ไม่นานนักเครื่องบินลงจอดลงบนพื้นที่ของรัฐบาล มีคนจากหน่วยงานของรัฐบาลมาแนะนำตัวและเป็นผู้ดูแลเราจนกว่าเราจะเข้าดันเจี้ยนพิเศษ เราถูกพาไปรับประทานอาหารก่อนที่จะไปต่อที่ดันเจี้ยนพิเศษโดยรถบัสของรัฐบาล มีคนจากสถาบันอื่นทยอยมาอยู่ตลอดเวลา ที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยผู้คนและรถยนต์เหมือนกับว่ามันอยู่ในเมืองหลวงที่มีประชากรหนาแน่น
ทางเข้าดันเจี้ยนพิเศษเกิดขึ้นในป่าแห่งหนึ่ง แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะถูกจัดการโดยรัฐบาลและไม่ใช่ป่าอีกต่อไป ทางเข้าดันเจี้ยนตามธรรมชาติแห่งนี้เป็นที่แรกที่เขาเคยเห็นภายนอกดันเจี้ยน ภายในดันเจี้ยนทางเข้าธรรมชาติจะเกิดขึ้นหลังจากบอสตายลง แต่ว่ามันมีขนาดเล็กกว่านี้มากนัก ทางเข้าดันเจี้ยนพิเศษแห่งนี้มีขนาดใหญ่และกว้างมาก มันกว้างพอๆกับความยาวของรถบัส 10 คันเรียงต่อกัน ความสูงของมันเขาคิดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 20 เมตร สามารถมองเห็นได้จากระยะไกล
"สถาบันวาเดลที่ 1 มาถึงแล้วให้คิวกับพวกเขาก่อน"
"แต่.....รับทราบครับ"
"ต้องขอโทษพวกคุณด้วย เนื่องจากสถาบันวาเดลที่ 1 มาถึง พวกคุณคงต้องรอรอบต่อไป"
"รอบต่อไป ? เมื่อกี้สถาบันทารอสมาถึง พวกคุณก็ให้เขาก่อน ครั้งนี้เป็นสถาบันวาเดลที่ 1 ? ครั้งต่อไปจะเป็นสถาบันไหนอีก แล้วเมื่อไหร่พวกเราจะได้เข้าไป เรารอมา 2 ชั่วโมงแล้ว พวกเราต้องรออีกกี่ชั่วโมง ?"
"ใจเย็นก่อน พวกเขามากันตั้งหลายสิบคน เราสองสถาบันมีกัน 4 คนเอง รออีกหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร"
"เพราะแบบนี้ไงเราถึงไม่ได้เข้าไปสักที กฏบ้าบออะไรให้คนที่หลังเข้าไปก่อน คนมาก่อนต้องรอเข้าทีหลัง"
"เอาน่า ใจเย็นๆ"
"ต้องขอโทษด้วยครับ ผมเองก็ได้รับคำสั่งมาอีกที"
เขาเดินตามคนอื่นๆเข้ามาตามทางเข้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นโดยรัฐบาล มันค่อนข้างแคบและเดินด้วยกันได้เพียง 3 คน ดังนั้นจึงค่อยๆเดินตามกันเข้ามาด้านใน ด้านในไม่ได้มีขนาดใหญ่นักและยังคงแคบเหมือนเดิม มีเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลในเครื่องแบบกำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ด้านข้างตลอดเวลาที่เดินเข้ามา สุดทางเดินเป็นห้องขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง ที่มีคนอยู่เกินกว่า 10 คนก็เรียกได้ว่าคนข้างอึดอัดแล้ว คนที่อยู่ด้านหลังจึงไม่ได้เดินตามเข้ามาและยืนต่อแถวกันอยู่
เขาเดินเข้ามาเป็นคนแรกๆจึงอยู่ในห้อง นอกจากคนของรัฐบาลแล้วยังมีคนอีก 4 คนกำลังยืนจ้องพวกเขาอยู่ มีหนึ่งคนท่าทางหงุดหงิดและทำหน้าเหมือนกำลังโกรธใครอยู่ นอกจากคนของรัฐบาลที่นำพวกเขามาตั้งแต่ลงเครื่องแล้วก็มีรุ่นพี่นำเข้ามาอีกคนหนึ่ง ส่วนอาจารย์และรุ่นพี่คนอื่นนั้นอยู่ด้านนอก และมีชายคนหนึ่งในชุดของรัฐบาลกำลังใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ทำอะไรบางอย่างกับประตูทางเข้าดันเจี้ยน
