***ภูติน้อยที่มีความรัก [ลิลลี่ออฟซิเดียน]
“ยานหุ้มเกราะปราบจราจลนี่ดอง! ”
เจอของแบบนี้จะให้เอาอะไรไปสู้กันละดอง!
“ทางนี้ก็แค่ภูติตัวน้อยตาดำ ๆ น่ารักน่าหยิกคนหนึ่งเท่านั้นเองนะ! ถึงกับต้องใช้ยานหุ้มเกราะเลยหรือดอง!? ”
“ภูติน้อยตาดำ ๆ ที่สามารถเสกเสาลำแสงถล่มเมืองได้เนี่ยนะ? ”
อีโฮป! ตบมุขแบบนี้ฉันไม่ยอมให้ผ่านนะดอง!
“ทุกคน ยึดตัวเองให้ดี”
“แว๊ก!? ”
รถของพวกเราถูกขับดริฟเข้าโค้งอย่างรุนแรงด้วยความเร็วระดับ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
พร้อมกันนั้น ปืนอัดอากาศที่ติดอยู่ใต้ยานเจ้าปลากระเบนก็เริ่มส่งเสียงดังรัวขึ้นมา
ถนนที่พวกเรากำลังวิ่งผ่าน ถูกแรงอัดของกระสุนอากาศกระแทกจนยุบเป็นหลุมลึกลงไปมากกว่าสี่เมตร
และหลุมขนาดสี่เมตรที่ว่านั้น กำลังผุดขึ้นไปทั่วทุกมุมถนนรอบคันรถของเราดั่งดอกเห็ดที่กระจายตัวอยู่ในผืนป่า
แต่ไม่มีนัดไหนเลยที่สามารถยิงโดนพวกเราได้
“วะ ฮะ ฮะ ฮะ! ถ้าคิดว่ายิงโดนได้ก็ยิงมาเลย! ”
แถมการโจมตีที่บ้าคลั่งนี้ ยังดูเหมือนจะไปกระตุ้นต่อมบางอย่างของไฮเจนเสียด้วย~ ดอง~
“โจมตีกลับดีไหมดอง? ”
“เห็นด้วยเจ้าค่ะ”
“ฉันก็เห็นด้วยค่ะ”
พวกเราสามคน ฉัน เอท พรุน ต่างหันกลับไปเผชิญหน้ากับยานหุ้มเกราะปลากระเบนที่บินไล่ตามหลัง
อีกประมาณห้านาที พวกเราน่าจะไปถึงใจกลางเมือง
ที่นั่นเองก็น่าจะมีเจ้าหน้าที่ของฝ่ายศัตรูเฝ้าระวังเอาไว้อยู่
เพื่อไม่ให้วุ่นวายไปมากกว่านี้ พวกเราจึงต้องจัดการยานหุ้มเกราะลงตรงนี้ให้ได้เสียก่อน
“ลุยเลยดอง! ”
“โอ๊ววววว! ”
“ก่อนอื่นต้องขอเพิ่มวิสัยทัศย์เพื่อการโจมตี”
พรุนใช้ดาบควายสีดำฝ่าครึ่งตามขวางของตู้คอนเทเนอร์ เพื่อขยายพื้นที่ให้กับพวกเรา
“สล็อต ฝากเรื่องบาเรียด้วยเจ้าค่ะ”
“ZZzz”
ถึงจะดูเหมือนว่ากำลังนอนหลับ แต่รถของพวกเราก็เริ่มถูกหุ้มด้วยม่านสีแดงบาง ๆ เอาไว้
“แฟต สลับตำแหน่งกับโฮปหน่อยค่ะ”
“ได้ค่ะ”
ส่วนแฟตนั้น ให้ไปสลับตำแหน่งกับโฮปเพื่อเสริมแนวโจมตีตรงนี้
ส่วนเจ้ามังกรขี้เรื้อน พวกเราให้มันเลื้อยมารัดตัวพวกเรากับตัวรถเอาไว้ เพื่อไม่ให้กระเด็นตกลงไปเพราะแรงเหวี่ยงจากการขับรถของไฮเจน
และต้องไม่ลืมการเตรียมการสุดท้าย
“จาวิส ขอเพลงหน่อย เอามัน ๆ ไปเลยดอง! ”
“ได้ค่ะ! ”
นั่นคือการเปิดเพลงเร้าอารมณ์ให้เสมือนกับกำลังต่อสู้กับบอสประจำฉากนั่นเอง!
