ความจริงการทำเรื่องเรียนจบตอนปี 3 ค่อนข้างยุ่งยาก แต่เพราะเจมส์เป็นผู้บริจาครายใหญ่แก่มหาลัยกุหลาบขาว อีกทั้งอาจารย์ยังรู้ว่าเขามีความสัมพันธ์อันดีงามระหว่างท่านอธิการบดี ดังนั้นเรื่องนี้จึงค่อนข้างง่าย
กอปรกับเจมส์เป็นเจ้าของบริษัท Animation Kids ผลงานมีให้เห็นมากมาย ดังนั้นกำหนดจบจึงถูกกำหนดขึ้นชัดเจน รวมถึงเพื่อนอีก 2 คนอย่างกันต์และคริส
ขับรถออกมาจากมหาลัยเขาไปที่ร้านของเกรซ ดื่มกาแฟตอนบ่ายเพื่อเติมพลังนิดหน่อย
เกรซพอรู้ว่าเจมส์เดินทางมาถึงก็วางมือ แล้วยกกาแฟกับเค้กแสนอร่อยจากในครัวมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง
“ยุ่งอยู่ไม่ใช่เหรอ มานั่งกับผมแบบนี้ไม่เป็นไรนะ” เจมส์กล่าวระหว่างเธอนั่งลงฝั่งตรงข้าม
เกรซส่ายหน้า ก่อนจะตักเค้กขึ้นมากิน “ยุ่งแค่ตอนเที่ยงเท่านั้นแหละ ตอนนี้บ่ายแล้วทุกคนกลับไปทำงานกันหมด มันเลยเป็นช่วงเวลาที่ฉันใช้สำหรับพักผ่อนน่ะ นี่...ลองชิมดูสิ เค้กสตอเบอร์รี่ตัวใหม่จากทางร้าน”
เกรซป้อนให้เขาหนึ่งช้อน เจมส์พยักหน้าแล้วลิ้มรสชาติของเค้กที่เป็นเมนูใหม่
“เป็นยังไงบ้าง ถูกปากหรือเปล่า”
“อร่อยดีนะ ผมชอบ”
“งั้นก็ดีแล้ว ชิ้นนี้ราคา 99 บาท คุณคิดว่าถูกหรือแพง”
“อืม...กลางๆ นะ เมื่อนับรวมกับบรรยากาศภายในร้านและรสชาติ”
“งั้นก็ราคานี้เนอะ เอ้อว่าแต่เพิ่งเลิกเรียนเหรอ ยังอยู่ในชุดนักศึกษาอยู่เลย”
เจมส์มองเสื้อตัวเอง ตอบว่า “ใช่ครับ พอดีไปทำเรื่องจบมาน่ะ”
เกรซขมวดคิ้วมุ่น “ทำเรื่องจบ...รีบร้อนจัง ยังอยู่ปี 3 ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้รีบจบล่ะ”
“เพราะมันเสียเวลา อีกอย่างหนึ่งธุรกิจของผมก็กำลังขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ใช้เวลาส่วนหนึ่งไปกับการเรียนเพียงเพราะวุฒิปริญญาตรีใบเดียว มันไม่คุ้มกันหรอก”
ในฐานะอดีตอาจารย์ที่สอนในมหาลัย ความคิดของเจมส์ไม่ถือว่าผิด เพราะเขามีรากฐานและโอกาสเติบโตมากกว่าคนอื่น แต่ถ้าหากเป็นเด็กคนอื่นเกรซคงจะบอกว่า ไม่ต้องรีบจบหรอกน่า ค่อยๆ เรียนเก็บเกี่ยวความรู้ โตไปจะได้ทำงานดีๆ ไม่ต้องไปแบกปูนหรือทำงานใช้แรงกาย
“เข้าใจแล้ว ยินดีด้วยนะที่เรียนจบ”
“ฮ่าฮ่า ยังไม่ได้รับวุฒิเลย ตอนนี้ผมถือว่าเป็นนักศึกษาอยู่”
