Pioneer Era

    ตอนที่ 132 ไล่ล่า (3)

    ***ภูติน้อยที่มีความรัก [ลิลลี่ออฟซิเดียน]

    “ยานหุ้มเกราะปราบจราจลนี่ดอง! ”

    เจอของแบบนี้จะให้เอาอะไรไปสู้กันละดอง!

    “ทางนี้ก็แค่ภูติตัวน้อยตาดำ ๆ น่ารักน่าหยิกคนหนึ่งเท่านั้นเองนะ! ถึงกับต้องใช้ยานหุ้มเกราะเลยหรือดอง!? ”

    “ภูติน้อยตาดำ ๆ ที่สามารถเสกเสาลำแสงถล่มเมืองได้เนี่ยนะ? ”

    อีโฮป! ตบมุขแบบนี้ฉันไม่ยอมให้ผ่านนะดอง!



    “ทุกคน ยึดตัวเองให้ดี”

    “แว๊ก!? ”

    รถของพวกเราถูกขับดริฟเข้าโค้งอย่างรุนแรงด้วยความเร็วระดับ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    พร้อมกันนั้น ปืนอัดอากาศที่ติดอยู่ใต้ยานเจ้าปลากระเบนก็เริ่มส่งเสียงดังรัวขึ้นมา

    ถนนที่พวกเรากำลังวิ่งผ่าน ถูกแรงอัดของกระสุนอากาศกระแทกจนยุบเป็นหลุมลึกลงไปมากกว่าสี่เมตร

    และหลุมขนาดสี่เมตรที่ว่านั้น กำลังผุดขึ้นไปทั่วทุกมุมถนนรอบคันรถของเราดั่งดอกเห็ดที่กระจายตัวอยู่ในผืนป่า



    แต่ไม่มีนัดไหนเลยที่สามารถยิงโดนพวกเราได้

    “วะ ฮะ ฮะ ฮะ! ถ้าคิดว่ายิงโดนได้ก็ยิงมาเลย! ”

    แถมการโจมตีที่บ้าคลั่งนี้ ยังดูเหมือนจะไปกระตุ้นต่อมบางอย่างของไฮเจนเสียด้วย~ ดอง~

    “โจมตีกลับดีไหมดอง? ”

    “เห็นด้วยเจ้าค่ะ”

    “ฉันก็เห็นด้วยค่ะ”

    พวกเราสามคน ฉัน เอท พรุน ต่างหันกลับไปเผชิญหน้ากับยานหุ้มเกราะปลากระเบนที่บินไล่ตามหลัง

    อีกประมาณห้านาที พวกเราน่าจะไปถึงใจกลางเมือง

    ที่นั่นเองก็น่าจะมีเจ้าหน้าที่ของฝ่ายศัตรูเฝ้าระวังเอาไว้อยู่

    เพื่อไม่ให้วุ่นวายไปมากกว่านี้ พวกเราจึงต้องจัดการยานหุ้มเกราะลงตรงนี้ให้ได้เสียก่อน

    “ลุยเลยดอง! ”

    “โอ๊ววววว! ”



    “ก่อนอื่นต้องขอเพิ่มวิสัยทัศย์เพื่อการโจมตี”

    พรุนใช้ดาบควายสีดำฝ่าครึ่งตามขวางของตู้คอนเทเนอร์ เพื่อขยายพื้นที่ให้กับพวกเรา

    “สล็อต ฝากเรื่องบาเรียด้วยเจ้าค่ะ”

    “ZZzz”

    ถึงจะดูเหมือนว่ากำลังนอนหลับ แต่รถของพวกเราก็เริ่มถูกหุ้มด้วยม่านสีแดงบาง ๆ เอาไว้

    “แฟต สลับตำแหน่งกับโฮปหน่อยค่ะ”

    “ได้ค่ะ”

    ส่วนแฟตนั้น ให้ไปสลับตำแหน่งกับโฮปเพื่อเสริมแนวโจมตีตรงนี้

    ส่วนเจ้ามังกรขี้เรื้อน พวกเราให้มันเลื้อยมารัดตัวพวกเรากับตัวรถเอาไว้ เพื่อไม่ให้กระเด็นตกลงไปเพราะแรงเหวี่ยงจากการขับรถของไฮเจน

    และต้องไม่ลืมการเตรียมการสุดท้าย

    “จาวิส ขอเพลงหน่อย เอามัน ๆ ไปเลยดอง! ”

    “ได้ค่ะ! ”

    นั่นคือการเปิดเพลงเร้าอารมณ์ให้เสมือนกับกำลังต่อสู้กับบอสประจำฉากนั่นเอง!



