"เปรี้ยง!"
"บูม!!"
ทักษะแล้วทักษะเล่าของไป๋ฉีและสองสาวเข้าปะทะกับอสรพิษหยกขาวขนาดใหญ่ ทว่าก็ยังไม่อาจที่จะผ่านการป้องกันจากเกล็ดหยกสีขาวของมันได้ แม้พวกเขาจะทุ่มพลังกายเต็มที่แล้วก็ตาม
"แห๊กๆ! ใช้พลังไปมากถึงแปดสิบเปอร์เซ็นต์แล้วนะ"
"ทำไมเกล็ดมันถึงได้หนาขนาดนี้กัน"
จินอันหรานกล่าวอย่างเหนื่อยหอบ ใบหน้าภายใต้ชุดเกราะพันธุกรรมสีฟ้าซีดเซียวอย่างเห็นได้ชัด เแต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังพุ่งเข้าไปโจมตีอสรพิษหยกขาวต่ออย่างกล้าหาญโดยไร้ซึ่งความหวั่นเกรงใดๆ
'ตามข้อมูลที่ได้มา อสรพิษหยกขาวขึ้นเชื่อเรื่องการป้องกันและพิษหลอมละลาย พวกเรามีระดับน้อยกว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฝ่าการป้องกันของมันได้' ในขณะที่ไป๋ฉีกำลังควบคุมมีดบินนับร้อยโหมกระหน่ำโจมตีเป้าหมาย เขาก็ไม่ลืมที่จะวิเคราะห์สถานการณ์
อสรพิษหยกขาวมิได้เป็นฝ่ายตั้งรับอย่างเดียวเท่านั้น มันใช้หางยาวราวกับแส้ขนาดยักษ์ฟาดแหวกอากาศมาเพื่อโจมตีทั้งสามคน
มองเห็นภาพนี้ไป๋ฉี เฟิ่งเจียอิน และจินอันหราน พากันถอยร่นกลับไปตั้งหลัก อสรพิษหยกขาวมิปล่อยให้พวกเขาได้หยุดพัก ลำแสงสีขาวสองเส้นพุ่งออกมาจากตาของมันตรงไปทางจินอันหรานและเฟิ่งเจียอินในทันที
"คิดจะโจมตีคนที่แข็งแกร่งที่สุดก่อนหรือ ไม่ง่ายดายขนาดนั้น"
ไป๋ฉีผสานมือเป็นสัญลักษณ์แปลกประหลาดชี้ไปยังเบื้องหน้าของสองหญิงงาม มีดบินทั้งหนึ่งร้อยเล่มพุ่งตรงไปยังตำแหน่งที่ชายหนุ่มกำหนดไว้เรียงรายเป็นโล่ขนาดใหญ่ป้องกันลำแสงสองเส้นที่กำลังพุ่งเข้ามา
"วาบ!"
