เหาะอีกรอบ! ฟิ้ววว... โครม!
เหาะอีกที! ฟิ้ววว... โครม!
น้าขามกระต่ายยักษ์ร่างบึกบึนที่กำลังถือขวานตัดต้นกัลปพฤกษ์อยู่ นั่งขัดสมาธิเอาหลังพิงผนังถ้ำศิลาหินแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้าพลางถอนใจยาว “เฮ้อ... วัยรุ่นนี่มันดีจริงๆพลังงานเหลือเฟือเสียจริงเชียว”
สิ้นเสียงน้าขามไม่ทันไรก็มีเสียงตะโกนแหลมปรี๊ดดังมาจากเหนือหัว “ระวัง! มีคนตกหล่นจากฟากฟ้าแล้วโว้ยยย!ใครไม่อยากตายรีบหลบไปทางซ้ายเร็วเข้า!”
น้าขามได้ยินดังนั้นก็รีบสปริงตัวลุกขึ้นแล้วกระโดดหลบไปทางซ้ายตามคำบอกทันที!แต่พริบตาต่อมาเสียงข้างบนก็เปลี่ยนใจกะทันหัน “ผิดแล้ว! เขยิบมาทางขวาหน่อย!”
น้าขามก้าวฉับไปทางขวาตามสัญชาตญาณ...และแล้ว...
แปะ!
น้าขามไม่ได้เขยิบไปไหนไกล แต่คราวนี้บนใบหน้าของเขากลับมีวัตถุนุ่มนิ่มขนฟูๆ และอวบอัดแปะเข้าให้อย่างจัง!เขายื่นมือไปกระชากไอ้ก้อนนั้นออกมาก่อนจะจ้องหน้ามัน...เจ้ากระรอกอ้วนส่งยิ้มหวานจนเห็นฟันคู่หน้าขาวจั๊ว “น้าขามมม...ช่วงที่ผมไม่อยู่น่ะ น้าแอบคิดถึงผมบ้างหรือเปล่าเนี่ย?”
“ไอ้กระรอกผี!แกแกงข้า!” น้าขามเข้าใจแจ่มแจ้งทันที ไอ้ที่มันตะโกนบอกให้ซ้ายทีขวานทีน่ะไม่ได้หวังจะให้เขาหลบหรอก แต่มันจงใจเล็งพิกัดให้เขามาเป็นเบาะรองนั่งชัดๆ! พูดจบกระต่ายยักษ์ก็เหวี่ยงเจ้ากระรอกลงพื้นอย่างไร้ความปราณี
จ้อยไม่ได้สะทกสะท้านแต่อย่างใดเขากลิ้งบนพื้นหินสองสามตลบก่อนจะดีดตัวขึ้นมาแล้วรีบเสนอหน้าเข้าไปใกล้น้าขามทันที น้าขามรีบถอยกรูดพลางร้องห้าม“หยุดอยู่ตรงนั้นเลย! อย่าเข้ามานะเจ้าจ้อย!”
จ้อยกางอุ้งเท้าออกทำท่าทางไร้เดียงสา“โธ่... น้าจะตื่นเต้นไปทำไมกันล่ะ? ผมแค่จะมาชวนคุยแก้เหงาเฉยๆ เองนะ”
น้าขามหัวเราะหึๆ“เชื่อเจ้าก็โง่เต็มทนแล้ว!”
จ้อยทำหน้าละเหี่ยใจก่อนที่น้าขามจะถามต่อ “แล้วทำไมเจ้าไม่บินต่อล่ะ?เมื่อกี้ยังเห็นบินร่าอยู่บนฟ้าไม่ใช่เหรอ?”
จ้อยถอนหายใจยาว“ผมก็อยากบินอยู่นะครับน้าขาม แต่พอดีว่าเมื่อกี้ออกแรงซิ่งมากไปหน่อยพลังงานเลยหมด... ตอนนี้ผมเริ่มจะหิวขึ้นมาแล้วสิครับ...”
