จักรพรรดิปราชญ์บรรพกาลลี้เฟย

    ตอนที่ 50 ปราการโบราณฝูซี (2)

    "ข้าก็ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยเห็นเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน แต่ข้าเคยได้ยินบรรพบุรุษเล่าขานกันมานานแล้วว่า ที่ในเจดีย์นี้มีเสี้ยววิญญาณของจักรพรรดิกิเลน แต่ก็ไม่เคยมีใครสัมผัสได้มานับพันปีมาแล้ว เรียกได้ว่าเป็นตำนานเล่าขานกันมา" ตู้เทียนอธิบายพร้อมมองไปที่เจดีย์


    "บางทีเจ้าหนุ่มคนนี้ อาจมีสายสัมพันธ์กับท่านจักรพรรดิกิเลนก็ได้ ใครจะไปรู้ พวกเรารอดูไปก่อน" ตู้เทียนเรียกกิเลนบางส่วนออกมาเพื่อเฝ้าสังเกตการณ์


    ลี้เฟยขึ้นไปปรากฏกายตามแรงดึงของสองแสงที่ชั้นเก้าของเจดีย์แปดเหลี่ยมโบราณ เมื่อขึ้นมา ลี้เฟยไม่พบใคร แต่สิ่งที่แปลกคือบนชั้นนี้กลายเป็นป่าขนาดใหญ่มีน้ำตก จะเป็นไปได้อย่างไร ก็เห็นชัดอยู่ว่าข้าถูกดึงขึ้นมาบนชั้นนี้ ลี้เฟยสับสนแต่ก็เดินดูบริเวณรอบ ๆ และก็พบถ้ำแห่งหนึ่ง ดูสะอาด 


    "เหมือนว่าข้าจะเคยเห็นอยู่ที่ไหนกันหนอ" 

    "ใช่แล้ว ถ้ำบนยอดเขา จักรพรรดิกิเลนทอง! "ลี้เฟยคิดขึ้นมาได้ทันที


    "ดินแดนนี้มันช่างกลม วกวนให้มาเจอกันจนได้ เจ้าหนุ่มน้อย เจ้าได้รับมรดกที่ข้าเก็บไว้ให้ลูกหลานข้าครั้งอดีต เจ้าซึมซับจิตวิญญาณจากแท่นหินดำที่ข้าผนึกไว้ได้ เจ้าไม่ใช่กิเลน แต่เจ้าสามารถรับปราณกิเลนและมรดกของข้าได้ นับเป็นวาสนาของเจ้า" เศษเสี้ยวจิตวิญญาณจักรพรรดิกิเลนกล่าวขึ้นมา พร้อมร่างกิเลนสีทองสว่างไปทั่วบริเวณ แสงสว่างค่อย ๆ ลดลง กิเลนกลายร่างเป็นชายชราคนหนึ่งเดินออกมาจากปากถ้ำ


    "คารวะท่านจักรพรรดิกิเลนทอง ทำไมท่านมาอยู่ที่นี่ ท่านมิใช่อยู่ที่ถ้ำบนเขาป่าอสูร หรือข้าเข้าใจอะไรผิดไป" ลี้เฟยกล่าวถาม


    "เจ้ามีจักระมังกรฟ้าด้วยหรือนี่ เหตุใดเจ้ามีจักระของมังกรฟ้าได้" จักรพรรดิกิเลนทองสัมผัสถึงพลังภายในตัวลี้เฟย


    "ข้าเป็นบุตรของจักรพรรดิมังกรฟ้าลี้เล่าเฟยในอดีตเมื่อราวห้าพันปีมาแล้ว หากแต่โชคไม่ดี โดนน้องชายของท่านพ่อตามสังหารและยึดอำนาจในครานั้น" ลี้เฟยไม่คิดปิดบัง


    "ลี้เล่าเฟย อืม ข้าไม่รู้จัก แต่พวกเราตระกูลกิเลน ต่างเป็นมิตรกับตระกูลมังกรฟ้าในอดีตในสมัยข้าครองจักรวรรดินี้" 

    "เอาเถอะ เรื่องในอดีตสมัยข้า กับสมัยเจ้าไม่เหมือนกัน หากแต่เจ้าได้รับวาสนาจากข้าได้ ข้าจะถ่ายทอดเคล็ดวิชาที่เจ้าได้รับไป" พลังงานสายสีแดงพึ่งเข้าไปที่จุดอุณาโลมของลี้เฟย กลายเป็นตัวอักขระโบราณหมุนวน ลี้เฟยทำความเข้าใจและจดจำจากนั้นพุ่งเข้าไปสู่จุดจักระกิเลน ทันทีที่อักขระโบราณพุ่งเข้าไป แสงสีแดงหมุนวนห่อหุ้มบนอักขระโบราณเริ่มบีบตัวเล็กลงและประทับลงและฝังตัวบนจุดจักระกิเลน