***
เสียงเพลงบรรเลงออเคสตร้าดังขับขานก้องใบหู
นักรบทั้งสี่คนยืนตั้งมั่นพร้อมอาวุธคู่กาย แล้วหันหน้าเผชิญอสูรโลหะปลากระเบนบนฟากฟ้า
ทิวทัศน์รอบข้างเคลื่อนไหวผ่านข้างกายอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นดั่งเส้นแสง
สายลมอันเย็นเฉียบพุ่งเข้ากรีดปะทะใบหน้าประหนึ่งคมมีด
“ข้าน้อยขอเปิดฉากก่อนเจ้าค่ะ! ”
“ผมด้วย! ”
สตรีกระต่ายดำกับบุรุษหนุ่มเริ่มสาดกระสุนเม็ดถั่วขึ้นท้องฟ้า
อาวุธรังสีรูปร่างกระบี่กับมีดพร้า เริ่มแผดเผาพลังงานจากร่างกายของผู้ครอบครอง แล้วกลั่นออกมาเป็นแสงความร้อนจำนวนมากดั่งห่าฝน
ทว่ากระสุนนับร้อยเหล่านั้น กลับถูกม่านบาเรียดูดกลืนเข้าไป ประหนึ่งดั่งหยดน้ำที่ตกลงบนผิวของฟองน้ำเช่นนั้น
“ยิงต่อไป! ”
“ยิง ยิง ยิง! ”
แต่ทว่าพวกเขาก็ยังยิงต่อไปไม่ยอมแพ้
พลังงานรังสีจำนวนมากที่ถูกม่านบาเรียดูดซับเข้าไป ได้ถูกสะสมกลายเป็นพลังงานจำนวนมากให้กับยานปลากระเบน
พลังงานที่สะสมเหล่านั้น ถูกนำมาขับเคลื่อนตัวยานและปืนอัดอากาศ หันมาย้อนศรโจมตีใส่พวกเขา
เวลานั้น กระสุนอัดอากาศที่ยิงปูพรมได้หยุดลงชั่วขณะ
มันใช้เวลาที่หยุดยิง รวบรวมมวลอากาศจำนวนมากเข้าไปในรังเพลิง แล้วปลดปล่อยมันออกมาดั่งหัวกระสุนปืนใหญ่ขนาด 280 มิลลิเมตร
กระสุนอากาศที่ทรงพลัง พุ่งแหวกอากาศจนแยกออกเป็นสองสาย มุ่งตรงออกไปพร้อมกับเงาของยมทูตแห่งความตาย
แต่ราวกับรับรู้ได้ถึงอนาคต เป้าหมายที่ควรถูกบดขยี้เป็นเศษเหล็ก กลับสามารถหักหลบออกข้างได้ทันเวลาในระยะที่แทบจะเรียกได้ว่าเฉียดเพียงปลายจมูกเท่านั้น
“จังหวะนี้แหละค่ะลี่! ”
“อืม! ”
พริบตาที่ยานปลากระเบนใช้การโจมตีชุดใหญ่ออกมา คือช่วงจังหวะเดียวกับที่ม่านแสงบาเรียจางลงจนเห็นได้ชัด
สาเหตุที่เป็นเช่นนั้น มันก็เพราะพลังงานจำนวนมากถูกนำไปใช้กับการยิงลูกปืนใหญ่อัดอากาศ เลยทำให้ม่านบาเรียชั้นนอกหายไปชั่วขณะ
มันคือโอกาสของพวกเธอที่จะโจมตีสวนกลับ!
