ตอนที่ 52 ทำไมผมต้องยกโทษให้คุณด้วย?
หวังกั๋วหัวเงยหน้าขึ้นพบหลินเยี่ยยืนตรงหน้าราวกับภูเขาลูกใหญ่ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและกระหายเลือด
หวังกั๋วหัวตกใจเป็นอย่างมากก่อนจะเดินถอยหลังหลบไปหลายก้าว
“คุณรู้ไหมว่าผมจะจบเรื่องนี้ยังไง?” หลินเยี่ยถามอย่างเฉยชา รัศมีแห่งการสังหารเคลื่อนไหวแผ่วเบาในหัวใจเขา
"ไว้ชีวิตฉันด้วย"
หวังกั๋วหัวอ่อนแรงพลันคุกเข่าลงอ้อนวอน “ฉันผิดไปแล้ว จะไม่ทำอีกแล้ว ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วย ฉันจะสั่งคนให้เอาหยกมาให้ตอนนี้เลย”
“ผมให้โอกาสแล้ว แต่คุณกลับไม่คว้าไว้ ฉะนั้นก็อย่าโทษที่ผมหยาบคาย” หลินเยี่ยกล่าวพร้อมคว้าแขนเสื้อหวังกั๋วหัวแล้วบีบ
“กร็อบ” เสียงกระดูกหักดังลั่น
"อ๊า…"
หวังกั๋วหัวกรีดร้องอย่างเจ็บปวดราวกับหมูโดนเชือด หลินเหม่ยชินใจสั่นด้วยความกลัวเมื่อได้ยินเสียงโอดครวญนั้น
หลินเยี่ยหักแขนหวังกั๋วหัวพร้อมพูดอย่างเย็นชา “ต่อไปผมจะหักแขนและขาข้างที่เหลือ”
"อย่า…"
หวังกั๋วหัวคุกเข่าอ้อนวอนโดยไม่สนใจความเจ็บปวด “ฉันผิดไปแล้ว ผิดไปแล้วจริง ๆ โปรดยกโทษและปล่อยฉันไป”
“ทำไมผมต้องยกโทษให้คุณด้วย?”
“แลกกับหยกก็ได้ ฉันจะให้หยกมูลค่าห้าล้านแลกกับขาและแขนของฉัน ได้โปรดปล่อยฉันไปเถอะ”
“ก่อนหน้านี้ก็บอกห้าล้าน ตอนนี้คงต้องขึ้นราคาซะหน่อย”
“งั้น... ฉันให้เลยสิบล้าน ขอแค่นายไว้ชีวิตฉัน” หวังกั๋วหัวกล่าวพร้อมก้มหัวลงอ้อนวอน
เขาเป็นนักธุรกิจจึงสามารถใช้เงินแก้ปัญหาได้
ไม่มีเงินยังหาเพิ่มได้ แต่หากมือและเท้าถูกทำลายเขาคงกลายเป็นคนไร้ประโยชน์
“ตกลง ผมจะให้โอกาสอีกครั้ง หากยังเล่นตุกติก ผมตัดหัวคุณแน่”
“อย่าเลย ฉันไม่กล้าเล่นตุกติกอะไรแล้ว” หวังกั๋วหัวกล่าวอย่างจริงจังด้วยความกลัว
นี่คือครั้งแรงที่เขาได้เห็นปรมาจารย์ผู้แกร่งกล้าอย่างหลินเยี่ย แค่คิดก็ทำให้ขนหัวลุกอย่างบอกไม่ถูก
“เลิกพล่ามและให้คนส่งหยกหนึ่งพันห้าร้อยชิ้นมาให้ผมยังภูเขาเทียนหูโดยเร็วที่สุด” หลินเยี่ยสั่งอย่างเย็นชา
“ได้ ๆ ฉันจะสั่งลูกน้องให้” หวังกั๋วหัวกล่าวก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างสั่นเทาพร้อมกดโทรหาลูกน้อง
