Silver Dust : Merlin

    ตอนที่ 155 เจ้าแกะน้อย

    ตอนที่ 155 เจ้าแกะน้อย
     
    *****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****


    นี่ไม่ใช่เสียงกรีดร้องธรรมดา แต่มันแฝงไว้ด้วยพลังวิญญาณมหาศาลที่ระเบิดออกมา

    ร่างของเมอร์ลินแม้ไม่ได้ถูกผลักกระเด็นออกไป แต่มันทำให้เขาหยุดชะงัก สติสัมปชัญญะหยุดนิ่งลง ดวงตาพลันไร้ตาดำมันขาวโพลนไปทั้งลูก

    พลังวิญญาณประหลาดนั่นกำลังคุกคามร่างของเด็กน้อย

    พวกมันพุ่งไปยังดวงวิญญาณของเมอร์ลิน หมายจะกลืนกินให้สิ้นซาก

    หากดวงวิญญาณถูกพวกมันกลืนกินแล้ว เมอร์ลินก็จะกลายเป็นเหยื่อเหมือนคนที่ผ่านๆ มา

    ใช่แล้ว นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนพบห้องลับนี้ เหตุที่ห้องลับเหล่านี้ไม่ถูกเปิดเผยออกไป ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาหนีหายไป แต่เป็นเพราะว่าพวกเขากลับออกไปเลยต่างหาก

    ไม่มีใครรู้อายุที่แท้จริงของห้องลับนี้ และมันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นพร้อมกับเมืองเจเฮริส หรืออาจเก่าแก่กว่านั้น

    ห้องทดลองของผู้ใช้ศาสตร์วิญญาณเช่นนี้จะถูกเปิดเผยได้ง่ายๆ ได้อย่างไร

    แม้แต่ออสตินเองที่เป็นจอมเวทชั้นสูงและมหาปราชญ์ เขาก็ยังไม่สามารถตรวจหาห้องนี้ได้พบ

    ไม่รู้ว่านี่เป็นโชคดีหรือโชคร้ายที่เมอร์ลินเป็นผู้พบมัน

    ตอนนี้พลังวิญญาณประหลาดกำลังคุกคามดวงวิญญาณของเขา

    ทว่า ...

    ตอนนั้นเองจู่ๆ ดวงวิญญาณที่เคยไร้รูปร่างก็พลันก่อตัวขึ้นมา ร่างนี้คล้ายกับเด็กทารกที่กำลังคุดตัวกอดเข่า ร่างนั้นดูอ่อนแอเป็นอย่างมาก แต่ทันใดนั้นเปลือกตาของเด็กทารกน้อยก็เปิดออก

    วินาทีนั้นสรรพสิ่งราวกับจะถูกทำให้หยุดนิ่ง โลกทั้งโลกราวกับจะสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

    แน่นอนว่าพลังวิญญาณประหลาดที่ต้องการคุกคามพลันส่งเสียงกรีดร้อง

    แต่น่าเสียดายที่เสียงกรีดร้องนั้นสั้นนักเพราะมันกำลังสูญสลาย

    ไม่เพียงพลังวิญญาณที่คุกคามร่างกายของเด็กน้อยเท่านั้น แต่ก้อนเนื้อที่ระเบิดพลังวิญญาณออกมา วิญญาณของมันก็ถูกทารกน้อยลบหายออกไปเช่นกัน

    หากเทียบพลังของดวงเนตรสีเงินกับพลังวิญญาณของก้อนเนื้อนั้นแล้ว พลังของก้อนเนื้อนั้นแทบจะเทียบไม่ได้อย่างสิ้นเชิง สำหรับดวงวิญญาณของเมอร์ลินนั้น แม้แต่ดวงเนตรสีเงินยังไม่กล้าเข้าใกล้ แล้วเจ้าก้อนเนื้อนั้นจะมีคุณสมบัติได้อย่างไร

    เวลานั้นเองก้อนเนื้อที่ทรงพลังนั้นจู่ๆ ก็กลายเป็นแค่ก้อนเนื้อธรรมดาไร้ซึ่งพลังวิญญาณอยู่ข้างในนั้น

    ทารกน้อยพลันเปล่งเสียง

    “ไป”

    ก่อนที่เปลือกตาของทารกน้อยจะปิดลงอีกครั้ง

    ขณะเดียวกันนั้นเองแสงสีทองก็พุ่งออกมาจากร่างของเมอร์ลิน มันก่อตัวเป็นลูกแกะสีทอง

    ลูกแกะตัวนี้!