น้าขามได้ยินคำว่า ‘หิว’ก็รีบถอยหลังหนีอีกสามก้าวทันที “เจ้าจ้อย! หิวแล้วทำไมต้องนึกถึงข้าด้วย? ข้าบอกไว้ก่อนเลยนะว่าตอนนี้ข้าไม่มีอะไรให้แกแทะแล้วรองเท้าข้ายังเหลือแค่ครึ่งเดียวเนี่ย เจ้าจะทำอะไรข้าอีก!”
จ้อยเห็นท่าทางขี้งกของกระต่ายยักษ์ก็เบะปากมองบน“ดูทำเข้า... น้าเห็นผมเป็นพวกชอบรีดไถอยู่เรื่อยเลยนะผมไม่ใช่คนประเภทจ้องจะถอนขนแกะจนเกลี้ยงตัวหรอกน่า...”
“แล้วเจ้าจะเอาอะไร?”น้าขามหรี่ตามองอย่างระแวง
จ้อยยื่นมือไปเปิด"หีบวิเศษ" ที่ห้อยคออยู่ แล้วหยิบเอาจานผลไม้ทิพย์กับเหล้าป่ารสเลิศออกมาวางตรงหน้ากระต่ายยักษ์“ไม่มีอะไรหรอกครับ พอดีผมไปเที่ยวเล่นข้างนอกมา เลยมีของฝากติดไม้ติดมือมาให้น้าจะลองชิมดูหน่อยไหมล่ะ?”
น้าขามเห็นของกินตรงหน้าตาของเขาก็เป็นประกายวาววับทันที เขาลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ “ไอ้เจ้ากระรอก... แกแอบไปขโมยของจากสวรรค์มาใช่ไหมเนี่ย?”
“ใครขโมย? หน้าตาซื่อๆ แบบผมเนี่ยเหรอจะทำแบบนั้น?” พูดไปจ้อยก็นึกละอายใจนิดๆเพราะเขาก็แอบกวาดมาไม่น้อยจริงๆ
น้าขามหัวเราะเยาะ “เจ้าไม่ใช่ ‘คน’แบบนั้นหรอก...”
จ้อยยืดอก “นั่นไง...”
น้าขามต่อประโยคให้จบ “...แต่เจ้ามันเป็น‘กระรอก’ แบบนั้นต่างหาก!”
จ้อย: “......”
ถึงจะปากเสียใส่กันแต่ของกินมันไม่เข้าใครออกใคร น้าขามที่อดอยากมานานรีบคว้าจานผลไม้มาวางบนตักแล้วหยิบองุ่นพวงโตยัดเข้าปากทีเดียวหมดพวง เคี้ยวกร้วมๆ จนน้ำหวานไหลเยิ้มมุมปากจากนั้นก็กระดกเหล้าตามไปอึกใหญ่ จนดวงตาคมเข้มนั้นหรี่ลงด้วยความฟินสุดขีด
“เด็ดไหมน้า?” จ้อยถามหยั่งเชิง
“เด็ด!”น้าขามตอบทั้งที่ปากยังเต็มไปด้วยผลไม้ “จ้อย...ข้าคนอย่างน้าขามไม่เคยชอบกินแรงใครฟรีๆ เจ้ามีคำขออะไรก็ว่ามาเลย!”
จ้อยรีบออกตัว “โธ่น้า...พูดอะไรอย่างนั้น ผมไม่ได้คิดอะไรเลยจริงๆ แค่อยากเลี้ยงน้าเฉยๆ”
“เชื่อก็ออกลูกเป็นลิงแล้ว!ว่ามาเถอะ เรื่องอะไรก็ได้!” น้าขามสงสัยจะเริ่มกรึ่มเหล้า เลยตอบรับอย่างใจป้ำจ้อยมองออกทันทีว่า กระต่ายยักษ์ที่ดูตัวใหญ่บึกบึนคนนี้จริงๆ แล้วคือ ‘คออ่อน’ชัดๆ! เหล้าแค่ไม่กี่อึกก็ทำท่าจะเมาพับเสียแล้ว
จ้อยรีบสวมรอยทันที “งั้นผมขอจริงๆนะครับ... พี่ชาย... พี่ก็เห็นว่าผมออกไปข้างนอกทีไรโดนหมาหมู่รังแกอยู่เรื่อยพี่พอจะมี ‘วิชาเท่ๆ’ หรือ ‘มหาเวทย์’ อะไรมาสอนผมบ้างไหมครับ? เอาแบบที่โบกมือนิดเดียวแล้วมีแสงสีน้ำเงินพุ่งออกมาปั้งๆๆๆ! ศัตรูตายเกลี้ยงอะไรแบบนั้นน่ะครับ”
น้าขามหัวเราะร่า “ไม่มีปัญหา!”