“ก็จริง แต่ว่าคงไม่นานหรอก หลังจากนั้น...มาทำลูกกันไหม” พูดถึงตรงนี้เกรซก้มหน้า สองแก้มแดงถึงใบหู
“หืม...ปกติเราก็มีอะไรกันอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ โอ๊ยยยย อะไรเนี่ย หยิกผมทำไม”
“ก็จริงของเธอ แต่ว่าทุกครั้งก็ป้องกันไม่ใช่เหรอ แต่ตอนนี้ฉันคิดว่าทุกอย่างกำลังพร้อม เธอเรียนจบไม่ได้เป็นนักศึกษา เป็นเจ้าของกิจการ เมื่อเรามีลูกกันจะได้ไม่รู้สึกผิดไง”
“เกี่ยวกับแม่คุณหรือเปล่า”
“ส่วนหนึ่งน่ะ แต่ฉันเองก็เริ่มอยากมีแล้ว เพราะงั้นเลยคิดว่าหลังจากนี้จะปล่อย...ไม่ป้องกัน ถ้าหากเธอโอเคละก็นะ”
เจมส์ยกกาแฟขึ้นมาดื่ม ตอบด้วยรอยยิ้มว่า “ได้สิ แต่ช่วงนี้ผมคงไม่ได้มาหาคุณบ่อยๆ เพราะงั้นเราคงไม่สามารถนอนด้วยกัน”
“เหรอ...” มีร่องรอยความเสียใจอยู่เต็มหน้าของเธอ เห็นแบบนั้นเขาจึงบอกว่า
“วันนี้ผมว่าง เพิ่งถ่ายโฆษณาเสร็จ สามารถอยู่กับคุณได้ทั้งคืน”
เกรซถึงกับตาโต ความจริงเธอต้องอยู่จนร้านปิดถึงช่วงเย็น แต่เพราะการมาของเจมส์เลยปล่อยให้ลูกน้องจัดการแทน
...........
เช้าวันถัดมาเขาสวมเสื้อผ้าออกจากคอนโดของเกรซ เมื่อคืนนี้ถือว่าเป็นศึกหนักเลยก็ว่าได้ ไม่รู้อดีตอาจารย์คนสวยแอบโด๊ปยาหรือเปล่าถึงได้คึกจัง แต่ไม่ว่าจะเป็นแบบไหนสำหรับเจมส์ก็ถือว่าเป็นข้อดีทั้งนั้น
ขับรถออกจากคอนโดไม่ทันไรก็พบคนคุ้นเคยรถเสียจอดอยู่ข้างทาง มองเห็นลลิชเปิดกระโปรงรถ กำลังยืนโทรศัพท์ไม่รู้ว่าคุยกับใครอยู่
“มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่า” เจมส์ลงจากรถของตัวเอง เข้ามาดูรถของเธอและถาม
ลลิชที่หน้ามุ่ยละสายตากลับมา ก่อนจะบอกปลายสายว่าแค่นี้ก่อนนะแล้ววางโทรศัพท์ หันหน้ามายิ้มให้เขา
“หม้อน้ำแห้งน่ะค่ะ ฉันขับจนไม่ได้ดูหน้าปัดผลก็เลยเป็นอย่างที่เห็น ตอนนี้กำลังเรียกช่างให้มาดู แล้วนี่คุณเจมส์จะไปเรียนเหรอคะ”
เพราะถูกทักเจมส์เพิ่งจะรู้ตัวว่าใส่ชุดเมื่อวาน
“ออ...ไม่ใช่ครับ พอดีไปแล้วน่ะ”
“อย่างนี้นี่เอง”
แล้วทั้งสองก็เงียบไปครู่หนึ่ง เป็นลลิชที่เป็นฝ่ายถาม
“เรือเป็นยังไงบ้างคะ”
เรือหรูหราลำนั้นยังอยู่ในความทรงจำของลลิช เธอเฝ้าฝันอีกครั้งว่าอยากจะขึ้นเรือ และนอนอย่างมีความสุขบนนั้นในสักวันหนึ่ง
