“หึหึ เจ้าเด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมวันนี้ข้าจะสั่งสอนให้เจ้ารู้ว่าอะไรคือสำนักมืดมิดแล้วกัน!”
ด้านหลังชายหัวหน้ากลุ่ม มีชายหนุ่มขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสร้างรากฐานสองคนชายคนที่อยู่ด้านซ้ายหัวเราะกล่าวกับเด็กหนุ่มคนนี้ เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่งเขาไม่เห็นอยู่ในสายตาหรอกขณะที่พูดเขาก็ส่งพลังปราณไปใต้เท้า ร่างของเขาพุ่งเข้าหาตู้เซ่าฝู่ภายในพริบตาเดียว
“สาวน้องคนสวยถุงหยินหยางบนตัวของเข้า ข้ามารับไว้เองนะจ๊ะ”
ร่างของชายหนุ่มร่างผอมที่เอาแต่มองแทะโลมโอวหยังส่วงมาตลอดเองก็พุ่งกระโจนเข้าหานางสายตายังคงจ้องมองนางอย่างเร่าร้อน สาวงามที่มีเสน่ห์ขนาดนี้หากได้ใกล้ชิดโดยการค้นตัวก็ถือว่าเป็นความสุขอย่างหนึ่ง
ชายหนุ่มร่างผอมมีฌานที่แข็งแกร่งกว่าชายหนุ่มที่พุ่งมาคนแรกดังนั้นความเร็วจึงไวกว่าชายหนุ่มคนแรก ภายในเวลาอันสั้นก็ปรากฏกายอยู่ด้านหน้าของโอวหยังส่วงแล้วเขายิ้มพร้อมกับกางแขนแบมือเล็งที่บริเวณหน้าอกของโอวหยังส่วงกระโจนเข้าหาอย่างหน้าไม่อาย
“อยากตายนักใช่หรือไม่!”
โอวหยังส่วงตะโกนใส่ พลังปราณระเบิดท่วมท้นออกมาในชั่วพริบตาลมปราณขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์แผ่ซ่านออกไปทั่วในมือคว้ากระบี่ยาวออกมาจากนั้นลำแสงบนดาบที่หุ้มพลังปราณก็ถูกเหวี่ยงสาดออกเป็นพลังแสงใส่ชายหนุ่มร่างผอมที่พุ่งเข้าหา
“นางคือผู้ฝึกฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์แย่แล้ว”
ชายหนุ่มร่างผอมตะโกนร้องอย่างตกใจเขาคิดไม่ถึงว่าสาวน้อยคนสวยที่ดูอายุยังไม่มาก กลัวมีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์สีหน้าโรคจิตบ้ากามกลายเป็นความตะลึง มือที่แบยื่นออกไปเตรียมสัมผัสหน้าอกของโอวหยังส่วงรีบหดกลับในทันใดไม่กล้าพุ่งไปด้านหน้าต่อ
“ช้าไปแล้ว!”
โอวหยังส่วงตะโกนออกมา นางจะมีทางปล่อยชายหนุ่มร่างผอมให้ลอยนวลไปได้อย่างไรกระบี่ยาวถูกตวัดจนเกิดเสียงฟ้าผ่าพร้อมกับมีลำแสงที่อัดแน่นด้วยพลังลมปราณเต็มเปลี่ยนพุ่งออกมารอบๆ เกิดคลื่นสั่นไหว
อักษรยันต์บนกระบี่พุ่งออกมาพร้อมลำแสงดาบที่ทะยานออกไปสุดท้ายพลังลำแสงอันดุดันน่าสะพรึงกลัวจากวิชาดาบนี้ ก็ลอยเข้าไปห่อหุ้มชายหนุ่มร่างผอม
“วิชากระบี่วายุคำราม!”