จ้อยหูผึ่งด้วยความดีใจ รีบนั่งตัวตรงตั้งใจฟังอย่างจดจ่อ น้าขามยกเหล้าขึ้นกระดกอีกอึกใหญ่ แล้วค่อยๆแหงนหน้ามองฟ้าอย่างช้าๆ “วันนี้... พี่ชายคนนี้จะสอน ‘มหาเวทย์ไร้เทียมทาน’ให้เจ้าเอง!”
หนึ่งนาทีผ่านไป...น้าขามยังคงแหงนหน้ามองฟ้า สิบนาทีผ่านไป... น้าขามก็ยังจ้องฟ้านิ่งสนิทจ้อยเริ่มมองตามบ้าง บนฟ้านั่นมีอะไรนะ? ครึ่งชั่วโมงผ่านไป... น้าขามยังอยู่ในท่าเดิม จนครบหนึ่งชั่วโมงเต็มๆ
จ้อยทนไม่ไหวอีกต่อไป เลยสะกิดเบาๆ“พี่ชาย... พี่มองหาเลขเด็ดบนฟ้านั่นอยู่หรือไงครับ?”
สิ้นเสียงจ้อย น้าขามค่อยๆก้มหน้าลงมา ดวงตาแดงก่ำจ้องเขม็งไปที่จ้อยแล้วถามเสียงเย็น“ข้าจะมองอะไรแล้วมันหนักหัวเจ้าหรือไง? อยากมีเรื่องเหรอ?!”
“เอ้า...ก็พี่บอกจะสอน...” จ้อยงงเป็นไก่ตาแตก
วินาทีต่อมาฝ่ามือมหึมาของกระต่ายยักษ์ก็ตะปบหมับเข้าที่ตัวกระรอกน้อย แล้วกดลงกับพื้นดิน!อีกมือหนึ่งกำหมัดแน่นแล้วชกกระหน่ำลงมาประดุจห่าฝน! ตั้บๆๆๆๆ! อ้ากกก!จ้อยคาดไม่ถึงเลยว่าน้าขามจะเปลี่ยนอารมณ์ได้เร็วขนาดนี้!
โชคดีที่จ้อยถึกทนระดับเทพและน้าขามเองก็โดนสะกดอาคมไว้ทำให้ใช้ฤทธิ์เดชไม่ได้ไม่อย่างนั้นจ้อยคงได้ไปเฝ้ายมบาลตั้งแต่วันนี้แล้ว ผ่านไปครึ่งชั่วโมงน้าขามก็หยุดมือ แล้วแหงนหน้าหัวเราะร่าสามที “ฮ่าๆๆ! สะใจโว้ยยย!”จากนั้นก็หงายหลังล้มตึงลงกับพื้น แล้วกรนสนั่นหวั่นไหวไปในทันที...
จ้อยตะเกียกตะกายลุกขึ้นมาด้วยความเวทนาตัวเอง“นี่มันคนประเภทไหนกันเนี่ย... ผมเลี้ยงเหล้าแท้ๆ แต่กลับมาซ้อมผมปางตาย...เสียสุขภาพจิตจริงๆ!” จ้อยบ่นพึมพำอยู่พักใหญ่ พอเห็นว่าน้าขามนอนน้ำลายยืดท่าทางน่าเกลียด เขาก็หันไปมองเสื้อกับกางเกงของกระต่ายยักษ์พลางแสยะยิ้ม
“บังอาจมาต่อยผมงั้นเหรอ?หึๆ ... น้าขามเอ๋ย น้าต้องชดใช้ค่าเสียหายอย่างสาสม!”