ตอนที่ 62.5 ภาคผนวก ประวัติศาสตร์ความจริงที่โหดร้ายเบื้องหลังความสงบสุข
เอกสารหน้าที่จากหน้าที่2และ3 ที่อินทราได้เริ่มการกล่าวเล่า ต่อผู้เข้าประชุมโถงเจ้าเมืองเฟิงหัว วันที่26เดือน3ปีดาราที่3018 เวลาประมาณ14โมง มีข้อความดังนี้ ..
“เพื่อให้เราเข้าใจสถานการณ์ปัจจุบันได้ดี เราจำเป็นต้องทบทวนภาพรวมในประวัติศาสตร์แคว้นของเราสักเล็กน้อย บนดินแดนบริเวณที่พวกเราอาศัยอยู่นี้ เมื่อกว่าหนึ่งพันปีมาแล้ว ได้เกิดสงครามอันรุนแรง ระหว่างกองทัพของอาณาจักรของมนุษย์หลายอาณาจักรร่วมมือกัน กับการทัพสัตว์อสูรของราชาสัตว์อสูรแห่งป่าหิมพาน ..
มีมนุษย์และสัตว์อสูรล้มตายไปหลายล้านชีวิต! .. เอกสารบางฉบับก็อ้างว่าล้มตายกันไปกว่าร้อยล้านทีเดียว!? ..
เมื่อสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์ครั้งนั้นยุติ ด้วยการสิ้นชีพของราชาสัตว์อสูร เมื่อปีดาราที่ 1998 .. ก็มาถึงการแย่งชิงอำนาจของเหล่าอาณาจักร ที่กระหายความยิ่งใหญ่ .. จากความกระหายอยากหลังชัยชนะ .. ก็ทำให้เหล่าเพื่อนพ้องร่วมต่อสู้ฟันฝ่ากันมา กลับหันมาเข่นฆ่ากันเอง เพื่อช่วงชิงความเป็นใหญ่ ..
เวลานั้นได้มีผู้นำที่แข็งแกร่ง ได้อพยพลี้ภัย เดินทางผ่านเทือกเขาคุนหลุน เข้ามายังพื้นที่แอ่งซงหนานแห่งนี้ (เป็นพื้นที่ราบลุ่มขนาดใหญ่ มีเทือกเขาซงซานปิดกั้นภายนอกด้านทิศตะวันตก และทิศเหนือ / มีเทีอกเทือกเขาหนานซานปิดกั้นภายนอกด้านทิศตะวันออก และทิศใต้”) ซึ่งบริเวณนี้เคยผ่านการรบราฆ่าฟันอย่างหนักในสงครามระหว่างมนุษย์และอสูร อีกทั้งแอ่งที่ราบใหญ่แห่งนี้อยู่ติดกับชายป่าหินพานทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของดินแดนจงหยวน (พื้นที่ใหญ่ภาคกลางของทวีปบีเซียแห่งนี้ .. จึงน่าจะเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากเงื้อมมือเพื่อนมนุษย์ และญาติพี่น้องที่มุ่งเข่นฆ่าชิงอำนาจกัน “”
หลังจากช่วงเวลาปีดาราที่ 1999 มีผู้นำกลุ่มทั้งสิ้นแปดกลุ่ม ได้นำพาผู้คนติดตามจำนวนมาก โดย บางกลุ่มมีจำนวนถึงหลายแสนคน! .. ทั้งแปดกลุ่มได้ติดสินใจเปิดการเจรจากัน เนื่องจากทุกคนล้วนเบื่อหน่ายสงครามที่ยาวนาน ..
โชคดีที่ผู้นำกลุ่มทั้งแปด มีระดับพลังปราณเท่าเทียมกัน คือ ผู้ใช้ปราณระดับ5 หยวนอิง!(วิญญาณแรกก่อตั้ง) และมีผู้ติดตามจำนวนมาก ที่เป็นผู้ใช้ปราณระดับ4 จินตัน!(แก่นแท้) รวมทั้งกลุ่มคนที่มีระดับพลังต่ำลงมา ที่มีจำนวนพอๆ กัน จึงมิมีผู้นำกลุ่มใดต้องการประลองกำลังอีก ..
