ทางด้านของพวกนักฆ่านั้นดูเหมือนจะอยู่ในอาการที่ตึงเครียดไม่ใช่น้อย มันไม่เคยคิดไม่เคยฝันเลยว่าพรรคพวกของมันที่อยู่ในสายงานเดียวกันและรู้จักกันมานานนับหลายปีจะต้องมาจบชีวิตลงในวันนี้พร้อมๆกันถึงสามคน
ไม่ใช่แค่นั้นคนที่สังหารพวกมันยังเป็นเพียงแค่นักเรียนทหารที่แม้แต่ขนขึ้นหรือยังก็ไม่รู้
“เวรเอ่ย! ไอเด็กนั่นมันจะบังเอิญยิงเพื่อนเราตายถึงสองครั้งเลยเหรอวะ! ”
หนึ่งในนักฆ่ากล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดูหงุดหงิด เนื่องจากหนึ่งในผู้ตายนั้นเป็นน้องชายของมัน ด้วยการที่ภานุนั้นเป็นเพียงนักเรียนทหารมันจึงไม่เชื่อว่าชายหนุ่มนั้นจะสามารถยิงได้แม่นขนาดนั้น มันคิดว่าบังเอิญหรือโชคเสียมากกว่า
“มีความเป็นไปได้สูงที่เด็กนั่นจะเป็นนักแม่นปืน…”
ชายอีกคนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นๆ เหมือนกำลังหวาดกลัว พวกมันทั้งหมดถูกจ้างมาด้วยจำนวนเงินถึงร้อยเหรียญทองเพียงเพื่อเด็ดหัวหญิงสาวคนเดียว แต่ไม่เคยคิดเลยว่างานนี้นั้นจะยากกว่าที่พวกมันคิดเอาไว้
นักฆ่าอีกคนยังคงเงียบเหมือนกับอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเอง และดูเหมือนว่านักฆ่าอีกสองคนที่พูดคุยกันเมื่อสักครู่เองก็เฝ้ารอมันเช่นเดียวกัน ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นมันนี่แหละที่เป็นผู้นำของกลุ่มนักฆ่า มันเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดสามารถกลายเป็นผู้ฝึกตนระดับหนึ่งแม้จะอายุมากไปหน่อยแต่ก็นับว่าหาได้ยาก
อย่างไรก็ตามในสถานการณ์เช่นนี้นั้นพลังฝึกตนเพียงระดับหนึ่งไม่สามารถทำประโยชน์อะไรได้ เพราะต่อให้เป็นผู้ฝึกตนระดับสาม หากถูกปืนยิงเข้าที่หัวก็ต้องไปเยี่ยมยมบาลสถานเดียว ระยะเวลาได้ผ่านไปหลายวินาทีจนในที่สุดก็ดูเหมือนหัวหน้าทีมของนักฆ่านั้นจะคิดอะไรออก
“จากเสียงปืนที่ได้ยินเป็นไปได้ว่าตอนนี้กระสุนปืนของเด็กนั่นจะเหลืออยู่สองนัด…พวกแกมีใครเห็นมันเก็บกระสุนจากศพบ้างไหม? ”
นักฆ่าแต่ละคนนั้นพากันส่ายหัว พวกมันเฝ้าดูและสังเกตอยู่ตลอดหลังจากเห็นสหายของมันตาย เป็นไปไม่ได้ที่การกระทำของภานุจะเล็ดลอดสายตามันหากเขาไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ นักฆ่าแต่ละคนนั้นจะได้รับกระสุนสำรองไว้คนละห้านัด รวมกับที่อยู่ในตัวปืนห้านัดเป็นสิบนัด เห็นได้ชัดว่าจำนวนกระสุนของพวกมันตอนนี้นั้นได้เปรียบ
[รถไฟจะจอดที่สถานีแมคเจนเนียในอีกไม่ช้า ผู้โดยสารโปรดอยู่ในความสงบตอนนี้หน่วยทหารพลเรือนได้เข้าประจำตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว]
เสียงประกาศดังขึ้นมาจากเครื่องกระจายเสียงบนรถไฟนั้นทำให้ผู้คนต่างดีอกดีใจ มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่คนในห้องคนขับนั้นจะทราบถึงสถานการณ์ภายนอกแล้ว
