"ขอบคุณมากนะ" ฉินซู่นอนอยู่บนรถม้า สีหน้าของเขาไม่สู้ดีนัก
เพราะเขารู้สึกว่าการนอนแบบนี้มันน่าอายเกินไปแต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น
อีกอย่าง คนในครอบครัวต่างอยากให้เขาหายดี
รถม้าเคลื่อนตัวไปข้างหน้าฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่มองถนนข้างหน้าด้วยความตื่นเต้นหลังจากอยู่ในโรงพยาบาลมาหลายวัน พวกเขาไม่อยากอยู่ที่นั่นต่อแล้ว
"ไม่เป็นไรหรอก"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวอ่านความคิดของฉินซู่ออกเธอเอื้อมมือไปจับมือเขาไว้แน่น "ไม่เป็นไรนะเดี๋ยวก็หายดีแล้ว"
"ครั้งนี้ฉันจะรักษาขาอีกข้างของนายไปพร้อมๆกัน ขาของนายจะได้หายดี แล้วก็จะได้กลับมาเป็นแบบเดิม" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดด้วยความตั้งใจจริง
ฉินซู่เงยหน้ามองเธอรู้สึกว่าตอนที่ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดแบบนั้น เธอดูเปล่งประกายเป็นพิเศษ
จู่ๆ หัวใจของเขาก็เต้นเร็วขึ้นมา
"ฮิฮิ" เมื่อเห็นว่าทั้งสองจับมือกันฉินไห่เยว่แอบยิ้มอยู่ข้างหน้า "ถ้าพ่อกับแม่เป็นแบบนี้ตลอดไปก็คงจะดีสิคะ"
พอฉินไห่หยางได้ยินน้องสาวพูดแบบนั้นเขาก็รู้สึกสะเทือนใจเล็กน้อย เขายังไม่เหมือนฉินไห่เยว่
สุดท้ายแล้วอุปสรรคบางอย่างมันก็ยากที่จะก้าวข้ามไปได้
ระหว่างทางกลับบ้านหวังเต๋อจู้ก็พูดคุยกับพวกเขาเป็นระยะ
เพราะต้องระวังเรื่องขาของฉินซู่พวกเขาจึงเดินทางกลับบ้านได้ค่อนข้างช้า
ใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงกว่าถึงเริ่มเห็นปากทางเข้าหมู่บ้าน ฉินไห่หยางและฉินไห่เยว่ตะโกนออกมาอย่างตื่นเต้น
อยู่ในหมู่บ้านดีกว่าอย่างน้อยพวกเขาก็มีเพื่อนเล่น
เมื่อเห็นท่าทีตื่นเต้นของพวกเขาฉินซู่ก็เอื้อมมือไปจับมือต่งเสี่ยวเสี่ยว
ความรู้สึกบางอย่างดูเหมือนจะค่อยๆก่อขึ้นมาระหว่างพวกเขาสองคน
รถม้าเพิ่งจะเข้ามาในหมู่บ้านก็มีคนเห็นพวกเขา
"ฉินซู่กลับมาแล้วเหรอ?"กลุ่มแม่บ้านรวมตัวกันใต้ต้นไม้ใหญ่ตรงปากทางเข้าหมู่บ้านพวกเขาจับกลุ่มพูดคุยหัวเราะกันอย่างสนุกสนานบางครั้งก็คุยกันเรื่องซุบซิบนินทาของหมู่บ้านอื่น หรือเรื่องราวของแต่ละบ้าน
"ขาหายดีหรือยัง แล้วจะเดินได้อีกไหม?"
ป้าหวังที่ปากคอเราะร้ายถือเมล็ดแตงโมเอาไว้ในมือดวงตาเรียวเล็กมองมาที่รถม้าโดยไม่ละสายตา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวนั่งอยู่บนรถม้าพอได้ยินแบบนั้นก็ส่งเสียง 'ฮึ' ในคอออกมา "ป้าหวังแทะเมล็ดแตงโมไปเยอะขนาดนี้แล้ว ปากยังขยับไหวอีกเหรอคะ!"
พอเธอพูดจบ บรรดาป้าๆที่กำลังพูดคุยอยู่ข้างๆ ก็หัวเราะออกมา
ป้าหวังได้ยินเสียงหัวเราะก็รู้สึกเสียหน้าเก็บเมล็ดแตงโมใส่กระเป๋าเสื้อ แล้วเท้าสะเอว "มีอะไรให้น่าดีใจกันเรื่องที่เธอไปกิ๊กกั๊กกับเฮ่อเจี้ยนหมิงในป่า พวกเรารู้กันทั้งหมู่บ้านแล้ว"
"นอกจากเฮ่อเจี้ยนหมิงแล้วยังมีคนขับรถม้าคนนี้อีกด้วยมั้ง!"
"ฮ่าๆ" ป้าหวังพูดเสียงดังพลางกระโดดโลดเต้นไปด้วย"อย่าคิดว่าพวกเราไม่รู้นะคนขับรถม้านั่นก็เป็นชู้ของเธอล่ะสิ!"
"พอเห็นว่าฉินซู่พิการก็เลยไปเกาะแกะคนอื่นสินะ?"
ป้าหวังยังคงพูดไม่หยุดฉินไห่หยางกระโดดลงจากรถม้า หยิบก้อนหินขว้างใส่เธออย่างแรง
"ไอ้ลูกไม่มีแม่!" พอป้าหวังเห็นว่าเป็นฝีมือของฉินไห่หยาง จึงพูดต่อ "สมแล้วที่เป็นเด็กที่ไม่มีแม่คอยสั่งสอน วันนี้ฉันจะฆ่าแกให้ตายซะ!"
เมื่อกี้นี้ป้าหวังพูดจาแปลกๆพอตอนนี้ก็วิ่งไล่เด็กๆ อีก ต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงรีบกระโดดลงจากรถม้ากระชากของป้าหวังเอาไว้แน่น
"ป้าหวัง ป้าเองก็เป็นผู้ใหญ่แล้วยังกล้าลงมือกับเด็กอีก ไม่ละอายใจบ้างเหรอคะ?"
"อีกอย่าง..." ดวงตาของต่งเสี่ยวเสี่ยวจ้องมองเธออย่างดุดัน "ใครเป็นคนปล่อยข่าวพวกนี้ออกมากันแน่?"
"เรื่องที่ฉันไปเจอกับเฮ่อเจี้ยนหมิงในป่าแล้วก็เรื่องที่ฉันกับพี่หวัง…"
พูดยังไม่ทันจบ ป้าหวังก็พูดแทรกขึ้นมา"พี่หวังอะไรกัน ฉันว่า…"
พูดยังไม่ทันขาดคำก็มีคนวิ่งหน้าตาตื่นมาจากที่ไกลๆ
"สหายต่ง พวกเธอกลับมาแล้วเหรอ?"
"รีบกลับไปดูที่บ้านเถอะ"ชายคนนั้นพูดพลางชี้ไปทางบ้านของพวกเขา "ป้าเฮ่อกับเฮ่อเจี้ยนหมิงไปอาละวาดที่บ้านพวกคุณมาหลายวันแล้ว"
พอต่งเสี่ยวเสี่ยวได้ยินแบบนั้นเธอก็ขมวดคิ้วทันที
วันนั้นที่อยู่ในป่าเธออุตส่าห์ปล่อยเฮ่อเจี้ยนหมิงไปแล้ว ไม่คิดว่าเขายังจะกล้ามาหาเรื่องถึงที่
ก็ดี!
ต่งเสี่ยวเสี่ยวถึงปล่อยผมของป้าหวัง"ฉันจะกลับไปดูก่อนว่าใครมันเป็นบ้ามาอาละวาดที่หน้าบ้านฉันแล้วฉันจะกลับมาคุยกับป้าหวังให้รู้เรื่อง"
เธอพูดพลางจูงมือฉินไห่หยาง"เด็กๆ น่ะมีหน้าที่แค่เล่นสนุกก็พอ ส่วนเรื่องที่ควรทำแม่จะจัดการเอง"
พูดจบก็เธอก็ขึ้นรถม้าและบอกให้หวังเต๋อจู้เร่งความเร็ว
"พี่หวัง" ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ "คงเป็นเพราะคนในหมู่บ้านเห็นว่าฉันพาไห่เยว่ไปหาพี่ก็เลยเข้าใจผิด"
"เรื่องนี้…" ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกอึดอัดจนไม่รู้จะเริ่มต้นยังไงดี
ฉินไห่เยว่ตบหน้าผากตัวเอง"วันที่หนูไปหาคุณลุงหวังกับแม่เสี่ยวเสี่ยวหนูเห็นน้าหลี่ด้วยค่ะ"
น้าหลี่ที่ว่าก็คือ หลี่เจียวเจียว
"เฮ้อ!"