เขาสั่งลูกน้องให้นำหยกหนึ่งพันหาร้อยชิ้นมามอบให้หลินเยี่ย ณ ภูเขาเทียนหูโดยเร็วที่สุด
ลูกน้องรับคำสั่งและนำหยกมายังภูเขาเทียนหูภายในเวลาครึ่งชั่วโมง
หวังกั๋วหัววางสายพร้อทรายงานต่อหลินเยี่ยอย่างขมขื่น “หยกถูกนำส่งถึงภูเขาเทียนหูแล้ว ไปดูสิ”
“โอเค ออกไปได้แล้ว” เมื่อรู้ว่าหยกมาถึงแล้ว หลินเยี่ยโบกมือไล่หวังกั๋วหัวทันที
“ครับ ๆ จะออกไปเดี๋ยวนี้เลย” หวังกั๋วหัววิ่งหนีออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมแขนที่บาดเจ็บ
เขาไม่เคยเห็นใครโหดร้ายเหมือนหลินเยี่ยมาก่อน หวังกั๋วหัวได้แต่ภาวนาในใจว่าอย่าให้พบเขาอีก
หลังจากที่หวังกั๋วกัวจากไป เหล่าอันธพาลต่างวิ่งหนีตายเช่นกัน ห้องอาหารสงบลงอย่างรวดเร็ว
หลินเหม่ยชินถามด้วยความกังวล “คุณแน่ใจเหรอว่าหยกถูกส่งไปยังภูเขาเทียนหูแล้วจริง ๆ ไม่คิดว่าเป็นอุบายของหวังกั๋วหัวเหรอ?”
“ใจเย็น ๆ ต่อให้มีอุบายนับพัน เขาก็ไม่กล้าเล่นตุกติกกับผมหรอก” หลินเยี่ยกล่าวอย่างมั่นใจ
“มั่นใจขนาดนั้นเลย?”
"แน่นอน"
"เอาล่ะ มาคอยดูกัน"
“ไปกันเถอะ!” หลินเยี่ยและหลินเหม่ยชินขับรถออกจากโรงแรมซีเจียงไปยังภูเขาเทียนหูทันที
รถบรรทุกสีขาวจอดรออยู่เชิงเขาพร้อมคนขับ เมื่อเห็นว่าหลินเยี่ยมาถึง เขากระโดดลงจากรถทันที “คุณคือหลินเยี่ยสินะครับ เถ้าแก่หวังสั่งให้ผมนำหยกมาให้”
เขาเดินไปเปิดท้ายรถทันทีที่พูดจบ
มีกล่องขนาดใหญ่สองกล่องบนรถซึ่งเต็มไปด้วยหยกชั้นดี
หยกเหล่านี้ส่วนใหญ่ถูกดัดแปลง แต่ยังมีบางส่วนที่ยังหยาบ คุณภาพสูง สีบริสุทธิ์ และลักษณะดีเยี่ยม
หยกวิญญาณจำนวนมากที่แฝงอยู่ในหยกเหล่านี้ทำให้หลินเยี่ยมีความสุข เพราะมันสามารถช่วยซ่อมแซมชัพจรวิญญาณของเขาได้
“ดูเหมือนเถ้าแกหวังจะกลัวคุณมาก ส่งหยกมาให้ตามคำขอ หยกชั้นดีซะด้วย” หลินเหม่ยชินกล่าวด้วยความตื่นเต้น
“หากเขาตุกติก ผมก็ไม่ปล่อยไว้เหมือนกัน” หลินเยี่ยกล่าวก่อนจะนำหยกสองลังลงจากรถ
หลังจากขนหยกสองลังลงจากรถจนหมด คนขับก็แล่นรถออกไปทันทีี
หลินเหม่ยชินจ้องหยกสองกล่องนั้นพร้อมถามอย่างสงสัย “คุณจะเอาหยกเยอะขนาดนี้ไปทำอะไร?”
“มันมีประโยชน์กับผม” หลินเยี่ยกล่าวพร้อมเหลือบมองนาฬิกา “นี่ก็ดึกมากแล้ว คุณไม่กลับบ้านเหรอ?”