    มันคือเจ้ามาวิช เจ้าแกะน้อยที่เป็นรูปปั้นอยู่หน้าหอสมุดเมืองวินเซนที่ตอนนั้นเมอร์ลินได้ลูบหัวมันแล้วเกิดปฏิกิริยาบางอย่างที่เมอร์ลินไม่สามารถอธิบายออกมาได้

    ตอนนั้นเจ้าลูกแกะสีทองได้พุ่งเข้าไปในก้อนเนื้อก้อนนั้น

    ก้อนเนื้อสีดำที่เคยแห้งกรัง พลันเปล่งแสงสีทองออกมา คราบสีดำถูกสลัดออก พร้อมกับก้อนเนื้อที่ขยับเขยื้อน

    ก้อนเนื้อก้อนนั้นขยับไปมาแล้วขยายใหญ๋ขึ้น รูปร่างของมันค่อยๆ เปลี่ยนไป

    จากก้อนเนื้อที่น่าเกลียด บัดนี้ค่อยๆ ขยายใหญ่จนเป็นกล้ามเนื้อ ปรากฏชั้นไขมันและผิวหนัง จากนั้นก็งอกขนออกมา

    เพียงแค่เวลาไม่นานรูปร่างของมันก็เปลี่ยนเป็นเจ้าแกะน้อยขนสีขาวที่มีขนาดแค่หนึ่งฝ่ามือของเมอร์ลินเท่านั้น

    เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก

    ดวงตาของเด็กน้อยค่อยๆ ปรากฏนัยน์ตาดำขึ้นมา จนกลายเป็นปกติ แล้วสติรับรู้ของเขาก็ฟื้นคืนมาเป็น

    เมื่อรู้ตัวอีกทีเมอร์ลินก็พบกับเจ้าแกะน้อยตัวนั้นแล้ว

    เจ้าแกะน้อยก้าวเข้าหาเมอร์ลิน เด็กน้อยก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัวด้วยความระวัง

    “นายเป็นใคร?”

    ทว่าการก้าวของเจ้าแกะน้อยนั้นราวกับภูติผีวิญญาณ มันรวดเร็วมากราวกับการก้าวพริบตาฉับๆ อย่างไรอย่างนั้น

    เมอร์ลินจับไปที่เข็มกลัดสีเงินของตนเอง เข็มกลัดนี้มีเวทป้องกันระดับสองบรรจุอยู่ มันจะทำงานทันทีเมื่อเขาตกอยู่ในอันตราย

    แต่เจ้าแกะน้อยไม่ได้เข้ามาทำร้ายเมอร์ลินอย่างที่เขาคิด

    มันตรงมาที่เท้าของเมอร์ลินแล้วถูกศีรษะเข้ารองเท้าของเขา ดวงตาอันใสซื่อจ้องมองเมอร์ลินอย่างซื่อสัตย์ แม้ปากของมันจะขยับ แต่น่าเสียดายที่ไม่มีเสียงออกมา ดูเหมือนว่ามันจะส่งเสียงออกมาไม่ได้

    เมอร์ลินสังเกตท่าทางของมันโดยไม่ทำอะไร

    เด็กน้อยไม่ใช่ตัวตนที่โง่เขลาที่จะไม่สามารถสังเกตท่าทางของเจ้าตัวเล็กนี้ได้

    เจ้าแกะน้อยมีขนาดเล็กมาก เล็กมากกว่าจะเป็นลูกแกะธรรมดาด้วยซ้ำ

    เมื่อเห็นท่าทางที่ออดอ้อนของมันเมอร์ลินจึงเอ่ยออกไปว่า

    “นายต้องการติดตามฉันอย่างนั้นหรอ?”