    "อีกประการ เจ้าช่วยนำคัมภีร์ชุดนี้ส่งต่อให้พวกเขาได้ฝึก ถือเป็นของที่บรรพบุรุษเช่นข้าพึงให้ น่าเสียดายที่พวกเขาเหล่านั้น ไม่สามารถสัมผัสถึงตัวตนข้าได้มานานมากแล้ว" จักระพรรดิกิเลนพลันส่งชุดคัมภีร์อีกชุดให้ลี้เฟย


    "ที่ข้ารู้มา ท่านกลับไปใช้ชีวิตบั้นปลายที่ยอดเขาในป่าอสูรมิใช่หรือ เหตุใดท่านจึงทิ้งเสี้ยวจิตวิญญาณ และสั่งให้ลูกหลานท่านดูแลปราการแห่งนี้ต่อเนื่องช้านาน" ลี้เฟยมองหน้าชายชราด้านหน้าที่ถอนหายใจและมองหน้าลี้เฟย


    "มันเป็นเรื่องในอดีต ดินแดนแห่งนี้ ต่อเชื่อมกันมีผู้คนและสิ่งมีชีวิตมากมาย พวกเราอยู่ด้วยดีกันมา ทว่าเพื่อช่วยคุ้มครองช่วยเหลือพวกเขาเหล่านั้น พวกเราก็แบ่งดินแดนกันดูแลโดยจักรพรรดิทั้งสี่ จักรพรรดิมังกร จักรพรรดิเต่ามังกร จักรพรรดิหงส์ และข้าจักรพรรดิกิเลน ช่วยกันดูแลสี่ทิศของดินแดนกว้างใหญ่ ที่กลางดินแดน ซึ่งก็คือจักรวรรดิฝูซี มีจักรพรรดิมนุษย์เป็นคนดูแล"


    "ในครานั้น มีดวงดาวตกจากฟากฟ้า ร่วงหล่นลงมาทำลายหลายส่วนของดินแดน รวมถึงกลางจักรวรรดิฝูซีในเวลานั้น ผู้คนบาดเจ็บมากมาย ข้าที่อยู่ในจักรวรรดิในเวลานั้นพอดี ก็เข้ามาช่วยเหลือผู้คน ทำให้ผู้คนรอดตาย พวกเข้าเหล่านั้นรู้สึกประทับใจ และดีใจที่พวกเรามาช่วย"


    "ทว่า มีคนรัก ก็มีคนเกลียด จักรพรรดิฝูซียามนั้น หลงเชื่อคนใกล้ตัว เกรงว่าพวกเราจะเข้ามายึดอำนาจ ทหารคนสนิทจึงลอบวางยาข้าในงานเลี้ยง และแอบยกทัพไปบุกดินแดนของข้า แม้ว่าข้าจะโชคดีที่ตระกูลข้ามีวิชาคัมภีร์คลื่นปฐพีที่ช่วยกันถอนพิษได้ แต่ก็กลับมาช่วยผู้คนในปราการแห่งนี้แทบจะสายไป พวกเรากิเลนล้มตายไปมากมายเพราะความไว้ใจ และความอิจฉาริษยาของคนบางคน"


    "ข่าวนี้รู้ถึงพวกเราจักรพรรดิสหายข้า ต่างยกทัพมาบุกฝูซี และในที่สุดจักรพรรดิฝูซีก็ยอมแพ้และจักรพรรดิและทหารคนสนิทที่วางแผนถูกประหารในศึกครั้งนั้น ลูกหลานฝูซียอมรับความพ่ายแพ้และรับผิด เพราะไม่ได้รับรู้ในการกระทำของฝูซีที่ทำต่อข้า ทว่าความรู้สึกดี ๆ ของพวกเราก็จบสิ้นไปแล้ว ตั้งแต่นั้นมา พวกเราทั้งสี่จึงไม่ยุ่งเกี่ยวกับฝูซีอีกต่อไป และต่างเก็บตัวในเขตมิติของพวกเรามาตลอด"