    ***



    เสียงเพลงบรรเลงออเคสตร้าดังขับขานก้องใบหู

    นักรบทั้งสี่คนยืนตั้งมั่นพร้อมอาวุธคู่กาย แล้วหันหน้าเผชิญอสูรโลหะปลากระเบนบนฟากฟ้า

    ทิวทัศน์รอบข้างเคลื่อนไหวผ่านข้างกายอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นดั่งเส้นแสง

    สายลมอันเย็นเฉียบพุ่งเข้ากรีดปะทะใบหน้าประหนึ่งคมมีด



    “ข้าน้อยขอเปิดฉากก่อนเจ้าค่ะ! ”

    “ผมด้วย! ”

    สตรีกระต่ายดำกับบุรุษหนุ่มเริ่มสาดกระสุนเม็ดถั่วขึ้นท้องฟ้า

    อาวุธรังสีรูปร่างกระบี่กับมีดพร้า เริ่มแผดเผาพลังงานจากร่างกายของผู้ครอบครอง แล้วกลั่นออกมาเป็นแสงความร้อนจำนวนมากดั่งห่าฝน

    ทว่ากระสุนนับร้อยเหล่านั้น กลับถูกม่านบาเรียดูดกลืนเข้าไป ประหนึ่งดั่งหยดน้ำที่ตกลงบนผิวของฟองน้ำเช่นนั้น



    “ยิงต่อไป! ”

    “ยิง ยิง ยิง! ”

    แต่ทว่าพวกเขาก็ยังยิงต่อไปไม่ยอมแพ้

    พลังงานรังสีจำนวนมากที่ถูกม่านบาเรียดูดซับเข้าไป ได้ถูกสะสมกลายเป็นพลังงานจำนวนมากให้กับยานปลากระเบน

    พลังงานที่สะสมเหล่านั้น ถูกนำมาขับเคลื่อนตัวยานและปืนอัดอากาศ หันมาย้อนศรโจมตีใส่พวกเขา

    เวลานั้น กระสุนอัดอากาศที่ยิงปูพรมได้หยุดลงชั่วขณะ

    มันใช้เวลาที่หยุดยิง รวบรวมมวลอากาศจำนวนมากเข้าไปในรังเพลิง แล้วปลดปล่อยมันออกมาดั่งหัวกระสุนปืนใหญ่ขนาด 280 มิลลิเมตร

    กระสุนอากาศที่ทรงพลัง พุ่งแหวกอากาศจนแยกออกเป็นสองสาย มุ่งตรงออกไปพร้อมกับเงาของยมทูตแห่งความตาย

    แต่ราวกับรับรู้ได้ถึงอนาคต เป้าหมายที่ควรถูกบดขยี้เป็นเศษเหล็ก กลับสามารถหักหลบออกข้างได้ทันเวลาในระยะที่แทบจะเรียกได้ว่าเฉียดเพียงปลายจมูกเท่านั้น



    “จังหวะนี้แหละค่ะลี่! ”

    “อืม! ”

    พริบตาที่ยานปลากระเบนใช้การโจมตีชุดใหญ่ออกมา คือช่วงจังหวะเดียวกับที่ม่านแสงบาเรียจางลงจนเห็นได้ชัด

    สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น มันก็เพราะพลังงานจำนวนมากถูกนำไปใช้กับการยิงลูกปืนใหญ่อัดอากาศ เลยทำให้ม่านบาเรียชั้นนอกหายไปชั่วขณะ

    มันคือโอกาสของพวกเธอที่จะโจมตีสวนกลับ!

