“ยัยตัวแสบออกมาเลยนะ!”ปกป้องะโเสียงดังอยู่หน้าประตูรั้วบ้านของมนตรา
มนตราในชุดเสื้อกล้ามสีขาวตัวโคร่งกับกางเกงยีนขาสั้นเดินหัวเราะเอิ๊กอ๊ากออกมาเปิดประตูรั้ว
“อ้าว! นายอิ่มแล้วเหรอเห็นชามตั้งสูงยังกะหอคอยมอดอร์ก็ยังกินไม่หยุดเลย” มนตรายิ้มระรื่น
“ก็ไอ้พี่หมอของเธอน่ะสิท้าทายฉัน”ปกป้องบ่นอุบ
“อะไร ฉันไม่เห็นใครท้าใครเลยเอาแต่จ้องหน้ากันแล้วก็แข่งกันกินยังกะจะชิงแชมป์โลก แล้วตกลงใครชนะอะ” มนตราเย้า
“เสมอ! ก็เพราะเธอนั่นแหละเธอนี่ร้ายกาจมากนะ เล่นขอไปห้องน้ำแล้วชิ่งหนีไปเลยฉันกับพี่หมอของเธอเลยหยุดกิน” ปกป้องเขกหน้าผากเธออย่างหมั่นไส้
หนึ่งชั่วโมงก่อนหน้านั้น
ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือสองหนุ่มที่มีชามก๋วยเตี๋ยวเรือกองพะเนินเทินทึกอยู่ตรงหน้าถึงกับมองหน้ากันหน้าเหวอเมื่อพนักงานที่ร้านมาแจ้งว่ามนตราฝากบอกว่ามีธุระและขอตัวกลับก่อนพร้อมกับฝากจ่ายค่าอาหารให้เธอด้วย
“ฮิๆๆ แล้ววันนี้นายไม่ต้องเข้าร้านแล้วเหรอ”
“ฉันโทรคุยแล้วละ เขาจัดการกันได้ ฉันได้พักบ้างก็ดีเหมือนกันคิดๆ ดูแล้วฉันทำงานทุกวันไม่ได้หยุดมาเป็เดือนๆ แล้ว” ปกป้องว่าพลางถอนใจ
มนตรานิ่งมองหน้าเขา ความที่เป็เพื่อนกันั้แ่เธอเรียนจบและยึดอาชีพนักเขียนนิยายแม้จะไม่ได้มีความผูกพันกันนานมากนัก แต่เธอกลับสนิทสนมและไว้ใจเขาอย่างรวดเร็วมนตราเห็นรอยคล้ำใต้ตาที่บ่งบอกว่าเขาคงพักผ่อนอย่างไม่เพียงพอนัก
“งั้นเข้าบ้านไหมล่ะ”
“หา! ก็ได้ว่าจะคุยกับเธอเื่แมวด้วย” ปกป้องประหลาดใจเล็กน้อยั้แ่รู้จักกันมามนตราไม่เคยชวนเขาเข้าบ้านเลย
ปกป้องสาวเท้าเข้ามาในรั้วบ้านความที่เขาเป็ชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ เดินเพียงไม่กี่ก้าวก็ถึงตัวบ้านแล้วบ้านของมนตรายกพื้น มีใต้ถุนเล็กๆ อยู่ทั้งยังมีชานบ้านที่เป็พื้นไม้ยื่นออกมาขนาดกว้างพอนั่งเล่นได้แถมหากเป็ผู้หญิงร่างเล็กอย่างมนตราก็จะนั่งห้อยขาได้สบายๆที่มุมหนึ่งปกป้องเห็นหมอนสามเหลี่ยมจึงพอจะเดาออกว่ามนตราคงมานอนเล่นเอนหลังหน้าบ้านเป็ประจำ หน้าบ้านเป็ประตูกระจกบานพับที่เปิดกว้างอยู่
“ว้าว!บ้านเธอสวยแล้วก็น่าอยู่มากเลยนะเนี่ย”ปกป้องชื่นชมจากใจ
“แหม!บ้านหลังกระจิดของฉันจะไปสู้บ้านคุณชายเศรษฐีอย่างนายได้ยังไงล่ะ”
“ใครบอกว่าฉันอยู่บ้านล่ะ...ฉันอยู่คอนโดหนึ่งห้องนอนเท่านั้นแหละ แล้วพูดจริงๆ นะบ้านเธอมัน...ดูอบอุ่นมาก”
ทั้งคู่จ้องตากันนิ่งงันลมพัดผ่านประตูกระจกเข้ามา ผมของมนตราสยายเคลียใบหน้า เธอเป็ฝ่ายหลบสายตาก้มหน้าทัดผมไว้ที่หู
“เอ้า! นั่งสิโซฟาบ้านฉันไม่กัดนะรู้ยัง!”
