“ท่านลุงหลี่เ้าค่ะ ตอนนี้เงินของพวกเราเหลืออีกนิดหน่อย ข้าอยากสร้างบ้านใหม่ แต่ข้าไม่รู้จักช่างที่รับสร้างบ้าน ท่านลุงพอจะรู้จักบ้างไหมเ้าคะ”
ฮุ่ยเหมยถามขึ้นมาทันที เพราะตอนนี้เหลือเวลาไม่มากแล้ว ถ้าเข้าฤดูหนาวก็จะสร้างบ้านไม่ได้ บ้านที่อยู่ตอนนี้ท่าทางจะต้านลมหนาวไม่ไหวแล้ว
“มีซิ เดี๋ยวพรุ่งนี้ลุงจะรีบจัดการให้ เพราะใกล้ฤดูหนาวแล้ว บ้านพวกเ้าคงทนลมหนาวไม่ไหวหรอก”
ท่านลุงหลี่รับปากว่าจะหาช่างมาให้ เดี๋ยวคืนนี้ฮุ่ยเหมยจะร่างแบบบ้านไว้ ช่างมาถึงจะได้ตีราคาได้เลย
ฮุ่ยเหมยรู้สึกดีใจมากที่จะได้อยู่ในบ้านที่ปลอดภัยขึ้น เธอตั้งใจว่าจะทำรั้วด้วย เพื่อให้ดูเป็สัดส่วนเพราะเธอไม่ชอบความวุ่นวาย
ท่านลุงหลี่ขับเกวียนไปส่งถึงหน้าบ้าน พี่หยุ่นอี้กับเสี่ยวหยางกำลังช่วยกันขนของลงจากเกวียน ส่วนฮุ่ยเหมยกำลังบังคับจ่ายเงินยี่สิบอีแปะให้ท่านลุงหลี่ ส่วนเงินค่าหมอที่ติดท่านลุงหลี่ไว้ก็ไม่เอาแล้ว
สุดท้ายท่านลุงหลี่ก็ต้องยอมรับเงินไปแต่โดยดี เพราะฮุ่ยเหมยบอกว่าหากไม่รับเงินก็ไม่กล้ารบกวนให้ท่านลุงหลี่ช่วยเหลืออะไรพวกเราอีก
วัวเทียมเกวียนจากไปแล้ว
ทุกคนในครอบครัวอยู่ภายในบ้านหลังเล็ก ที่ตอนนี้เต็มไปด้วยข้าวของเครื่องใช้จนแทบไม่มีที่เดิน
ฮุ่ยเหมยตกตะลึงไปชั่วครู่ ตอนช้อปกระจายเธอก็ลืมคิดถึงขนาดของบ้านไปเลย แต่ไม่เป็ไร อีกเดี๋ยวก็มีบ้านใหม่แล้ว
“ไม่เป็ไรเน๊อะพี่ใหญ่ อีกหน่อยเราสร้างบ้านหลังใหม่ข้าวของก็คงไม่ดูเยอะแบบนี้แล้ว”
พี่หยุ่นอี้มองน้องสาวพูดอย่างรู้สึกจนใจ ใช่ซิเดี๋ยวก็สร้างบ้านใหม่แล้ว พอคิดได้พี่หยุ่นอี้ก็ไม่คิดมากอีก น้องสาวอยากซื้ออะไรก็ตามใจนางไปเถอะ
ส่วนเสี่ยวหยางตอนนี้หลับไปแล้ว คงเพราะเหนื่อยมาทั้งวัน น้ำวิเศษก็ไม่สามารถช่วยได้จริงๆ ตอนนี้เวลาพลบค่ำ พี่หยุ่นอี้ก่อไฟต้มน้ำแล้วแบ่งกับฮุ่ยเหมยพากันเช็ดตัวแล้วนอนอย่างเป็สุข
เสียงไก่ขัน ปลุกให้ฮุ่ยเหมยตื่น เธอลืมไปเลยว่าต้องเขียนแบบบ้าน แต่ยังไงก็ต้องรอให้ฟ้าสว่างเต็มที่ก่อนค่อยลงมือ
ตอนนี้มองไปทางไหนก็มีแต่ข้าวของเต็มไปหมด เพราะเมื่อวานขนของเข้าบ้านเสร็จ พวกเราก็เหนื่อยจนหมดแรงกันแล้ว