    สตรีเผ่ายักษ์คำรามเสียงดังลั่น พร้อมกับเหวี่ยงดาบโจมตีออกไป

    คลื่นดาบน้ำแข็งขนาดสามเมตรถูกฟาดฟันออกไปในอากาศอย่างรุนแรง

    ผนึกน้ำแข็งนั้น มีความคมในระดับที่สามารถเฉือนได้แม้แต่เหล็กกล้าที่ใช้หุ้มรถถัง

    ในเวลาเดียวกัน ภูติน้อยก็ใช้ปืนรังสีในมือ ยิ่งมันออกไปพร้อมกับใช้พลังเวทเสริมความแรงให้มัน จนกลายเป็นลำแสงทำลายล้างสีขาวสุกสว่าง



    *เปรี๊ยง! *

    แต่เพียงแค่หนึ่งวินาที บาเรียชั้นนอกก็กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว

    การโจมตีของสองสาวไม่เร็วพอที่จะเจาะบาเรียเข้าไปถึงผิวยานข้างในได้

    “ชิ! แบบนี้ก็ไม่มีทางทำลายมันได้เลยนะสิ! ”

    “ทุกคน ยึดที่ยืนให้มั่นค่ะ! ”

    เป็นอีกครั้งที่พวกเขาถูกโจมตีแบบปูพรมใส่

    คราวนี้มันสาดกระสุนมากกว่าเดิมถึงสามเท่า ยิงดักเส้นทางหลบหลีกล่วงหน้าทุกตารางนิ้ว จนทำให้ไฮเจนไม่สามารถหลีกหนีได้อีกต่อไป



    กระสุนอากาศจำนวนมากกระทบผิวบาเรียสีแดงของสล็อต

    “อึ๊ก…”

    ผลจากการที่ต้องตั้งรับติดต่อกัน เริ่มทำให้สล็อตตื่นขึ้นจากนิทรา

    เธอลมตาตื่น แล้วจับจ้องไปที่ยานของศัตรูพร้อมกับหางที่ฟูฟ่องตั้งชันขึ้นมา

    พริบตานั้นเองที่พลังบาเรียสีแดงดูแข็งแกร่งขึ้นมาทันตาเห็น

    กระสุนอากาศที่ตกกระทบผิวของบาเรีย ทำได้เพียงแค่บรรเลงเป็นเสียงดนตรีอย่างเป็นจังหวะบนผิวของบาเรียเท่านั้น

    แต่ถ้าเอาแต่ตั้งรับเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานสล็อตคงได้หมดแรงกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกคราแน่

    พวกเขาจะถูกบดขยี้กลายเป็นเศษเนื้อเมื่อไหร มันขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว



    “...ฉันมีแผนค่ะ”

    แต่พวกเขายังไม่ถึงขั้นไร้สิ้นซึ่งความหวัง

    “รบกวนคุณลิลลี่ช่วยสร้างม่านสีดำ จะเป็นผ้าหรืออะไรก็ได้ค่ะ ขอผืนใหญ่ ๆ ทน ๆ แล้วเอาไปคลุมกับยานลำนั้นทีค่ะ”

    “ผ้า? ของแบบนั้นจะล้มยานหุ้มเกราะได้ยังไงกันดอง? ”

    “จุดประสงค์มิใช่การทำลายโดยตรงค่ะ"

    “อืม? ”

    ถึงจะสงสัยในแผนการ แต่ปีกภูติของเธอก็เริ่มเรืองแสงเพื่อใช้ต่อกรกับศัตรูตามแผนการ



    ถนนที่ทอดยาวตรงไปสู่ที่ทำการรัฐบาล ได้กลายเป็นสนามชิ่งชัยแห่งความเร็วระหว่างผู้ล่ากับผู้ถูกล่า

    แสงอาทิตย์อัสดงที่สาดส่อง ได้ย้อมถนนนั้นให้กลายเป็นถนนสีแดงฉาน ราวกับจะเพิ่มสีสันให้กับการไล่ล่านั้นดูร้อนแรงยิ่งขึ้น