ลำแสงพลังจากดาบพุ่งกรีดอากาศเรียงตัวอย่างเป็นระเบียบกักขังชายหนุ่มร่างผอมคนนั้นไว้
ชายหนุ่มร่างผอมสีหน้าตะลึงตกใจกลัวลมปราณสีดำรอบตัวเอ่อล้นออกมา พลังปราณรวมตัวออกมาพร้อมกับอักษรยันต์ เขาส่งพลังออกมาเพื่อพยายามสกัดพลังลำแสงดาบที่พุ่งเข้ามา
“หัวหน้า ช่วยข้าด้วย…………”
ทว่าลำแสงจากพลังดาบช่างน่าหวาดกลัวเหลือเกินมันทำลายพลังปราณและพลังอักษรยันต์ของชายหนุ่มร่างผอมจนสูญสลาย จากนั้นก็พุ่งไปโจมตีร่างของชายหนุ่มร่างผอมเขายังไม่ทันได้ร้องอ้อนวอนร้องขอชีวิตก็ไม่มีโอกาสได้พูดแล้วร่างของเขากระเด็นล้มนอนกองกับพื้น
“ตุ๊บ!”
เกือบจะในเวลาเดียวกันชายหนุ่มอีกคนที่พุ่งเข้ามาหาตู้เซ่าฝู่ใกล้เกือบถึงตัวแล้วเขาปล่อยพลังหมัดเล็งใส่หน้าผากตู้เซ่าฝู่ ปล่อยคลื่นพลังปราณโถมออกมาลมปราณถือว่าแข็งแกร่งมาก
“อยากได้ถุงหยินหยางของข้าหรือพวกเจ้าเลือกผิดคนแล้ว!”
ตู้เซ่าฝู่คิดไม่ถึงว่าเพิ่งจะเข้ามาในป่ามืดได้ไม่นานก็มีคนคิดจะแย่งชิงถุงหยินหยางเสียแล้วเขาจะยอมได้อย่างไร หลังจากพูดบอกอีกฝ่ายก็เหวี่ยงหมัดพร้อมส่งพลังปราณสีทองอ่อนๆพลังปราณท่วมท้นรอบกายจากนั้นพลังหมัดนี้ก็ถูกส่งออกไปปะทะพลังหมัดของชายหนุ่มคนนั้น
หมัดที่ปล่อยของตู้เซ่าฝู่ไม่ได้ดึงวิทยายุทธใดๆ มาใช้ แต่ก็ไม่ธรรมดา พลังเฉียบคมและดุดันน่ากลัวมาอานุภาพรุนแรงสามารถทำลายทุกสิ่งรอบๆ บริเวณนั้นได้เลย
ทว่าหากคิดว่าตู้เซ่าฝู่แค่เอาแต่เหวี่ยงหมัดไม่ใช่กลยุทธ์ใดๆก็ถือว่าผิดแล้ว
ระหว่างที่ยังทำความเข้าใจวิชาลับวิชาแรกนั้นในช่วงนี้ตู้เซ่าฝู่เองก็พยายามดึงสิ่งที่บรรลุมาได้ส่วนหนึ่งจากวิชาลับวิชาแรกมาใช้ในการโจมตีหรือต่อสู้ทำให้สิ่งที่ดูเหมือนธรรมดาซ่อนเร้นด้วยพลังอันเปี่ยมล้น
ระหว่างที่ยังทำความเข้าใจวิชาลับวิชาแรกนี่ก็ถือว่าเป็นการโจมตีออกไปง่ายๆ ที่จริงๆ เคล็ดลับที่เข้าใช้ในตอนนี้ไม่ได้ต่างอะไรไปจากวิทยายุทธเด็ดวิชาหนึ่ง
“ปึง!”
ในช่วงเวลาเพียงลมหายใจหนึ่งเฮือกมือข้างหนึ่งของตู้เซ่าฝู่ก็กระแทกรับหมัดชายหนุ่มคนนั้นได้ในฉับพลันแรงปะทะของสองแรงก่อให้เกิดเสียงดังกังวาน
“กึกๆ!”