มนตราแก้เก้อก่อนจะเดินไปยังห้องครัวเพื่อไปหาน้ำกับขนมมาเสิร์ฟหัวใจเธอเต้นตึกตัก
“จะบ้าเหรอมนตรา! ทำเป็ไม่เคยคุยกะนายป้องไปได้” มนตราพึมพำขณะเปิดตู้เย็น
มนตราถือถาดที่มีน้ำส้มสองแก้วและจานใส่ซอฟต์คุกกี้ช็อกโกแลตชิปโฮมเมดตรงไปหาปกป้องที่นั่งหันหลังยืดขาอยู่ตรงชานบ้านเธอก้มลงวางถาดโดยไม่ทันระวังจึงเผยให้เห็นชั้นในลูกไม้สีขาวที่โอบอุ้มเนินอกอวบอิ่มปกป้องที่หันมาเห็นเต็มตารีบหันหน้าหนี ใบหน้าและหูแดงก่ำ
“นี่เธอ! ไปเปลี่ยนชุดก่อนไหมแต่งตัวไปล่อเสือล่อตะเข้ที่ไหน” ปกป้องยังคงเบือนหน้าหนี
“อีตาลามก! ทำไม ฉันเซ็กซี่ล่ะสิ”
มนตราทุบหลังปกป้องแก้เก้อแต่คงจะแรงไปหน่อยเพราะเขาหันมารวบข้อมือเรียวเล็กทั้งสองของเธอด้วยมือเพียงข้างเดียว
“บางทีเธอคงลืมมั้งว่าฉันเป็ผู้ชาย”
ทั้งสองสบตากันในระยะประชิดใบหน้าทั้งสองแทบจะชิดกัน มนตราเผลอกลั้นหายใจ ขณะที่ปกป้องหายใจเสียงดังมนตราเหงื่อแตกพลั่กแต่กลับขนลุกซู่ไปทั้งตัว
“ฮ่าๆ หยอกๆ น่า!”ปกป้องหัวเราะเสียงดังแล้วปล่อยมือเธอ
“ไอ้บ้าๆๆ!” มนตราฟาดไหล่เขาเพียะๆ
“เฮ้ย! แต่เธออยู่คนเดียวอะยังไงก็ควรระวังไว้บ้าง แต่งตัวมิดชิดหน่อยก็ดี”
มนตราััได้ถึงน้ำเสียงห่วงใยและยังรู้สึกได้ว่าใบหน้าตัวเองเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง จึงรีบไปสวมแจ็กเกตที่พาดเก้าอี้โต๊ะกินข้าวอยู่
“เฮ้อ...มัวแต่หยอกเล่นแล้วเมื่อไหร่จะได้สารภาพความในใจสักทีวะ” ปกป้องพึมพำพลางเกาศีรษะแกรกๆ
เมื่อมนตราเดินกลับมาก็เห็นปกป้องเคี้ยวคุกกี้กร้วมๆตามด้วยดื่มน้ำส้มอั้กๆ เธออมยิ้มขำ
“อร่อยล่ะสิ ฉันทำเองทั้งสองอย่างเลยนะเพิ่งทำส่งตามออเดอร์เมื่อไม่นานมานี้ ขายดีอยู่นะ”
“เฮ้ยจริงดิ!คุณท่านทำแล้วเอาไปวางที่ร้านกาแฟกระผมก็ได้นะขอรับ”
“ไอ้บ้านี่! แกล้งอีกแล้ว” มนตราหัวเราะ
“อร่อยจริงๆ!ไม่งั้นไม่ชวนเอาไปวางให้เสียชื่อหรอก เธอเอาสูตรมาจากไหนอะ ในยูทูบเอ้อ...”ปกป้องพูดไม่ชัดเพราะพูดไปกินไปราวกับกลัวใครแย่ง
“เปล่าหรอก... สูตรของแม่น่ะ...”มนตราเสียงแ่