    วัตถุทั้งสองที่ขับเคี่ยวกันและกัน ได้กลายเป็นจุดสนใจของชาวบ้านตามเสียงอึกทึกที่ดังเสียดแก้วหู

    ภาพที่พวกเขาเห็นนั้น คือปีศาจปลากระเบนขนาดใหญ่สีเงินที่โบยบินบนท้องฟ้า กับรถบรรทุกที่มีสภาพทรุดโทรมเปรอะเปื้อน

    เจ้าปลากระเบนนั้นยิงปูพรมถล่มใส่ด้วยปืนอัดกาศ เปลี่ยนพื้นถนนผิวเรียบให้กลายเป็นหลุมบ่อลึกจำนวนมาก

    ยิงถล่มอย่างดุเดือด จนเศษปูนปลิวว่อน อีกทั้งยังมีเปลวไฟลุกโชนจากการระเบิดของท่อเชื้อเพลิงที่ฝั่งเอาไว้

    แต่ทว่ารถบรรทุกคันนั้นกลับวิ่งทะลวงฝ่าดงกระสุน ทะลวงผ่านเศษปูนขนาดใหญ่ที่ปลิวกระเด็นเข้าใส่ ทะลุผ่านม่านระเบิดเพลิงโดยไม่เกรงกลัวต่อภัยอันตรายเหล่านั้น



    ในตอนนั้นเอง ที่ฝ่ายผู้ถูกล่าเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง

    มันเริ่มปลดปล่อยบางสิ่งออกมา

    สิ่งนั้นมันคือควันสีดำ

    เป็นควันสีดำที่หนาทึบ

    หนาทึบ… จนทำให้โลกบริเวณนั้นกลายเป็นโลกที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง

    มันแผ่ขยายออกกว้าง เข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว กลืนกินผู้ล่ากับผู้ถูกล่าเข้าไปในโลกที่ไร้แสงนั้น

    พวกมันต่างจมหายลึกไปในความมืดด้วยกันทั้งคู่



    ท่ามความมืดที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง... ดวงตาได้กลายเป็นสิ่งไร้ค่าไปเสียสิ้น

    ฝ่ายผู้ถูกล่า ได้หันไปพึ่งหู จมูก และสัมผัสของสัญชาตญาณในการมองเห็น

    ส่วนฝ่ายผู้ล่า ได้หันไปพึ่งระบบจักรกล ใช้คลื่นแม่เหล็กตรวจจับการสะท้อน เพื่อค้นห้าเหยื่อของมัน

    ท่ามกลางเสียงสะท้อนที่กู่ก้อง มันได้ค้นพบเหยื่อที่กำลังวิ่งเบี่ยงขวาออกมาจนแทบชิดริมถนน

    เจ้าปลากระเบนไม่รอช้า รีบหักยานไล่ตาม พร้อมกับเล็งปรับตำแหน่งรังเพลิงให้เบ้นเป้าไปสูเป้าหมายที่น่าสงสาร

    “คิดว่าจะใช้ม่ายควันอำพรางกายได้หรือ? ช่างโง่เขลายิ่งนัก”

    นั่นคือสิ่งที่ผู้ล่าคิดเอาไว้



    แต่ในตอนนั้นเอง

    [ระวังสิ่งกีดขวางข้างหน้า]

    ที่ระบบเตือนภัยได้ดังกู่ก้องขึ้นจากภายในตัวของปลากระเบนเอง

    พริบตาที่คิดว่าจะได้ล่าเหยื่อ กลับกลายเป็นตัวเองที่ตกลงสู่ร่างแห่กับดักของศัตรู

    ยานปลากระเบนได้วิ่งเข้ากระแทกกับบางสิ่งอย่างรุนแรงใจกลางอากาศ

    พวกเขาพยายามหักหลบแล้ว แต่ไม่อาจหักหลบได้ทันเวลาเพราะความเร็วของตัวเอง



    สิ่งที่พวกเขาพุ่งเข้าชนคือต้นไม้อากาศที่ปลูกเรียงรายขนานเคียงคู่ไปกับถนนหลักนั่นเอง