สตรีเผ่ายักษ์คำรามเสียงดังลั่น พร้อมกับเหวี่ยงดาบโจมตีออกไป
คลื่นดาบน้ำแข็งขนาดสามเมตรถูกฟาดฟันออกไปในอากาศอย่างรุนแรง
ผนึกน้ำแข็งนั้น มีความคมในระดับที่สามารถเฉือนได้แม้แต่เหล็กกล้าที่ใช้หุ้มรถถัง
ในเวลาเดียวกัน ภูติน้อยก็ใช้ปืนรังสีในมือ ยิ่งมันออกไปพร้อมกับใช้พลังเวทเสริมความแรงให้มัน จนกลายเป็นลำแสงทำลายล้างสีขาวสุกสว่าง
*เปรี๊ยง! *
แต่เพียงแค่หนึ่งวินาที บาเรียชั้นนอกก็กลับคืนสู่สภาพเดิมแล้ว
การโจมตีของสองสาวไม่เร็วพอที่จะเจาะบาเรียเข้าไปถึงผิวยานข้างในได้
“ชิ! แบบนี้ก็ไม่มีทางทำลายมันได้เลยนะสิ! ”
“ทุกคน ยึดที่ยืนให้มั่นค่ะ! ”
เป็นอีกครั้งที่พวกเขาถูกโจมตีแบบปูพรมใส่
คราวนี้มันสาดกระสุนมากกว่าเดิมถึงสามเท่า ยิงดักเส้นทางหลบหลีกล่วงหน้าทุกตารางนิ้ว จนทำให้ไฮเจนไม่สามารถหลีกหนีได้อีกต่อไป
กระสุนอากาศจำนวนมากกระทบผิวบาเรียสีแดงของสล็อต
“อึ๊ก…”
ผลจากการที่ต้องตั้งรับติดต่อกัน เริ่มทำให้สล็อตตื่นขึ้นจากนิทรา
เธอลมตาตื่น แล้วจับจ้องไปที่ยานของศัตรูพร้อมกับหางที่ฟูฟ่องตั้งชันขึ้นมา
พริบตานั้นเองที่พลังบาเรียสีแดงดูแข็งแกร่งขึ้นมาทันตาเห็น
กระสุนอากาศที่ตกกระทบผิวของบาเรีย ทำได้เพียงแค่บรรเลงเป็นเสียงดนตรีอย่างเป็นจังหวะบนผิวของบาเรียเท่านั้น
แต่ถ้าเอาแต่ตั้งรับเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานสล็อตคงได้หมดแรงกลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกคราแน่
พวกเขาจะถูกบดขยี้กลายเป็นเศษเนื้อเมื่อไหร มันขึ้นอยู่กับเวลาแล้ว
“...ฉันมีแผนค่ะ”
แต่พวกเขายังไม่ถึงขั้นไร้สิ้นซึ่งความหวัง
“รบกวนคุณลิลลี่ช่วยสร้างม่านสีดำ จะเป็นผ้าหรืออะไรก็ได้ค่ะ ขอผืนใหญ่ ๆ ทน ๆ แล้วเอาไปคลุมกับยานลำนั้นทีค่ะ”
“ผ้า? ของแบบนั้นจะล้มยานหุ้มเกราะได้ยังไงกันดอง? ”
“จุดประสงค์มิใช่การทำลายโดยตรงค่ะ"
“อืม? ”
ถึงจะสงสัยในแผนการ แต่ปีกภูติของเธอก็เริ่มเรืองแสงเพื่อใช้ต่อกรกับศัตรูตามแผนการ
ถนนที่ทอดยาวตรงไปสู่ที่ทำการรัฐบาล ได้กลายเป็นสนามชิ่งชัยแห่งความเร็วระหว่างผู้ล่ากับผู้ถูกล่า
แสงอาทิตย์อัสดงที่สาดส่อง ได้ย้อมถนนนั้นให้กลายเป็นถนนสีแดงฉาน ราวกับจะเพิ่มสีสันให้กับการไล่ล่านั้นดูร้อนแรงยิ่งขึ้น
วัตถุทั้งสองที่ขับเคี่ยวกันและกัน ได้กลายเป็นจุดสนใจของชาวบ้านตามเสียงอึกทึกที่ดังเสียดแก้วหู