ปกป้องนิ่งอึ้งไปแล้วเอื้อมมือมากุมมือเธอเบาๆอย่างให้กำลังใจ
“บางทีพ่อแม่เราอาจจะเป็เพื่อนกันอยู่บนนั้นก็ได้นะป่านนี้คงเมาท์พวกเราน่าดู” ปกป้องแหงนมองท้องฟ้ายามเย็นที่กำลังจะเปลี่ยนสี
“อื้อ!” มนตรารับคำ เธอยิ้มเล็กน้อย
ย้อนกลับไปเมื่อ 3 ปีก่อน...
มนตราในชุดนักศึกษาสวมครุยรับปริญญานั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียวในโซนสวนด้านหลังของร้านกาแฟแห่งหนึ่งฝั่งตรงข้ามเธอเป็นักศึกษาสาวในชุดครุยรับปริญญาเช่นกันแต่ที่แตกต่างกันก็คือนักศึกษาคนนั้นมากับครอบครัวใหญ่ ทั้งพ่อแม่ อากง อาม่า และป้าๆน้าๆ โต๊ะนั้นอบอวลด้วยบรรยากาศแห่งความสุข
“โอ๊ย! กาแฟอะไรทำไมมันหวานเจี๊ยบอย่างนี้เ้าของร้านอยู่ไหน”เสียงหญิงวัยกลางคนซึ่งนั่งอยู่โต๊ะด้านข้างครอบครัวใหญ่นั้นดังขึ้น
“ขอโทษด้วยนะครับคุณลูกค้าไม่ทราบคุณลูกค้าออเดอร์อะไรครับ เดี๋ยวผมทำให้ใหม่ครับ”ชายหนุ่มร่างสูงปรี่เข้ามาโค้งคำนับขอโทษอย่างรวดเร็ว
“ฉันสั่งคาปูชิโนไม่หวานเลยฉันก็ย้ำแล้วย้ำอีกแล้วนะ ทำไมถึงไม่ตั้งใจฟัง!” หญิงวัยกลางคนบ่นเสียงดัง
“ขอโทษจริงๆ ครับ เดี๋ยวผมจะรีบทำมาให้ใหม่นะครับ”
“รีบๆ เลยนะ เวลาฉันเป็เงินเป็ทอง!” หญิงวัยกลางคนจิ๊ปาก
ชายหนุ่มคนนั้นขอโทษอีกครั้งแล้วพุ่งกลับเข้าไปในร้านมนตรารู้สึกเห็นใจขึ้นมา เพียงไม่กี่อึดใจ กาแฟแก้วใหม่ก็ถูกนำมาเสิร์ฟพร้อมขนมเค้กอีกชิ้นที่ใส่กล่องมาเพื่อขออภัยหญิงวัยกลางคนรีบรับมาแล้วลุกออกไปโดยไม่มีแม้แต่คำขอบใจหรือบอกว่าไม่เป็ไรจากนั้นไม่นานโต๊ะครอบครัวใหญ่ก็ลุกไป เหลือแต่เพียงความเงียบงัน
มนตราก้มหน้าน้ำตาเอ่อรื้นจนขอบตาร้อนผ่าวและค่อยๆ หยดลงบนโต๊ะกระจกแล้วเพียงไม่นานน้ำตาก็พรั่งพรูอาบหน้า มนตราเอามือปิดหน้าะเิร้องไห้อย่างสุดกลั้น
“ฮือๆๆ”
“ทาร์ตเลมอนเปรี้ยวๆ หวานๆ จะช่วยเยียวยาหัวใจได้นะครับ”เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นด้านข้าง
มนตราสะดุ้งจนมือปัดโดนแว่นสายตากลมๆร่วงลงพื้น ชายหนุ่มก้มลงหยิบให้เธอ
“ขอโทษที่มาไม่ให้สุ้มให้เสียงนะครับพอดีผมเก็บโต๊ะอยู่แล้วเห็นคุณดูเศร้าๆ”
