ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่245 กาฝากวิญญาณ1

  กลุ่มของพวกเขาทั้งสามคนไม่รอช้า พุ่งเข้าไปใจกลางป่าลึกแห่งนี้ อย่างไม่หวาดกลัว เมื่อพวกเขามีอี้เฉินอยู่ข้างกาย ป่าแห่งนี้ก็เหมือนสนามเด็กเล่นของพวกเขา การก้าวเดินของพวกเขาไม่ต่างอะไรกับเป็นเจ้าของ ของที่แห่งนี้ รอบบริเวณไร้สัตว์น้อยใหญ่เข้ามากล้ำกราย



แต่ทันทีที่พวกเขาเข้ามาใจกลางป่าโบราณแห่งนี้ได้ มันก็ต้องทำให้อี้เฉินต้องคิดใหม่อีกครั้ง อยู่ๆ อี้เฉิน ก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่ส่งออกมาจากภายในสถานที่แห่งนี้ พื้นที่แห่งนี้มันช่างแปลกประหลาดเป็นอย่างมาก แม้แต่เสียงนกร้องก็ยังไม่มีเล็ดลอดออกมาจากภายในป่าแห่งนี้ ทั่วบริเวณเองก็เต็มไปด้วยความเงียบสงัด เถาวัลย์ใหญ่ยาวครอบคลุมไปทั่วพื้นที่โดยสมบูรณ์ จนมองเห็นแต่เถาวัลย์ล้อมพันแน่นขนัด กลืนกินพื้นที่แห่งนี้จนสิ้น แต่พวกเขาก็ไม่เห็นสัตว์อสูรสักตัว



อี้เฉินเขาถึงกับขมวดคิ้วมุ่นในทันที ไม่คิดภายในอาณาเขตแห่งนี้จะมีสัตว์อสูร ที่ทำให้ตัวของเขาหวาดกลัวได้อยู่ เขารีบเอ่ยเตือนพวกเปาเปา จางเหมย ที่ยังหลงละเลิงอยู่ในทันที "พวกเจ้าระวังตัวด้วยเหมือนภายในอาณาเขตแห่งนี้จะมีสัตว์อสูรไม่ธรรมดาอาศัยอยู่"



เมื่อเปาเปา จางเหมย เห็นสีหน้าของอี้เฉินจริงจังขึ้นมา พวกเขาเองก็ไม่ดื้อรั้น กลับมาเฝ้าระวังรอบๆ ตัวพวกเขาอีกหลายเท่า ดวงตาเองก็กวาดมองออกไปรอบทิศ ก้าวเดินเข้าไปด้วยความระแวดระวัง



จางเหมย อยู่ๆ นางก็เห็นบางสิ่งใต้เท้าของนางเหมือนขยับไหว มันทำให้นางตกใจตะโกนออกมาก้อง "ข้าเห็นรากไม้มันขยับ ท่านพี่เปาเปาเห็น เหมือนที่ข้าเห็นหรือเปล่า"



เปาเปา ที่กวาดตามองออกไปทั่วทิศ ตัวเขาไม่ยักสัมผัสถึงอะไรได้ เอ่ยพูดออกมาเตือน จางเหมย ในทันที "เจ้าตาฝาดไปหรือเปล่า จางเหมย ที่แห่งนี้ก็มีแต่เถาวัลย์ที่เหมือนๆ กันอยู่ มองมันไปนานๆ เจ้าอาจจะตาลายก็เป็นได้"



จางเหมยทำปากมุ่ย "ข้าเห็นเช่นนั้นจริงๆ นะ พี่เปาเปา พี่อี้เฉิน"




  อี้เฉินที่ได้ยินเขาถึงกับส่ายหัว ก้าวเดินเข้าไปภายในด้วยความรอบคอบ ตัวเขาประหลาดใจเป็นอย่างมาก เหตุใดตัวเขาถึงไม่สามารถสัมผัสถึงที่อยู่ของสัตว์อสูรตนนี้ได้ ราวกับสัตว์อสูรตนนี้มันซ่อนเร้นกายาของมันได้อย่างไรอย่างนั้น แถมสัตว์อสูรตนนี้มันยังไม่คิดหนีตัวของอี้เฉินแม้แต่น้อย จิตสังหารที่มันแพร่กระจายออกมาบ่งบอกว่า มันพร้อมจะฆ่าตัวของอี้เฉินกับพวก ลงทุกเมื่อ



อี้เฉิน ที่ยิ่งเดินเข้าไปตัวเขายิ่งหวั่นใจ ขับเคลื่อนปราณจิตเข้าไปภายในดวงตาเพื่อตรวจสอบรอบบริเวณในทันที อยู่ๆ ดวงตาที่อี้เฉินขับเคลื่อนปราณจิตเข้าไปใส่ รูม่านตาดำของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานราวเลือด รอบทิศที่เขากวาดตามอง เชื่องช้าลงไปหลายเท่าภาพเบื้องหน้ากลายเป็นภาพขาวดำในทันที มองทุกสิ่งทุกอย่างโดยรอบ จนทะลุปรุโปร่งอย่างสมบูรณ์



