เกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 70 ตัดสินใจแน่วแน่แล้ว (2)

            หลังจากทานข้าวที่บ้านหลินชุ่ยอิงเสร็จ หลินกั๋วผิงก็ขี่มอเตอร์ไซค์กลับบ้าน

            นึกไม่ถึงว่าจะบังเอิญเจอหลี่กุ้ยจือที่ปากทางเข้าหมู่บ้าน วันนี้เธอสวมชุดกระโปรงลายดอกไม้สีขาวสะอาดตา เปลี่ยนจากชุดสีฟ้าครามตัวเก่งที่เคยใส่

            ในยุคสมัยนั้น ผู้หญิงชนบทที่กล้าสวมกระโปรงเดินเฉิดฉายเช่นนี้มีน้อยนัก ส่วนใหญ่จะใส่กางเกงขายาวเพื่อความทะมัดทะแมงในการทำงาน

            หลี่กุ้ยจือส่งเสียงทักทายมาแต่ไกล “พี่กั๋วผิง! ยังจำฉันได้ไหมจ๊ะ?”

            หลินกั๋วผิงชะลอความเร็วมอเตอร์ไซค์ลงเล็กน้อย แล้วตอบกลับตามมารยาท “อ้อ... น้องกุ้ยจือนี่เอง”

            หลี่กุ้ยจือยิ้มหวานรอคอยประโยคถัดไปอย่างใจจดใจจ่อ หวังว่าฝ่ายชายจะเอ่ยชวนว่า ‘น้องกุ้ยจือจะไปไหน? ให้พี่ไปส่งไหม?’ หรือ ‘ขึ้นรถมาสิ เดี๋ยวพี่ไปส่ง’

            แต่ผิดคาด... หลินกั๋วผิงทำเพียงพยักหน้าทักทาย แล้วบิดคันเร่งมอเตอร์ไซค์ บรื๊น! พุ่งทะยานผ่านหน้าเธอไป ทิ้งไว้เพียงฝุ่นตลบ

            หลี่กุ้ยจือยืนอ้าปากค้าง มองตามหลังรถที่ห่างออกไปไกลลิบ เธอกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ

            “ฮึ! ไอ้คนบื้อ! ไม่รู้จักรับไมตรี!”

            เธอสบถเบาๆ ก่อนจะสาวเท้าเดินหน้าต่ออย่างกระฟัดกระเฟียด

            อันที่จริง หลี่กุ้ยจือตั้งใจมาเยี่ยมญาติที่หมู่บ้านต้าเหอ ไม่ได้ดักรอหลินกั๋วผิงแต่อย่างใด การเจอกันครั้งนี้เป็นเรื่องบังเอิญล้วนๆ

            แต่สำหรับหลี่กุ้ยจือ เธอมองว่านี่คือ ‘พรหมลิขิต’... แม้ปากจะบ่นว่าฝ่ายชายทึ่มทื่อ แต่ในใจลึกๆ กลับยิ่งรู้สึกประทับใจในความซื่อและเสมอต้นเสมอปลายของเขา จินตนาการของแม่ม่ายสาวจึงเตลิดเปิดเปิงไปไกล

            เสียงกริ่งเลิกเรียนดังขึ้น วันนี้เป็นเวรทำความสะอาดห้องของกลุ่มเสียวเสวี่ย

            หลังจากจัดการกวาดถูห้องเรียนจนสะอาดเอี่ยม กลุ่มเวรทำความสะอาดจึงทยอยเดินออกจากตึกเรียน บรรยากาศในโรงเรียนยามเย็นเริ่มเงียบสงัด มีเพียงเสียงนกกาบินกลับรัง

            เมื่อเสียวเสวี่ยเดินมาถึงประตูโรงเรียน ก็สังเกตเห็นกลุ่มเด็กมุงดูอะไรบางอย่างอยู่ที่ลานกว้าง เธอกับสวี่หัวลี่รีบเร่งฝีเท้าเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น

            ภาพที่ปรากฏคือการตะลุมบอน!

            เด็กชายสองคนกำลังรุมสกรัมเด็กชายร่างท้วมคนหนึ่งอย่างเอาเป็นเอาตาย

            หนึ่งในผู้ลงมือคือ ฉินหยวนเฟิง! แต่คราวนี้เขาไม่ได้เป็นฝ่ายถูกรังแกเหมือนเคย เขากำลังร่วมมือกับเด็กชายตัวสูงผิวขาวอีกคน รุมยำคู่กรณีจนน่วม

            เสียวเสวี่ยเพ่งมองคนที่ถูกรุมทำร้าย... นั่นมันจางเจี้ยนนี่นา!

