ปาลิตา
" เป็อย่างที่ยูคิดไว้จริงๆ เจย์มาที่นี่ "
" อึ้ม...วานดูแลให้หน่อยนะ " เสียงใสจากปลายสายเอ่ยขึ้น
" หึ...ปวดใจ ฝากให้คนที่แอบชอบตัวเองไปดูแลคนที่ตัวเองแอบชอบอยู่ ใจร้ายจริงๆ ยูก็รู้ว่าไอคิดยังไงกับยู " ทอยเอ่ยด้วยน้ำเสียงติดตลก จริงๆเขาก็ทำใจได้มากแล้ว จะว่าไปความรู้สึกของเขาที่มีกับเธอคนนี้มันอาจเริ่มเปลี่ยนไปแล้วก็ได้
" โอ๋ๆ อย่าเศร้าน่าาาา....เดี๋ยวส่งคนไปปลอบ "
" พอเลย...ไม่ต้อง น่ารำคาญจะตาย " ทอยเอ่ยเมื่อใบหน้าของหญิงสาวอีกคนลอยมา
" ถามจริง.... " คนปลายสายล้อเลียน
" จริงดิ...พอแล้วไม่พูดกับยูแล้ว เอาเป็ว่าจะดูแลหมอนั่นให้ก็แล้วกัน ป่านนี้แอบไปร้องไห้แล้วมั้ง "
" ความจริงที่เค้าร้องไห้วันนั้นก็อาจไม่ใช่เพราะชั้นก็ได้นะ "
" มันยังรักยูอยู่ ไม่งั้นมันไม่กลับมาที่นี่หรอก "
" ชั้นคงดูโง่ในสายตานายสินะ ขนาดเค้าทิ้งไปตั้งนานแล้วยังไม่ยอมตัดใจอีก "
" อย่าคิดอะไรแบบนั้น ยูก็รู้ว่าไอมีแต่ความหวังดีให้ยู "
" ขอบใจ...ความจริงชั้นน่าจะรักคนอย่างนาย แต่.. ก็ "
" ไม่ได้รัก...เอาล่ะๆ อย่าทำซึ้ง ยูจะทำให้ไอตัดใจไม่ได้นะ แค่นี้แหละจะทำงานแล้ว "
" อึ้ม ... ไว้คุยกันใหม่ "
Palin's Talk
ฉันกดวางสายโทรศัพท์พลางทอดถอนใจ ทั้งๆที่ชีวิตตอนนี้มันก็ดีกว่าเมื่อก่อนมาก ฉันมีครอบครัวอยู่ด้วยกันพร้อมหน้าอย่างที่เคยฝันไว้ มีหน้าที่การงานที่มั่นคงแบบไม่ต้องเสาะแสวงหา มีเงินทองใช้จ่ายโดยไม่ต้องคิดหน้าคิดหลังเหมือนแต่ก่อน
แต่ทำไม...ทำไมฉันยังรู้สึกเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป
ใช่สินะ...ใจของฉันนี่แหละที่มันไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ทั้งๆที่เจ็บแล้วควรจะจำ แต่ฉันก็ยังไม่จำ
ฉันยังอยากได้คำอธิบายจากเขา ว่าทำไม..ถึงทิ้งกันไปแบบนี้
หลายคนบอกว่าคู่แท้ต่างจากคู่ชีวิต คู่แท้คือคนที่มีจิติญญาเดียวกับเรา สนอกสนใจสิ่งต่างๆเหมือนกับเรา ดังนั้นเราจึงรู้สึกผูกพันกับคนที่เป็คู่แท้ได้อย่างรวดเร็ว บางเื่แทบไม่ต้องพูดอะไรแค่มองตาก็รู้ใจ แต่เมื่อบางเื่ที่เข้าใจและรู้ใจมากไปอาจทำให้ความสัมพันธ์นั้นจบลงอย่างง่ายๆ ต่างจากคู่ชีวิตซึ่งต้องใช้เวลาร่วมทุกข์ร่วมสุข ฝ่าฟันอุปสรรคร่วมกัน นั่นจึงทำให้ความรักยืนนานมากกว่า
สำหรับฉันอยากให้คู่แท้และคู่ชีวิตเป็คนๆเดียวกัน....แต่สำหรับอาเย่วคงไม่ใช่ รักที่มีให้กันคงหมดลงั้แ่วันที่เขาเดินจากไป
คนรักกันคงไม่ทำกันแบบนี้.....
คุณคงจะสงสัยใช่มั้ยล่ะคะว่าฉันเป็ใคร... ใช่... ฉันคือเมย์หรือเมธิญาอดีตคนรักของเย่วเฟิ่งนั่นแหละ แต่เพราะอะไรฉันถึงกลายมาเป็ปาลิตาในวันนี้ได้น่ะเหรอ...ม่ะ ฉันจะเล่าให้ฟัง
หลังจากเค้นเอาความรู้สึกจากอาเย่วได้เราสองคนก็ตกลงจะคบกันอย่างเปิดเผย ชีวิตใน่นั้นเป็่ที่ฉันมีความสุขมาก อาเย่วดูแลฉันเป็อย่างดีเขาไม่เคยทำให้ฉันเสียใจเลยแม้แต่ครั้งเดียว
เราสองคนคบกันเป็แฟนอยู่ได้ปีกว่าๆซึ่งน้าพลอยก็รับรู้เื่นี้มาโดยตลอด ท่านไม่ได้ห้ามแต่ก็เตือนให้ฉันรู้จักระมัดระวังตัวเอง อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัวเพราะความรักหนุ่มสาวอาจไม่ยั่งยืน
ฉันไม่เคยคิดว่าคำพูดของน้าพลอยจะเป็จริง ไม่เคยคิดว่าชีวิตจะไม่มีอาเย่วอยู่เคียงข้าง
จนวันหนึ่ง...จู่ๆเขาก็เดินมาบอกว่าจะกลับบ้านของตัวเอง เื่ระหว่างฉันและเขาก็ขอให้ลืมมันไปซะ ตอนนี้เขาไม่ได้รักฉันแล้ว พูดจบเขาก็เดินหันหลังจากไปโดยไม่หันกลับมามองฉันเลย
ความเสียใจทำให้จิตใจและร่างกายของฉันทรุดโทรมลง ฉันป่วยหนักและในขณะเดียวกันน้าพลอยเองก็ป่วยเป็มะเร็งด้วยเหมือนกัน
เมื่อคิดว่าชีวิตข้างหน้าคงไม่เหลือใคร ฉันจึงยอมแพ้...ไม่กิน ไม่นอน ไม่ไปเรียนจนน้าพลอยเป็ห่วง แต่ทำไงได้ ตอนนั้นมันท้อแท้เอามากๆ
แต่ชะตาฟ้าคงอยากให้ฉันมีชีวิตอยู่ต่อ วันหนึ่งฉันเดินออกจากบ้านไปตามริมถนนเรื่อยๆเพื่อหวังว่าอาเย่วจะกลับมาหากัน แต่มันก็แค่ความหวังลมๆแล้งๆ ฉันเดินจนเป็ลมหมดสติไปตื่นมาอีกทีก็อยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว
และคนที่ช่วยฉันไว้ก็คือ ทอยนั่นเอง
ฉันรู้ว่าทอยรู้สึกยังไงกับฉัน แต่คนไม่รักยังไงมันก็ไม่รักแม้ว่าหลังจากนั้นทอยจะดีกับฉันทุกอย่าง โรงพยาบาลที่ฉันรักษาตัวก็เป็โรงพยาบาลของครอบครัวของเขา
น้าพลอยเองก็มาดูแลฉันแม้ว่าตัวเองจะป่วยเหมือนกัน...น้าพลอยเอาแต่โทษตัวเองว่าต้นเหตุของเื่เป็เพราะท่าน ตอนแรกฉันก็ไม่เข้าใจหรอก จนวันหนึ่งน้าพลอยเดินเข้ามาหาพร้อมกับชายหญิงคู่หนึ่ง น้าพลอยบอกว่านี่คือพ่อและแม่ของฉัน
พ่อแม่ตัวจริงที่ท่านขโมยลูกของพวกเขามา...น้าพลอยเล่าว่าพี่สาวของเธอเป็พี่เลี้ยงของฉัน พี่สาวของเธอแอบหลงรักพ่อและทั้งคู่มีความสัมพันธ์แบบลึกซึ้งกันในวันที่พ่อเมาและประจวบกับที่แม่ไม่อยู่บ้านพอดี พ่อปฏิเสธที่จะรับเธอเป็ภรรยาอีกคนแต่พ่อก็ยื่นข้อเสนอจะให้เงินเธอไปตั้งตัว พี่สาวของน้าพลอยรับเงินจากพ่อและแอบขโมยฉันออกจากบ้านมาด้วย
ตอนแรกฉันเองก็ใและไม่อยากจะเชื่อกับเื่ราวที่ได้ยินแต่เป็เพราะทอยที่ช่วยไขข้อสงสัยในใจของฉัน ทอยให้หมอผู้เชี่ยวชาญช่วยตรวจดีเอ็นเอซึ่งผลก็ปรากฏตามคำบอกเล่าของน้าพลอย ฉันเป็ลูกของพ่อกับแม่จริงๆ
พ่อกับแม่ดีใจมาก...แต่ท่านก็โศกเศร้ามากในเวลาเดียวกัน ท่านได้ลูกสาวที่หายไปกลับมาขณะเดียวกันท่านกำลังจะสูญเสียลูกสาวอีกคนไป น้องสาวของฉันกำลังป่วยหนัก .... เธอกำลังจะตาย