พวกนักฆ่าพากันหัวเสียเมื่อได้ยินประกาศนั้น พวกมันไม่มีทางหยุดรถไฟได้โดยใช้กำลังของพวกมัน ประตูที่กั้นห้องคนขับนั้นสร้างจากเหล็กหนา มันต้องใช้ระเบิดในการทำลายหรือบางทีแม้แต่ระเบิดยังอาจจะทำอะไรไม่ได้ ส่วนการต่อรองนั้นเรียกได้ว่าเป็นไปแทบไม่ได้ เพราะคนขับพวกนั้นส่วนใหญ่จะถูกฝึกฝนมาในสถานการณ์เช่นนี้ แม้ว่าพวกนักฆ่าจะสังหารผู้โดยสารโชว์ให้มันดูทั้งหมดมันก็ยังไม่สนใจ พวกบริษัทเอกชนนั้นไม่สนใจคนในประเทศนี้อยู่แล้ว…เพราะอย่างไรธุรกิจของพวกมันนั้นสำคัญกว่า
พวกนักฆ่าต่างมองมาที่หัวหน้าทีมของพวกมันเพื่อที่จะขอคำแนะนำ หัวหน้าทีมเองก็อึดอัดใจเช่นเดียวกัน แต่เวลานี้มันก็ต้องตัดสินใจ
“เราสามคนต้องพุ่งออกไปพร้อมกัน อย่างน้อยตอนนี้เราก็ยืนยันได้อย่างหนึ่งแล้วว่ามันมีกระสุนเหลืออยู่สองนัดเท่านั้น…”
“นายจะบ้าเหรอ! ทำไมนายไม่ออกไปให้มันยิงตายคนเดียวล่ะ ฉันไม่เห็นด้วยกับแผนโง่ๆ นี้! ”
“ถึงนายจะเป็นผู้นำเรา แต่เราไม่ยอมให้นายสั่งให้เราไปตาย! ”
พวกนักฆ่าต่างโวยวายกันด้วยความไม่พอใจ อย่างไรก็ตามหัวหน้าทีมของพวกมันนั้นกลับมีสีหน้าที่สงบและเย็นชา ในสถานการณ์เช่นนี้นับว่ามันนั้นทำตัวประหลาดอย่างแท้จริง
“พวกแกอย่าลืมไปว่าคนที่สั่งงานเราคือใคร…ถ้าหากเป้าหมายของเรารอดไปได้ พวกเรานี่แหละที่จะตาย! ”
สีหน้าของนักฆ่าอีกคนเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ซีดลงในทันที บางทีตอนนี้พวกมันอาจจะไม่มีทางเลือกอีกแล้ว
“พวกนายไม่ต้องกังวลไปหรอก ยังมีความเป็นไปได้อยู่ว่าเด็กนั่นไม่ใช่นักแม่นปืน พวกเราต้องลองวิ่งซิกแซ็กกันดูอย่างน้อยโอกาสที่มันจะยิงเราโดนก็จะต่ำมากๆ”
ทั้งสามต่างพยักหน้าตกลงกัน ก่อนที่จะให้สัญญาณและวิ่งออกไปพร้อมๆ กัน
“พรึบ! ”
ภานุนั้นสังเกตพวกมันอยู่ตลอดเวลาผ่านช่องเล็กๆ ที่สามารถมองเห็นได้อย่างจำกัด ชายหนุ่มคิดเอาไว้แล้วว่าพวกนักฆ่านั้นมีโอกาสสูงที่จะใช้แผนนี้ในการบุกเข้ามา อย่างไรก็ตามเขาไม่คิดเลยว่าพวกมันจะใช้จริงๆ เพราะการที่พวกมันวิ่งเข้ามาแบบนั้นแสดงให้เห็นว่าพวกมันเตรียมใจตายเอาไว้แล้ว
“ปัง! ”
ปากกระบอกปืนที่โผล่ออกมาไม่ถึงวินาที ได้ส่งกระสุนไปและสังหารหนึ่งในนักฆ่าอย่างไร้ปรานี สีหน้าของนักฆ่าทั้งสองคนที่เหลือนั้นดูซีดยิ่งกว่าเดิมตอนนี้มันสามารถยืนยันได้แล้วว่าเด็กหนุ่มที่พวกมันสู้ด้วยนั้นเป็นนักแม่นปืนจริงๆ แต่กว่าพวกมันจะสามารถยืนยันได้ก็ปาไปครั้งที่สามแล้ว
นักฆ่าอีกคนเมื่อเห็นเพื่อนของมันถูกเป่ากระบาลในขณะที่วิ่งสลับไปมาซ้ายขวามันก็รู้สึกหวาดกลัวจนไม่กล้าก้าวขาไปข้างหน้าต่อ มันหันหลังกลับพร้อมกับวิ่งหนี ดังนั้นเป้าหมายของภานุตอนนี้จึงเล็งมาที่ชายผู้เป็นหัวหน้าทีมนักฆ่า
“เวรเอ่ย! ”
หัวหน้าทีมดูเหมือนจะไม่พอใจนักที่ลูกน้องของมันถอยหลังกลับเพราะความหวาดกลัว มันคว้าคอเสื้อของนักฆ่าคนนั้นมาได้อย่างทันท่วงที ก่อนที่ภานุจะยิ่งมาที่มัน มันก็ได้นำร่างของนักฆ่าคนนั้นมาเป็นกำแพงมนุษย์
“ไม่! ”
“ปัง! ”
ศีรษะของนักฆ่าผู้รับกรรมแตกกระจายออกมาเหมือนกับแตกโมที่ตกจากที่สูง หัวหน้านักฆ่าปาดเหงื่อบนหน้าผากของตนเองก่อนที่มันจะตะโกนออกมาและวิ่งไปยังทิศทางของภานุอย่างรวดเร็ว เพราะมันรู้แล้วว่ากระสุนปืนของภานุนั้นหมดแล้วและนี่เป็นโอกาสทองของมัน
“ไอเด็กเวร แกตายแน่! ”