หลินเฟยนางครุ่นคิดขึ้นมาไม่ตก ครั้นได้ยินคำพูดของคุณชาย ซี ชิงหยุน ชายหนุ่มที่อยู่ในขั้นพลัง เทพสวรรค์ เขามีอะไรต้องหวาดกลัว คนภายในดินแดนเบื้องล่างด้วย ข้อนี้ทำให้หลินเฟย มีสีหน้าประหลาดใจไม่น้อย ใครกันแน่ที่อยู่ท้ายหมู่บ้าน ทำให้นางเกิดความฉงนสงสัย ภายในใจขึ้นมาไม่น้อย
ตลอดทั้งวันสิ่งนี้กวนใจหลินเฟย อย่างบอกไม่ถูก จนหลินเฟย นางอดไม่ได้ที่จะเข้าไปตรวจดูอาการบาดเจ็บ ให้ชายลึกลับผู้นั้น พร้อมกับเหล่าลูกศิษย์รุ่นใหม่ของนาง ที่เข้ามาศึกษาด้านการรักษา ส่งให้หมู่บ้านลมหวน ช่วงนี้มีชื่อเสียงขึ้นมาไม่น้อย
เหล่าศิษย์หญิงศิษย์ชาย ต่างก็ตามหลินเฟยกันไปอย่างว่าง่าย ครั้นเมื่อพวกเขารับรู้ว่า จะไปเยือนยังสวนสมุนไพร ท้ายหมู่บ้านลมหวน ถือว่าเป็นสถานที่ลับ ของหมู่บ้านแห่งนี้ก็ว่าได้
ท่าทีตื่นเต้นของเหล่าศิษย์อนุชนรุ่นเยาว์ ทำให้หลินเฟย นางอดไม่ได้ที่จะส่ายหัวออกมา ก็จริงอยู่ว่าสวนสมุนไพร เป็นเขตหวงห้าม ทว่ามันก็ไม่ได้มีสมุนไพรล้ำค่า มากมายปลูกไว้แต่อย่างใด แต่ที่มันต้องห้ามเกรงว่าจะเป็น เจ้าของต้นสมุนไพรเหล่านั้น อย่างอี้เฉินเสียมากกว่า ครั้นคิดเรื่องนี้ขึ้นมาได้ หลินเฟยก็อมยิ้มขึ้นมาน้อยๆ
ก่อนเสียงฝีเท้า พวกเขาจะบินทะยานมาถึงสวนสมุนไพร ด้วยความนุ่มนวล สายตากวาดมองไปรอบๆ แปลงสมุนไพร แม้ขนาดจะไม่ใหญ่มาก แต่มีการดูแลเป็นอย่างดี วัชพืชถูกถอน จนแทบไม่มีที่ให้ขึ้น
หลินเฟยที่เห็นท่าทีของเหล่าศิษย์หญิงศิษย์ชาย มีท่าทีสนอกสนใจ สมุนไพรต่างๆ ไม่น้อย นางจึงบอกกล่าวออกมาทันที “พวกเจ้าลองไปศึกษาสมุนไพรเหล่านั้นดู ภายในสถานที่แห่งนี้ สมุนไพรหลายอย่าง แม้จะไม่มีประโยชน์ต่อการฝึกฝน แต่ดีเยี่ยมสำหรับการรักษา”
เหล่าศิษย์อนุชน ต่างก็ขานรับคำของหลินเฟย “ขอรับท่านอาจารย์” ก่อนพวกเขาจะเดินก้าวดุ่มไปมองสมุนไพรต่างๆ ที่พวกเขาไม่เคยเห็นจากที่ไหนมาก่อน
ทว่าพวกเขาก็ต้องไปสะดุดตาเข้ากับ ชุดเกาะเก่าพังของอี้เฉิน ครั้นรับรู้ว่าแม้คราบเลือดบนชุดเกาะ เหล่านั้นจะแห้งกรัง ติดกับชุดเกาะมานานนม ทว่ามันก็ยังดูเหมือนเลือดสดใหม่ ราวกับโลหิตบนชุดเกาะเหล่านั้น พึ่งจะถูกชโลมโลหิตมาหมาด ๆ
แถมเมื่อเข้าไปใกล้ชุดเกาะพังนั้น มันยังปลดปล่อยอายสังหารเหี้ยมโหด ออกมาอย่างบ้าคลั่ง ครั้นเมื่อพวกเขาสัมผัสได้ถึงจิตสังหาร ต่างก็ทำให้แขนขาพวกเขาสั่นเทิ้ม อย่างไม่เคยรู้สึกหวาดกลัวเช่นนี้มาก่อน ครั้นรับรู้สายเลือดที่ยิ่งใหญ่ เปรอะเปื้อนอยู่บนชุดเกาะเก่าพัง
“ของสิ่งนี้เหตุใด มันมาอยู่ภายในสวนสมุนไพรได้เล่า”ศิษย์อนุชนผู้หนึ่ง ไต่ถามออกมาด้วยความสงสัย