    เจ้าแกะน้อยทำท่าเหมือนเข้าใจ มันพยักหน้า ก่อนจะเดินถอยหลังแล้วย่อสองขาหน้าลง ก้มศีรษะสัมผัสลงกับพื้น

    เมอร์ลินที่เห็นภาพนี้ก็เข้าใจที่มันจะสื่อสารออกมา แต่เขาก็ลังเลที่จะพูดอะไรออกมาเช่นกัน

    เขาพบเจ้าแกะตัวน้อยในสถานที่ที่ไม่ควรมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ มิหนำซ้ำท่าทางของมันยังฉลาดและเข้าใจคำพูดของเขา แม้มันจะส่งเสียงออกมาไม่ได้ แต่ก็สามารถสื่อสารกับเขาได้และดูเหมือนว่ามันจะเชื่อฟังเขาด้วย

    เมอร์ลินสังเกตมันอีกครั้งหนึ่ง โชคดีที่เขามีความจำที่เยี่ยมยอด จึงจำได้ว่าลักษณะของมันคล้ายกับเจ้าแกะมาวิช เพียงแต่มันไม่ใช่สีทองเท่านั้น เพราะสีทองที่เขาเห็นมันคือรูปปั้นไม่ใช่แกะจริงๆ

    “นายคือมาวิชอย่างนั้นหรอ?” เมอร์ลินถามออกมาเพื่อความแน่ใจ

    เจ้าแกะน้อยเข้าใจคำพูดของเขา มันยันตัวลุกขึ้นแล้วพยักหน้า

    “มาวิช?” เมอร์ลินตกใจเล็กน้อยที่มาพบมันที่นี่

    “ทำไมนายถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”

    เจ้าแกะทำท่าเหมือนจะพูดแต่น่าเสียดายที่มันไม่มีเสียง แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ไม่หยุดพูด

    เมอร์ลินพิจารณาอยู่นาน จนในที่สุดเขาก็ตัดสินใจได้

    “เอาล่ะ ฉันจะรับเลี้ยงนายไว้เอง”

    มาวิชที่ได้ยินดังนั้นก็กระโดดโลดเต้น ท่าทางของมันเหมือนเด็กน้อย ก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปบนไหล่ของเมอร์ลินแล้วใช้ศีรษะคลอเคลียไปที่แก้มของเด็กน้อย

    “ฮ่า ฮ่า ฮ่า หยุดๆ ฉันจักจี้”

    เจ้าแกะน้อยหยุดอย่างเชื่อฟัง มันยืนบนไหล่ของเมอร์ลินอย่างมั่นคง

    เมอร์ลินที่ลืมตัวระเบิดเสียงหัวเราะออกมา นั่นหมายความว่าเขาต้องสูดกลิ่นเหม็นสาปในห้องนี้ไปเต็มๆ นั่นทำให้สีหน้าของเขาถึงกับเปลี่ยนสีแล้วไอสำลักออกมา

    เขาไม่สามารถอยู่ตรงนี้ได้แล้วจึงรีบวิ่งออกมาจากห้องนั้น

    “กลิ่นในห้องนั้นแย่มาก ฉันจะจัดการกับมันยังไงดี? หรือว่าฉันต้องเสียเงินซื้ออุปกรณ์เวทอีกแล้ว”

    ก่อนหน้านี้เมอร์ลินจ่ายเงินซื้ออุปกรณ์เวทให้กำเนิดแสงไปจำนวนไม่น้อย เงินหนึ่งล้านที่ออสตินให้มาเริ่มร่อยหรอลงทุกที แม้เขาจะได้รับเงินค่าตีพิมพ์ลงนิตยสารวิชาการมาบ้าง แต่มันก็ยังไม่เพียงพอต่อการใช้อยู่ดี

    ทว่าทันใดนั้นเอง เจ้าแกะน้อยเหมือนจะรู้ความคิดของเจ้านาย มันลอยขึ้นกลางอากาศแล้ววงเวทขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นมา

    เมอร์ลินที่อ่านหนังสือเกี่ยวกับวงเวทมามากมาย เพียงแค่มองวงเวทนั้นเขาก็รู้ว่ามันคือวงเวทระดับห้า!

    วูม!

    วินาทีนั้นกลิ่นเหม็นสาปทั้งหมดก็พลันราวกับจะปรากฏรูปร่างให้เห็นเป็นหมอกสีดำจำนวนมาก หมอกพวกนั้นถูกดูดเข้าไปในวงเวทของมาวิช

    แม้เมอร์ลินจะรู้ว่าเวทนี้คือเวทอะไร แต่สิ่งที่เขาตกตะลึงคือเวทนี้อยู่ในระดับจอมเวทเท่านั้นที่จะใช้ได้