ฮุ่ยเหมยไปล้างหน้าบ้วนปากแล้วเริ่มมาจัดข้าวของ เริ่มจากของในครัวก่อน ตอนนี้ข้าวสารที่เธอซื้อมา คงกินได้อีกหลายอาทิตย์ เธอใส่ข้าวสารลงในถังไม้เกือบเต็มถัง
แยกเครื่องปรุงต่างๆ ลงกล่องไม้เล็กๆ ที่ซื้อมา จัดเก็บให้เป็ระเบียบเข้ามุมด้านหนึ่งในครัว จานชาม ช้อน กระทะ หม้อ ทัพพี ตะหลิว จัดวางแทนอันเก่า
ส่วนอันเก่าเธอหอบไปวางไว้หลังบ้าน ฟืนในห้องครัว ก็กองเป็ระเบียบอยู่แล้ว พอจัดแบบนี้ก็ดูสวยงามเป็ระเบียบสะอาดตาไม่รกแบบเมื่อครู่แล้ว
ฮุ่ยเหมยมองเข้าไปในห้องเล็ก ยังเห็นพี่หยุ่นอี้กับเสี่ยวหยางหลับอยู่ เธอก็เลยจัดของแบบเงียบๆ เพื่อไม่ให้มีเสียงเธออยากให้พวกเขาได้พักให้หายเหนื่อย
เมื่อยังไม่มีใครตื่นฮุ่ยเหมยจึงชะโงกหน้าไปดูน้ำในโอ่งที่เหลือเพียงครึ่งโอ่ง เธอเรียกน้ำออกมาใส่ในโอ่งจนเต็ม เดี๋ยวนี้ฮุ่ยเหมยรู้แล้วว่าของในมิติ สามารถนำออกมาได้เลยเพียงแค่คิดเท่านั้น
ตอนแรกเธอไม่รู้จึงต้องตักน้ำเข้าออกหลายเที่ยวกว่าจะเต็มโอ่ง แต่ตอนนี้เธอไม่โง่แล้ว
ของในครัวจัดแล้ว น้ำก็เต็มโอ่งแล้ว เหลือแค่อุปกรณ์ทางการเกษตรที่เธอซื้อมาไม่ว่าจะเป็จอบ เสียม บัวรดน้ำ มีดขนาดใหญ่ ขนาดกลาง ขนาดเล็ก เธอซื้อมาหมดเธอขนไปเก็บด้านหลังครัวอย่างเป็ระเบียบเวลาใช้หยิบง่าย หายก็รู้
ส่วนพันธุ์ผักฮุ่ยเหมยเอาเข้าไปไว้ในมิติ เดี๋ยวเธอจะเริ่มแบ่งเพาะในมิติลองดูว่ามันจะงอกหรือไม่
ตอนนี้ข้าวของทุกอย่างถูกจัดเก็บอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อยก็แลดูไม่รกแล้ว เพียงแต่มีมากกว่าเดิมแค่นั้น
เมื่อมีเงินแล้ว ต่อไปเธอจะต้องได้กินข้าวครบสามมื้อ นับจากวันนี้เลย ฮุ่ยเหมยเริ่มก่อไฟเธอใช้เวลานานหน่อยเพราะยังไม่คล่อง
แต่สุดท้ายไฟก็ติดเธอเริ่มทำข้าวต้มหมูสับมีเครื่องครบแบบนี้ยังไงก็ต้องอร่อย
ข้าวต้มเริ่มส่งกลิ่นหอม ทำให้สองคนที่ยังนอนอยู่เริ่มรู้สึกตัวตื่น คำแรกที่เสี่ยวหยางพูดในวันนี้คือ ข้าหิวแล้ว พี่รองทำอะไรหรือ หอมมากเลย
ฮุ่ยเหมยหัวเราะเบาๆ บอกให้เสี่ยวหยางไปล้างหน้าบ้วนปากแล้วมากินข้าว ส่วนพี่หยุ่นอี้ตอนนี้เดินลิ่วๆ ออกไปล้างหน้าข้างนอกแล้ว