใหญ่ ทำให้มวลหมู่ไม้ใบรอบต้นกระพือแรง ราวกับถูกพายุพัดผ่าน หรือไม่ก็ถูกมือยักษ์ที่มองไม่เห็น จับเขย่า
“ ซ่าาา… ครืน… ซู่ซู่ซ่าาา ”
โยชิโร่กลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก เขาจ้องมองไปยังกล้าที่กำลังยืนนิ่ง แสงยามเย็นทอดผ่านเรือนผมดกหนาของเด็กหนุ่ม ราวกับแผ่นฟ้ากำลังจับตาดูอยู่ห่างๆ หนูน้อยไม่รู้ว่ามันคืออะไร แต่ภาพนั้น…จะจารึกในความทรงจำไปอีกนาน
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