ทันใดที่ กาฝากวิญญาณมันสัมผัสถึงการตรวจจับของอี้เฉิน มันไม่รอช้าอีกต่อไป พุ่งปลายเถาวัลย์ที่แหลมคม เข้าใส่เด็กหญิงที่ไม่ทันระวังตัวในทันที



อี้เฉินที่เปิดใช้พลังของ ดวงตา มันก็ทำให้เขารู้ได้ในทันที พื้นที่แห่งนี้ทั้งหมดก็คือร่างกายของมัน มันก็คือ กาฝากวิญญาณ ที่ดูดกลืนพื้นที่แห่งนี้เพื่อเสริมพลังของมัน ภายใต้พื้นที่แห่งนี้ต้องมีของล้ำค่าบางอย่างอยู่อย่างแน่นอน แต่ในทันทีที่เขาสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของ เถาวัลย์สีเขียวพุ่งเข้ามาแทงร่าง จางเหมย กับเปาเปา มันก็ทำให้เขาถึงกับหน้ามืดทะมึนในทันที


"พวกเจ้าสองคนระวังตัวด้วย"



พวกเขาทั้งสองคนในยามนี้ไม่สามารถป้องกันการโจมตีที่ฉับพลัน ครั้งนี้ได้ ดวงตามองดู เถาวัลย์สีเขียวเตรียมพร้อมจะพุ่งใส่ร่างของพวกเขาช้าๆ แต่ดวงตาเต็มไปด้วยความไม่จำยอม



อี้เฉินที่เห็นท่าไม่ดี เขาสำแดงวิชาหมื่นโลกขึ้นมาป้องกันกายาของพวกเขาสองคนไว้ในทันที ปราณพลังของอี้เฉินถูกสูบกลืนออกไปอย่างรวดเร็ว ก่อนปราณพลังของอี้เฉินจะสร้างโลกใบเล็กขึ้นมา ขวางกั้นการโจมตีจาก เถาวัลย์สีเขียวในเสี้ยววินาทีไว้



เสียง"ตู้ม"ดังก้องฟ้า รอบๆ สั่นไหวไม่หยุด ก่อเกิดลมกรรโชกออกไปรอบทิศ เศษใบไม้ใบหญ้าปลิวว่อน



  แต่ทันใดอี้เฉินก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นส่วนปลายของเถาวัลย์ มันไม่ยอมหยุดการโจมตี ค่อยๆ เจาะเข้าไปภายในโลกที่เขาสร้างทีละน้อย จนมันค่อยๆ แตกร้าว มันพยายามที่จะล้อมพันโลกที่อี้เฉินสร้างหวังกลืนกินสิ่งที่อยู่ภายในทั้งหมดเข้าไป เสียงโลกใบเล็กแตกร้าวดังออกไปเป็นทางยาว 'หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ร่างของ เปาเปา จางเหมย ได้แหลกเละเป็นแน่'



อี้เฉินไม่สามารถยืนดูได้อีกต่อไป หากปล่อยไว้ เปาเปา จางเหมย ได้ตายตกเป็นแน่ เขาง้างกำปั้น ที่เต็มไปด้วยปราณพลังที่ระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง บีบอัดเข้าไปภายในหมัดจนส่องแสงสีแดงพร่างพราว ก่อนเขาจะต่อยลงไปยังพื้นเบื้องล่างที่เต็มไปด้วย เถาวัลย์สีเขียวอย่างแรง เหมือนมีระเบิดลูกย่อมๆ เปิดปฐพีแห่งนี้ออก


เสียง"ตู้ม"ดังก้องฟ้า รอบๆ สั่นไหวอย่างรุนแรง พื้นเบื้องล่างกลายเป็นหลุมยุบขนาดใหญ่



เถาวัลย์สีเขียวเองก็ขาดหายออกไปหลายร้อยเส้นสาย บางส่วนก็ถึงกับแตกสลาย เลือดสีแดงฉานไหลออกมาล้นทะลัก เถาวัลย์สีเขียวพวกนั้นในทันที เสียงร้องโหยหวนดังออกมาก้อง ราวกับมีปีศาจกรีดร้องออกมาจากอเวจี



กาฝากวิญญาณ มันถึงกับคำรามออกมาด้วยความแค้นเคือง ไม่คิดเด็กหนุ่มจะมองแวบเดียวก็รู้ทุกสิ่ง ที่อยู่เบื้องหน้า "เจ้า เจ้า! รู้ได้อย่างไร ว่าทั้งหมดนี่ก็คือกายาของข้า"