คนอื่นๆ เอง พวกเขาเองก็มีสีหน้าประหลาดใจเช่นกัน เนื่องด้วยผู้คนที่มีสายเลือด สัตว์อสูรบริสุทธิ์เช่นนี้ ไม่มีอยู่ภายในดินแดนเบื้องล่าง พวกเขาต่างก็มั่นใจในข้อนี้
แต่บัดนี้เกรงว่าจะมีเพียงหลินเฟยเท่านั้น ที่จ้องมองชุดเกาะพัง หม่นแสงอย่างไม่วางตา เมื่อจดจำได้ว่าผู้ใดเป็นเจ้าของ ของมัน สายตาหลินเฟยกวาดมองหาอี้เฉิน ด้วยความรีบร้อน ภายในใจมีความกังวล ขึ้นมาในกรอบสายตาในทันใด เมื่อเห็นชุดเกาะพังเสียหายอย่างหนัก ภายในครรลองสายตา
ก่อนสายตาหลินเฟย จะไปหยุดอยู่ใต้ต้นสนใหญ่ สายตาคู่นั้นภายใต้ต้นสนใหญ่ เองก็จับจ้องมาที่ตัวนางเช่นกัน พร้อมกับรอยยิ้มกว้างของอี้เฉิน จนทำให้หลินเฟยต้องปาดน้ำตา ที่หางตานางออกมาน้อยๆ แล้วบอกกล่าวเหล่าศิษย์ ลองเด็ดสมุนไพรเหล่านั้นมาศึกษาดู
เหล่าศิษย์อนุชนพวกเขาต่างก็ขานรับอย่างฉับไว ทว่าพวกเขาก็ไม่เคยเห็น คลื่นอารมณ์ของผู้เป็นอาจารย์ มาก่อน สายตาพวกเขาจึงหันปรายตาไปชำเลืองมองอี้เฉิน อย่างไม่วางตา ครั้นเห็นว่าความสัมพันธ์ ของทั้งสองย่อมไม่ธรรมดาเป็นแน่แท้ แม้แต่ศิษย์หญิง นางยังใบหน้าแดงซ่าน ไม่อาจละสายตาจากอี้เฉินได้อยู่หลายชั่วอึดใจ
หลินเฟยที่ทำใบหน้างอ อยากจะก่นด่าอี้เฉิน แต่นางก็ไม่อาจทำลง เมื่อรับรู้ถึงเจตนาดีของอี้เฉิน ไม่อยากให้นางต้องมาเห็นสภาพ ที่เป็นอยู่ของเขาเช่นนี้
ครั้นนางส่งปราณพลัง จากปลายฝ่ามือตรวจสอบอาการบาดเจ็บของอี้เฉิน ส่งผลเสียจวนไปถึงรากฐาน ไม่ใช่ อะไรที่นางจะรักษาได้ หลินเฟยนางเลื่อนฝ่ามือมาโอบกอดอี้เฉิน จากด้านหลังในทันใด ครั้นรับรู้ว่าอี้เฉินต้องผ่านการต่อสู้ หนักหน่วงมามากขนาดไหน ถึงทำให้รากฐานของเขา เสียหายได้มากขนาดนี้
อี้เฉินที่ไม่รู้สึกอบอุ่นกายาเช่นนี้มานาน เขาปล่อยให้หญิงสาว กอดกายเขาอยู่เช่นนั้น แถมไม่มีทีท่า ว่าหลินเฟย นางจะปล่อยอ้อมแขนของนาง ออกไปจากตัวของเขาเสียด้วยซ้ำ
ฝ่ามือที่เปื้อนเลือดอี้เฉิน เลื่อนมากุมฝ่ามือน้อยๆ ของนางที่เข้ามาโอบกอดเขาเอาไว้แน่น แต่สิ่งที่อี้เฉินอยากจะบอกหลังจากนี้ เกรงว่าจะยากลำบาก สำหรับอี้เฉินไม่น้อย “น้องหญิงข้าไม่เป็นไร เจ้าอย่าได้เป็นกังวลไป”
หลินเฟยที่เอาหน้าถูหลังอี้เฉิน นางพยักหน้าเข้าใจ แต่อ้อมแขนของนาง ก็ยังคงไม่ยอมปล่อยอี้เฉิน ราวกับนางรับรู้ว่า หากปล่อยอี้เฉินไปคราวนี้ นางจะไม่ได้พบเจออี้เฉิน ไปอีกนาน
อี้เฉินจึงปล่อยให้นาง กอดกายเขาให้หายคิดถึงอยู่เช่นนั้นไปนานมาก จวนเกือบครึ่งคืน เสียงหัวใจที่เต้นตึกตัก จากความใกล้ชิดมันดังก้องขึ้นมาไม่น้อย ก่อนทั้งสองจะสบสายตากัน ใบหน้าแดงซ่าน ขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แล้วรีบละสายตาจากกันอย่างฉับไว