    ต้นไม้ที่ถูกปลูกลงบนกระถางระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงขนาดไม่ต่ำกว่าสามเมตรเหล่านั้น ได้ถูกยานหุ้มเกราะบดขยี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยประหนึ่งช้างพุ่งเข้าชนมดตัวจ๊อย

    แต่ด้วยความเร็วที่บินมา จึงทำให้เสมือนหนึ่งภูเขาหัวคว่ำที่มีรากฐานอันเปราะบาง

    เพียงแค่มีลมมาพัดกระทบเบา ๆ มันก็พร้อมที่จะเสียศูนย์และพังทลายลงมาได้



    ยานที่บินมาด้วยความเร็วระดับ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้เสียศูนย์และควงสว่านกลางอากาศอย่างควบคุมทิศทางไม่ได้

    ต้นไม้ถูกหักโค่นไปถึงสี่ต้น

    เสาไฟฟ้าถูกโค่นลงไปมากกว่าสิบต้น

    และจบลงด้วยการไถลไปตามพื้นคอนกรีตที่แข็งกร้าวอีกมากกว่าห้าสิบเมตร

    ริมกั้นถนนเหล็กถูกเจ้าปลากระเบนฉีกกระชากม้วนเป็นวงประหนึ่งเศษกระดาษ

    เครื่องสร้างบาเรียที่ติดตรงปลายปีกเริ่มส่องแสงสีแดงลุกวาว พร้อมกับปล่อยไอร้อนระบายออกมาอย่างบ้าคลั่ง

    มันกำลังสู้สุดชีวิตเพื่อคงสภาพบาเรียเอาไว้



    “จังหวะนี้ค่ะ! ”

    แฟตรีบให้สัญญาณโจมตีในทันที

    ผู้ถูกล่าได้กลายเป็นผู้ล่าในฉับพลัน

    พริบตานั้น ม่านควันสีดำได้ถูกปัดเป่าให้ปลิวกระจายหายไปประหนึ่งเสมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่มาก่อน

    เสาแสงสีขาว กับคลื่นคมดาบน้ำแข็งขนาดใหญ่ ได้พุ่งออกมาจากท้ายรถบรรทุก มุ่งตรงไปสู่ปุมนูนทรงกลมใต้ปีกของเจ้าปลากระเบนยักษ์

    เจ้าปลากระเบนยักษ์หุ้มเกราะพยายามสุดชีวิตเพื่อควบคุมการทรงตัว และบินทะยานขึ้นท้องฟ้าอีกครั้ง

    แต่มันถูกการโจมตีที่รุนแรงเข้าให้เสียก่อน



    พลังงานจำนวนมหาศาลเริ่มไหลทะลักเข้าไปตามกระแสคลื่นพลังของม่านบาเรียชั้นแรก

    พลังงานจำนวนมากที่ไหลเข้ามา ได้กลายเป็นภาระอันหนักอึ้งแก่เครื่องสร้างบาเรีย

    มันเป็นภาระที่มากจนเครื่องสร้างบาเรียไม่อาจทนรับไหวได้อีกต่อไป

    จากสีส้มกลายเป็นสีแดง

    จากสีแดงกลายเป็นสีขาว

    มันร้อน---

    ร้อนจนละลายปีกทั้งสองกับผิวเกราะหนาของมันให้กลายเป็นดั่งเนยเหลว

    *ตี๊ด*

    และแล้ว… เครื่องสร้างบาเรียชั้นแรกก็หยุดทำงานไปก่อนที่มันจะหลอมตัวมันเองให้กลายเป็นไออากาศ



    ในเวลาเดียวกัน คมน้ำแข็งที่วิ่งไล่ตามหลัง ก็ฟันทะลวงเข้าไปในม่านพลังไฟฟ้าที่เป็นบาเรียชั้นที่สอง

    มวลน้ำแข็งมหาศาลที่ถูกสร้างอย่างผิดธรรมชาติ กำลังเจาะทะลุผ่านม่านไฟฟ้า แล้วสร้างเป็นบาดแผลลึกลงไปในปีกข้างซ้ายถึงครึ่ง