ทันใดนั้นสิ่งที่เห็นมีเพียงหมัดของชายหนุ่มคนนั้นสั่นไหวจากนั้นก็มีเสียงกระดูกแตกร้าว กระดูกแขนทั้งแขนของเขาแตกละเอียดแขนไร้แรงไร้ที่ยึดจนอ่อนเปลี้ยห้อยลงพื้น
“อ๊าก!……”
ชายหนุ่มคนนั้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดร่างของเขาถูกซัดกระเด็นลอยปลิวไปไกลเหมือนว่าว แขนขวาถูกทำลายด้วยวิธีน่าสยดสยองนอกจากนั้นอวัยวะภายในก็ถูกทำลายได้รับแรงกระแทกจนหมดสิ้นเกรงว่าคงไม่น่ามีชีวิตรอดแล้ว
ภายในระยะเวลาอันสั้นสองในห้าคนก็ถูกสังหารไปแล้วโดยง่ายดาย ทั้งสามคนที่เหลือตกใจจนสีหน้าเปลี่ยน
ทุกอย่างนี้ไม่เหมือนกับที่พวกเขาคาดการณ์ไว้เลยดูท่าเด็กชายที่ยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนหนึ่งกับสาวงามอายุน้อยอีกคนหนึ่งจะเป็นดาวกาลกิณีนำพาความโชคร้ายมาให้กับพวกเขา
“ฆ่าให้หมด พวกเขาเป็นคนของสำนักมืดมิดห้ามปล่อยไว้ให้ไปพูดอะไรต่อ”
ร่างบางๆ ของโอวหยังส่วงกระโจนเข้าหาเป้าหมายก่อนหน้าแล้วเป้าหมายคือชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าผู้มีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์กระบี่ล้ำค่าในมือลักษณะเหมือนงูที่เคลื่อนตัวอย่างพลิ้วไหวเงากระบี่วิ่งผ่านอากาศอย่างรุนแรงประดั่งคลื่น ทำให้ครอบคลุมไปทั่วบริเวณรอบๆ
“เข้าใจ!”
ตู้เซ่าฝู่ได้ยินก็ตอบรับเบาๆจากนั้นเริ่มลงมืออีกครั้ง รอบตัวมีคลื่นพลังแสงสีทองอ่อนๆ ห่อหุ้มเคลื่อนไหวราวกับประกายสายฟ้าสีทองแวบผ่าน ร่างของเขากระโจนใส่ชายหนุ่มคนที่สอง มือขวาที่ห่อหุ้มพลังปราณอัดใส่ร่างของเขาด้วยอานุภาพที่รุนแรงราวประหนึ่งสายฟ้าฟาดผ่าใส่
“ครืนๆ……”
บริเวณด้านหน้าหมัดมีอักษรยันต์โถมกระหน่ำออกมาคลื่นพลังที่วิ่งผ่านก่อให้เกิดแรงดันจนเกิดเสียงเสียดสีทุ้มต่ำพลังนี้ราวกับจะฉีกแหวกอากาศ เป็นพลังที่อานุภาพดุดันและโหดร้ายจนน่าขนลุก
ที่จริงระดับฌานของชายหนุ่มคนนั้นกับตู้เซ่าฝู่เท่ากันทว่าสุดท้ายไม่ว่าจะเป็นความเร็วหรืออานุภาพของพลังฌานชายหนุ่มคนนั้นก็ไม่สามารถต่อกรตู้เซ่าฝู่ได้เลย
“ปึง!”
ระหว่างที่ชายหนุ่มกำลังตกใจหวาดผวาเขาไม่ทันได้หลบหลีกการโจมตี หมัดที่โจมตีมาของตู้เซ่าฝู่ก็อัดลงที่หน้าอกของเขาแล้วจากนั้นก็มีโลหิตพุ่งออกมาจากในปาก ร่างของเขาปลิวไปกระแทกบนยอดต้นไม้ที่สูงตระหง่านต้นหนึ่งแรงชนทำให้ต้นไม้สั่นไหวไปมาจนต้นไม้หักโครมลงมา เขานอนแน่นิ่งไม่ขยับตัว
“ซู่!”
ชายวัยกลางที่มีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งที่เหลือคนสุดท้ายตะลึงตกใจกลัวหน้าซีดสิ่งแรกที่เขาคิดได้คือหนี เผ่นไปจากที่นี่ให้ไวที่สุด
“จะหนีไปไหน!”
ใต้เท้าของตู้เซ่าฝู่มีพลังปราณสีทองพุ่งออกมาจากนั้นร่างก็เขาก็พุ่งฉิวไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วปานสายฟ้า ท่าทางของเขาราวกับอสูรเหยี่ยวยักษ์ปีกทองตัวหนึ่งในไม่ช้าก็เข้าไปใกล้หลังของเป้าหมายที่กำลังหนีแล้ว
“หมัดระบำคลื่น!”