ภาพที่พวกเขาเห็นนั้น คือปีศาจปลากระเบนขนาดใหญ่สีเงินที่โบยบินบนท้องฟ้า กับรถบรรทุกที่มีสภาพทรุดโทรมเปรอะเปื้อน
เจ้าปลากระเบนนั้นยิงปูพรมถล่มใส่ด้วยปืนอัดกาศ เปลี่ยนพื้นถนนผิวเรียบให้กลายเป็นหลุมบ่อลึกจำนวนมาก
ยิงถล่มอย่างดุเดือด จนเศษปูนปลิวว่อน อีกทั้งยังมีเปลวไฟลุกโชนจากการระเบิดของท่อเชื้อเพลิงที่ฝั่งเอาไว้
แต่ทว่ารถบรรทุกคันนั้นกลับวิ่งทะลวงฝ่าดงกระสุน ทะลวงผ่านเศษปูนขนาดใหญ่ที่ปลิวกระเด็นเข้าใส่ ทะลุผ่านม่านระเบิดเพลิงโดยไม่เกรงกลัวต่อภัยอันตรายเหล่านั้น
ในตอนนั้นเอง ที่ฝ่ายผู้ถูกล่าเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง
มันเริ่มปลดปล่อยบางสิ่งออกมา
สิ่งนั้นมันคือควันสีดำ
เป็นควันสีดำที่หนาทึบ
หนาทึบ… จนทำให้โลกบริเวณนั้นกลายเป็นโลกที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง
มันแผ่ขยายออกกว้าง เข้าปกคลุมทุกตารางนิ้ว กลืนกินผู้ล่ากับผู้ถูกล่าเข้าไปในโลกที่ไร้แสงนั้น
พวกมันต่างจมหายลึกไปในความมืดด้วยกันทั้งคู่
ท่ามความมืดที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง... ดวงตาได้กลายเป็นสิ่งไร้ค่าไปเสียสิ้น
ฝ่ายผู้ถูกล่า ได้หันไปพึ่งหู จมูก และสัมผัสของสัญชาตญาณในการมองเห็น
ส่วนฝ่ายผู้ล่า ได้หันไปพึ่งระบบจักรกล ใช้คลื่นแม่เหล็กตรวจจับการสะท้อน เพื่อค้นห้าเหยื่อของมัน
ท่ามกลางเสียงสะท้อนที่กู่ก้อง มันได้ค้นพบเหยื่อที่กำลังวิ่งเบี่ยงขวาออกมาจนแทบชิดริมถนน
เจ้าปลากระเบนไม่รอช้า รีบหักยานไล่ตาม พร้อมกับเล็งปรับตำแหน่งรังเพลิงให้เบ้นเป้าไปสูเป้าหมายที่น่าสงสาร
“คิดว่าจะใช้ม่ายควันอำพรางกายได้หรือ? ช่างโง่เขลายิ่งนัก”
นั่นคือสิ่งที่ผู้ล่าคิดเอาไว้
แต่ในตอนนั้นเอง
[ระวังสิ่งกีดขวางข้างหน้า]
ที่ระบบเตือนภัยได้ดังกู่ก้องขึ้นจากภายในตัวของปลากระเบนเอง
พริบตาที่คิดว่าจะได้ล่าเหยื่อ กลับกลายเป็นตัวเองที่ตกลงสู่ร่างแห่กับดักของศัตรู
ยานปลากระเบนได้วิ่งเข้ากระแทกกับบางสิ่งอย่างรุนแรงใจกลางอากาศ
พวกเขาพยายามหักหลบแล้ว แต่ไม่อาจหักหลบได้ทันเวลาเพราะความเร็วของตัวเอง
สิ่งที่พวกเขาพุ่งเข้าชนคือต้นไม้อากาศที่ปลูกเรียงรายขนานเคียงคู่ไปกับถนนหลักนั่นเอง
ต้นไม้ที่ถูกปลูกลงบนกระถางระบบต่อต้านแรงโน้มถ่วงขนาดไม่ต่ำกว่าสามเมตรเหล่านั้น ได้ถูกยานหุ้มเกราะบดขยี้เป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยประหนึ่งช้างพุ่งเข้าชนมดตัวจ๊อย