พอได้ยินชื่อคนคนนี้ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็เดาได้ทันทีเลยว่าข่าวลือในหมู่บ้านนี้ใครเป็นคนปล่อย
เธอหันไปมองฉินซู่ กลัวว่าเขาจะเข้าใจผิด
การเข้าใจผิดกันเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้ครอบครัวไม่สงบสุขได้
แต่ฉินซู่กลับจับมือเธอไว้แน่น และพูดว่า"ฉันเชื่อเธอ"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างยิ่งสิ่งที่เธอพยายามมานาน ไม่เสียเปล่าแล้ว
หวังเต๋อจู้ได้ฟังแบบนั้นแล้วก็หัวเราะออกมา"ไม่มีอะไรหรอก พวกเขาปล่อยข่าวลือกันไปเองฉันไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก"
"ฉันต้องขอบคุณน้องสาวมากเพราะน้องสาวช่วยฉันไว้ ระหว่างเราไม่ได้มีเรื่องอะไรทำนองนั้นเลย"
หวังเต๋อจู้ยังคงอธิบายต่อพอเลี้ยวรถไปข้างหน้า ก็เห็นประตูบ้านของพวกเขาแล้ว
ป้าเฮ่อกับเฮ่อเจี้ยนหมิงยืนอยู่ตรงนั้นจริงๆและโวยวายเสียงดังจนมีคนมามุงดูจำนวนมาก
"พวกเธอสองคนเลิกโวยวายได้แล้วฉันบอกแล้วไงว่าขาของฉินซู่ถูกทับ พวกเขาไปตัวตำบลยังไม่กลับมาเลย" คนข้างๆ พยายามเกลี้ยกล่อม
พอสร้างเรื่องวุ่นวายแบบนี้ทำให้คนทั้งหมู่บ้านหัวเราะเยาะ ทำให้เสียหน้าอยู่ไม่น้อย!
แต่ใครที่เข้าไปเกลี้ยกล่อมก็จะถูกป้าเฮ่อเท้าสะเอว และด่ากลับมาไม่หยุด
หลายๆ วันเข้าทุกคนเลยเลิกพยายามส่วนใหญ่แค่หยุดดูละครสนุกๆ สักสองสามนาทีแล้วก็เดินจากไป
"พวกลูกรอแม่อยู่ตรงนี้ก่อนนะ"ต่งเสี่ยวเสี่ยวบอกให้หวังเต๋อจู้จอดรถห่างจากบ้านพวกเขาไปประมาณสองร้อยเมตร
เธอก็กระโดดลงจากรถแล้วรีบมาที่หน้าบ้านทันที
"นี่!"
ต่งเสี่ยวเสี่ยวปรากฏตัวต่อหน้าพวกเขาโดยกอดอกทั้งสองข้าง"ฉันก็สงสัยอยู่ว่าใครมันส่งเสียงดังอยู่ที่หน้าบ้านเราที่แท้ก็เป็นหมานี่เอง!"
"ลำบากหน่อยนะ" ต่งเสี่ยวเสี่ยวถอนหายใจ "บ้านเราไม่มีใครอยู่ยังอุตส่าห์มาทำหน้าที่เป็นหมาเฝ้าบ้านให้พวกเราถ้าฉันไม่ขอบคุณก็คงจะรู้สึกผิดที่พวกคุณอุตส่าห์ทำให้แน่ๆ"
"ต่งเสี่ยวเสี่ยว!"
พอป้าเฮ่อเห็นเธอมาและยังได้ยินเธอพูดแบบนี้อีก ก็โกรธจนแทบจะระเบิด
หล่อนชี้นิ้วไปที่เธอ แล้วกระทืบเท้าด่า"เธอดูสิว่าเธอทำอะไรกับลูกชายฉันเอาไว้!"
หล่อนพูดพลางน้ำลายกระเซ็น"ถ้าลูกชายฉันเป็นอะไรไป ฉันไม่เอาเธอไว้แน่!"
"เธอต้องรีบรักษาแผลของเขาให้หายดีไม่งั้นต่อไปพอเขาเข้าเมือง เขาจะไปแต่งงานกับผู้หญิงที่ไหนได้?" ป้าเฮ่อแสดงธาตุแท้ออกมา
ต่งเสี่ยวเสี่ยวเอนตัวพิงประตูอย่างไม่ใส่ใจเธอเหลือบมองเฮ่อเจี้ยนหมิงแวบหนึ่ง "แล้วทำไมป้าไม่ลองถามเขาดูล่ะว่าทำไมถึงไปเดินตามฉันต้อยๆ? คนอย่างเขาน่ะสมควรโดนแล้วจะเข้าเมืองไปหาเมียหรือไปแต่งกับหมาที่ไหนก็ไม่มีใครเอาหรอก!"