บทที่ 13
เทพเซียนตีกันสมบัติตกลงมา
ในมหาทวีปเทียนหยางแห่งนี้ ถูกแบ่งออกเป็หลายทวีปแดน และสถานที่ที่เจียงเฟิงอยู่ในตอนนี้ คือทวีปเทียนหยางแดนเหนือ
ต้าเฉินเป็เพียงแค่อาณาจักรน้อยๆของทวีปเทียนหยางแดนเหนือเท่านั้น
ไม่ว่าจะเป็ทวีปเทียนหยางแดนเหนือ ตะวันออก ตะวันตก หรือ ใต้ สี่ทวีปเทียนหยางใหญ่ ล้วนแล้วแต่ก็เป็เช่นนี้
ทว่ากับทวีปเทียนหยางแผ่นดินกลางกับต่างออกไป สถานที่แห่งนี้ถูกเรียกว่าทวีปแดนเทพ เพราะว่ามันตั้งอยู่เหนือท้องนภา มีขนาดใหญ่กว่าทวีปเทียนหยางทั้งสี่ในโลกเบื้องล่างรวมกันเสียอีก
เพราะแบบนั้นในสายตาของทวีปเทียนหยางทั้งสี่แดนดิน ทวีปเทียนหยางแผ่นดินกลางที่ถูกเรียกว่าแดนเทพหรือเก้า์ก็ได้
เป็ที่อยู่อาศัยของเหล่าเทพเซียน และเหล่าอัจฉริยะที่มากราวกับหมู่เมฆา
ในทวีปเทียนหยางแดนเหนือ ยอดฝีมือที่สามารถก้าวเข้าสู่ขอบเขตบนที่ถูกขนานนามว่าเป็เทพเซียนได้มีเพียงหยิบมือ
แต่ในทวีปเทียนหยางแผ่นดินกลาง มียอดฝีมือขั้นบนอยู่มากมาย นี่คือความแตกต่างกันอย่างชัดเจน
ที่กล่าวว่าเทพเซียนบนฟ้าตีกัน ยามหมายถึงยอดฝีมือของแผ่นดินกลางที่กำลังปะทะกันอยู่บนท้องนภา
เจียงเฟิงที่กำลังใช้ตบะจ้องมองบนนภา ลำพังดวงตาของเขาคู่นี้มีหรือว่าจะเห็นทัศนียภาพนั้นอย่างชัดเจน
ตบะต่ำต้อยของเขาอยู่เพียงขอบเขตแรก แม้่หลายวันที่ผ่านไปขอบเขตจะรุดหน้าแล้วแข็งแกร่ง
จนตอนนี้เรียกได้ว่าอยู่ในขอบเขตแรกขั้นกลางอย่างมั่นคงแล้ว
แต่ตบะเพียงแค่นี้จะใช้มองขึ้นไปบนท้องนภาคงจะยากเย็นเป็อย่างยิ่ง
แต่ที่เจียงเฟิงรู้ว่ามีพวกเทพเซียนกำลังตีกันอยู่ ย่อมเพราะเขามองเห็นปราณิญญาสองสายที่กำลังพลิกฟ้าอยู่้านั้น
วิชามองปราณของเจียงเฟิงที่ได้รับสืบทอดมา ไม่ใช่วิชาธรรมดาทั่วไป
แม้จะไม่สามารถมองเห็นสถานการณ์ได้อย่างชัดเจน แต่ก็รู้ว่าในตอนนี้การต่อสู้ดูเหมือนว่าจะดุเดือดพอสมควร
ไม่เพียงแค่นั้นเป็การต่อสู้เพื่อตัดสินใจเป็ตาย บางทีการต่อสู้ในครั้งนี้เมื่อมีคนนึงตายอาจจะมีสมบัติเซียนตกลงมาซักหนึ่งหรือสองอย่าง
เจียงเฟิงยังคงเดินเล่น แต่ก็ยังคงใช้สายตาของตนเอง ทอดสายตามองไปบนท้องนภาเช่นเดิม
เป็เช่นนั้นอยู่สักพักใหญ่ๆก่อนที่เจียงเฟิงที่กำลังเดินอยู่ก็หยุดชะงัก
ในขณะเดียวกันผู้คนทั่วทั้งทวีปแดนเหนือแห่งนี้ต่างพากันเห็นได้อย่างชัดเจน
ว่าอยู่ๆก็มีดาวตกพุ่งตกลงมาจากท้องนภา เจียงเฟิงรู้ได้ในทันทีว่าการต่อสู้จบลงแล้ว
แล้วมันเป็อย่างที่เขานั้นคาดเดาจริงๆ มีสมบัติวิเศษตกลงมาจาก้าเป็เหมือนกับสมบัติเซียน ที่ตกลงมาสู่โลกเบื้องล่าง
