ความสุขสงบในบ้านไม้หลังเล็กดูเหมือนจะเป็เพียง่เวลาสั้นๆ เมื่อความแค้นและความริษยาของ แม่เลี้ยงเฉิน และ หลินอวี่ มีอานุภาพมากกว่าที่ซูหว่านคิด พวกนางจ้างนักสืบเอกชนตามรอยจนพบเบาะแสของร้านขนมหวานในย่านชุมชนเก่าแห่งนี้
บ่ายวันนั้น ในขณะที่ซูหว่านกำลังจัดเรียงขนมถ้วยฟูลงในตู้กระจก และเสี่ยวเป่านั่งระบายสีอยู่บนโต๊ะเล็กๆ รถเก๋งสีขาวที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาดก็มาจอดเทียบหน้าร้าน พร้อมกับหญิงสองคนที่ก้าวลงมาด้วยท่าทางจองหอง
"อุ๊ยตาย! นึกว่าใครที่ไหน ที่แท้ก็นังลูกตัวดี มาแอบเปิดรูหนูขายขนมกระจอกๆ อยู่ที่นี่เองเหรอ" เสียงแหลมปรี๊ดของแม่เลี้ยงเฉินดังขึ้น ทำเอาซูหว่านมือสั่นจนฝาครอบขนมเกือบหล่น
"พวกคุณมาที่นี่ทำไม!" ซูหว่านรีบก้าวออกมาบังเสี่ยวเป่าไว้ข้างหลัง สัญชาตญาณความเป็แม่ตื่นตัวเต็มที่
"มาดูให้เห็นกับตาน่ะสิว่าแกมีปัญญาอยู่ดีกินดีแค่ไหน" หลินอวี่กวาดสายตามองร้านด้วยความดูถูก "พี่ซูหว่านคะ... พี่นี่เก่งจริงๆ นะคะ ขนาดหนีออกจากบ้านมายังมาเสนอหน้าอยู่ใกล้ๆ คอนโดของพี่มู่เฉิงอีก คิดจะอ่อยเขาให้ได้เลยใช่ไหม!"
การคุกคามที่ไร้ความปรานี
แม่เลี้ยงเฉินไม่พูดเปล่า นางก้าวเข้ามาในร้านแล้วจงใจใช้กระเป๋าแบรนด์เนมปัดถาดขนมบนเคาน์เตอร์จนตกลงพื้นกระจายเกลื่อน "อุ๊ย! มือไม้อ่อนไปหน่อย พอดีเห็นของสกปรกๆ แล้วมันรู้สึกทนไม่ได้น่ะ"
"หยุดนะ! ออกไปจากร้านของฉันเดี๋ยวนี้!" ซูหว่านตวาดด้วยความโกรธจัด
"ร้านของแกเหรอ? เงินที่แกเอามาซื้อบ้านหลังนี้มันก็เงินของตระกูลหลินทั้งนั้น!" หลินอวี่ก้าวเข้ามาจิกแขนซูหว่าน "คืนเงินมาให้หมด แล้วไสหัวออกไปจากเมืองนี้ซะ อย่าให้ฉันเห็นแกไปอ่อยพี่มู่เฉิงอีก ไม่อย่างนั้นอย่าหาว่าฉันไม่เตือน!"
ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังรุมทึ้งซูหว่าน หนูน้อยเสี่ยวเป่าที่นั่งตัวสั่นอยู่เื้ัก็เริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า แต่ความกลัวนั้นกำลังถูกแทนที่ด้วยความโกรธที่พุ่งขึ้นสูงอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
'ยัยแม่มดใจร้าย! ทำร้ายแม่จ๋า ทำขนมแม่จ๋าพัง... เสี่ยวเป่าไม่ยอม! ขอให้พวกคนนิสัยไม่ดีโดนของที่ตัวเองทำกลับไปหาตัวเองเดี๋ยวนี้เลย!'
พรแห่งการตอบโต้: ความโกลาหลในร้านขนม
ทันทีที่เสี่ยวเป่านึกอธิษฐาน ดวงตาของเธอเปล่งประกายสีทองเข้มข้นขึ้นชั่วขณะ
ทันใดนั้นเอง! แม่เลี้ยงเฉินที่กำลังจะเอื้อมมือไปตบหน้าซูหว่าน กลับเสียหลักอย่างประหลาด ร่างของนางหมุนคว้างเหมือนถูกใครผลัก ก่อนจะเซถลาไปหน้าคะมำลงบนถาดขนมเปียกปูนสดที่วางไว้บนโต๊ะ หน้าของนางจมลงไปในกะทิและน้ำใบเตยจนเขียวไปทั้งแถบ!