  อี้เฉินส่ายหัว"ก็ตั้งแต่ที่ จางเหมย บอกกล่าว ว่าพื้นดินเบื้องล่างเหมือนจะขยับไหว ตัวข้าก็มั่นใจไปได้บางส่วนแล้ว" ก่อนที่อี้เฉินจะ ส่งพวก เปาเปา กับ จางเหมย ออกไปด้านนอกการต่อสู้ในครั้งนี้ หากปล่อยพวกเขาสองคนอยู่ไกล้ๆ การต่อสู้เป็นไปได้ที่ร่างของพวกเขาสองคน จะแตกดับจากแรงกดดันอันมหาศาล จากจอมยุทธ์ขั้นพลัง กษัตริย์ ปะทะกัน


จางเหมย เอ่ยพูดไล่หลังมาให้อี้เฉินด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่นเล็กๆ "พี่อี้เฉินระวังตัวด้วย"



  ทันทีที่ อี้เฉิน กลับมาตั้งมั่นอยู่กับ เจ้ากาฝากวิญญาณ ตัวเขาถึงกับเบิกตากว้าง เมื่อเขาเห็นพื้นเบื้องล่างที่เขาทำลายลงไป มีร่างซากของสัตว์อสูรหลายตัว ตายตกอยู่ภายในที่แห่งนี้ แสดงว่า เจ้ากาฝากวิญญาณ นี่คงดูดซับเลือดของสัตว์อสูรพวกนี้เติบโตเป็นแน่ แถมสัตว์อสูรที่ตายไป มันก็ไม่ได้มีพลังอ่อนด้อยแม้แต่น้อย สัตว์อสูรทุกๆ ตัวที่ตายตก อยู่ในที่แห่งนี้ ล้วนอยู่ในขั้นพลัง กษัตริย์ แทบทั้งสิ้น แถมยังมีอยู่ด้วยกันหลายสิบตัว



มันจึงทำให้อี้เฉินประหลาดใจไม่น้อย ที่เห็นพื้นที่แห่งนี้ ราวกับเป็นสุสานของเหล่าสัตว์อสูร แต่มันก็พอจะให้เขาพอคาดเดาได้ เมื่อเห็นกาฝากวิญญาณ ค่อยๆ กลายสภาพ เลียนแบบสัตว์อสูรวานรยักษ์ แต่อย่างไรร่างของมันก็ยังเป็นพืชอยู่วันยังค่ำ กลางหน้าอกที่ถูกเถาวัลย์สีเขียว ปิดล้อมหัวใจของมันไว้อย่างแน่นหนา แต่มันก็ไม่สามารถรอดพ้นสายตาของอี้เฉินได้



  หัวใจส่วนนั่นแหละ ที่ทำให้สัตว์อสูรตนอื่นๆ หมายปองมัน อยากได้มันมาครอบครอง ว่ากันว่า หัวใจของกาฝากวิญญาณ เต็มไปด้วยพลังชีวิต หากได้ของเหลวที่อยู่ภายในหัวใจนั้นมาดื่มกิน อายุขัยจะเพิ่มขึ้นไปหลายสิบปี ด้วยเหตุนี้มันจึงทำให้อี้เฉินตาลุกวาว อยากได้ของเหลวเหล่านั้นมาให้ท่านปู่ของเขา แต่ที่เขาประหลาดใจ คือขนาดของหัวใจเจ้ากาฝากวิญญาณ ตามตำราเล่าว่ามันมีความใหญ่เพียงผลลูกพลับ แต่ในยามนี้หัวใจของมันผลใหญ่เท่าผลแตงโม เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ พร้อมเก็บเกี่ยว



อี้เฉินที่เห็น กาฝากวิญญาณ กลายร่างเป็นวานรยักษ์ กายาล้อมพันไปด้วยเถาวัลย์สีเขียว มือด้านหนึ่งถือกระบอง ที่สร้างจากเถาวัลย์ขนาดใหญ่ พร้อมที่จะเข้ามาต่อสู้กับตัวเขาซึ่งๆ หน้า มันก็ทำให้เขาส่ายหัวออกมา "เจ้า ออกมาเองเลยงั้นหรือ เจ้ากาฝากวิญญาณ"



เจ้ากาฝากวิญญาณ มันยกมือที่ถือ กระบองเถาวัลย์ กระแทกลงที่พื้นอย่างแรง "เจ้าอย่าทำเป็นได้ใจไป เพียงมองเห็นร่างกายของข้าได้ ใช่ว่าเจ้าจะชนะตัวข้าเสียหน่อย วันนี้ข้าจะเอาเลือดของเจ้ามา บำรุงกายาของข้า ให้เหมือนกับสัตว์อสูรตนอื่นๆ ที่หมายตาหัวใจของข้า"

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน