ตอนที่ 188
ติ๊ด !! ติ๊ด !! ติ๊ด !! เสียงเครื่องวัดชีพจรยังคงดังอย่างต่อเนื่องภายในห้องผ่าตัดบนเตียงมีผู้ป่วยสูงอายุนอนไม่ได้สติกำลังถูกผ่าตัดรักษาลำไส้ใหญ่อยู่ส่วนหมอที่ทำหน้าที่ผ่าตัดอย่างดนัยนั้นในครั้งนี้กลับไม่ตั้งใจผ่าตัดเท่าที่ควรเพราะเขาเอาแอบเหลือบมองนาฬิกาที่ติดอยู่ที่ผนังห้องแทบจะทุกห้านาที
สองทุ่มแล้วเวลาที่เนเธอร์แลนด์ช้ากว่าญี่ปุ่น 7 ชั่วโมงป่านนี้คงขึ้นศาลเพื่อพิจารณาคดีกันแล้วสินะ ดนัยคิดในใจโดยมีสายตาของหมอผู้ช่วยมองมาทางดนัยอย่างไม่ค่อยพอใจซึ่งหมอผู้ช่วยคนนี้ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเธอคือหมอมิโฮะที่พึ่งกลับมาทำงานนั่นเอง (ไรท์ : เวลาประเทศเนเธอร์แลนด์ช้ากว่าญี่ปุ่น 7 ชั่วโมง)
ทางด้านหมอมิโฮะที่เห็นดนัยไม่มีสมาธิอยู่กับการผ่าตัดนั้นก็เริ่มรู้สึกไม่ถูกต้องถึงแม้เธอจะไม่ได้เป็นหมอผ่าตัดหลักแต่ในฐานะหมอรุ่นพี่เธอก็ต้องเอ่ยปากเตือน
“หมอดนัยมีสมาธิหน่อยสิคะนี่เรากำลังผ่าตัดอยู่นะคะ” หมอมิโฮะเตือน
“อ๊ะ...ขอโทษครับ” ดนัยรีบหันกลับมาสนใจการผ่าตัดและกล่าวขอโทษแต่พอผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีดนัยก็เริ่มเหลือบไปมองนาฬิกาอีกรอบ
“เฮ้อ...ก็เข้าใจอยู่หรอกนะคะว่าอยากรู้เรื่องคดีของโรงพยาบาลเราแต่นี่เรายังอยู่ในห้องผ่าตัดและผู้ป่วยคนนี้ก็ฝากอนาคตไว้กับเรานะคะช่วยให้ความสนใจผู้ป่วยก่อนด้วยค่ะ” หมอมิโฮะพูด
นั่นสินะตอนนี้ที่ต้องสนใจคือผู้ป่วยที่นอนอยู่บนเตียงผ่าตัดนี่ ดนัยได้ยินดังนั้นก็เริ่มคิดได้จากนั้นเขาก็ทุ่มสมาธิทั้งหมดไปที่ผู้ป่วยและก็ลงมือผ่าตัดอย่างจริงจัง
1 ชั่วโมงต่อมา
“ขอบคุณมากนะครับ” ดนัยกล่าวขอบคุณบุคลากรทุกคนภายในห้องที่ช่วยให้การผ่าตัดในครั้งนี้ผ่านไปได้ด้วยดีเหมือนกับทุกครั้ง
ดนัยมองดูผู้ป่วยที่พยาบาลกำลังกำลังพาย้ายขึ้นไปอีกเตียงเพื่อพาออกไปจากห้องผ่าตัดเขารีบถอดถุงมือและเดินไปทิ้งที่ถังขยะที่มุมห้องเพื่อจะได้ออกไปพร้อมกับพยาบาลและแจ้งผลการผ่าตัดในตอนนั้นเองหมอมิโฮะก็เดินมาข้างๆ
“รีบไปสิหมอดนัย” หมอมิโฮะพูดกับดนัย
“หือ...ไป...ไปไหนครับ” ดนัยทำหน้างง
“ก็รีบไปที่ห้องพักศัลยแพทย์ยังไงล่ะอยากรู้ผลของคดีของโรงพยาบาลเราไม่ใช่หรือไง...รีบไปซะเดี๋ยวฉันจะออกไปแจ้งผลการผ่าตัดแล้วก็ไปส่งผู้ป่วยถึงห้องพักให้เอง” หมอมิโฮะบอก
“ได้เหรอครับ !!” ดนัยหันควับมามองหน้าหมอมิโฮะ
“อือได้สิรีบไปเหอะเพราะใจอยู่ที่ผลของคดีแล้วไม่ใช่หรือไงขืนปล่อยให้หมอดนัยที่ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้ไปแจ้งผลการผ่าตัดขืนแจ้งผิดแจ้งถูกขึ้นมาญาติผู้ป่วยที่รอฟังผลอยู่ก็ไม่เข้าใจกันพอดีว่าผลการผ่าตัดเป็นไงบ้าง” หมอมิโฮะพูด
“ขะ...ขอบคุณครับหมอมิโฮะถ้าอย่างนั้นผมฝากด้วยนะครับ” ดนัยที่เห็นหมอมิโฮะตั้งใจจะไปแจ้งผลการผ่าตัดให้เขาก็ยิ้มออกมาเขารีบถอดถุงมือทิ้งและวิ่งออกจากห้องผ่าตัดไปเพื่อไปเปลี่ยนชุดและมุ่งหน้ากลับไปที่ห้องพักศัลยแพทย์ทันที
.
.
.
หลังจากดนัยเปลี่ยนชุดเสร็จเขาก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิดอ่านข่าวของสำนักพิมพ์ญี่ปุ่นเพื่อหาข่าวเกี่ยวกับคดีของโรงพยาบาลทาเคนากะในข่าวต่างประเทศ
“ให้ตายสิไม่มีข่าวเรื่องคดีเลยอาจจะเป็นเพราะยังพิจารณาคดีไม่เสร็จงั้นเหรอไม่สิอาจจะเพราะเลยเวลาข่าวช่วงค่ำไปแล้วถ้าเป็นแบบนั้นสำนักข่าวคงรายงานข่าวเรื่องนี้กันในตอนเช้า” ดนัยพูดกับตัวเองระบบของญี่ปุ่นนั้นข่าวจะออกในสองช่วงเวลาคือตอนเช้ากับหัวค่ำและถ้ามันไม่ได้เป็นข่าวเร่งด่วนอะไรข่าวที่ลงไม่ทันในตอนค่ำก็จะถูกยกไปตอนเช้าของวันถัดไป
แถมข่าวเรื่องนี้ก็ไม่ใช่ข่าวด่วนที่ต้องออกอากาศทันทีอีกทั้งมันก็อยู่ต่างประเทศด้วยทางสำนักพิมพ์ต่างๆจึงไม่ได้ให้ความสำคัญมากขนาดนั้นและไม่ได้ส่งนักข่าวไปที่ต่างประเทศให้เสียเงินค่าเครื่องบินเพียงเพื่อข่าวๆเดียวหรอก
ดังนั้นวิธีที่จะรู้ข่าวเรื่องคดีได้ไวที่สุดคงต้องเป็นการโทรไปสอบถามเจ้าตัวล่ะนะ
“ให้ตายสิโทรไม่ติดหรือว่ายังไม่ออกจากศาลนะ...อ๊ะจริงด้วยมือถือฮิคาริหายไปตอนโดนลักพาตัวนี่นา” ดนัยที่พยายามโทรไปหาฮิคาริแต่เขานั้นลืมไปว่ามือถือของฮิคารินั้นถูกพวกที่ลักพาตัวเอาไปแล้ว
ครืด !! ดนัยกลับมาถึงห้องพักศัลยแพทย์เขาไม่รอช้าเปิดประตูเข้าไปทันทีดนัยมองเข้าไปในห้องก็เห็นว่ามีหมอมาสึมิ หมอยูคิมูระและไซโต้ที่ยืนโทรศัพทย์อยู่ที่มุมห้อง
“หมอมาสึมิยังไม่กลับเหรอครับเนี่ยเป็นไงบ้างครับได้ข่าวเรื่องคดีหรือยังครับพวกเราชนะใช่มั้ย !!” ดนัยค่อนข้างแปลกใจที่เห็นหมอมาสึมิอยู่ในห้องพักศัลยแพทย์ด้วยเพราะนี่ก็เลยเวลาเลิกงานไปตั้งสามชั่วโมงแล้วและวันนี้ก็ไม่ได้เป็นวันที่หมอมาสึมิต้องอยู่เวรดึก ส่วนทางด้านหมอยูคิมูระกับไซโต้นั้นดนัยไม่ได้แปลกใจอะไรเพราะวันนี้ทั้งคู่เป็นเวรที่ต้องอยู่ดึก
“วันนี้ฉันอยู่ดึกค่ะผู้ป่วยที่ฉันผ่าตัดวันนี้อาการไม่คงที่เท่าไหร่ต้องอยู่ดูอาการกันทั้งคืนส่วนเรื่องคดียังไม่รู้เลยค่ะลองถามหมอยูคิมูระดูสิคะเขากำลังตรวจดูจากสำนักข่าวต่างประเทศให้อยู่” หมอมาสึมิพูด
“หมอยูคิมูระครับ...” ดนัยหันไปหาหมอยูคิมูระที่กำลังใช้คอมพิวเตอร์เช็คข่าวอยู่
“เฮ้อ...ยังไม่มีสำนักข่าวไหนลงข่าวเลย” หมอยูคิมูระถอนหายใจออกมา
“หรือว่ายังพิจารณาคดีกันไม่เสร็จครับ” ดนัยพูดมองดูนาฬิกาบนผนังที่ตอนนี้เวลาคือสามทุ่มถ้าเปรียบเทียบเป็นเวลาของประเทศเนเธอร์แลนด์ทางนั้นก็บ่ายสองโมงทางด้านฮิคารินั้นขึ้นศาลตอนบ่ายโมงตรง
“ไม่น่าจะใช่มั้งคดีอย่างนี้ไม่น่าจะใช้เวลาสู้กันนานขนาดนั้นป่านนี้น่าจะตัดสินคดีกันไปเรียบร้อยแล้วล่ะ” หมอยูคิมูระพูด
“ถ้าอย่างนั้นทำไมไม่มีข่าวออกมาเลยล่ะครับ” ดนัยไม่เข้าใจว่าถ้าคดีตัดสินไปแล้วทำไมถึงไม่มีข่าวออกมาเลย
“ใจเย็นสิหมอดนัยเดี๋ยวข่าวมันก็ออกมาเองแหละให้เวลานักข่าวทางนั้นเขาทำงานกันหน่อยสิจะเขียนข่าวลงแต่ละทีไม่ใช่ได้ข่าวมาปุ๊บก็ลงกันได้ทันทีเลยนะต้องคิดหัวข้อ...ต้องคิดเนื้อหาข่าวกันอีกอย่างน้อยมันก็ต้องใช้เวลากันเป็นชั่วโมงนั่นแหละเพราะถ้าไม่ตรวจสอบให้ดีก่อนลงข่าวแล้วเกิดเขียนสร้างความเสียหายให้ใครสักคนขึ้นมาสำนักข่าวจะโดนฟ้องเรียกค่าเสียหายเอา” หมอยูคิมูระอธิบาย
“งั้นเหรอครับแล้วนั่นหมอไซโต้เขา...” ดนัยมองไปที่ไซโต้
“กำลังโทรติดต่อไปที่โรงแรมทางโน้นอยู่น่ะเห็นว่าพวกคุณหมอทาเคนากะมือถือโดนขโมยกันหมดเลยนี่นาเพราะแบบนั้นหมอไซโต้เลยต้องโทรไปที่ห้องพักของโรงแรมแทน...นี่ก็โทรอยู่ร่วมยี่สิบนาทีแล้วคงยังกลับไม่ถึงห้องพักกันล่ะมั้ง” หมอยูคิมูระพูด
เรื่องโดนลักพาตัวคงมีรู้กันแค่ไม่กี่คนสินะคนอื่นคงเข้าใจว่าที่ติดต่อไม่ได้เป็นเพราะมือถือโดนขโมยกันหมด ดนัยคิดในใจ
ในตอนนั้นเองไซโต้ที่พยายามโทรติดต่อไปที่โรงแรมที่พวกฮิคาริพักอยู่ก็ติดต่อได้ในที่สุด
“อ๊ะ...น้าครับเรื่องคดีเป็นไงบ้างครับ”