ผู้นำทั้งแปด จึงได้ทำพิธีกล่าวสาบานต่อสวรรค์เป็นพี่น้องกัน! และจะดูแลผู้คนใต้การปกครองไม่ให้ก่อการต่อสู้ระหว่างกัน ตลอดชีวิตของพวกเขา! (คำสาบานต่อสวรรค์ใช้ได้เพียงกับผู้กล่าวสาบาน มิอาจส่งต่อให้ลูกหลาน หรือบุคคลอื่นได้)
หลังการร่วมมือสำรวจ และจัดการงานต่างๆ ในพื้นที่แองซงหนานนี้ ตั้งแต่เมื่อหนึ่งพันปีก่อน ที่นี่ก็เปลี่ยนชื่อเป็น “แอ่งแปดแคว้นซงหนาน” โดยแบ่งพื้นที่ในแอ่งนี้ออกเป็น8แคว้น อันได้แก่ ฉิ่ง, เจียง, กลอง, โซ, เซ, คลง, ม่าน และจริต .. โดยการกำหนดพื้นที่ และสถาปนาแคว้น พร้อมทั้งก่อตั้งราชวงศ์เพื่อขึ้นครองราชย์ของราชาแคว้นทั้งแปด ขึ้นพร้อมกันในปีดาราที่สองพันสอง (2002)
แคว้นฉิ่งนั้น ราชาพระองค์แรกครองราชย์ยาวนานกว่า400ปี องค์ที่สองนานเกือบ300ปี องค์ที่สามราว200ปี องค์ที่สี่ราว70ปี องค์ที่ห้าราว20ปี และองค์ที่หก ที่เพิ่งขึ้นครองราชย์ได้เมื่อ4ปีก่อนนี้ ..
ในช่วงองค์ราชาที่หนึ่ง สอง และสาม การล้มหายตายจากของพี่น้องทหาร และประชาชนแคว้นฉิ่ง เกิดจากการต่อสู้กับสัตว์อสูรที่หลุดออกมาจากป่าหินพานในบางครั้ง .. ทุกท่านก็ทราบตัวเลขผู้เสียชีวิตจากประวัติศาสตร์แคว้นเรา ว่ามีผู้กล้าพลีชาติเพื่อแคว้นปีละหลายร้อย หรือหลายพันชีวิต ทีเดียว ..
ซึ่งขณะนั้นแคว้นทั้งแปดในแอ่งซงหนานได้ให้ความช่วยเหลือเกื้อกูลด้วยดีตลอด อันรวมไปถึงแคว้นจริต โซ และเซ อันเป็น3แคว้นที่ไม่มีพื้นที่ชายแดนติดกับชายป่าหินพาน ก็ยังส่งทหารมาช่วยเหลือกัน สมเป็นแคว้นพี่น้องกัน
จุดสำคัญของสภาพสงคราม และภาวะทุกข์ยากในปัจจุบันของแคว้นฉิ่ง เริ่มขึ้นในปลายยุคราชาองค์ที่สอง ที่ท่านชราภาพลงมาก .. เมื่อพระองค์เห็นว่าการบุกรุกของเหล่าสัตว์อสูรในพื้นที่ชายแดนแคว้นได้ลดน้อยลงมาก พระองค์ก็มีคิดเห็นขึ้นว่าแคว้นฉิ่งควรเป็นแคว้นที่เน้นการวิจัยพัฒนา รวมไปถึงการเพิ่มศักยภาพในประกอบอาชีพต่างๆ ในแคว้น เช่น การเกษตร การทำเหมือง การก่อสร้าง การหลอมสร้าง เป็นต้น และพระองค์ต้องการฝึกฝนปราณในระดับ5 ให้เพิ่มขึ้น พร้อมกับต้องการให้ว่าที่ราชาองค์ที่3 ซึ่งอายุเยาว์อยู่ มุ่งมั่นฝึกตนมากขึ้น ..
ทำให้พระองค์ได้แต่งตั้ง 4มหาเสนาบดี มีอำนาจโดยรวมแทบจะเทียบเท่ากับราชา! ซึ่งสืบต่อมาถึงปัจจุบันนี้ จากนั้นปล่อยให้แคว้นอื่นๆ รับหน้าที่ต่อสู้กับเหล่าอสูร ..
นับเป็นการชักน้ำเข้าลึกชักศึกเข้าบ้านโดยมิรู้ตัว พระองค์ได้บันทึกไว้ว่า “เชื่อมันในคำสาบานต่อสวรรค์ของเหล่าราชาองค์แรกในแต่ละแคว้น” .. ช่างเป็นราชาที่ไร้เดียงสายามชราแล้วยิ่งนัก! “”
จากสภาพที่อำนาจการทหารตกเป็นของแคว้นอื่น โดยเฉพาะแคว้นโซ เซ กลอง และเจียง! แล้วปล่อยให้ทหารแคว้นเหล่านั้นเข้ามาตั้งค่ายในแคว้นฉิ่ง เพื่อทำหน้าที่ต่อสู้กับสัตว์อสูร ซึ่งลดน้อยลงมากแล้ว ด้วยความเชื่อใจในความสาบานเป็นพี่น้องขององค์ราชาทั้ง8แคว้นพระองค์แรก! จึงทำให้บางแคว้นเกิดความคิดว่า “แท้จริง แคว้นฉิ่งก็คือเมืองขึ้นของพวกเขา!”
หลังสิ้นสมัยราชาองค์ที่สาม ซึ่งมิเคยบริหารราชการแคว้นเลย .. ตลอด200ปีที่คลองราชย์ ก็ออกมาล่าอสูรเพื่อฝึกฝนตนเอง หาได้เพื่อเป็นการช่วยเหลือแคว้นฉิ่งไม่ .. ซึ่งก็มีเพียงไม่กี่ครั้ง จากนั้นก็สละบัลลังก์ เพื่อเดินทางออกไปฝึกฝนนอกแอ่งแปดแคว้น เพื่อหวังบรรลุปราณระดับ5 “” ปล่อยให้อำนาจของ4มหาเสนาบดี หยั่งรากลึกในระบบแคว้นอย่างมาก! ..
จนกระทั่งในยุคของราชาองค์ที่สี่ การบุกรุกของเหล่าสัตว์อสูรก็แถบจะหมดสิ้นไป แต่องค์ราชากลับพบว่า อันตรายที่ซุกซ่อนอยู่ภายในแคว้นและรอบแคว้น กลับทวีความรุนแรงมากขึ้น พระองค์จึงได้ดำเนินการหลายสิ่งอัน .. ช่วงครองราชย์70ปี พระองค์ค่อยๆ ดำเนินการลิรอนอำนาจ4มหาเสนาบดีอย่างช้าๆ และเสริมความเข้มแข็งทางการทหาร การเกษตร และส่วนอื่นๆ เพื่อให้แคว้นเข้มแข็งขึ้นอย่างแท้จริง ..
จนกระทั่ง ถึงจุดที่กลุ่ม4มหาเสนาบดี และรัชทายาท(องค์ราชาที่5) ไม่พอใจ จนทำให้เกิดเหตุร้าย ในสุดท้ายพระองค์ก็สิ้นชีวิตในวัยหนุ่ม ด้วยวัยเพียง118ปี ทั้งที่พระองค์เป็นผู้ใช้ปราณระดับ4 ด้วยสาเหตุว่าถูกพิษที่ไม่มีผู้ใดรักษาได้ และต่อมาองค์ราชาที่ห้า ที่ครองราชย์ต่อเป็นเวลาเพียง20ปี (ช่วงปีดาราที่ 2994 ถึงปี 3013) ..
แม้วังหลวงมิประกาศว่าเป็นพิษชนิดใด? แต่เหตุการณ์ที่เกิดก็คล้ายกับที่เกิดกับราชาองค์ที่สี่ .. จากนั้นราชาองค์ที่หก ก็ครองราชย์จากช่วงปีดาราที่ 3014 ถึงปัจจุบัน ..
ย้อนกลับไปพิจารณาเหตุการณ์ก่อนหน้าสมัยของราชาองค์ที่สี่ .. เมืองหลวงแคว้นฉิ่งคือ เมืองลู่ฉิ่ง ซึ่งคือเมืองอยู่มุมตะวันตกเฉียงเหนือ ติดกับแคว้นเจียง และเป็นเมืองหนึ่งที่ถูกกองทัพแคว้นเจียงรุนรานอยู่ปัจจุบันนี้! ..
ประชาชนทั่วไปเพียงทราบว่าองค์ราชาที่สี่ ถือเอาหลักฮวงจุ้ยฟ้าดิน ย้ายเมืองหลวงมาเมืองฉิ่งไป๋ ซึ่งถือว่าอยู่ใกล้ตอนใต้ของแคว้นมาก .. เวลานั้นบ้านเมืองสงบสุข การค้าขายรุ่งเรือง สุขภาพพลานามัยชาวแคว้นสมบูรณ์แข็งแรง ..
ขนาดที่มีแต่เหล่าผู้อพยพมาจากทั้ง7แคว้น หลั่งไหลเข้าสู่แคว้นฉิ่ง! .. แต่กลับไม่มีผู้อพยพออกจากแคว้นฉิ่งเลย จะมีก็เพียงผู้ดำเนินทางไปค้าขาย หรือ กระทำกิจธุระบางประการเท่านั้น ..
สิ่งที่ข้ากล่าวมานี้ ทุกท่านก็ได้ทราบจากบันทึกต่างๆ กระทั่งผู้อาวุโสบางท่านก็คงอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย!
“” เรื่องที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเรื่องที่ประชาชนแทบทุกคนในแคว้นล้วนรับรู้อยู่แล้ว .. แต่เหตุผลแท้จริงของราชาองค์ที่สี่ ในการย้ายเมืองหลวงมาเป็นเมืองฉิ่งไป๋ และจัดการบริหารบ้านเมืองบางประการนั้น ได้ปรากฏในบันทึกราชกิจของพระองค์ ซึ่งในมือท่านจางฟ่ง อดีตหัวหน้าแพทย์หลวง ก็มีฉบับคัดลอกเอาไว้! ..