เจียงเฟิงจับจ้องมองดูก็ยิ้มที่มุมปาก หันไปบอกกับสาวใช้ทั้งสองที่อยู่ข้างหลังของตน “เตรียมรถม้า”
“วันพรุ่งนี้พวกเราจะออกเดินทางไปชายแดน”
เฉินอวี้และซินอวี้ไม่รีรอและก็ไม่เอ่ยถามความอันใด รีบไปเตรียมการเกี่ยวกับเื่นี้อย่างรวดเร็ว
แน่นอนว่าสิ่งที่เจียงเฟิง้าที่จะทำ ย่อมเป็การแย่งชิงสมบัติวิเศษหรือว่าสมบัติเซียนที่ตกลงมา
เจียงเฟิงมองเห็นทิศทางของมันแล้ว รู้ได้ในทันทีว่ามันตกลงมาที่บริเวณชายแดนของดินแดนรกร้างทางเหนือแห่งนี้
ครั้งนี้คงจะมีการแย่งชิงอย่างแน่นอน เจียงเฟิงในตอนนี้ไม่ได้กังวลเกี่ยวกับเื่นี้เลยสักนิด
อย่างไรเสียวัตถุเซียนหักๆชิ้นนึง คงไม่ได้สำคัญขนาดให้พวกเทพเซียนที่เร้นกายอยู่ถึงกับต้องลงมือเอง
ขอเพียงไม่มีพวกขอบเขตบนอย่างไรเสียเขาเองก็มีโอกาสได้รับของชิ้นนี้มากถึงแปดส่วนเห็นจะได้
…
วันถัดมาเจียงเฟิงเคลื่อนที่ออกจากเมืองเฟิงเฉินจริงๆ
การเดินทางออกจากเมืองในครั้งนี้ก็เป็การเดินทางเงียบๆอีกครั้ง
อันที่จริงถ้าเกิดไม่มีวัตถุเซียนปรากฏ เจียงเฟิงก็อยากจะจับตามองสถานการณ์ในเมืองเฟิงเฉินอีกสักพักก
แต่ในตอนนี้การแย่งชิงในครั้งนี้ถือว่าสำคัญกับเขาไม่น้อย
เจียงเฟิงเพิ่งกลับเข้ามาในร่างกายของตนเอง ตบะเองก็อยู่เพียงขอบเขตแรก
อาวุธป้องกันกายมีเพียงท่อนไผ่ิญญาที่กำลังหล่อหลอม ถ้าเกิดว่าได้วัตถุเซียนชิ้นนั้นมาก็ถือว่าช่วยป้องกันเขาได้มาก
ครั้งนี้เลยต้องทิ้งเื่ในเมืองไปก่อน แล้วก็เร่งเดินทางไปที่ชายแดน การเดินทางไปชายแดนครั้งนี้ไม่ธรรมดา
รถม้าที่ใช้ก็เป็รถม้าพิเศษ และพาหนะที่ใช้ในการเดินทาง มันก็เป็ม้าโลหิตที่เป็สัตว์ิญญา แม้จะไม่สามารถเหาะเหินบนอากาศได้เหมือนกับพวกสัตว์ิญญาระดับสูง
แต่ว่ามันก็สามารถเคลื่อนที่ได้เร็วกว่าม้าธรรมดาหลายเท่า อันที่จริงแล้วสัตว์ิญญานี้มักจะไม่เอาออกมาใช้
แต่เฉินอวี้ในฐานะสาวใช้ข้างกาย มีหรือจะไม่รู้ว่าคุณชายของตนเองรีบเร่งกับเื่นี้ เลยต้องเอาพาหนะที่สามารถใช้เดินทางไกลได้อย่างรวดเร็วมา
ลำพังเพียงแค่รถม้าที่ใช้และพาหนะ มันก็สามารถเคลื่อนที่ไปถึงชายแดนที่อยู่ห่างไกลได้ในสามวัน
ถ้าเกิดว่าใช้พาหนะธรรมดาในการเดินทาง เกรงว่าจะเดินทางไปถึงชายแดนต้องใช้เวลาเป็เดือน
นี่คือความแตกต่างของพาหนะที่เหมือนกับพาหนะของเทพเซียน เจียงเฟิงเดินทางไปชายแดน แต่ในขณะเดียวกันเหล่าผู้ฝึกตนไม่น้อยก็เห็นภาพเหตุการณ์ดาวตกเช่นเดียวกัน คนพวกนั้นไม่สามารถมองเห็นการตีกันของเทพเซียนได้อย่างเจียงเฟิง
แต่ด้วยประสบการณ์มากมายเมื่อพบเห็นดาวตกที่มีท่าทีไม่ธรรมดา จึงเร่งรุดหน้ามาเพื่อค้นหาโชควาสนาเพื่อที่ตนเองจะได้รับมันไป