ทุกคนพอเห็นไซโต้ติดต่อทางนั้นได้แล้วก็หยุดมือชะงักรอฟังกันหมด
“งั้นเหรอครับ...เข้าใจแล้วครับ...แล้วจะกลับเลยหรือเปล่าครับ...ได้ครับพรุ่งนี้วันหยุดผมพอดีเดี๋ยวตอนบ่ายจะไปรอรับที่สนามบินนะครับแล้วเจอกันครับน้า” ไซโต้พูดจากนั้นก็วางสายไป
ดนัยที่รอไม่ไหวเมื่อเห็นไซโต้วางสายก็รีบโพล่งถามออกไปทันที
“หมอไซโต้เป็นไงบ้าง...พวกเราชนะคดีใช่มั้ย” ดนัยถามไซโต้
ทางไซโต้เมื่อวางสายไปและพอได้ยินคำถามเขาก็หันมามองดนัยด้วยสีหน้านิ่งๆดนัยที่เห็นสีหน้าก็รู้สึกใจไม่ดี
“อย่าบอกนะว่าเราแพ...” ดนัยยังไม่ทันพูดสิ่งที่คิดออกมาจบประโยคไซโต้ก็ยิ้มออกมาเสียก่อน
“ชนะคดีครับ...เราชนะจากหลักฐานลูกขุนทั้งหมดตัดสินให้เราชนะคดีเป็นเอกฉันท์ครับ” ไซโต้พูดออกมา
“เย้ !!x2” หมอมาสึมิและหมอยูคิมูระได้ยินแบบนั้นต่างก็ร้องดีใจส่วนดนัยนั้นกำลังอึ้งอ้าปากค้างเพราะโดนไซโต้หลอกด้วยสีหน้า
“โห่...หมอดนัยตกใจอะไรขนาดนั้นแค่แกล้งเล่นหน่อยเดียวเอง” ไซโต้เดินเข้ามาคุยกับดนัย
“ให้ตายสินี่มันใช่เวลามาแกล้งกันมั้ยครับเนี่ย” ดนัยบ่นไซโต้
“ก็แหมเห็นคุณตื่นเต้นลุ้นซะขนาดนั้นผมก็อดที่จะแกล้งไม่ได้น่ะสิถือว่าเอาคืนเรื่องการลักพาตัวที่คุณไม่ยอมบอกผมแล้วกันนะ” ไซโต้พูดประโยคสุดท้ายเบาๆให้ได้ยินกันเพียงสองคน
ก๊อก !! ก๊อก !! ก๊อก !! ครืด !! ตอนนั้นเองที่ประตูก็มีเสียงคนเคาะประตูและเปิดเข้ามา
“อ้าวคุณยูมิยังไม่กลับห้องอีกเหรอครับ” ดนัยมองไปที่ประตูก็เห็นยูมิที่เปิดประตูเข้ามา
“ก็รอกลับพร้อมดนัยนั่นแหละค่ะพอดีเห็นพยาบาลที่เข้าผ่าตัดกับดนัยกลับไปที่แผนกแล้วเลยคิดว่าน่าจะผ่าตัดเสร็จแล้วก็เลยมาหาจะได้กลับพร้อมกันว่าแต่...เสียงดีใจดังไปถึงทางเดินเลยนะคะชนะคดีสินะคะเนี่ย” ยูมิพูด
“ใช่ครับพวกเราชนะคดี” ดนัยพยักหน้า
“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นเรื่องก็จบแล้วหมอดนัยก็กลับไปพักผ่อนเถอะแฟนมาตามถึงที่แล้วนี่นา” หมอยูคิมูระออกปากแซวดนัย
“ใช่ๆรีบกลับไปได้แล้วค่ะหมอดนัยสาวโสดอายุขึ้นเลขสามแบบฉันเห็นแล้วอิจฉา” หมอมาสึมิพูด
“โธ่...ผมกลับก็ได้ครับไม่ต้องไล่หรอกถ้าอย่างนั้นคุณยูมิรอสักนาทีนะครับผมขอเก็บของก่อน” ดนัยพูดก่อนจะรีบเก็บของจากนั้นก็เดินกลับห้องพักพร้อมกับยูมิที่มารับเขาถึงแผนกศัลยกรรม
จบ...