"ยินดีต้อนรับสถาบันวาเดลที่ 1 อีก 7 นาทีพวกคุณจะสามารถเข้าสู่ดันเจี้ยนพิเศษได้ ต้องบอกก่อนว่าดันเจี้ยนพิเศษสามารถเดินเข้าได้ตามปกติ แต่ว่าถ้าหากเข้าโดยวิธีปกติแล้ว ทุกคนที่เข้าไปจะถูกส่งไปในที่ที่แตกต่างกันและอาจจะหากันไม่เจอ ดังนั้นรัฐบาลจึงต้องจัดทำประตูเข้าดันเจี้ยนเพื่อให้ทุกคนที่มาด้วนกันนั้นถูกส่งไปในจุดเดียวกัน และจะเปลี่ยนจุดทุกๆหนึ่งชั่วโมง ดังนั้นกลุ่มที่เข้ามากลุ่มต่อไปจะต้องรออีกหนึ่งชั่วโมงจึงจะเข้าไปได้" ชายที่ยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าพูดขึ้น
"แล้วพวกเราที่มาก่อนก็ถูกแซงคิวถึงสองครั้ง"
"บอกให้หยุดพูดไง"
"ทำไมจะพูดไม่ได้ พูดไม่พูดยังไงก็ต้องรออีกหนึ่งชั่วโมงหรืออาจจะนานกว่านั้น ถามหาความยุติธรรมแค่นี้ผิดตรงไหน"
"พวกนั้นมาจากสถาบันวาเดลที่ 1 แล้วยังไง จำหน้าของข้าเอาไว้ให้ดี ถ้าเจอกันในดันเจี้ยนพิเศษละก็ ได้เห็นดีกัน รวมถึงพวกที่เข้าไปก่อนหน้านี้ด้วย"
"ถ้าคุณยังไม่หยุดรบกวนคนอื่น ทางเราจะขอเชิญคุณออกไปก่อน" คนของรัฐบาลที่เป็นคนนำเรามาพูดขึ้น
"รบกวนแล้วจะทำไม เป็นแค่คนรับใช้รัฐบาลคิดว่ามีอำนาจมากหรือไง"
"ถ้าคุณยังทำตัวแบบนี้ เราขอเชิญคุณออกไปด้านนอกด้วย"
"ไหนลองพาข้าออกไปหน่อย อยากรู้ว่าจะมีความสามารถแค่ไหน"
! ปัก
"ขอโทษด้วยครับ เพื่อนจากสถาบันของผมเป็นคนใจร้อนและปาก......ไปหน่อย" ชายที่อยู่ข้างๆฟาดมือไปที่ท้ายทอยของเพื่อนจนสลบลงก่อนจะรับอีกฝ่ายไม่ให้ล้มและพูดออกมา
"อีก 2 นาที"
"ผมคงหมดหน้าที่แต่เพียงเท่านี้ ขอให้ทุกท่านจากสถาบันวาเดลที่ 1 เดินทางภายในดันเจี้ยนพิเศษอย่างปลอดภัย ขอบคุณครับ" คนของรัฐบาลที่พาเรามาพูดขึ้นอีกครั้ง
เกี่ยวกับเรื่องที่สถาบันของเขาแซงคิวนั้นเขาคิดว่าสถาบันของเขาเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ เป็นรัฐบาลที่เป็นคนจัดการให้ เพราะสถาบันลำดับ 1 อันดับ 1 แค่ชื่อเสียงก็มากพอที่จะจัดการทุกอย่างให้เป็นอย่างดีและเป็นอันดับแรกๆ แม้ว่ามันจะไม่ยุติธรรมกับคนอื่นบ้าง ก็นับว่าเป็นเรื่องธรรมดาบนโลกใบนี้ ไม่ว่าจะในโลกของคนธรรมดาหรือผู้มีความสามารถก็ไม่ได้แตกต่างกัน ผู้มีฐานะและมีชื่อเสียงมักจะถูกต้อนรับดีกว่าคนทั่วไปเสมอ
พอถึงเวลาเจ้าหน้าที่ทำการเปิดประตูขึ้น ภายในประตูเหมือนกับทางเข้าดันเจี้ยนทั่วไป เรียกได้ว่ามองไม่เห็นถึงความแตกต่าง พวกเราทั้ง 20 คนจากสถาบันวาเดลที่ 1 จึงทยอยเดินเข้าไปในดันเจี้ยนพิเศษผ่านประตูที่ทำขึ้นโดยรัฐบาล และมีเจ้าหน้าที่กับรุ่นพี่ยืนคุมอยู่ตลอดเวลา จนกระทั่งคนสุดท้ายจากสถาบันเดินเข้าไปจึงปิดประตูลง