    "หลังจากเหตุการณ์นั้น พวกเราก็ตัดขาดจากจักรวรรดิฝูซีโดยสิ้นเชิง แต่แม้เราจะตัดขาด พวกเราก็อยู่ดูแลดินแดนแห่งนี้ต่อไป ปราการแห่งนี้เป็นเมืองที่บรรพบุรุษของพวกเราร่วมสร้างมาในอดีต เพื่อความปลอดภัยของลูกหลานข้า และลูกหลานที่เหลืออยู่ในยามนั้น ก็มีลูกมีหลานสืบทอดกันมาถึงทุกวันนี้"


    "เอาละ ข้าพูดมามากมาย ในตอนนี้ ข้าจะถ่ายทอดสองวิชาสำคัญที่เจ้ายังไม่ได้รับก่อนที่พลังข้าจะอ่อนแรง" ยังไม่ทันจบคำ แสงสีแดง แสงสีทองก็พุ่งออกจากปลายนิ้วของจักรพรรดิกิเลน เข้าลี้เฟย อักขระโบราณผ่านเข้าไปในร่าง ผ่านเข้าไปที่เส้นเอ็น และกระดูก ไม่นานลี้เฟยต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด เหงื่อไหลซึมออกทั่วทั้งสรรพางกาย ความเจ็บปวดเพิ่มทวี ลี้เฟยกัดฟัน เวลาผ่านไปสองชั่วยาม ลี้เฟยรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในร่างกายที่แข็งแกร่งขึ้น เมื่อมองเข้าไปที่จุดจักระกิเลน ก็พบว่ามันขยายใหญ่ขึ้นพร้อมอักขระโบราณมากมายที่กระพริบแสงสีทองสลับกันตลอดเวลา


    "มันคือวิชาปราณเส้นเอ็น มันจะช่วยกำจัดพิษได้ถึงระดับเส้นเอ็นและกระดูก พร้อมสร้างเส้นเอ็นและกระดูกใหม่ที่แข็งแกร่งขึ้นได้" 


    "อีกอย่างแท่งทองในจักระของเจ้า มันคือเกราะกิเลน มันแข็งแกร่ง และยืดหยุ่นตามผู้ใส่ แต่ว่า เจ้าจะใช้ได้เมื่อเจ้าอยู่ระดับชั้นราชันขึ้นไป หาไม่แล้ว เจ้าจะไม่สามารถรับพลังมหาศาลของเกราะกิเลนได้" 


    "ส่วนอีกวิชาที่ข้าจะให้เจ้าฝึกฝนคือ กิเลนเวหา วิชานี้ไม่ใช่ให้เจ้าเหาะเหิน หากแต่เป็นการเคลื่อนไหวของกิเลนที่รวดเร็ว มีทั้งหมด 42 ท่า" เคล็ดวิชาส่งต่อเข้าจักระกิเลนทันที 


    ในที่สุดเวลาก็ผ่านไปสิบห้าวัน จักรพรรดิกิเลนฝึกลี้เฟยอย่างหนัก เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่ส่งต่อจะไม่สูญเปล่า และจะสามารถส่งต่อให้ลูกหลานกิเลนได้


    "ลี้เฟย ... สุดท้าย เมื่อใดในอนาคตที่เจ้าเข้าสู่พลังชั้นราชันแล้ว เจ้าช่วยนำปิ่นหยกนี้ ไปให้จักรพรรดินีหงส์แดงด้วย ข้าไม่แน่ใจว่านางจะยังคงอยู่หรือไม่ มันเป็นเรื่องที่ข้าผิดต่อนางในยามนั้น ..." ปิ่นหยกสีเขียวเหลือบแดงปรากฏในมือของลี้เฟย 


    "ช่วยบอกนางด้วยว่า ข้าเสียใจที่มีพลังไม่มากพอที่จะไปหานางได้ในครั้งนั้น" จักรพรรดิกิเลนหันมองออกไปทางเจดีย์แปดเหลี่ยมที่อยู่กลางน้ำไม่ไกลจากถ้ำ เมื่อใดที่เจ้าพร้อม เจ้านำปิ่นนี้ขึ้นไปบนเจดีย์กลางน้ำ มันจะนำเจ้าไปยังดินแดนของสหายข้าทั้งสามได้ เมื่อเจ้าเข้าไปเจ้าจะรู้เอง" กล่าวจบจักรพรรดิกิเลนก็หายไป และลี้เฟยก็หายกลับออกมาอยู่ด้านนอกของเจดีย์แปดเหลี่ยมอีกครั้งทันที


    คล้ายกับเรื่องจักรพรรดิปราชญ์บรรพกาลลี้เฟย ที่คุณอ่าน