แสงสีขาวเข้าปะทะกับมีดบินของไป๋ฉีอย่างจัง ชายหนุ่มไม่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนอะไรทั้งนั้น ทว่าหลังจากแสงสีขาวนั้นหายไปมีดบินทั้งหนึ่งร้อยเล่มของไป๋ฉีพลันกลายเป็นหินไปในพริบตาและร่วงหล่นลงพื้นในทันที เพราะพวกมันไม่ได้มีสถานะเป็นโลหะอีกต่อไป
"ขอบคุณมากน้องชาย เอาไว้พี่สาวจะหอมแก้มอีกสักฟอดเป็นรางวัล"ว่าแล้วจินอันหรานก็พุ่งเข้าโจมตีอสรพิษหยกขาวอีกครั้ง เฟิงเจียอินหันมายิ้มให้ไป๋ฉีเช่นกัน ก่อนที่เธอจะบินทะยานตามหลังจินอันหรานไป
ทั้งสองโหมกระหน่ำโจมตีอสรพิษหยกขาวอยู่พักใหญ่ทว่ากลับไม่สามารถสร้างบาดแผลให้มันได้เลยสักนิดเดียว ไป๋ฉีบินอยู่กลางอากาศเริ่มครุ่นคิด การป้องกันของอสรพิษตนนี้มันไร้จุดบอดเลยหรืออย่างไร
"ท่านพ่อให้ข้าออกไปดีหรือไม่เจ้าคะ"ในขณะที่ทุกอย่างกำลังมืดแปดด้านเสียงของหรงหรงก็ดังขึ้นมา ในเวลานี้เธอมีระดับถึงราชาดวงดาวขั้นที่หนึ่งจากการกลืนกินแก่นจิตวิญญาณของพญาอสรพิษมายาทมิฬ ดังนั้นเธอจึงค่อนข้างมั่นใจในกำลังของตัวเองพอสมควร
"ยังก่อน นี่เป็นบทสอบของอะไรบางอย่าง พ่อกลัวว่าหากลูกออกมาแล้วมันจะส่งผลต่อบททดสอบในภาพรวม"ไป๋ฉีกล่าวออกมา ทว่าในตอนนั้นเองเหมือนไป๋ฉีจะคิดอะไรขึ้นมาได้
"จริงสิแม้จะเอาหรงหรงออกมาไม่ได้ แต่หากข้าใช้หยิบยืมพลังของหรงหรงมาก็ไม่น่าจะเป็นอะไร อสรพิษหยกขาวแม้ร่างกายจะแข็งแกร่งมากแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจิตวิญญาณจะแข็งแกร่งตาม"เมื่อได้ข้อสรุปเช่นนั้นไป๋ฉีทำการผสานพลังกับหรงหรงในทันที
"พี่สาวล่อมันเอาหน่อยนะขอรับ ข้าขอเวลาหนึ่งนาที"ว่าแล้วไป๋ฉีก็ทำการรวมพลังจิตของตัวเองโดยไม่รอช้า
ส่วนทางด้านหญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย ดวงตาฉายแววมุ่งมั่น แม้พวกเธอในตอนนี้จะแทบไม่มีแรงเหลือแล้วก็ตามที แต่ก็ยังสู้ต่อไปอย่างไม่ลดละ
"ปั้ง!"
"อั๊ก!"
ผ่านไปสามสิบวินาที หางของอสรพิษหยกขาวฟาดสองสาวปลิวกระเด็นไปจนกับกำแพงจนกระอักเลือดสดออกมา หากไม่ใช่เพราะพวกเธอใส่ชุดเกราะพันธุกรรมเกรงว่าการโจมตีเมื่อครู่นี้อาจจะทำให้พวกเธอถึงตายได้
"เจียอิน ขีดจำกัดพันธุกรรมของข้ามาถึงขีดจำกัดแล้วเจ้าเองก็ด้วยใช่ไหม" จินอันหรานลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเลพร้อมกับชุดเกราะพันธุกรรมที่สลายหายไป แน่นอนทางฝั่งของเฟิ่งเจียอินก็เช่นกัน
"ทนหน่อย น้องชายไป๋ฉีบอกไว้ เหลืออีกสามสิบวินาทีเท่านั้น" ว่าแล้วทั้งสองก็กระชับอาวุธแล้วพุ่งทะยานออกไปโดยไร้ซึ่งชุดเกราะป้องกัน ทำให้พิษที่อยู่ในอากาศกัดกร่อนผิวที่ขาวเนียนของพวกเธอจนเกิดเป็นรอยไหม้ลุกลามไปทั่วทั้งร่างกาย ซึ่งแน่นอนว่ามันส่งผลให้พวกเธอเจ็บปวดทรมานเป็นอย่างมาก
"แห๊กๆ! อีกสิบวินาทีข้าต้องทนเอาไว้"
"เพล้ง!"
หอกระดับA ของเฟิ่งเจียอินแทงเข้าไปยังเกล็ดของอสรพิษหยกขาวสุดแรงทำให้เกิดรอยแตกร้าว ทว่าหอกของเธอกลับแหลกสลายไม่มีชิ้นดี
เฟิ่งเจียอินรีบถอยกลับออกมาจากจุดนั้น แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ทันการณ์ เงาหางขนาดใหญ่ของอสรพิษหยกขาวฟาดมาทางเธอด้วยความเร็วที่เธอไม่สามารถหลบได้ทัน
"เจียอินระวัง!!"
จินอันหรานร้องตะโกนเตือนสุดเสียง เฟิ่งเจียอินตั้งท่าเตรียมป้องกัน
แต่ยังไม่ทันที่หางอสรพิษยักษ์จะถึงตัวหญิงงาม แสงสีเทาและสีดำก็พลันเข้าปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณและทำให้ทุกอย่างช้าลงราวกับภาพสโลโมชั่น
บริเวณกลางอากาศเบื้องหน้าของอสรพิษหยกขาวไป๋ฉีสับเปลี่ยนชุดเกราะของตัวเองให้กลายเป็นชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอร์เรอร์โดยฉับพลัน พร้อมกับผายมือไปด้านหน้าปลดปล่อยลำแสงพลังจิตสีน้ำเงินที่สะสมเอาไว้เข้าใส่เป้าหมายโดยไม่รอช้า
"มาดูกันว่า การป้องกันทางด้านจิตวิญญาณของเจ้าจะแข็งแกร่งเหมือนร่างกายหรือไม่"
ว่าแล้วชายหนุ่มก็ปลดปล่อยพลังจิตอัดเข้าไป ภายใต้เขตแดนหน่วงเวลาสมบูรณ์อสรพิษหยกขาวไม่แม้แต่จะสามารถดิ้นรนได้ ไป๋ฉีใช้โอกาสนี้แฝงจิตวิญญาณของมังกรมารเก้าเศียรเข้าไปด้วย
ทำให้ภายในทะเลวิญญาณของอสรพิษหยกขาวปรากฏร่างเงาของมังกรมารเก้าเศียรขนาดมหึมา
"เจ้างูโง่ บังอาจมากนะที่สร้างปัญหาให้กับท่านพ่อของข้า!"จู่ๆเสียงของเด็กหญิงตัวน้อยก็ดังขึ้นจากเงาร่างมังกรเก้าเศียรตนนั้น กรงเล็บมังกรสีดำฟาดใส่ดวงจิตอสรพิษหยกขาวเข้าอย่างจัง แล้วจับมันกลืนกินอย่างง่ายดายไม่ปล่อยโอกาสให้มันได้หลบหนี
"อ๊า~~จิตวิญญาณระดับครึ่งก้าวผู้ปกครองดินแดนนี่อร่อยจริงๆ หวังว่าท่านพ่อจะเธอศัตรูแบบนี้บ่อยๆนะ ฮิฮิ" เงาร่างมังกรมารกลับกลายเป็นเด็กสาวตัวน้อย ก่อนที่จะสลายหายไปจากทะเลจิตวิญญาณของอสรพิษหยกขาว
ไป๋ฉีที่รับรู้ว่าจิตวิญญาณลูกสาวกลับเข้าสู่ร่างแล้ว เขาก็พุ่งเข้าไปหาร่างของอสรพิษหยกขาวจากนั้นดูดกลืนมันเข้าสู่มิติเก็บของไร้ขอบเขตในทันทีเพราะกลัวว่าร่างอสูรตนนี้จะหายไป
ต่อมาเขาได้คลายทักษะเขตแดนหน่วงเวลาสมบูรณ์และเขตแดนราตรีนิรันดร์ออก ทำให้หญิงงามทั้งสองขยับได้อีกครั้งพร้อมกับใช้พลังชีวิตของธาตุไม้เยียวยาบาดแผลให้กับพวกเธอ