ฉันลุกขึ้นสู้เพราะสงสารพ่อกับแม่ พวกเราช่วยกันดูแลปาลินอยู่ปีกว่าจนถึงวันสุดท้าย ปาลิตาจากไปอย่างสงบ
ระหว่างที่ดูแลปาลินฉันเองได้รู้จักกับน้าพิมลก่อนญาติคนอื่นๆ น้าพิมลเล่าเื่ของลูกสาวที่เป็ลูกเลี้ยงของท่านให้พ่อกับแม่ฟังซึ่งฉันเองก็ได้นั่งฟังด้วย ความคิดที่อยากทิ้งตัวตนเดิมจึงเกิดขึ้น หลังจากปาลิตาเสียชีวิตฉันจึงขอร้องพวกท่านประกอบกับ่นั้นบริษัทกำลังมีปัญหา หุ้นส่วนใหญ่หลายรายถอนหุ้นเพราะประธานใหญ่อย่างพ่อทำงานไม่เต็มที่เพราะต้องวิ่งพาลูกสาวไปรักษาาตัวต่างประเทศ ที่ไหนหมอดีหมอดังพ่อกับแม่ไปหมด
ฉันกลับเมืองไทยในชื่อปาลิตาที่ผ่านการศัลยกรรมใบหน้าเป็คนใหม่ เพราะชื่อของหมอพาขวัญทำให้ไม่มีใครสงสัยตัวตนที่แท้จริงของฉัน ฉันเข้าบริษัททำงานช่วยพ่อจนสถานการณ์เริ่มดีขึ้น อย่างที่รู้ฉันเรียนสถาปัตยกรรมซึ่งสาขาที่เรียนก็ตรงกับงานของบริษัทพอดี
เห็นมั้ยล่ะว่าชีวิตของฉันมันดีขึ้นแค่ไหน ... ตอนนี้ฉันมีพร้อมทุกอย่างแล้ว
ขาดก็แต่คนรักอย่างที่บอก... แต่จะว่าไปผู้หญิงโสดหลายคนก็อยู่ได้โดยไม่ต้องมีคู่
อยู่เป็โสดแบบนี้แหละ...ดีแล้ว
" คิดอะไรอยู่เหรอคะ ? " เสียงจากด้านหลังทำให้ฉันตื่นจากภวังค์
" คิดว่าจะอยู่เป็โสดค่ะ "
" ดูพูดเข้าเ้าลูกคนนี้...ถึงยังไงแม่ก็อยากอุ้มหลานนะ ยิ่งพ่อของหนูยิ่งไม่ต้องพูดถึงรายนั้นคงดีใจมากถ้าบ้านของเราจะมีเด็กๆมาวิ่งเล่นรอบบ้าน "
" โธ่...แม่ขาอย่ากดดันหนูสิ แฟนก็ยังไม่มีนี่แม่พูดเื่อุ้มหลานแล้วเหรอคะ " ฉันเอนหัวไปซบที่ไหล่ของท่านหลังจากที่แม่นั่งลงข้างๆ
" แม่ก็ต้องพูดบ่อยๆเข้าไว้สิ กลัวหนูจะอยู่เป็โสดนี่พาคนมาแนะนำให้รู้จักหนูก็ยังไม่สนใจใครสักคน เลือกสักคนไม่ได้เหรอลูก...แม่ไม่อยากให้หนูอยู่คนเดียว "
" อยู่คนเดียวที่ไหนกันล่ะคะ...พ่อกับแม่ก็อยู่ด้วยทั้งคน "
" พ่อกับแม่จะอยู่กับหนูได้นานเท่าไหร่กันเชียว วันนึงพวกเราก็ต้องแก่และตายในที่สุด " เสียงแม่เบาลงเมื่อพูดถึงเื่นี้ ฉันเงยหน้ามองท่านก็เห็นแววตาเศร้าหมอง ท่านคงเป็ห่วงฉันอย่างที่บอกนั่นแหละ
" แม่อย่าพูดแบบนี้สิคะ พ่อกับแม่ยังต้องอยู่กับหนูไปอีกนาน เราพึ่งได้อยู่ด้วยกันเองนะคะ จะรีบให้หนูมีแฟนแต่งงานแล้วเหรอ "
" ก็แม่อยากให้หนูมีคนดูแลนี่นา ถ้าไม่เอาคนที่พ่อกับแม่หาให้ งั้นทอยเป็ไงล่ะ...แม่ดูออกนะว่าทอยน่ะชอบหนู " ท่าทางของแม่จริงจังขึ้นมาทันที
" No No ค่ะ ทอยกับหนูเป็แค่เพื่อนกัน อีกอย่างตอนนี้ทอยเองก็มีคนที่ชอบแล้ว " ฉันรีบบอกแม่เพราะไม่อยากให้ท่านตั้งความหวังกับเพื่อนคนนี้
" หือ ? "
" จริ๊ง ... อีกไม่นานทอยคงพามาแนะนำให้เรารู้จักแน่ๆค่ะ "
" เฮอะ...ไม่พูดด้วยแล้ว แม่ไปหาพ่อดีกว่า " พูดจบแม่ก็ลุกขึ้นพลางส่งสายตางอนๆให้ฉัน แต่จะทำยังไงได้...ฉันก็ยิ้มหวานกลับไปให้ท่านน่ะสิ ก็มันยังไม่พร้อมจะมีใครตอนนี้นี่นา
......................................................