ครั้นนางละอ้อมแขนจากอี้เฉิน หลินเฟยเผยอ ริมฝีปากขึ้นมาเล็กน้อย ก่อนจะไต่ถามอี้เฉินออกมา เมื่อรับรู้อี้เฉินมีบางอย่าง ที่อยากจะบอกกล่าวตัวนาง
อี้เฉินเขาไม่ได้กล่าวพูดอ้อมค้อมอีกต่อไป อย่างไรเขาก็ต้องแข็งแกร่ง ขึ้นไปยืนเทียบชั้นกับเหล่าผู้ยิ่งใหญ่ให้ได้ ไม่เช่นนั้น เขาจะไม่มีกำลังต่อต้าน กลียุคความบ้าคลั่งโหดร้ายที่จะมาถึง “ข้าอาจจะทำผิดต่อเจ้าในฐานะสามีที่ไม่ได้เรื่อง หลินเฟย แต่ข้าต้องเร่งการฝึกฝน ให้แข็งแกร่งขึ้นโดยไว หวังว่าเจ้าจะเข้าใจข้านะ”
หลินเฟยนางที่ได้ยิน คำพูดของอี้เฉิน นางเอื้อมฝ่ามือ ลูบหัวอี้เฉินด้วยความอ่อนโยน ยอมรับในการตัดสินใจของอี้เฉิน แม้ภายในใจนางจะเจ็บปวดก็ตาม “เจ้าทำตามที่เจ้าปรารถนาเถอะอี้เฉินสามีข้า ท่านอย่าได้เสียใจ ข้าเองก็ไม่เคยเสียใจที่ได้แต่งงานกับท่าน ข้าจะรอท่านอยู่ที่นี่ ไม่ว่ากี่ปีก็ตาม”
อี้เฉินที่ได้ยินเช่นนั้น เขาโอบกอดนางเอาไว้อย่างเบามือ หอมหน้าผากขาวผ่องหลินเฟย ด้วยความอาลัยเล็กๆ “น้องหญิง อย่างไรฝากเจ้าบอกลาท่านปู่ แทนข้าด้วย ข้าคงไม่มีหน้าไปพบท่านยามนี้”
ครั้นสิ้นเสียงของอี้เฉิน เขาค่อยๆ ละฝ่ามือจากหลินเฟยไปช้าๆ แม้จะรับรู้ถึงคลื่นอารมณ์ ที่ปั่นป่วนมากมายของหลินเฟยก็ตาม ทว่ามันกลับไม่อาจหยุดฝีเท้าของอี้เฉินลงได้
ภาพที่อี้เฉินห้อตะบึง ออกไปไกลแสนไกลในเสี้ยวพริบตา พร้อมกับสายตาของหลินเฟยที่ส่งอี้เฉิน แดงขึ้นมาน้อยๆ ก่อนน้ำตานางจะไหลริน ร่วงเผละออกมาอาบพวงแก้ม
แม้แต่เหล่าลูกศิษย์ของหลินเฟย พวกเขาที่เห็นภาพ ผู้เป็นอาจารย์น้ำตาร่วง พวกเขาต่างก็โกรธแค้น เดือดดาล ในตัวอี้เฉินขึ้นมา สบถด่าอี้เฉินกันออกมาเสียงดังก้อง
อี้เฉินที่บินทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว ราวกับเขาแบกทุกสิ่งทุกอย่าง ของคนดินแดนเทพเอาไว้ ทำให้สีหน้าเขาบัดนี้ จริงจังขึ้นมาเป็นอย่างมาก สมุนไพรล้ำค่า ใบชาหยั่งรู้ต่างๆ ที่เขาได้มาจากคนดินแดนจักรพรรดิ เกรงว่าบัดนี้ คงจะถึงเวลาได้ใช้ของล้ำค่าเหล่านั้นแล้ว
ร่างอี้เฉินที่บินทะยานขึ้นไปยังดินแดนเทพ ไปยังสถานที่ ที่ผู้คนส่วนใหญ่เลี่ยงจะไป เขาคิดจะใช้ภัยธรรมชาติ ที่ร้ายแรงต่างๆ เป็นเตากลั่นหลอม ตัวเขาเอง อี้เฉิน จึงไม่ได้หวาดเกรงที่จะฝ่าคลื่นลมพายุ ที่บ้าคลั่งของ เทือกเขาทมิฬทางทิศใต้สุดที่ไร้ผู้คน เข้าไปฝึกฝนด้านในส่วนลึก ยังเขตปลอดคน
จากภัยธรรมชาติที่เลวร้าย วิสัยทัศน์ย่ำแย่เป็นอย่างมาก พร้อมด้วยสายฟ้าแลบแปลบปลาบออกไปทั่ว จนรู้สึกเจ็บแสบผิวกาย ก่อนร่างอี้เฉินจะนั่งลงบนโขดหินสูง ขับเคลื่อน วัฏจักรที่แตกร้าวออกมา หมายมั่นจะใช้พลังธรรมชาติ ซ่อมแซมส่วนที่แตกร้าวพังเสียหาย พร้อมกับหยั่งรู้ฟ้าดินไปด้วย