“กลับก็ได้!” หลินเหม่ยชินพยักหน้าพร้อมพูดอย่างไม่เต็มใจ “ไว้ฉันเลี้ยงข้าวคุณวันหลังก็แล้วกัน”
เธอพูดพร้อมโบกมือก่อนจะเดินจากไป
ไม่รู้ทำไมเธอถึงชอบอยู่กับหลินเยี่ย ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าเขามีภรรยาอยู่แล้ว แต่กลับห้ามใจไม่ได้
สำหรับเธอแล้ว หากต้องการสิ่งใดก็ต้องได้สิ่งนั้น
ความเฉยเมยและเย่อหยิ่งของหลินเยี่ยกระตุ้นความสนใจของหลินเหม่ยชิน เขาเป็นผู้ชายคนแรกที่เพิกเฉยต่อเธอ
เธอเป็นคนมุ่งมั่น ยิ่งไม่สนใจ ยิ่งอยากเอาชนะ
ความคิดกล้าได้กล้าเสียเกิดขึ้นในใจของหลินเหม่ยชิน ไม่ว่ายังไงก็ต้องเอาชนะและทำให้เขาตกอยู่ในกำมือให้ได้
หลินเยี่ยไม่รู้ความคิดของหลินเหม่ยชิน เพราะเขาเพ่งความสนใจทั้งหมดไปที่การซ่อมแซมชีพจรวิญญาณเท่านั้น
หลังจากหลินเหม่ยชินกลับ หลินเยี่ยนำหยกทั้งสองกล่องขึ้นไปยังภูเขาเทียนหูและใช้หยกเหล่านั้นซ่อมแซมชีพจรวิญญาณทันที
หลังจากการซ่อมแซม ชีพจรวิญญาณค่อย ๆ ฟื้นขึ้น
หลินเยี่ยนำวงแหวนหยกสววค์ออกมาก่อนจะเริ่มฝึกอย่างบ้าคลั่ง ความช่วยเหลือของชีพจรวิญญาณแข็งแรงกว่าครั้งก่อนมาก
เขาฝึกวิชาอย่างหนักหน่วงจนไม่ได้นอน
หลังการฝึกฝนอย่างหนักตลอดทั้งคืน ในที่สุดเขาก็ประสบความสำเร็จครั้งใหญ่และสามารถบรรลุรากฐานระดับกลางขั้นต้น
สิ่งนี้ทำให้เขาดีใจมาก หากเขาฝึกฝนหนักและรวดเร็วขึ้นก็อาจทำให้สามารถบรรลุรากฐานระดับกลางขั้นสูงได้
ขณะกำลังตั้งใจฝึกวิชาอย่างหนักหน่วง หลินเยี่ยรับรู้ได้ว่ามีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้นใกล้ภูเขาเทียนหู เขาหยุดฝึกพร้อมเข้าตรวจสอบทันที
หลินเยี่ยพบว่ามีใครบางคนกำลังติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อแอบดูบ้านของตระกูลหลินอยู่
เขารีบลงจากผู้เขาพร้อมเข้าจับกุมคนกลุ่มนั้นทันที
เขาไม่ได้สอบปากคำคนเหล่านี้ แต่มอบให้เป็นหน้าที่ของตระกูลหลิน
ตระกูลหลินมีอำนาจและเป็นเจ้าแห่งธุรกิจที่ผู้คนมากมายในหยุนเฉิงต่างขุ่นเคือง ดูเหมือนว่าคนกลุ่มนี้ก็ซุ่มโจมตีพวกเขาด้วยเช่นกัน
หลินจงเทาส่งคนกลุ่มนั้นให้ลูกน้องสอบปากคำก่อนจะกล่าวขอบคุณหลินเยี่ย “เสี่ยวหลิน ขอบคุณที่ช่วยตระกูลหลินจากอันตรายครั้งนี้ ขอบคุณจริง ๆ”
“ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยครับ” หลินเยี่ยโบกมือปฏิเสธอย่างไม่สนใจ