    แต่ทว่าเจ้าปลากระเบนปีศาจยังไม่สิ้นฤทธิ์เพียงแค่เพราะถูกเจาะปีกไปข้างหนึ่ง

    มันกำลังเริ่มกลับมาตั้งลำ และบินขึ้นท้องฟ้าอีกครั้ง



    “ถล่มแม่ง! ”

    “รับทราบเจ้าค่ะ! ”

    ผู้ล่านั้นหาได้ยอมให้ตัวเองกลับไปเป็นผู้ถูกล่าอีคร่า

    กระสุนรังสีขนาดเท่าเมล็ดถั่วจำนวนมากถูกสาดโปรยกระจายออกมาจากคันรถบรรทุกดั่งห่าฝนอีกครั้ง

    ถึงอำนาจทำลายจะเบาบาง แต่หากกระแทกซ้ำลงไปอย่าสมำเสมอ แม้แต่หยาดน้ำฝน ก็ยังสามารถทำลายภูผาให้หายไปได้

    แผลตรงปีกข้างซ้าย กำลังถูกทำให้เปิดเป็นรูกว้างมากขึ้นจากการถูกยิงซ้ำเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง

    ความร้อนจากหัวกระสุนรังสี เริ่มกัดกินเนื้อปีกของมันเข้าไปอย่างรวดเร็ว ประหนึ่งฝูงสัตว์ที่หิวโหยเข้ารุมกัดกินเหยื่อชิ้นโต



    *เคร๊ง*

    ปีกของเจ้ากระเบนหุ้มเกราะได้ขาดครึ่งจนหลุดกระเด็นออกจากยานอย่างรุนแรง

    กระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่างของปลากระเบนยักษ์ พร้อมกับส่งเสียงเครื่องยนต์ที่เสียดแก้วหูดังลั่น

    หากให้ใครมาเห็น คงพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่า “แกนะ ได้ตายไปแล้ว”

    “ชนะแล้วดอง! ”

    เหล่าผู้ล่าต่างโห่ร้องอย่างมีความสุขต่อชัยชนะที่ได้รับมา



    แต่ทว่ามันยังไม่ตาย

    ต่อให้ปีกขาดไปครึ่ง

    ระบบเครื่องยนต์จะส่งเสียงดังลั่นน่ากลัว

    หรือแม้แต่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วทั้งลำ

    แต่ถ้าระบบลอยตัวยังทำงาน มันก็จะยังสามารถกลับมาบินและต่อสู้ได้อยู่

    สิ่งที่พวกเขาทำได้ มีเพียงแค่ทำลายระบบสร้างบาเรียของยานไปเท่านั้น

    “เหวอ! ”

    กระสุนอัดอากาศลูกใหญ่ถูกลั่นยิงออกมาในชั่วเวลาที่พวกเขาคิดว่าได้กลายเป็นผู้ชนะ

    กระสุนนัดนี้ไม่ได้เล็งยิงไปที่ตัวรถ หากแต่เป็นผิวถนนข้างหน้าออกไปเพียงไม่กี่เมตร

    ผิวถนนที่ถูกทำลาย ได้กลายเป็นเนินนูนต่ำคล้ายแท่นกระโดด

    รถบรรทุกของพวกเขาได้พุ่งทะยานขึ้นฟ้าเพราะแท่นกระโดดที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไม่ทันคาดคิดนั้น



    บนอากาศที่ว่างเปล่า พวกเขาจะไม่มีโอกาสหลบหลีกได้อีกต่อไป

    พวกเขา… ได้กลายเป็นเป้านิ่งไปแล้ว

    ณ ตอนนั้นเองที่เวลาได้ไหลเชื่องช้าลง

    โลกทั้งใบได้กลายเป็นภาพสโลโมชั่น

    หากแต่ความเป็นจริง มันคือเสี้ยววินาทีที่หากกระพริบตา ก็จะพลาดมิได้เห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น