เขาเหวี่ยงพลังหมัดออกไปพลังหมัดนี่ทำให้เกิดคลื่นซัดแหวกอากาศติดๆ กันสิบสามครั้ง พลังหมัดระบำคลื่นของตู้เซ่าฝู่กระแทกใส่หลังของชายที่กำลังพยายามหนีอย่างแรงเกิดลมพลังโจมตีซัดออกมาจากจุดตรงกลางที่เกิดแรงปะทะเป็นวงรัศมี
“ซูมๆ!”
ชายวัยกลางคนคนนั้นไม่อาจต้านทานไว้ได้ร่างของเขากระเด็นลอยฉิวตามทิศทางของแรงกระแทก ปากพ่นโลหิตออกมาเป็นละออง
“ปี้ด!”
เพียงแต่ในเวลานั้นที่ชายร่างใหญ่พ่นโลหิตออกจากปากก็มีเสียงปี้ดๆ เสียงแหลมดังขึ้นมา ขณะนั้นเองทั่วฟ้าในป่ามืดที่มืดมิดก็ดังสนั่นไปทั่วด้วยเสียงนั้น
“แย่แล้ว!”
ตู้เซ่าฝู่ไม่รู้ว่าเสียงแหลมๆเสียงนี้หมายถึงอะไร ทว่าเริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีเขารีบพุ่งไปที่ด้านหลังของชายวัยกลางคนคนนั้นที่ล้มกระแทกพื้นจากนั้นก็ปล่อยหมัดใส่ท้ายทอยของเขาอย่างจังจนหน้าของเขาทิ่มกระแทกยุบลงเข้าไปในพื้นสุดท้ายเสียงแหลมๆ เสียงนั้นก็สงบลง
“บังอาจฆ่าคนของสำนักมืดมิดพวกเจ้าตายแน่”
ชายหัวหน้ากลุ่มที่ถูกโอวหยังส่วงโจมตีตะโกนเยาะเย้ยหลังจากที่ถูกพลังจากลำแสงดาบของโอวหยังส่วงโจมตีจนกระเด็นถอยหลังเขาก็ตกใจจนหน้าเสีย เขาคิดไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้เขากวาดแขนตั้งท่ารวบรวมพลังฝ่ามือ กระตุ้นชีพจรลมปราณมีอักษรยันต์จำนวนมากพรั่งพรูออกมา จากนั้นก็มีวิญญาณติดชีพจรที่เป็นเงาอสูรหมาป่าสีดำตัวหนึ่งปรากฏตัวขึ้นรูปร่างของมันเสมือนมีชีวิตจริงมาก ร่างเงาร้องคำรามพร้อมกับพุ่งเข้าใส่โอวหยังส่วง
“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนคำรามออกมาเสียงเบาๆพร้อมกับปรากฏกาย กรงเล็บเสือตวัดผ่านอากาศตะปบไปยังร่างเงาวิญญาณติดชีพจรอสูรหมาป่าสีดำถูกทำลายจนกลายเป็นอักษรยันต์วิญญาณติดชีพจรถูกโจมตีทำให้ชายหัวหน้ากลุ่มเองก็บาดเจ็บไปด้วยเขาพ่นโลหิตออกมาปริมาณมาก
“ปึง!”
เกิดเสียงกระแทกทุ้มต่ำเสียงดังในชั่วพริบตาตู้เซ่าฝู่ก็ปรากฏกายอยู่ที่ด้านหลังด้วยความไวปานสายฟ้าพร้อมกับปล่อยหมัดใส่ด้านหลังของเขา
แสงสีแสงระเบิดออกมาจากพลังหมัดคลื่นพลังอันน่ากลัวโถมกระหน่ำใส่ ทำให้ชายหัวหน้ากลุ่มถูกโจมตีจนเลือดออกปากอีกครั้งร่างของเขาเซไปข้างหน้า
“ซู่!”