แต่ด้วยความเร็วที่บินมา จึงทำให้เสมือนหนึ่งภูเขาหัวคว่ำที่มีรากฐานอันเปราะบาง
เพียงแค่มีลมมาพัดกระทบเบา ๆ มันก็พร้อมที่จะเสียศูนย์และพังทลายลงมาได้
ยานที่บินมาด้วยความเร็วระดับ 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้เสียศูนย์และควงสว่านกลางอากาศอย่างควบคุมทิศทางไม่ได้
ต้นไม้ถูกหักโค่นไปถึงสี่ต้น
เสาไฟฟ้าถูกโค่นลงไปมากกว่าสิบต้น
และจบลงด้วยการไถลไปตามพื้นคอนกรีตที่แข็งกร้าวอีกมากกว่าห้าสิบเมตร
ริมกั้นถนนเหล็กถูกเจ้าปลากระเบนฉีกกระชากม้วนเป็นวงประหนึ่งเศษกระดาษ
เครื่องสร้างบาเรียที่ติดตรงปลายปีกเริ่มส่องแสงสีแดงลุกวาว พร้อมกับปล่อยไอร้อนระบายออกมาอย่างบ้าคลั่ง
มันกำลังสู้สุดชีวิตเพื่อคงสภาพบาเรียเอาไว้
“จังหวะนี้ค่ะ! ”
แฟตรีบให้สัญญาณโจมตีในทันที
ผู้ถูกล่าได้กลายเป็นผู้ล่าในฉับพลัน
พริบตานั้น ม่านควันสีดำได้ถูกปัดเป่าให้ปลิวกระจายหายไปประหนึ่งเสมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่มาก่อน
เสาแสงสีขาว กับคลื่นคมดาบน้ำแข็งขนาดใหญ่ ได้พุ่งออกมาจากท้ายรถบรรทุก มุ่งตรงไปสู่ปุมนูนทรงกลมใต้ปีกของเจ้าปลากระเบนยักษ์
เจ้าปลากระเบนยักษ์หุ้มเกราะพยายามสุดชีวิตเพื่อควบคุมการทรงตัว และบินทะยานขึ้นท้องฟ้าอีกครั้ง
แต่มันถูกการโจมตีที่รุนแรงเข้าให้เสียก่อน
พลังงานจำนวนมหาศาลเริ่มไหลทะลักเข้าไปตามกระแสคลื่นพลังของม่านบาเรียชั้นแรก
พลังงานจำนวนมากที่ไหลเข้ามา ได้กลายเป็นภาระอันหนักอึ้งแก่เครื่องสร้างบาเรีย
มันเป็นภาระที่มากจนเครื่องสร้างบาเรียไม่อาจทนรับไหวได้อีกต่อไป
จากสีส้มกลายเป็นสีแดง
จากสีแดงกลายเป็นสีขาว
มันร้อน---
ร้อนจนละลายปีกทั้งสองกับผิวเกราะหนาของมันให้กลายเป็นดั่งเนยเหลว
*ตี๊ด*
และแล้ว… เครื่องสร้างบาเรียชั้นแรกก็หยุดทำงานไปก่อนที่มันจะหลอมตัวมันเองให้กลายเป็นไออากาศ
ในเวลาเดียวกัน คมน้ำแข็งที่วิ่งไล่ตามหลัง ก็ฟันทะลวงเข้าไปในม่านพลังไฟฟ้าที่เป็นบาเรียชั้นที่สอง
มวลน้ำแข็งมหาศาลที่ถูกสร้างอย่างผิดธรรมชาติ กำลังเจาะทะลุผ่านม่านไฟฟ้า แล้วสร้างเป็นบาดแผลลึกลงไปในปีกข้างซ้ายถึงครึ่ง
แต่ทว่าเจ้าปลากระเบนปีศาจยังไม่สิ้นฤทธิ์เพียงแค่เพราะถูกเจาะปีกไปข้างหนึ่ง