    ปืนอัดอากาศตรงหน้าของพวกเขา กำลังรวบรวมพลังทั้งหมด และเตรียมที่จะยิงมวลอากาศขนาดยักษ์เป่าใส่พวกเขา

    ถ้าถูกกระสุนลูกนี้ ถึงจะป้องกันด้วยบาเรียเอาไว้ได้ แต่พวกเขาคงปลิวกระเด็นไปไกลจนถึงสุดของเมืองอย่างแน่นอน

    และถ้าโชคร้าย พวกเขาอาจจะกระแทกเข้ากับบาเรียของเมือง แล้วถูกพลังงานอันมหาศาลฉีกกระชากจนกลายเป็นเนื้อบดไป



    ตึก ตึก ตึก…

    เสียงหัวใจแห่งชีวิตกำลังดังก้องขึ้นภายในหัวของพวกเขา ของเหล่าเด็กน้อยผู้กล้าหาญ

    บางคนรีบพยายามคิดหาวิธีเอาตัวรอด

    บางคนรีบใช้ปีกภูติของตน เพื่อเตรียมใช้พลังเวทมนตร์ควบคุมทิศทางการกระเด็นของรถบรรทุก

    บางคนพุ่งเข้าไปยืนแถวหน้าสุดของพรรคพวก แล้วใช้ดาบควายสีดำยกขึ้นมากางต่างโล่เอาไว้

    บางคนชักกระบี่ออกมาถือเอาไว้ในมือ แล้วเตรียมกระโดดพุ่งส่วนออกไป

    บางคนชักมีดพร้าออกมาถือเอาไว้ในมือทั้งสอง และเตรียมปาโจมตีใส่ปืนอัดอากาศก่อนที่มันจะยิงออกมา



    *บรึ๊ม! *

    พริบตาก่อนที่ใครจะได้ทันทำอะไรออกไป

    เร็วยิ่งกว่าปืนใหญ่อัดอากาศ

    เร็วยิ่งกว่าการปามีดพร้าของเอท

    เร็วยิ่งกว่าวิชายุทธของโฮป

    การโจมตีจากมือที่สามก็ไปถึงตรงนั้นแล้ว



    ยานปลากระเบนหุ้มเกราะถูกวัตถุทรงไข่จำนวนสี่ลูก พุ่งเข้ากระแทกจากมุมอับที่ไม่มีใครเห็น ทะลวงผ่านปุ่มนูนที่ใช้สร้างบาเรียจากทางปีกขวา ผ่านเครื่องยนต์ภายใน ไปจนถึงระบบพลังงานหลักที่ใจกลางยาน แล้วทะลุผ่านหายไปในท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว



    “เกิด… อะไรขึ้น? ”

    มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่คาดคิด จนไม่มีใครมองตามได้ทัน ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ทำให้เจ้ายานหุ้มเกราะลำนี้ร่วงหล่นลงมา

    เจ้าปลากระเบนหุ้มเกราะส่งเสียงเสียดสีของเหล็กดังก้อง พร้อมกับปล่อยไอความร้อนจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากรูกว้างของปากแผลที่ถูกทะลวงใจกลางลำตัว

    แสงไฟที่เรืองรองรอบยาน ฉับพลันสูญสิ้นซึ่งแสงพลังงาน แล้วร่วงโรยสู่ผืนดินแน่นิ่งไป

    เป็นโชคดีของคนขับยาน ที่ตัวยานไม่ระเบิด เลยทำให้พวกเขารอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์

    แต่ด้วยสภาพนี้ หากว่าจะให้ไล่ล่าต่อไป คงไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว

    “...รีบไปกันเถอะค่ะคุณไฮเจน”

    “อืม”

    ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขารู้สึกขอบคุณที่เจ้าปลากระเบนหุ้มเกราะสิ้นฤทธิ์ไปก่อน

    ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงสามารถไปถึงที่หมาย ณ ใจกลางเมืองได้อย่างสวัสดิภาพในท้ายที่สุด

    คล้ายกับเรื่องPioneer Era ที่คุณอ่าน