ภายในป่าไพรอสูรโจรร่างผอมนามว่าฮือไห่ได้จับข้อมือของเด็กสาวแล้วยกขึ้นใช้ลิ้นโลมเลียบริเวณตนคออันขาวบริสุทธ์ ซึ่งสิ่งที่เกิดขึ้นนั้น มันทำให้หลันหลันรู้สึกร้อนใจจนต้องรีบไปหาหลี่ผิง“ท่านอาจารย์”
“อึ้ม” หลี่ผิงพยักหน้า เข้าได้ทำการตรวจสอบระดับพลังลมปราณของโจรป่ากลุ่มนี้แล้วระดับพลังของพวกเขาส่วนมากอยู่ที่ขอบเขตหลอมกายาระดับที่แปดและเก้าส่วนฉือไห่และหว่านซางผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มอยู่ในขอบเขตหลอมดวงจิตระดับที่สองซึ่งไม่น่าจะสร้างปัญหาอะไรให้กับเขาได้
“พวกเจ้าคอยข้าอยู่ตรงนี้”หลี่ผิงพุ่งตัวเข้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะซัดเข้าไปที่ข้อมือของฉือไห่
ป๊าบ!
ฉือไห่ถูกฝ่ามือของหลี่ผิงซัดเข้าไป มือที่ใช้จับเด็กสาวได้คลายออกทำให้ร่างของเด็กสาวนั้นร่วงลงมา หลี่ผิงจึงเข้าไปโอบอุ้มร่างของเธอเอาไว้
หลี่ผิงได้ว่างร่างของเด็กสาวลงที่ใต้ต้นไม้ก่อนจะหันกลับมาเผชิญหน้ากับโจรป่าทั้งหกคน
เมื่อเห็นฉือไห่ถูกโจมตี ลูกน้องทั้งสี่คนต่างก็ไม่รอช้า ใช้ดาบในมือกรูกันเข้ามาฟาดฟันเข้าใส่หลี่ผิง
ฟิ้ว! ฟิ้ว! ฟิ้ว!
หลีผิงเอี้ยวตัวหลบคมดาบของทั้งสี่คนไปได้อย่างคล่องแคล่วก่อนจะซัดฝ่ามือสวนไปที่หน้าอก ทำให้โจรป่าตายไปถึงสองคนในคราเดียว
หว่างซางที่ยืนดูอยู่สัมผัสได้ทันทีว่า ระดับพลังของหลี่ผิงผู้นี้สูงกว่าตนจึงรีบตะโกนสั่งให้ทุกคนหลบหนี
“ถอย!”
หลี่ผิงไม่ยอมให้โจรป่าหลบหนีไปได้ เขาเคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงซัดฝ่ามือเข้าไปที่ท้ายทอย ทำให้โจรป่าตายเพิ่มไปอีกสองคนตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่ฉือไห่และหว่านซางผู้เป็นหัวหน้ากลุ่มเท่านั้น
เมื่อโจรป่าทั้งสองกำลังเข้าตาจน หลี่ผิงก็สัมผัสได้ว่ามีโจรป่าผู้หนึ่งได้แอบซ่อนตัวอยู่ และตอนนี้มันกำลังวิ่งหลบหนีอยู่ห่างจากจุดที่เขาอยู่ออกไปพอสมควรเลยทีเดียว
หลี่ผิงเริ่มมีสีหน้าที่วิตกกังวล เพราะกว่าที่เขาจะจัดการฉือไห่และหว่านซางลงได้การจะไล่ตามคนที่หลบหนีไปนั้นย่อมไม่ทันการแล้ว และมีความเป็นไปได้สูงที่อีกฝ่ายจะกลับไปตามกำลังเสริมมาช่วย และเมื่อถึงตอนนั้นเด็กทุกคนจะต้องตกอยู่ในอันตราย
หลี่ผิงไม่อยากเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์เขาต้องรีบพาเด็กทุกคนออกไปจากที่แห่งนี้ให้ไวที่สุด
หลี่ผิงจ้องมองฉือไห่และหว่านซาง กระบี่เรียวบางได้ปรากฏขึ้นในฝ่ามือขวาพร้อมกับพลังลมปราณธาตุลมที่กระจายตัวออกมาจากร่าง
ด้วยระดับพลังที่แตกต่าง หว่านซางและฉือไห่ต่างได้หันมาสบตากัน ทั้งสองต่างก็รู้ดีว่าไม่อาจเอาชนะหลี่ผิงได้จึงตัดสินใจวิ่งแยกออกเป็นสองทาง เพิ่มโอกาสให้ใครคนใดคนหนึ่งมีชีวิตรอด
เห็นทั้งสองแยกกันหลบหนีปฏิกิริยาของหลี่ผิงนั้นว่องไวมาก เคลื่อนตัวเขาหาหว่านซางเป็นคนแรกพร้อมกับกวัดแกว่งกระบี่ในมืออย่างคล่องแคล่ว ฟันไปที่บริเวณศีรษะของหว่างซางจากด้านบน
“กระบวนท่าที่สามวายุร่วงโรง!”
