เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงคืน
กล้องวงจรปิดในห้องลับแสดงภาพของ อลิสาที่เดินเข้ามาในห้องเซิร์ฟเวอร์พร้อมกับเอดเวิร์ด ทั้งคู่ระมัดระวังอย่างมากแต่จากการสังเกต ดูเหมือนว่าคนทั้งสองจะเตรียมการไว้พร้อมแล้วจึงได้กล้าบุกเข้ามาในพื้นที่แห่งนี้ได้ แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่ากำลังตกอยู่ในแผนการของคริสเตียน
ในขณะที่ทั้งสองเดินมาถึงตำแหน่งสำคัญ และทำการดาวน์โหลดข้อมูลปลอมลง USB กล้องที่ซ่อนอยู่บันทึกทุกอย่างเอาไว้ได้อย่างชัดเจน ทีมงานด้านความปลอดภัยที่ดูอยู่ในห้องควบคุมแจ้งเตือนคริสเตียนทันที
“ตอนนี้ล่ะ”
คริสเตียนพูดพร้อมกับลุกขึ้น เขาและมินตรารีบเดินตรงไปยังห้องเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ด้านใน
ในขณะที่อลิสากับเอดเวิร์ดเพิ่งดาวน์โหลดข้อมูลสำคัญลงในไดรฟ์ USB เสร็จ สายตาของพวกเขามองหน้ากันด้วยความพอใจเล็กน้อย
“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่ามันง่าย”
อลิสากระซิบ ขณะที่เอดเวิร์ดเสียบไดรฟ์อีกอันเพื่อดึงข้อมูลต่อ
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางเดินด้านนอก เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นทำให้ทั้งสองหันไปมองด้วยความใ
ประตูห้องเซิร์ฟเวอร์เปิดออกอย่างกะทันหัน คริสเตียนก้าวเข้ามาพร้อมกับมินตราที่ตามมาติดๆ โดยมีทีมงานความปลอดภัยยืนขนาบข้างและปิดกั้นเส้นทางหลบหนี
“พวกคุณกำลังทำอะไรกันอยู่?” คริสเตียนพูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ สายตาคมกริบของเขาจ้องตรงไปที่อลิสา แม้ว่าในอดีตเธอกับเขาอาจจะเคยล่วงเกินกันไปบ้าง แต่เขาก็ระงับความสัมพันธ์แบบนั้นในเวลาต่อมา เพราะอลิสาดูไม่ชอบมาพากล ความระแวงของเขามันบอกแบบนั้น
อลิสารีบกดปิดแล็ปท็อปของเธออย่างใจเย็นและลุกขึ้นยืน
“ฉัน...ฉันแค่กำลังตรวจสอบข้อมูลบางอย่างให้คุณ คุณควรรู้ว่าผู้หญิงคนนั้นที่ยืนอยู่ข้างคุณกำลังทำการลับหลังบางอย่าง”
เธอพยายามทำเสียงให้เป็ปกติแล้วโยนทุกอย่างไปให้มินตรา แต่ความสั่นในน้ำเสียงของเธอมันชัดเจนมากว่าสิ่งที่เธอกำลังทำมันไม่ใช่การช่วยเหลือแต่มันคือการหักหลัง
เอดเวิร์ด หันมาช้าๆ ทำหน้าเรียบเฉย
“คริส…ไม่มีอะไรที่คุณต้องกังวล เรากำลังทำงานเพื่อบริษัทเหมือนกัน”
คริสเตียนยิ้มเย็น
“งั้นเหรอ?แล้วทำไมถึงต้องแอบเข้ามาที่นี่ตอนกลางคืน?”
“ฉันคิดว่ามันไม่ใช่เื่ผิด เรากำลังพยายามช่วยเหลือบริษัท ถ้าเราไม่ทำแบบนี้ แน่นอนว่าคนร้ายคงรู้ตัวก่อนที่เราจะจับได้”
อลิสารีบพูดแทรก เธอเหลือบมองมินตรา ก่อนจะยิ้มเยาะ
“หรือคุณคิดว่าฉันไม่ควรอยู่ที่นี่ เพราะเด็กฝึกงานของคุณทำหน้าที่ได้ดีกว่าฉัน? คุณจะแน่ใจได้อย่างไรว่าเธอไม่ได้ทำอะไรลับหลังคุณ?”