“ไม่...ไม่เป็ไรค่ะ”มนตราสูดน้ำมูกเช็ดน้ำตาจนเละเทะไปหมด
ชายหนุ่มยื่นผ้าเช็ดหน้าให้มนตราโบกมือปฏิเสธด้วยความเกรงใจ แต่น้ำตาน้ำมูกเ้ากรรมดันไหลย้อยไม่หยุด เธอจึงรับผ้าเช็ดหน้าไว้แล้วสั่งน้ำมูกเต็มแรงเสียงดังแพร็ดจนชายหนุ่มแทบหลุดหัวเราะ
“มีอะไรเล่าให้ผมฟังได้นะครับคิดซะว่าพื้นที่ตรงนี้มีไว้เพื่อระบาย เวลานี้ไม่มีลูกค้าแล้วครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ ขอบคุณมากนะคะ”
“ผมเข้าใจครับ่เวลาสำคัญเราก็อยากอยู่กับคนสำคัญ แต่บางทีคนเราก็ไม่ได้โชคดีไปซะหมดทุกเื่จริงไหมครับ”
ชายหนุ่มเลื่อนเก้าอี้ลงนั่งเยื้องๆกับมนตราห่างจากโต๊ะเล็กน้อยเขาเลือกไม่นั่งฝั่งตรงข้ามเพราะไม่อยากดูรุกล้ำความเป็ส่วนตัวของเธอเกินไปมนตรามองหน้าเขา พลันรู้สึกว่าเขาเป็คนจิตใจดีและน่าจะไว้ใจได้
“พ่อแม่ผมประสบอุบัติเหตุเสียไปั้แ่ผมยังเด็กๆครับ ผมอยู่กับปู่ แล้วก็น้าที่เป็ภรรยาใหม่ปู่ กับน้องสาวที่เป็ลูกติดของน้าน่าจะพอเดาออกใช่ไหมครับว่าผมได้รับความรักแบบสุดๆ ไปเลย ฮ่าๆๆ”
มนตราเผลอยิ้ม เธอรู้ว่าเขาประชด และไม่รู้เพราะอะไรเมื่อเธอมองเข้าไปในดวงตาเรียวเล็กคู่นั้น เธอก็อยากระบายความในใจออกมา
“พ่อแม่ฉันท่านรถคว่ำเสียชีวิตไปเมื่อเดือนที่แล้วนี้เองค่ะ...”มนตราพยายามควบคุมสติอารมณ์
“ฉัน...ฉันเองก็ไม่สนิทกับญาติทั้งฝั่งพ่อและแม่ค่ะเลยไม่คิดจะย้ายไปอยู่ใกล้ๆ ญาติ ฉันยังอยู่บ้านที่พ่อแม่ซื้อไว้แต่มันเศร้ามากจริงๆ ค่ะที่บ้านที่เคยอยู่กันสามคน ตอนนี้มีฉันอยู่คนเดียว”มนตราเช็ดน้ำตาที่ไหลเป็สาย เธอยังนึกแปลกใจที่ตนเองไว้ใจกล้าเล่าเื่ส่วนตัวให้คนแปลกหน้าฟัง
“ผมพอจะเข้าใจครับ ตอนเด็กผมก็พยายามหนีออกจากบ้านบ่อยๆทั้งที่ไม่รู้จะไปไหน จนตอนนี้ผมออกมาอยู่คอนโดแล้วน่าแปลกที่ผมรู้สึกสบายใจกว่าอยู่บ้านหลังใหญ่นั่นเสียอีก” ชายหนุ่มยิ้ม
“อ้อ...เค้กนี่เดี๋ยวฉันไปจ่ายตังค์นะคะ”
“ไม่ต้องครับ ผมกำลังหาหนูทดลองเอ๊ยหาคนชิมอยู่พอดีเลย เผื่อมันหวานเกินไป เดี๋ยวผมจะโดนด่าเละเทะอีก”