“กำลังไปได้สวยครับ ตอนนี้โฆษณาและภาพปกนิตยสารก็กำลังอยู่ในกระบวนการผลิต คาดว่าไม่เกินเดือนนี้ทุกคนคงได้เห็น” เจมส์อธิบายสถานการณ์บนเรือ
ลลิชดูค่อนข้างสนใจ กระพริบตาปริบๆ กล่าวว่า “เนื้อหาบนเรือคงทำให้ทุกคนแตกตื่น พวกเขาคงพร้อมตีตั๋วขึ้นเรือไปชมความสวยหรู และฉันเองก็เป็นหนึ่งในคนเหล่านั้น”
ลลิชไม่ได้เที่ยวชมเรือทุกส่วน ตอนนั้นแค่พักตามห้องที่กำหนด แต่กระนั้นก็พอแล้วที่จะบรรยายความยิ่งใหญ่หรูหราของ'ธันเดอร์โบ๊ท'
“ไม่ต้องตีตั๋วหรอก ถ้าหากคุณมาทำงานให้ผมล่ะก็ ผมสามารถให้คุณขึ้นเรือฟรีๆ ได้”
“เอ๋...จริงเหรอคะ”
“จริงครับ เพียงแต่คุณต้องแสดงให้เห็นว่าคุณมีความสามารถด้านพันธ์สัตว์ทะเลจริงๆ”
“หืม...แสดงว่าคุณคงกำลังถึงขั้นตอนทำอควาเรียมแล้วสินะคะ”
“ใช่ครับ ผมยังขาดคนมีความรู้ความสามารถในด้านนี้ และคุณก็เป็นหนึ่งในคนที่ผมรู้จัก เลยหวังว่าคุณจะเข้าร่วมกับผม แต่...ต้องผ่านการทดสอบซะก่อน”
เรื่องนี้อาศัยหน้าตาอย่างเดียวไม่ได้ เพราะต้องไม่ลืมว่ามันคือการเลี้ยงปลาหลายสายพันธุ์บนเรือสำราญ แถมยังเป็นอควาเรียมขนาดใหญ่ ยิ่งใหญ่กว่าทุกที่ในประเทศก็ว่าได้
“ฉันรับปากว่าจะทำให้ดีที่สุด เพราะฉะนั้นคุณรอดูผลงานได้เลยค่ะ!” ลลิชเป็นถึงศาสตราจารย์มหาลัยเถาว์องุ่น ความรู้ความสามารถไม่ธรรมดา แต่กระนั้นนี่คือโปรเจคใหญ่ เจมส์ต้องมองหาคนหลายๆ คนเป็นทางเลือก
หลังคุยกับเธอได้ครู่หนึ่งช่างก็เดินทางมาถึง ดูเหมือนว่ารถจะเสียหายหนักเลยต้องนำเข้าศูนย์ เจมส์เลยอาสาไปส่งที่มหาลัย
มหาลัยเถาว์องุ่นถือว่ามีชื่อเสียงมากในพัทยากลาง มันตั้งใกล้กับห้างสรรพสินค้าเซ็นตร้า รถตรงถนนช่วงนี้จึงค่อนข้างติด และถ้าหากฝนตกละก็น้ำจะท่วมขัง รถโหลดเตี้ยจึงไม่เหมาะกับสภาพถนนเท่าไหร่นัก
มีใครหลายคนเห็นลลิซลงมาจากรถหรูต่างก็ซุบซิบนินทา ว่าอาจจะเป็นแฟนหรือเสี่ยทรงอิทธิพล แต่กระนั้นเธอกลับทำหูทวนลม เพราะในหัวมัวแต่คิดถึงงานที่ได้รับมอบหมาย
ส่งศาตราจารย์เสร็จเจมส์เดินทางไปที่บริษัท Animation kid
“โทน งานตัดต่อเป็นยังไงบ้าง” เขานั่งลงบนโต๊ะประธานที่นานครั้งจะเข้ามาแล้วยิงคำถาม
โทน หุ่นยนต์แบนเนอร์ซึ่งอยู่ในชุดชมพูพริ้งกล่าว “กำลังเร่งงานค่ะ นี่เป็นส่วนหนึ่งของงาน เจ้านายลองดูสิคะ”
วิดิโอที่ถูกตัดต่อภาพได้ครึ่งหนึ่งถูกส่งขึ้นจอ นี่คืองานภาพของผู้กำกับเอ็กซ์ แสงสีเป็นไปได้เยี่ยม ดาราสาวเองก็เช่นกัน โดยเฉพาะปิ่นและปุยฝ้าย พวกเธอเหมาะกับธีมในพระราชวังน้ำแข็งมาก
เห็นเจมส์ยังเงียบอยู่ โทนกล่าวว่า “เจ้านายคะ ฉันมีบทนิทานของเจ้าหญิงหิมะ เธอมีชื่อว่าเอลดอร์กับน้องสาวแซนดี้ ทั้งคู่เป็นเจ้าหญิงอาณาจักรมนตรา คนน้องมีความสามารถน้ำแข็งส่วนคนพี่มีความสามารถเปลวไฟ ภายหลังน้องสาวถูกขับไล่ออกจากอาณาจักรเพราะถูกพี่สาวกล่าวหาว่าใช้มนต์ดำของสัตว์ปีศาจ”
“น่าสนใจ เล่าต่อสิ”
“ค่ะ หลังจากนั้นแซนดี้ก็ต้องออกจากอาณาจักร ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เธอเพราะถูกมองว่าใช้มนต์ดำซึ่งเป็นสิ่งต้องห้ามในอาณาจักรมนตรา แซนดี้เดินเข้าไปในป่าลึกพบเข้ากับทหารม้า 10 นายที่กำลังสู้กับปีศาจร้าย โดยพวกเขาได้ปกป้องชายหนุ่มคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในรถลากตรงกลาง เจ้าชายวิลเลียม...”
“ทหารไม่สามารถสู้กับปีศาจได้ พวกเขากำลังเสียท่าและเจ้าชายก็ตกอยู่ในอันตราย แซนดี้จึงได้ยื่นมือเข้าไปช่วย เจ้าชายชื่นชมในความกล้าหาญของเธอและตกหลุมรักเธอ ตั้งแต่นั้นมาเขาก็มอบตำแหน่งราชินีอาณาจักรสีเงินให้กับแซนดี้...”
“ทั้งคู่ใช้ช่วงเวลาแสนหวานอยู่ด้วยกัน กระทั่งมีข่าวลือว่าเจ้าหญิงอาณาจักรมนตราเอลดอล์ได้สังหารพระบิดาและคร่าชีวิตประชาชนเพื่อบูชาปีศาจ แซนดี้ในฐานะน้องสาวแถมยังเป็นคนจากอาณาจักรมนตราจึงไม่อาจอยู่เฉย เธอไปที่นั่นเพื่อช่วยอาณาจักร สู้กับเจ้าหญิงแห่งเพลิง หลังจากการต่อสู้ครั้งนั้นครึ่งหนึ่งของอาณาจักรมนตราได้กลายเป็นพระราชวังน้ำแข็ง ฉันเลยคิดว่า...เรื่องนี้น่าจะใช้ฉากหลังเป็นวังน้ำแข็งบนเรือ'ธันเดอร์โบ๊ท'ได้”
เจมส์ย่อยข้อมูลครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าวไปว่า “เนื้อเรื่องไม่ซับซ้อน เป็นการต่อสู้ระหว่างเจ้าหญิงสองคนที่มีพลังวิเศษ เรื่องนี้สามารถขายได้ เด็กๆ น่าจะชอบ นอกจากนั้นทางต่างประเทศเองก็เช่นกัน”
“ใช่ค่ะ หลังจากสำรวจตลาดมาได้ระยะหนึ่ง ผู้บริโภคมักจะชื่นชอบอะไรที่มีความสดใสเช่นเจ้าหญิง สัตว์วิเศษ และเนื้อหาก็ไม่ซับซ้อนมาก เหมาะให้เด็กดูและผู้ใหญ่ก็ดูได้ และถ้าหากเจ้านายอนุมัติโปรเจคนี้ คาดว่าในไทยคงทำเงินไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท!”