มันกำลังเริ่มกลับมาตั้งลำ และบินขึ้นท้องฟ้าอีกครั้ง
“ถล่มแม่ง! ”
“รับทราบเจ้าค่ะ! ”
ผู้ล่านั้นหาได้ยอมให้ตัวเองกลับไปเป็นผู้ถูกล่าอีคร่า
กระสุนรังสีขนาดเท่าเมล็ดถั่วจำนวนมากถูกสาดโปรยกระจายออกมาจากคันรถบรรทุกดั่งห่าฝนอีกครั้ง
ถึงอำนาจทำลายจะเบาบาง แต่หากกระแทกซ้ำลงไปอย่าสมำเสมอ แม้แต่หยาดน้ำฝน ก็ยังสามารถทำลายภูผาให้หายไปได้
แผลตรงปีกข้างซ้าย กำลังถูกทำให้เปิดเป็นรูกว้างมากขึ้นจากการถูกยิงซ้ำเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง
ความร้อนจากหัวกระสุนรังสี เริ่มกัดกินเนื้อปีกของมันเข้าไปอย่างรวดเร็ว ประหนึ่งฝูงสัตว์ที่หิวโหยเข้ารุมกัดกินเหยื่อชิ้นโต
*เคร๊ง*
ปีกของเจ้ากระเบนหุ้มเกราะได้ขาดครึ่งจนหลุดกระเด็นออกจากยานอย่างรุนแรง
กระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วร่างของปลากระเบนยักษ์ พร้อมกับส่งเสียงเครื่องยนต์ที่เสียดแก้วหูดังลั่น
หากให้ใครมาเห็น คงพูดเป็นเสียงเดียวกัน ว่า “แกนะ ได้ตายไปแล้ว”
“ชนะแล้วดอง! ”
เหล่าผู้ล่าต่างโห่ร้องอย่างมีความสุขต่อชัยชนะที่ได้รับมา
แต่ทว่ามันยังไม่ตาย
ต่อให้ปีกขาดไปครึ่ง
ระบบเครื่องยนต์จะส่งเสียงดังลั่นน่ากลัว
หรือแม้แต่มีกระแสไฟฟ้าวิ่งพล่านไปทั่วทั้งลำ
แต่ถ้าระบบลอยตัวยังทำงาน มันก็จะยังสามารถกลับมาบินและต่อสู้ได้อยู่
สิ่งที่พวกเขาทำได้ มีเพียงแค่ทำลายระบบสร้างบาเรียของยานไปเท่านั้น
“เหวอ! ”
กระสุนอัดอากาศลูกใหญ่ถูกลั่นยิงออกมาในชั่วเวลาที่พวกเขาคิดว่าได้กลายเป็นผู้ชนะ
กระสุนนัดนี้ไม่ได้เล็งยิงไปที่ตัวรถ หากแต่เป็นผิวถนนข้างหน้าออกไปเพียงไม่กี่เมตร
ผิวถนนที่ถูกทำลาย ได้กลายเป็นเนินนูนต่ำคล้ายแท่นกระโดด
รถบรรทุกของพวกเขาได้พุ่งทะยานขึ้นฟ้าเพราะแท่นกระโดดที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างไม่ทันคาดคิดนั้น
บนอากาศที่ว่างเปล่า พวกเขาจะไม่มีโอกาสหลบหลีกได้อีกต่อไป
พวกเขา… ได้กลายเป็นเป้านิ่งไปแล้ว
ณ ตอนนั้นเองที่เวลาได้ไหลเชื่องช้าลง
โลกทั้งใบได้กลายเป็นภาพสโลโมชั่น
หากแต่ความเป็นจริง มันคือเสี้ยววินาทีที่หากกระพริบตา ก็จะพลาดมิได้เห็นสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น
ปืนอัดอากาศตรงหน้าของพวกเขา กำลังรวบรวมพลังทั้งหมด และเตรียมที่จะยิงมวลอากาศขนาดยักษ์เป่าใส่พวกเขา