หว่านซางสัมผัสได้ว่า ความตายกำลังคืบคลานเข้ามาใกล้ เขารีบหน้ากลับมายกดาบที่อยู่ในมือของตนขึ้นมาต้านรับไว้
ดาบของหว่านซางดูเหมือนจะป้องกันกระบี่ของหลี่ผิงเอาไว้ได้แต่จังหวะที่กระบี่และดาบใกล้จะกระทบกันนั้น ฝ่าเท้าของหลี่ผิงได้บิดไปทางขวาทิศทางของกระบี่ที่เคลื่อนตัวลงมาจากด้านบนได้ม้วนกลับ และกลายเป็นการตวัดขึ้นมาจากด้านล่าง
“กระบวนท่าที่สี่วายุหวนกลับ!”
หว่านซางไล่ตามความเร็วของกระบี่ไม่ทันจึงถูกฟันเข้าที่หน้าอกจนเลือดสด ๆ ไหลสาดกระเซ็น
ฉัวะ!
หลังจากได้สังหารหว่านซางลงเรียบร้อยแล้วหลี่ผิงมองตรงไปที่ฉือไห่ซึ่งกำลังวิ่งหนีอย่างสุดกำลัง เขาได้รวบรวมพลังลมปราณธาตุลมเข้าสู่ตัวกระบี่ก่อนจะขว้างมันออกไป
“กระบวนท่าที่เจ็ดวายุทะลวงนภา!”
กระบี่ที่อัดแน่นไว้ด้วยพลังลมปราณธาตุวายุได้พุ่งตรงเข้าหาแผ่นหลังของฉือไห่ที่กำลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
ด้วยความเร็วของกระบี่ที่พุ่งเข้ามากว่าฉือไห่จะรู้สึกตัว เขาก็หลบไม่ทันแล้ว จึงโดนกระบี่ปักเข้าไปที่บริเวณแผ่นหลังด้านขวา
สวบบบ!
หลังจากจัดการทั้งสองคนได้ หลี่ผิงรีบกลับไปหาเด็ก ๆ รีบพาทุกคนออกไปจากป่าไพร่อสูร
แต่แล้วสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น ปิงหยุน เสี่ยวฟ่าน ตงห่าวลู่หาน จ้าวเฉินและหลันหลันกลับหายตัวไป เหลือเพียงแค่ฮัวเจี่ยและต้าถงแค่สองคนเท่านั้น
หลี่ผิงได้สอบถามเรื่องราวทุกอย่างจากฮัวเจี่ยและต้าถงเมื่อรู้ว่าจ้าวเฉินพาทุกคนออกไปจับโจรป่าที่กำลังวิ่งหลบหนี เขาสั่งให้ทั้งสองคนพาเด็กสาวและข้ารับใช้กลับไปที่รถม้า ก่อนจะรีบไล่ตามกลุ่มของจ้าวเฉินไป
เมื่อได้รับคำสั่งจากหลี่ผิงฮัวเจี่ยและต้าถงได้พาเด็กสาวและข้ารับใช้กลับไปที่รถม้า ซึ่งสีหน้าของฮัวเจี่ยนั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิด
“เจ้าขยะพวกนั้น ทำให้ข้าเสียเวลาไปโดยเปล่าประโยชน์”ฮัวเจี่ยนั้นไม่เชื่อว่ามีหนึ่งในโจรป่ากำลังซ่อนตัวอยู่ เพราะตัวเขานั้นไม่อาจสัมผัสถึงใครได้เลยในระยะหกผิง(20 เมตร) เป็นไปไม่ได้ที่จ้าวเฉินซึ่งมีระดับพลังต่ำกว่าจะรับรู้ถึงอีกฝ่ายได้
ด้านในป่าไพรอสูรปิงหยุน เสี่ยวฟ่าน ตงห่าว ลู่หานจ้าวเฉินและหลันหลันกำลังอ้อมไปดักหน้าหนึ่งในโจรป่าที่กำลังหลบหนีอยู่
“จ้าวเฉิน! เจ้ามั่นใจนะ ว่าพวกเราจะสามารถรับมือกับโจรป่าผู้นั้นได้” เสี่ยวฟ่านเริ่มรู้สึกหวาดกลัวเมื่อต้องเผชิญหน้ากับโจรป่า