            จางเจี้ยนเป็นหลานชายแท้ๆ ของจางเสี่ยวเสียและมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกับหลินหงเหมย

            เสียวเสวี่ยเคยเล่นกับจางเจี้ยนบ้างเวลาที่เขามาเยี่ยมญาติที่บ้านหลินหงเหมย ความทรงจำเกี่ยวกับตัวเด็กชายคนนี้เลือนราง แต่กิตติศัพท์ความร้ายกาจของพ่อแม่เขานั้น... เธอจำได้แม่น

            “นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นน่ะ?” เสียวเสวี่ยหันไปถามเพื่อนนักเรียนที่ยืนมุงดูอยู่

            “ก็ไอ้จางเจี้ยนมันขโมยเงินฉินหยวนเฟิงน่ะสิ! หัวขโมยก็ต้องโดนสั่งสอนซะบ้าง!”

            “มีหลักฐานเหรอว่าเขาขโมย?” เสียวเสวี่ยซักต่อ

            “ค้นเจอเงินของกลางในกระเป๋านักเรียนมันแล้ว! ยังจะต้องการหลักฐานอะไรอีก?”

            เสียวเสวี่ยใจหายวาบ กลัวว่าเรื่องจะบานปลายถ้าจางเจี้ยนบาดเจ็บหนัก เธอรีบแทรกตัวเข้าไปกลางวง

            “ฉินหยวนเฟิง! พอได้แล้ว! นายสั่งสอนเขาแค่นี้ก็พอแล้ว ขืนทำรุนแรงกว่านี้เดี๋ยวจะเป็นเรื่องใหญ่นะ”

            ฉินหยวนเฟิงชะงักหมัดที่กำลังจะเหวี่ยงซ้ำ พอเห็นว่าเป็นเสียวเสวี่ย เขาก็ลดมือลงแต่แววตายังคงวาวโรจน์ด้วยความโกรธ

            “เสียวเสวี่ย เธออย่ามายุ่ง! ไอ้จางเจี้ยนมันสมควรโดนแล้ว มันขโมยเงินของฉันกับหัวหน้าห้อง!”

            เด็กชายตัวสูงที่ร่วมมือกับฉินหยวนเฟิงคือ หวังกัง หัวหน้าห้องนั่นเอง

            เสียวเสวี่ยจ้องตาเพื่อนชายอย่างจริงจัง “ฉันรู้ว่าการขโมยของมันผิดและน่ารังเกียจ แต่พวกนายก็สั่งสอนเขาไปเยอะแล้ว ถ้าเขาเจ็บหนักขึ้นมา พ่อแม่เขามาเอาเรื่องจะลำบากนะ... พ่อแม่จางเจี้ยนดุแค่ไหนฉันรู้ดี”

            ฉินหยวนเฟิงเม้มปากแน่น ก่อนจะหันไปดึงแขนเสื้อหัวหน้าห้อง “ช่างเถอะหวังกัง... เราสั่งสอนมันแค่นี้แหละ หวังว่าคราวหน้ามันคงไม่กล้าทำอีก”

            แม้จะยังระบายอารมณ์ไม่หนำใจ แต่หวังกังก็ยอมฟังฉินหยวนเฟิง ทั้งคู่ผละออกมา ปล่อยให้จางเจี้ยนนอนคุดคู้หน้าตาปูดบวมอยู่กับพื้น

            สภาพของจางเจี้ยนดูน่าเวทนาไม่น้อย

            เสียวเสวี่ยดึงฉินหยวนเฟิงออกมาคุยส่วนตัวเพื่อซักถามรายละเอียด

            “ตกลงเรื่องมันเป็นยังไง?”

            ฉินหยวนเฟิงเล่าด้วยน้ำเสียงยังไม่หายแค้น “ไอ้หมอนี่มันขโมยของคนอื่นมาหลายครั้งแล้ว แต่จับไม่ได้คาหนังคาเขา... วันนี้ฉันขายสมุดแบบฝึกหัดได้เงินมาห้าเหมาห้าเฟิน พับเป็นรูปสามเหลี่ยมสอดไว้ในหนังสืออ่านนอกเวลา เผลอแป๊บเดียวตอนบ่ายเงินก็หายไป... แล้วจางเจี้ยนหายไปตอนพักเบรก กลับมาพร้อมขนมจากร้านค้าโรงเรียน ทั้งที่ปกติมันได้ค่าขนมแค่อาทิตย์ละครั้งและใช้หมดไปแล้ว ฉันเลยสงสัยมัน”

            “ฉันกลัวจะใส่ร้ายคนดี เลยให้     หวังเสี่ยว     พี่สาวของหัวหน้าห้องไปหลอกถาม จางลี่ พี่สาวจางเจี้ยน     ว่าวันนี้พ่อแม่ให้เงินน้องชายมาหรือเปล่า ปรากฏว่าเปล่า! จากนั้นเราก็ค้นตัวมัน เจอเงินทอนสองเหมา... ที่สำคัญ เงินนั้นมีรอยปากกาลูกลื่นวงกลมไว้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่หัวหน้าห้องทำไว้ตอนจ่ายเงินค่าสมุดให้ฉันพอดี!”

            จำนนต่อหลักฐาน! จางเจี้ยนเถียงไม่ออก จำต้องสารภาพว่าขโมยเงินไปจริง

            อาศัยจังหวะที่ครูเผลอ ฉินหยวนเฟิงจึงชวนหัวหน้าห้องมา ‘คิดบัญชี’ ย้อนหลัง

            เสียวเสวี่ยฟังจบก็ยิ้มขำ “นายนี่ก็ร้ายไม่เบานะ... ถึงขนาดดึงหัวหน้าห้องมาร่วมก๊วนได้ด้วย”

            ฉินหยวนเฟิงยืดอกอย่างภาคภูมิ “แน่นอน! ตั้งแต่ฉันหาเงินเองได้ ฉันเลี้ยงขนมหัวหน้าห้องไปสองหน ตอนนี้เขากลายเป็น     ลูกน้องฉันไปแล้ว”

            “เก่งจริงนะพ่อคุณ... ตัวแค่นี้รู้จักติดสินบนเจ้าพนักงานแล้ว     เหรอ?” เสียวเสวี่ยแซว

            ฉินหยวนเฟิง “...”

            “ฟังนะฉินหยวนเฟิง... ต่อไปถ้าเจอเรื่องแบบนี้อีก ให้แจ้งครูจัดการจะดีกว่า พวกนายตั้งศาลเตี้ยกันเองแบบนี้มันเสี่ยงนะ ถ้าเกิดพ่อแม่จางเจี้ยนรู้เรื่องแล้วมาโวยวาย ลูกเขาขโมยเงินก็ผิดส่วนหนึ่ง แต่พวกนายรุมทำร้ายร่างกายเขาก็ผิดเหมือนกัน”

            “ฉันแค่อยากสั่งสอนมันให้เข็ดหลาบ เหมือนตอนที่ฉันจัดการหวังเหว่ยไฉไง ซัดไปรอบเดียวหลังจากนั้นมันก็สงบเสงี่ยมขึ้นเยอะ”

            “บางคนบางเรื่องใช้กำปั้นแก้ปัญหาได้ แต่บางคนก็ไม่ได้นะ... เรื่องนี้ไม่เหมือนกรณีหวังเหว่ยไฉ พ่อแม่จางเจี้ยนรับมือยากกว่าพ่อแม่หวังเหว่ยไฉเยอะ เชื่อฉันเถอะ อย่าใช้วิธีดิบเถื่อนแบบนี้อีก”

            ฉินหยวนเฟิงนิ่งฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะพยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย “เข้าใจแล้ว... ต่อไปฉันจะไม่ใช้วิธีรุนแรงแบบนี้อีก”

            เห็นท่าทางเชื่องๆ เหมือนลูกแมวของฉินหยวนเฟิง เสียวเสวี่ยก็อดขำไม่ได้ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เอาภาพเด็กน้อยตรงหน้าไปซ้อนทับกับภาพเจ้าพ่อวงการธุรกิจผู้ยิ่งใหญ่ในอนาคต

            “ดีมาก... ในเมื่อนายเข้าใจแล้วก็รีบกลับบ้านเถอะ เย็นมากแล้ว”

            ทั้งคู่เดินคุยกันมาสักพักก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้าน

            พอกลับถึงบ้าน เสียวเสวี่ยก็รีบทำการบ้านให้เสร็จแล้วเข้าครัวทำกับข้าว

            ระหว่างหั่นผัก ใจเธอก็พะวงถึงเรื่องเมื่อเย็น... สภาพจางเจี้ยนที่โดนยำเละเทะยังติดตา สัญชาตญาณบอกว่าเด็กอย่างจางเจี้ยนไม่มีทางยอมจบเงียบๆ แน่

            กลับไปถึงบ้าน จางเจี้ยนต้องฟ้องพ่อแม่ ใส่สีตีไข่ให้ตัวเองดูเป็นเหยื่อผู้บริสุทธิ์ และรอยฟกช้ำดำเขียวบนตัวก็คือหลักฐานชั้นดี

            ที่น่ากลัวคือพ่อแม่ของจางเจี้ยน... โดยเฉพาะแม่ของเขา ขึ้นชื่อเรื่องหวงลูกมาก

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ยุค 90 ทวงคืนวาสนาตัวข้าในวัย 8 ขวบ! 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    นิยาย รัก
    627K 1276
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663