ลำแสงดาบพุ่งไปราวกับฟ้าผ่าเปี่ยมล้นด้วยกลิ่นอายของพลังสังหารเตรียมปลิดชีพศัตรูความเร็วไวสุดยอดทั้งยังแม่นยำมาก ลำแสงพุ่งทะลุอกของชายหัวหน้ากลุ่มทำให้เกิดรูจนโลหิตพุ่งออกมาเป็นเส้น ชายหัวหน้ากลุ่มหมดเรี่ยวแรงจนล้มลงกับพื้น
ไต้ซิงอวี่ที่ยืนมองอยู่ไม่ไกลตกใจจนหน้าซีดดวงตาสุกใสของนางสั่นไหวด้วยความกลัวการฆ่าสังหารอย่างโหดเหี้ยมขนาดนี้ทำให้นางตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูก
ชายจากสำนักมืดมิดทั้งห้าคนถูกปลิดชีพทั้งหมดภายในเวลาอันรวดเร็วไม่เหลือรอดสักคน
โอวหยังส่วงสีหน้าเคร่งเครียดดวงตากลมโตเป็นประกายมองไปที่ตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “พวกเราต้องรีบออกไปจากที่นี่พวกเขาเป็นคนของสำนักมืดมิดเสียงนกหวีดเมื่อสักครู่นี้น่าจะเป็นสัญญาณเรียกพรรคพวก เกรงว่าจะมีศิษย์ของสำนักมืดมิดจำนวนมากมากันอีก”
“สำนักมืดมิดแข็งแกร่งมากหรือ?”
ตู้เซ่าฝู่มองโอวหยังส่วงด้วยสีหน้าจริงจังแววตาดูเคร่งเครียดขึ้นมา เขารู้นิสัยของโอวหยังส่วงดีนางเป็นผู้หญิงที่ไม่เกรงกลัวอะไรทั้งสิ้น ขณะนี้นางกลับกังวลเรื่องสำนักมืดมิดพิสูจน์ได้ว่าอิทธิพลพละกำลังของสำนักมืดมิดน่าจะไม่ธรรมดา
“ในป่ามืดมีกลุ่มผู้มีอิทธิพลเล็กใหญ่จำนวนมากและสำนักมืดมิดก็เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลระดับสูงในบรรดากลุ่มผู้มีอิทธิพลทั้งหมดเป็นดั่งผู้ปกครองในป่ามืด ไม่มีใครกล้าไปมีเรื่องกับศิษย์ของสำนักมืดมิดเพราะพวกเขาลงมือจัดการทุกอย่างด้วยการฆ่าฟันอย่างโหดเหี้ยมและป่าเถื่อนหลายปีมานี้ศิษย์ของสำนักยุทธสวรรค์จำนวนไม่น้อยที่ต้องตายเพราะน้ำมือของสำนักมืดมิดยอดฝีมือของสำนักมืดมิดจำนวนมากก็อยู่ในตารางหมายหัวของสำนักยุทธสวรรค์” โอวหยังส่วงเล่าให้ตู้เซ่าฝู่ฟัง
“ดูท่าสำนักมืดมิดจะแข็งแกร่งมากจริงๆ”
ตู้เซ่าฝู่แสดงสีหน้าเคร่งเครียดขึ้น ตู้เซ่าฝู่ไม่เคยวางตัวเองเป็นใหญ่เพิ่งจะเข้ามาในป่ามืดต้องห้ามประมาทเด็ดขาด หลังจากครุ่นคิดไม่นานเขาก็เงยหน้ามองโอวหยังส่วง กล่าวว่า “พวกเราออกไปจากที่นี่ก่อนค่อยว่ากัน”
เมื่อพูดจบ ตู้เซ่าฝู่ก็ไม่ลืมเก็บถุงหยินหยางมาจากกลุ่มคนจากสำนักมืดมิดที่เพิ่งจะถูกพวกเขาสังหารมาใส่ไว้ในเสื้อทางอก
“พี่เซ่าฝู่ พี่รีบมาดูเร็วนกน้อยตัวนี้น่าสงสารจัง” ขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงของไต้ซิงอวี่ดังขึ้นมาจากไม่ไกล
ตู้เซ่าฝู่และโอวหยังส่วงได้ยินก็รีบวิ่งเข้าไปหาในทันใด พวกเขาเห็นไต้ซิงอวี่ที่ท่าทางตกใจกลัวมากเมื่อกี้ตอนนี้กำลังมองนกน้อยสีมรกตขนาดราวๆ ฝ่ามือที่อยู่ในพุ่มไม้ด้านหน้าไม่ไกล