ชายหนุ่มยิ้มแหยๆ มนตราหัวเราะ เธอใช้ส้อมตัดทาร์ตเลมอนแล้วเอาเข้าปากทันทีที่ทาร์ตแตะลิ้น รสชาติเปรี้ยวอมหวานก็อวลทั่วปากและช่วยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นจริงๆมนตราเอ่ยชม
“ทาร์ตนี้ช่วยชีวิตฉันจริงๆเพราะกาแฟร้านคุณขมไปหน่อย...เอ่อ ขอโทษที่พูดตรงๆ นะคะ”
“ติชมได้เลยครับว่าแต่คุณสั่งว่าอะไรครับ ถ้าสั่งหวานปกติร้านเราจะใส่ไซรัป 4 ปั๊มครับ”
“ฉันสั่งหวาน 200 เปอร์เซ็นต์ค่ะ แหะๆ” มนตรายิ้มเขิน
“200เปอร์เซ็นต์!”
“ก็ชีวิตฉัน่นี้มันขมนี่คะเลยอยากเติมอะไรหวานๆ บ้าง”
“ขอโทษนะครับ ผมขอพิสูจน์อะไรหน่อยแล้วเดี๋ยวจะทำกาแฟมาให้ใหม่นะครับ”
ชายหนุ่มหยิบหลอดออก เปิดฝาแล้วยกดื่มทันทีพอวางแก้วลง สีหน้าเขาเหมือนคนที่บรรลุธรรมแล้ว
“ผมรู้แล้วแหละว่าทำไมลูกค้าคนนั้นถึงโกรธเป็ฟืนเป็ไฟก็เขาได้กาแฟหวาน 200เปอร์เซ็นต์ของคุณไปนี่เอง!”
ทั้งสองมองหน้ากันแล้วะเิหัวเราะพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“ผมชื่อป้องนะครับ เป็เ้าของร้านยินดีที่ได้รู้จัก แล้วก็ยินดีมากๆ ถ้าคุณจะมาบ่อยๆ เราเพิ่งเปิดได้ไม่นานรีบมาอุดหนุนก่อนจะเจ๊งนะครับ ฮ่าๆๆ”
“ฉันมนตราค่ะ เรียกมนตร์ก็ได้ ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ”
มิตรภาพของทั้งสองเบ่งบานนับจากนั้น....
ที่บ้านของมนตรา ขณะที่ทั้งสองส่งยิ้มให้กันเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขัดจังหวะขึ้น ปกป้องชักมือกลับ มนตราเขินอาย
“เบอร์แปลก มิจฉาชีพมั้ง ไม่รับดีกว่า” ปกป้องบ่น
“รับสิ เผื่อมีอะไรฉุกเฉินถ้าเป็มิจจี้จริงนายก็ด่ากลับไปเลย”
ปกป้องกดรับ เขาโพล่งออกมาว่า “นี่ยัยเม!” จากนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนเป็เคร่งขรึม เมื่อกดวางเขาหันมามองหน้าเธอแววตาดูเหนื่อยและเหมือนจะขอความเห็นใจ
“มนตร์เธอช่วยไปที่หนึ่งเป็เพื่อนฉันได้ไหม”
“ได้สิ! ที่ไหนเหรอ”
“บ้านฉันเอง...คุณปู่ฉันอาการทรุด”
จากผู้เขียน...
ขอหวาน 200เปอร์เซ็นต์ที่นึงค่ะ ไม่ใช่กาแฟนะคะ บาริสต้าค่ะอิอิ