"ว้ายยย! หน้าฉัน! ตาฉัน!" แม่เลี้ยงเฉินร้องลั่นพลางตะเกียกตะกายขึ้นมา แต่พื้นกระเบื้องที่เคยแห้งสนิทกลับกลายเป็ลื่นราวกับทาด้วยน้ำมัน
หลินอวี่จะเข้าไปช่วยแม่ แต่จู่ๆ กระเป๋าแบรนด์เนมในมือของนางก็สายขาดออกเอง เครื่องสำอางและของมีค่าร่วงกระจายลงพื้น และที่น่าใที่สุดคือ... มีฝูงผึ้งมาจากไหนไม่รู้ บินตรงเข้ามารุมล้อมรอบตัวหลินอวี่เพียงคนเดียว!
"ว้าย! ผึ้ง! ช่วยด้วย! มันจะต่อยหน้าหนู!" หลินอวี่กรีดร้องพลางวิ่งพล่านไปทั่วร้านชนโน่นชนนี่จนสภาพดูไม่ได้
การขับไล่และคำอาฆาต
ซูหว่านมองภาพตรงหน้าด้วยความตะลึง เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ความโกลาหลนี้ทำให้ตัวร้ายทั้งสองต้องถอยร่นออกไปที่รถอย่างทุลักทุเล
"ฝากไว้ก่อนเถอะนังซูหว่าน! แกเล่นของใช่ไหม! ฉันจะกลับมาจัดการแกให้หนักกว่านี้!" แม่เลี้ยงเฉินะโด่าพลางปาดน้ำกะทิออกจากหน้าขณะที่รถแล่นออกไปอย่างรีบร้อน
เมื่อทุกอย่างสงบลง ซูหว่านรีบเข้าไปกอดเสี่ยวเป่าไว้แน่น "เสี่ยวเป่า ไม่เป็ไรนะลูก แม่ไม่อยู่ตรงนี้แล้ว"
เสี่ยวเป่าซบหน้าลงกับอกแม่ "แม่จ๋า... พวกเขาจะไม่กลับมาแกล้งแม่แล้วใช่ไหมจ๊ะ?"
ซูหว่านไม่ได้ตอบ แต่ในใจของเธอเต็มไปด้วยความกังวล เธอรู้ดีว่าคนอย่างแม่เลี้ยงเฉินไม่จบแค่นี้แน่ และสิ่งที่เธอกลัวที่สุดคือ... ถ้ามู่เฉิงรู้เื่ความวุ่นวายนี้ เขาจะเข้ามาแทรกแซง และความลับเื่เสี่ยวเป่าอาจจะแตกในที่สุด
เบาะแสที่มู่เฉิงได้รับ
ในเวลาเดียวกัน มู่เฉิงที่กำลังนั่งอยู่ในห้องทำงานที่บริษัท ได้รับรายงานจากเลขาฉินที่คอยเฝ้าร้านขนมอยู่ห่างๆ
"ท่านประธานครับ มีเื่ด่วนครับ... เมื่อสักครู่คนจากตระกูลหลินบุกไปที่ร้านขนมหวานของเธอกะทันหัน ดูเหมือนจะมีการปะทะกันด้วยครับ"
มู่เฉิงลุกขึ้นยืนทันทีจนเก้าอี้กระเด็น "ตระกูลหลินงั้นเหรอ? พวกนั้นกล้าดียังไงไปยุ่งกับคนของฉัน!"
เขากำหมัดแน่น ความสงสัยที่ว่าซูหว่านคือคนในตระกูลหลินได้รับการยืนยันเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์แล้ว "เตรียมรถ! ฉันจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้ และเลขาฉิน... สั่งคนไปจับตาดูตระกูลหลินไว้ ถ้าพวกนั้นเคลื่อนไหวอีกแม้แต่นิดเดียว ให้จัดการตัดความช่วยเหลือทางการเงินทั้งหมดทันที!"
มู่เฉิงพุ่งตัวออกจากห้องทำงานด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่ม... 'ซูหว่าน... เสี่ยวเป่า... รอผมก่อนนะ อย่าเป็อะไรไปเด็ดขาด'