ถ้าถูกกระสุนลูกนี้ ถึงจะป้องกันด้วยบาเรียเอาไว้ได้ แต่พวกเขาคงปลิวกระเด็นไปไกลจนถึงสุดของเมืองอย่างแน่นอน
และถ้าโชคร้าย พวกเขาอาจจะกระแทกเข้ากับบาเรียของเมือง แล้วถูกพลังงานอันมหาศาลฉีกกระชากจนกลายเป็นเนื้อบดไป
ตึก ตึก ตึก…
เสียงหัวใจแห่งชีวิตกำลังดังก้องขึ้นภายในหัวของพวกเขา ของเหล่าเด็กน้อยผู้กล้าหาญ
บางคนรีบพยายามคิดหาวิธีเอาตัวรอด
บางคนรีบใช้ปีกภูติของตน เพื่อเตรียมใช้พลังเวทมนตร์ควบคุมทิศทางการกระเด็นของรถบรรทุก
บางคนพุ่งเข้าไปยืนแถวหน้าสุดของพรรคพวก แล้วใช้ดาบควายสีดำยกขึ้นมากางต่างโล่เอาไว้
บางคนชักกระบี่ออกมาถือเอาไว้ในมือ แล้วเตรียมกระโดดพุ่งส่วนออกไป
บางคนชักมีดพร้าออกมาถือเอาไว้ในมือทั้งสอง และเตรียมปาโจมตีใส่ปืนอัดอากาศก่อนที่มันจะยิงออกมา
*บรึ๊ม! *
พริบตาก่อนที่ใครจะได้ทันทำอะไรออกไป
เร็วยิ่งกว่าปืนใหญ่อัดอากาศ
เร็วยิ่งกว่าการปามีดพร้าของเอท
เร็วยิ่งกว่าวิชายุทธของโฮป
การโจมตีจากมือที่สามก็ไปถึงตรงนั้นแล้ว
ยานปลากระเบนหุ้มเกราะถูกวัตถุทรงไข่จำนวนสี่ลูก พุ่งเข้ากระแทกจากมุมอับที่ไม่มีใครเห็น ทะลวงผ่านปุ่มนูนที่ใช้สร้างบาเรียจากทางปีกขวา ผ่านเครื่องยนต์ภายใน ไปจนถึงระบบพลังงานหลักที่ใจกลางยาน แล้วทะลุผ่านหายไปในท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
“เกิด… อะไรขึ้น? ”
มันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและไม่คาดคิด จนไม่มีใครมองตามได้ทัน ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ทำให้เจ้ายานหุ้มเกราะลำนี้ร่วงหล่นลงมา
เจ้าปลากระเบนหุ้มเกราะส่งเสียงเสียดสีของเหล็กดังก้อง พร้อมกับปล่อยไอความร้อนจำนวนมากพวยพุ่งออกมาจากรูกว้างของปากแผลที่ถูกทะลวงใจกลางลำตัว
แสงไฟที่เรืองรองรอบยาน ฉับพลันสูญสิ้นซึ่งแสงพลังงาน แล้วร่วงโรยสู่ผืนดินแน่นิ่งไป
เป็นโชคดีของคนขับยาน ที่ตัวยานไม่ระเบิด เลยทำให้พวกเขารอดชีวิตมาได้อย่างปาฏิหาริย์
แต่ด้วยสภาพนี้ หากว่าจะให้ไล่ล่าต่อไป คงไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว
“...รีบไปกันเถอะค่ะคุณไฮเจน”
“อืม”
ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พวกเขารู้สึกขอบคุณที่เจ้าปลากระเบนหุ้มเกราะสิ้นฤทธิ์ไปก่อน
ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงสามารถไปถึงที่หมาย ณ ใจกลางเมืองได้อย่างสวัสดิภาพในท้ายที่สุด