มินตราเม้มปากแน่น ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงมั่นคง
“ฉันไม่เคยต้องใช้วิธีลับหลังแบบนี้เพื่อช่วยเหลือบริษัท พอเถอะคุณอลิสาคุณรู้ดีว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่”
คำพูดนั้นเหมือนน้ำมันที่ถูกจุดไฟ อลิสาก้าวเข้ามาใกล้มินตรา สายตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธ
“แก…แกไม่รู้อะไรเลย! แกมันก็แค่นังเด็กฝึกงานที่บังเอิญได้อยู่ในตำแหน่งที่ฉันควรจะเป็…”
“พอได้แล้ว!”
คริสเตียนเสียงดังจนทุกคนในห้องเงียบลง เขาชี้ไปที่จอภาพที่แสดงภาพจากกล้องวงจรปิด
“ผมมีหลักฐานทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็วิดีโอของพวกคุณที่เข้ามาในห้องนี้โดยไม่ได้รับอนุญาต หรืออีเมลที่เชื่อมโยงคุณทั้งสองกับแอนโทนี่”
สีหน้าของอลิสาเปลี่ยนไปทันที เธอพยายามรักษาความสงบ แต่ความกังวลเริ่มฉายชัดบนใบหน้า
“คุณไม่มีสิทธิ์!”
เธอพูดเสียงสั่น พร้อมกับส่งสายตาอ้อนวอนไปทางร่างสูงที่ครั้งหนึ่งเธอเคยนอนกกกอด
“คุณจะทำกับฉันแบบนี้ไม่ได้นะคุณคริส…อย่างน้อยเื่ราวของเราที่ผ่านมา…”
คริสเตียนรู้ดีว่าเธอจะขุดคุ้ยถึงความสัมพันธ์เก่าของเขากับเธอ ในเมื่อมันจบลงไปแล้วเพราะเขารู้ว่าั้แ่ต้น อลิสาก็คือหนอนบ่อนไส้ที่ถูกส่งมาโดยแอนโทนี่ เขาจึงไม่อยากให้มินตราต้องมารับรู้เื่ราวพวกนี้ คริสเตียนจึงรีบพูดตัดบทเธอทันที
“ทำไมผมถึงไม่มีสิทธิ์?”
คริสเตียนตอบกลับพร้อมยกแฟ้มเอกสารที่รวบรวมหลักฐานขึ้นมา เขาหันไปทางทีมงานด้านความปลอดภัย
“ตรวจสอบอุปกรณ์ทั้งหมด และเก็บไดรฟ์ USB นั่นไว้เป็หลักฐาน”
เอดเวิร์ดพยายามจะพูดบางอย่าง แต่คำพูดของเขาถูกตัดขาดด้วยเสียงจากมินตรา
“ทุกสิ่งที่คุณพยายามทำและใส่ร้ายฉันมันจะย้อนกลับมาทำลายตัวคุณเอง”
อลิสากัดฟันแน่น เธอมองไปที่มินตราด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น
“แก…แกจะต้องเสียใจ...”
“คนที่ควรจะเสียใจ คือคนที่ทรยศต่อคนที่ไว้ใจต่างหาก”
มินตราพูดเสียงหนักแน่น
คริสเตียนพยักหน้าให้ทีมงาน
“พาพวกมันออกไป”
อลิสาและเอดเวิร์ดถูกทีมงานพาตัวออกจากห้อง ทิ้งไว้เพียงความเงียบและอุปกรณ์ที่ยังคงทำงานอยู่ในห้องเซิร์ฟเวอร์
คริสเตียนหันไปหามินตรา เขามองเธอด้วยสายตาที่อ่อนลง “คุณทำได้ดีมาก”
มินตรายิ้มบางๆ เธอรู้ว่านี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นของาที่ใหญ่กว่านี้ ความสงบในค่ำคืนนี้จะเป็เพียงความเงียบก่อนพายุที่กำลังจะมาถึง...