โม่เฟิงกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แลดูสงบนิ่ง“เมื่อดูจากระดับพลังของโจรป่าแต่ละคนแล้วผู้ที่รับหน้าที่คอยสอดแนม จะต้องเป็นผู้ที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มอีกฝ่ายไม่น่าจะมีระดับพลังสูงไปกว่าขอบเขตหลอมกายะระดับที่แปด”
“หลอมกายาระดับที่แปด” เสี่ยวฟ่านถึงกับตะลึงงัน เมื่อได้ยินจ้าวเฉินประเมินระดับพลังของโจรป่าผู้นั้น
เพื่อให้ทุกคนเกิดความมั่นใจ จ้าวเฉินจึงบอกกับทุกคนว่า “ถึงแม้ระดับพลังของอีกฝ่ายจะสูงกว่าพวกเรามาก แต่ถ้าทุกคนร่วมมือกัน การเอาชนะอีกฝ่ายก็ไม่ใช่เรื่องยาก”
ที่ทุกคนฝ่าฝืนคำสั่งของหลี่ผิง ออกมาไล่ล่าโจรป่าผู้นี้เป็นเพราะจ้าวเฉินบอกว่ามีหนึ่งในโจรป่ากำลังแอบซ่อนตัวอยู่ ถ้าเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นโจรป่าผู้นี้จะต้องรีบกลับไปเรียกกำลังเสริมมา และเมื่อถึงตอนนั้นแม้แต่อาจารย์หลี่ผิงก็ไม่แน่ว่าจะสามารถปกป้องทุกคนเอาไว้ได้
ถึงแม้คำพูดของจ้าวเฉินที่เป็นคนแปลกหน้าจะไม่ค่อยมีความน่าเชื่อถือซักเท่าไหร่นัก แต่เมื่อปิงหยุนเอ่ยสนับสนุน ทุกคนจึงไม่ได้โต้แย้งติดตามจ้าวเฉินออกมาจัดการกับโจรป่าผู้นี้
ในระหว่างที่กำลังอ้อมมาดักหน้าจ้าวเฉินได้อธิบายถึงกลยุทธและวิธีการรับมือกับโจรป่าผู้นี้ไปพลาง ๆ
“พวกเจ้าพกไม้ไผ่ระเบิดกายาติดตัวมาด้วยใช่ไหม?”
“เจ้ารู้ได้ยังไง ว่าพวกเรามีไม้ไผ่ระเบิดกายา?” เสี่ยวฟ่านพูดขึ้นอย่างประหลาดใจ
นอกจากปิงหยุนแล้ว ทุกคนตกใจมากที่จ้าวเฉินรู้เรื่องไม้ไผ่ระเบิดกายาเนื่องจากมันเป็นเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่โม่เฟิงสร้างขึ้น นอกจากพวกเขาแล้ว ก็ไม่น่าจะมีคนอื่นที่รู้ว่าพวกเขาพกไม้ไผ่ระเบิดกายาติดตัวอยู่ตลอด
เห็นสีหน้าที่แลดูงุนงงและสับสนของทุกคนจ้าวเฉินจงยิ้มออกมาเล็กน้อย “ข้าต้องรู้สิ!เพราะข้าคือคนที่มอบมันให้กับพวกเจ้า”
“เอ๊ะ!”คำกล่าวของจ้าวเฉินทำให้ทุกคนต้องหันควับ ลูหานพรางเอ่ยถาม “หรือว่าเจ้าคือโม่เฟิง?”
จ้าวเฉินพยักหน้ายอมรับว่าตนเองก็คือโม่เฟิง “ใช่…ข้าคือโม่เฟิง”
เห็นอีกฝ่ายพยักหน้า เสี่ยวฟ่านมีคำถามมากมายเขาอดที่จะถามออกมาไม่ได้ “นี่เจ้าไปอยู่ที่ไหนมาแล้วทำไมใบหน้าของเจ้าถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้?”
“ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ข้าจะมาตอบคำถามของเจ้า” โม่เฟิงพาทุกคนไปหาจุดดักซุ่มพร้อมกับเล่าถึงวิธีการจัดการกับโจรป่าผู้นี้
โม่เฟิงพาทุกคนมาถึงจุดดักซุ่ม เฝ้ารอการมาถึงของอีกฝ่ายอย่างใจเย็นและไม่นาน ชายสวมผ้าปิดปากสีดำผู้หนึ่งก็ได้วิ่งผ่านมา ซึ่งดูจากการแต่งตัวแล้วอีกฝ่ายต้องเป็นโจรป่าอย่างไม่ต้องสงสัย
เสี่ยวฟ่าน ปิงหยุนและหลันหลัน รีบทำตามแผนการของจ้าวเฉิน พวกเขาทั้งสามคนพุ่งขนาบเข้าโจมตีอย่างฉับพลันไม่เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายนั้นมีเวลาได้ตั้งตัว
“ฝ่ามืออัสนีเบิกฟ้า!”
“บัวน้ำแข็งเบ่งบาน”
“กระบี่หนึ่งประสาน!”
ชายสวมผ้าปิดปากเห็นฝ่ามือทั้งสองข้างแลอีกหนึ่งกระบี่พุ่งตรงเข้ามาหาแม้เขาจะรู้สึกตกใจอยู่บ้าง แต่เขาก็มั่นใจว่าจะกระโดดหลบการโจมตีได้พ้น
แต่เมื่อเขากระโดดถอยหลังร่างกายของเขาเหมือนถูกพันธนาการเอาไว้ด้วยอะไรบางอย่าง ซึ่งมันทำให้เขานั้นไม่อาจหลบหนีจากการโจมตีที่พุ่งเข้ามาได้
เมื่อเห็นท่าไม่ดี ชายสวมผ้าปิดปากจึงพยายามเรียกพลังลมปราณของตนออกมาปกป้องร่างกายของตนไว้แต่พลังลมปราณที่เขาเรียกออกมนั้น กลับถูกเส้นลวดที่ตรึงร่างดูดกลืนจนสลายออกไปหลายส่วน
เมื่อลู่หานสัมผัสได้ว่า พลังลมปราณของอีกฝ่ายไม่เสถียรแล้วลู่หานจึงรีบตะโกนขึ้น
“ตอนนี้แหละ!”
เสี่ยวฟ่าน หลันหลันและปิงหยุนย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอย ใส่พลังลมปราณทั้งหมดลงไปในกระบวนท่าของตน
ฉึก! เปรี้ยะ! ฟู่ว!
“อั๊ก!” ด้วยร่างกายของผู้ฝึกยุทธในขอบเขตหลอมกายาถึงแม้เสี่ยวฟ่าน ปิงหยุน และหลันหลันจะโจมตีด้วยพลังทั้งหมด พวกเขาก็ยังไม่อาจสร้างบาดแผลรุนแรงให้กับชายสวมผ้าปิดปากได้เลยเขายังสามารถขยับตัวได้อย่างสบาย ๆ
หลักจากรับการโจมจีของทั้งสามเข้าไปชายสวมผ้าปิดปากใช้เรี่ยวแรงของตน ทำลายเส้นลวดของลู่หานทิ้ง แต่ขณะเดียวกันตงห่าวที่นำดวงจิตของมังกรปฐพีเข้ามาสถิตร่างได้กระโดดลงมาจากต้นไม้ ง้างสองมือทุบเข้าใส่ศีรษะของชายสวมผ้าปิดปาก
“ค้อนทลายปฐพี!”
ชายสวมผ้าปิดปากโดนทุบเข้าที่บริเวณศีรษะจนร่างตกลงมากระแทกพื้นเข้าอย่างจังแต่การโจมตีต่อเนื่องยังไม่หมดเพียงเท่านี้ เพราะจ้าวเฉินได้ปาไม้ไผ่ระเบิดกายาหนึ่งกระบอกเข้าใส่ร่างของชายสวมผ้าปิดปาก
บึ้ม!
----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเรื่องนี้ รวมถึงกดไลค์กดติดตามเพจ Facebook: Nightfall.Novel ด้วยนะครับ