ระบุเหตุผลชัดเจน แม้ช่วงเวลานี้ดูคล้ายแคว้นฉิ่งจะสงบสุขร่มเย็น แต่แท้จริงกับซ่อนภัยอันตรายไว้ ภายนอก แคว้นกลอง เจียง โซ และเซ ตั้งใจจะเข้ามากอบโกยผลประโยชน์ และทรัพยากรมากมายของแคว้นฉิ่ง /
ส่วนภายใน เนื้อร้ายที่สุดคือ 4มหาเสนาบดี และเหล่าผู้ติดตามพวกเขา .. ผู้กุมอำนาจทั้งหลายในแคว้น เป็นตัวกัดกินบ่อนทำลายความมั่งคงของแคว้นมากที่สุด นี่ยังมีรวมไส้ศึกสายลับจากต่างแคว้น และจากอาณาจักรอื่นๆ ที่เข้ามาแฝงตัวในแคว้นฉิ่ง รอเวลาที่จะก่อสงครามยึดครองแคว้นขึ้น!
เรื่องนี้! คือเหตุสงครามในปัจจุบัน! ที่ได้เพาะบ่มภัยไว้ตั้งแต่ยุคแห่งความสงบสุข ที่ชาวแคว้นฉิ่งเรียนรู้และเข้าใจกัน .. แต่กลับนานเป็นร้อยปี!
เรื่องเตียงรักษาของแคว้นฉิ่ง เป็นเพียงตัวอย่างหนึ่ง! ที่แสดงให้เห็นการกอบโกยผลประโยชน์ของขุนนางกังฉิน โกงบ้านกินเมืองทั้งหลาย!
กล่าวถึงเรื่องการก้าวกระโดดของค่าใช้เตียงรักษา รวมถึงเรื่องราวอื่นๆ ในแคว้นฉิ่งที่ทำให้ประชาชนเดือนร้อน ก็คือ เหตุการณ์โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของแคว้นฉิ่ง ในปีดาราที่2998 หรือ 20ปีก่อนหน้าวันนี้ ..
ทุกท่านคงพบจะจดจำได้ ว่าหลังจากราชาองค์ที่ห้าขึ้นครองราชย์ได้เพียง3ปี .. อันเนื่องมากจากเหตุร้ายที่ราชาองค์ที่สี่ ถูกพิษร้ายแรงที่มิอาจรักษาได้ และเสียชีวิตไป ในปีดาราที่2995 จากการที่บ้านเมืองแคว้นฉิ่งจากเดิมยังถือว่าอยู่ในความสงบสุขการใช้เตียงรักษานี้ค่อยข้างน้อย โดยแต่ละหัวเมืองก็จะมีเตียงรักษาอยู่หลายสิบเตียง และที่เมืองหลวงก็นับเป็นร้อยเตียง!
สำหรับการรักษาโรคทั่วไป มิได้แบ่งชนชั้นสูง- ชนชั้นต่ำอย่างในทุกวันนี้ ซึ่งนับว่าเพียงพอต่อความต้องการของแคว้น และค่ารักษาพื้นฐานก็อยู่ราว20-30เจนีต่อชั่วโมง! ..
แต่แล้ว ในต้นปีดารา 2998 (เมื่อ20ปีก่อน) สงครามแห่งความสูญเสียครั้งใหญ่ที่ชายแดนแคว้นฉิ่งและแคว้นเจียง ก็เกิดขึ้น จากการที่ราชวงศ์ทั้งสองแคว้นต่างอ้างว่า “เหมืองหินปราณระดับ4 ที่ขุดค้นพบ” ณ เขตภูเขาชายแดนนั้น อยู่ในพื้นที่ของตน แล้วได้ยกทัพเข้าประทะกัน! .. จากเหตุการณ์ครั้งนี้ ทำให้แคว้นฉิ่งสูญเสียอย่างมหาศาล ทหารราว20,000คน ถูกสังหาร! ประชาชนกว่า30,000คน ถูกสังหาร! ...”
ข้อสังเกตสุดท้ายที่ขอให้ทุกท่านพิจารณา ..
“นับจาก เดือน4ปีดารา2998 ราชาแห่งราชวงศ์แคว้นฉิ่งได้ประกาศราชโองการหลายฉบับ ลงโทษขุนนาง และประชาชน ผู้มีชื่อเสียงอันดีต่อแคว้นฉิ่ง ตระกูลที่ทรงภูมิหลังอันดี เป็นเวลาถึง20ปี จนถึงปีดารา3018นี้ ที่แคว้นฉิ่งค่อยๆ อ่อนแอลง โดยที่หลายคนไม่ทันรู้ตัว จนกระทั่งเข้าสู่จุดเริ่มต้นกลียุค ดังที่เป็นทุกวันนี้!”