แม้กระทั่งสำนักเซียนบนูเา ที่มีอยู่เพียงแค่ไม่กี่แห่งภายในต้าเฉินก็ยังเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ยอดฝีมือน้อยใหญ่มากมายกำลังมุ่งตรงไปยังชายแดนของแดนรกร้างทางเหนือ
สามวันถัดมา
บริเวณชายแดนทางเหนือ ูเาเขียวขจีเส้นแบ่งทางเหนือของต้าเฉินและภาคกลางของต้าเฉินแห่งนี้ เดิมทีไม่ค่อยพบเจอผู้คนมากนัก
ทว่า่หลายวันมานี้ผู้คนที่อาศัยอยู่บริเวณชายแดน กับสามารถพบเห็นว่ามีผู้คนมากมายมากหน้าหลายตาเดินทางเข้ามาภายในแถบนี้เป็จำนวนมาก
เหล่าคนธรรมดาที่อยู่เบื้องล่างูเา แน่นอนว่าไม่รู้ว่าเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น พวกเขาเองก็ไม่ทราบที่มาที่ไปที่ผู้คนมากมายเดินทางเข้ามามากมายเช่นนี้
ทว่าในสายตาของคนธรรมดาแล้ว เมื่อมีผู้คนมากเข้าย่อมทำให้กิจการเจริญรุ่งเรือง ชายแดนที่ไม่ค่อยมีผู้คนเดินทางมาก็ครึกครื้นทำให้เหล่าชาวบ้านนั้นชื่นชอบเป็อย่างยิ่ง
เมืองเล็กๆที่ตั้งอยู่บริเวณชายแดนส่วนใหญ่ไม่มีชื่อ
ทว่ามีเมืองขนาดใหญ่ที่สุดที่ตั้งอยู่บริเวณแถบชายแดน สถานที่แห่งนี้จะถูกเรียกว่าเมืองรกร้างชายแดน
สถานที่แห่งนี้ถือได้ว่าเป็เมืองขนาดใหญ่ที่สุด แต่ถ้าเกิดว่าให้ไปเทียบกับพวกนครหลวงที่ใหญ่โตพวกนั้น คงกล่าวได้ว่าเทียบไม่ติดแม้แต่น้อย
ทว่ามันก็เพียงพอที่จะรองรับผู้คนสักสามสี่พันคน ่นี้มีผู้คนมากมายหลั่งไหลเข้ามาในเมืองอย่างหนาแน่น
ตรงบริเวณนอกเมืองรกร้างชายแดนแห่งนี้ ทางเหนือมีโรงน้ำชาแห่งนึงตั้งอยู่ เป็โรงน้ำชาสองชั้นไม่ได้ใหญ่โตนักแต่ถือได้ว่ามีมาตรฐานพอสมควร
สถานที่แห่งนี้แม้จะมีคนอยู่หลายคน ทว่ากับไม่มีผู้ใดส่งเสียงออกมาเลยแม้แต่น้อย
กระทั่งท่วงท่าในการยกน้ำชาขึ้นมาดื่มก็ยังเงียบสนิท ผู้คนด้านนอกมองเข้ามาคล้ายเห็นว่าเป็สถานการณ์ที่แปลกประหลาด
แต่กับผู้คนที่อยู่ด้านในต่างล่วงรู้กันดีว่าบรรยากาศนี้หนักอึ้งเพียงใด ผู้ใดจะคาดคิดว่าโรงน้ำชาเล็กๆที่ตั้งอยู่บริเวณนอกเมืองเช่นนี้
มีผู้มีความสามารถมากมายมารวมตัวกันอยู่ เมื่อลองเทียบกับพวกยอดฝีมือมากมายที่รวมตัวในเมืองแล้ว
เกรงว่าไม่กี่ชีวิตภายในโรงน้ำชาแห่งนี้คงจะมีกำลังมากกว่าคนยอดฝีมือทั้งหมดภายในเมืองเสียอีก
พวกผู้ฝึกตนที่อ้างตนว่ามีฝีมือมากมายในเมือง ล้วนแล้วเป็พวกที่ได้ยินข่าวลือแล้วก็พากันตามมาทั้งสิ้น
แตกต่างจากคนภายในโรงน้ำชาแห่งนี้ที่ล้วนแล้วเป็ผู้ฝึกตนยอดฝีมือจริงๆ ทว่าในระหว่างที่บรรยากาศภายในโรงน้ำชากำลังตึงเครียด
มันกลับมีบุรุษผู้หนึ่งที่เดินเข้ามาภายในโรงน้ำชาแห่งนี้ด้วยท่วงท่าสบายๆ