เช้าวันรุ่งขึ้น
บรรยากาศในบริษัทเต็มไปด้วยความคึกคัก แต่แฝงไปด้วยความตึงเครียดเล็กน้อย ข่าวการจับกุมอลิสาและเอดเวิร์ดแพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว พนักงานต่างจับกลุ่มพูดคุยกันด้วยสีหน้าตื่นเต้น แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาดังๆ เมื่อเห็นคริสเตียนเดินผ่าน
มินตราเดินตามหลังเขาเข้าไปในห้องประชุมใหญ่ หัวใจของเธอเต้นแรงเมื่อเห็นผู้ถือหุ้นและผู้บริหารระดับสูงของบริษัทนั่งอยู่ในห้องอย่างพร้อมเพรียง สีหน้าของหลายคนเต็มไปด้วยความคาดหวังและคำถาม
คริสเตียนก้าวขึ้นไปยืนที่หัวโต๊ะ ดวงตาสีเทาของเขาส่องประกายเยือกเย็น
“ทุกคน ขอบคุณที่มารวมตัวกันในวันนี้”
เขาเริ่มต้นด้วยน้ำเสียงเข้มขรึม
“ผมขอแจ้งให้ทราบว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ได้ถูกควบคุมเรียบร้อยแล้ว และเรามีหลักฐานชัดเจนเกี่ยวกับการกระทำของอลิสาและเอดเวิร์ด”
เขาหันไปพยักหน้าให้ทีมงานด้านไอทีที่ยืนอยู่ใกล้ๆ หน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลังเขาเริ่มฉายภาพจากกล้องวงจรปิดในห้องเซิร์ฟเวอร์ ภาพแสดงให้เห็นว่าอลิสาและเอดเวิร์ดกำลังดาวน์โหลดข้อมูลใน่กลางดึก
เสียงซุบซิบดังขึ้นในห้องทันที ผู้บริหารบางคนเริ่มมองหน้ากันด้วยความใ
“ไม่เพียงเท่านั้น”
คริสเตียนพูดต่อ เขากดรีโมตเปลี่ยนภาพไปเป็อีเมลที่เอดเวิร์ดส่งถึงแอนโทนี่ ข้อความในอีเมลระบุชัดเจนถึงการตกลงกันเื่ข้อมูลลับที่ถูกขโมยไป
“เรามีทั้งภาพ เสียง และบันทึกการติดต่อที่แสดงให้เห็นว่าแอนโทนี่ ลอว์เรนซ์ คู่แข่งทางธุรกิจของเราเป็ผู้บงการอยู่เื้ัทั้งหมด”
เสียงในห้องเงียบลงทันที ผู้ถือหุ้นบางคนขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ
“นี่มันเลวร้ายเกินไปแล้ว”
เสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมห้อง
คริสเตียนหันไปหาผู้พูด
“ใช่ และนี่คือเหตุผลที่เราต้องจัดการเื่นี้อย่างจริงจัง” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
“ทีมกฎหมายของเราได้ส่งหลักฐานทั้งหมดไปยังตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับอลิสา เอดเวิร์ด และแอนโทนี่แล้ว นอกจากนี้ ผมขอให้ทุกคนมั่นใจว่าข้อมูลสำคัญของบริษัทยังคงปลอดภัย และเราจะใช้เหตุการณ์นี้เป็บทเรียนในการเสริมความปลอดภัยของระบบในอนาคต”
มินตรานั่งอยู่ที่มุมห้อง เธอเงียบและจดบันทึกทุกอย่าง แต่สายตาของเธอก็อดมองไปรอบๆ ไม่ได้ เธอเห็นสายตาของผู้บริหารหลายคนที่มองมาทางเธอด้วยแววตาที่ต่างออกไป
คริสเตียนหันกลับมามองเธอ เขายิ้มบางๆ ให้กำลังใจเธอ ก่อนจะพูดขึ้น
“และสุดท้าย ผมต้องขอบคุณมินตรา ผู้ช่วยคนสำคัญที่ช่วยผมเปิดโปงแผนการทรยศครั้งนี้”
เสียงปรบมือเบาๆ ดังขึ้นจากบางมุมของห้อง มินตราอายจนใบหน้าแดง แต่เธอก็โค้งศีรษะเล็กน้อยเป็การขอบคุณ
หลังการประชุมจบลง มินตราเดินออกมาจากห้องพร้อมกับคริสเตียน
“คุณทำได้ดีมาก”
เขาพูดพร้อมกับจับมือเธอเบาๆ
มินตรายิ้ม เธอรู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เธอเติบโตขึ้นมาก เธอไม่ได้เป็เพียงเด็กฝึกงานที่พยายามทำงานไปวันๆ อีกต่อไป แต่เธอคือคนที่สามารถยืนเคียงข้างคริสเตียนใน่เวลาที่สำคัญที่สุดของเขา